อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 3 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 3 ส.ค. 58

วันเวลาผ่านไป พบูวุ่นกับการจัดงานที่ร้าน เจมี่คอยดูแลเอาอกเอาใจศตายุ ธราดลนั่งเศร้าคิดถึงแม่และคนที่บ้าน ส่วนเมฆพัดเอาแต่ยักยอกเงินบริษัทเข้ากระเป๋าตัวเอง

ก่อนวันงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า พบูตกแต่งร้านและตรวจตรางานอย่างละเอียด สั่งจอร์จให้นอนเฝ้าที่ร้านเพราะเกรงมีคนเข้ามาทำลายข้าวของอีก แต่ไม่ทันไร งามยิ่งเดินเชิดเข้ามาบอกว่ามาดูความเรียบร้อย กวาดตามองรอบๆ

รู้ว่าดีแต่แกล้งติโน่นให้เปลี่ยนนี่ พบูต้องข่มอารมณ์ไว้

แล้วงามยิ่งก็บอกว่าต้องการชิมอาหารทุกอย่างที่จะเสิร์ฟพรุ่งนี้ด้วย ทั้งพบูและไมเคิลต้องช่วยกันจัดแจง พอได้ลิ้มลองก็รู้ว่าอร่อยทุกอย่าง แต่อดไม่ได้ที่จะต้องติติง พบูชักทนไม่ไหวโวย



“นั่นก็ไม่ดีนี่ก็ไม่ดี มาทำเองเลยไหม ถ้ากินไม่ได้ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วค่ะ...”

เสียงเก็ทเรียกพบูให้รู้สึกตัว แท้จริงเธอไม่ได้โวยวายอะไรเลย เป็นเพียงภาพมโน งามยิ่งแกล้งติงว่าอาหารมันธรรมดาไปหน่อย พบูต้องหลบออกมากรี๊ดแบบไม่มีเสียงด้วยความโมโห

ตกเย็นศตายุแวะมา พบูเล่าเรื่องงามยิ่งด้วยความหงุดหงิด เขาบอกอย่าคิดมาก งามยิ่งเป็นคนแบบนี้เอง พบูบอกอีกเรื่องว่างามยิ่งจ้างคนงานมาคอยเสิร์ฟลูกค้าทุกโต๊ะ ส่วนตนให้จอร์จนอนเฝ้าร้าน ศตายุบอกไม่ต้องห่วงเรื่องร้าน ตนให้ รปภ.มาคอยตรวจตราไว้แล้ว

พบูจึงหันมาถามถึงเรื่องธราดล ศตายุบอกว่าธราดลแอบมาหาเธอ แต่คงยังไม่พร้อมเจอ เสร็จจากงานเลี้ยงนี้ ตนจะไปรับเขากลับบ้านทันที พบูพนมมือภาวนา “ขอให้งานพรุ่งนี้ผ่านฉลุยอย่ามีปัญหาอะไรไม่ดีเลย คุณปู่จะได้อารมณ์ดี เพี้ยง...”...ศตายุขำท่าทางของพบู

คืนนั้นพบูมาร์คหน้า ม้วนโรลผมเต็มหัว เลือกเสื้อผ้าที่จะใส่วันพรุ่งนี้ด้วยความตื่นเต้น ทันใดเกิดปวดท้องอย่างหนัก เธอเดินเข้าออกห้องน้ำหลายรอบจนหมดแรง คลานไปเคาะฝาเรียกบุรี เผอิญบุรีเสียบหูเล่นเกมอย่างเมามันเลยไม่ได้ยิน

ผ่านไปพักใหญ่ พบูทนไม่ไหวจึงคลานออกมาหน้าห้องบุรีและรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเคาะประตู บุรีได้ยินแว่วๆ ถอดหูตั้งใจฟัง เดินมาส่องช่องตาแมวไม่เห็นใคร แต่ยังมีเสียงเคาะเบาๆ จึงเปิดประตูออกไป เห็นพบูหน้าเขียวคลานเป็นจูออนอยู่หน้าห้องก็ตกใจร้องลั่นนึกว่าผี

พบูลืมตาตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนให้น้ำเกลืออยู่โรงพยาบาล เธอคิดว่าโดนวางยา บุรีให้นึกดูดีๆ พบูนึกย้อนจำได้ว่าโกรธที่งามยิ่งติอาหารของไมเคิล จึงกินทุกอย่างเองจนหมด กลับมากลัวพรุ่งนี้แต่งตัวไม่สวยเลยกินยาถ่าย บุรีบอกนั่นแหละผลของการอยากสวย

พบูจับมือบุรีขอบคุณที่ช่วยตนไว้อีกครั้ง ศตายุกับมธุรสเปิดประตูเข้ามาพอดี พบูรีบดึงมือออกแต่บุรีแกล้งจับไว้ไม่ปล่อยยิ้มเย้ย เธอจึงกระชากอย่างแรง มธุรสปรี่เข้าหาพบูอย่างห่วงใยและหันมาขอบใจบุรี

“ไม่เป็นไรครับ แม่คุณมาแล้วงั้นผมขอตัวกลับก่อนนะ” บุรียกมือไหว้มธุรสและศตายุ

ooooooo

ออกจากบ้านมาหลายวัน ธราดลเริ่มคิดถึงแม่คิดถึงบ้าน ตัดสินใจโทร.หาพบู เผอิญเธอนอนป่วยอยู่จึงปิดมือถือ ต้นเดินเข้ามายื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง เขาลังเลที่จะรับ ต้นเย้าตอนตนไม่มีเขายังให้ตนยืม

ตนรู้ว่าตอนนี้เขาไม่มีเงิน ไว้มีแล้วค่อยคืนเป็นสองเท่า“กูว่าเรื่องอามึงถ้าไม่อยากคุยกับพี่โตหรือแม่ ก็ลองปรึกษาพี่สาวมึงไหม มึงจะหนีแบบนี้ไปตลอดไม่ได้หรอกนะไอ้ดล” ต้นแนะนำอย่างจริงจัง

ธราดลก็คิดแบบนี้เช่นกัน ตัดสินใจจะไปหาพบูที่ร้านวันนี้เพื่อบอกความจริง...ด้วยความห่วงร้านพบูนอนฝันไปว่าร้านถูกรื้อกระจุย จอร์จต่อสู้กับคนร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เธอร้องลั่นสะดุ้งตื่น รีบกดโทรศัพท์ไปหาจอร์จแต่จอร์จไม่รับสายเธอยิ่งกังวล ดึงสายน้ำเกลือที่แขนออกจะไปร้าน ศตายุเปิดประตูเข้ามาเจอตกใจเข้ากอดปลอบว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำใจให้สบาย

พบูรู้สึกวาบหวิวกับการกอดของเขา จึงผละออก ศตายุบอกว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นที่ร้านคนของเขาต้องโทร.บอกแล้ว พบูอ้อนวอนขอไปดูให้เห็นกับตา ศตายุไม่ยอมจับเธอลงนอนห่มผ้าบอกให้พักผ่อนพรุ่งนี้เช้าค่อยไปร้าน ตนจะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้แต่งตัวที่โรงพยาบาล

“ของฉันเยอะจะมาแต่งที่นี่ได้ยังไง” ศตายุบอกมากแค่ไหนก็จะขนมาให้ พบูขู่ “ฉันเตือนคุณแล้วนะอย่าบ่นล่ะ”

เมื่อศตายุไปถึงห้องพบู ก็กดโทรศัพท์หาเธอเพื่อหยิบของตามที่เธอบอก เขาต้องทึ่งเมื่อเห็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าเธอเยอะมาก แอบบ่นว่ากี่เดือนจะใช้หมด แล้วเขาก็พยายามหยิบตามที่เธอบอก พอมาถึงเครื่องสำอางเกิดความลำบากเพราะครีมก็หลายขนาน ลิปสติกก็สีใกล้เคียงกันมากจนหยิบไม่ถูก ศตายุตัดสินใจโกยไปแทบหมดแล้วเขาก็เหลือบเห็นช่อดอกไม้ที่เขาให้เธอแขวนห้อยหัวอยู่ เขายิ้มปลื้มปริ่ม...บุรีอยู่ห้องข้างๆได้ยินเสียงก็ดีใจคิดว่าพบูกลับมาแล้ว จึงรีบออกมาหา จังหวะนั้นศตายุหอบถุงใบใหญ่ออกจากห้องเธอพอดี เขาทำทีคุยโทรศัพท์อวด

“ของครบแล้ว เดี๋ยวผมจะรีบกลับไปนะครับ” วางสายแล้วหันมาคุยกับบุรีว่า ตนมาเอาของให้พบู บุรีหน้าเจื่อน ศตายุแอบยิ้มอย่างผู้ชนะ

มาถึงโรงพยาบาล พบูตาโตเมื่อเห็นของที่ศตายุหอบมา เขาไม่รอช้าถามเธอตรงๆ “คุณเก็บดอกไม้ที่ผมให้ไว้อีกเหรอ...คุณปฏิเสธผมแล้วคุณจะเก็บมันไว้ทำไม”

พบูหน้าแดงอ้ำอึ้งๆ จะบอกความในใจก็พอดีเจมีโทร.เข้ามาขัดจังหวะ ศตายุขอตัวรับสายคุยกับเจมี่พักใหญ่ พบูหมั่นไส้แกล้งร้องโอดโอยว่าปวดท้อง ทำให้ศตายุต้องรีบวางสายหันมาสนใจ เธอแอบยิ้มสะใจนิดๆ

ระหว่างที่ศตายุไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล พบูแต่งตัวอยู่ในห้องพักคนไข้ก็โทร.เล่าให้เก็ทฟังทุกเรื่อง เก็ทว่าเธอสตรอมากที่กล้าเรียกร้องความสนใจแบบนั้น ตัวเธอเองก็แปลกใจ

“ฉันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าตัวเองจะทำแบบนั้นได้ ร่างกายมันไปเองไม่รู้ตัวเลยจริงๆ”

“ก็ดีนะ ความหึงจะได้ปลุกความรู้สึกที่แท้จริงของแกออกมา”

พบูเขินตัดบทวางสาย พยาบาลเข้ามาบอกว่าเดี๋ยวรถเข็นจะมารับ ศตายุตามเข้ามา

พบูเอ่ยปาก “คุณต้องขึ้นเงินเดือนแล้วก็จ่ายค่าชดเชยให้ฉันด้วยนะ ฉันเสี่ยงชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ แถมยังมีสปิริตแรง ออกจากโรงพยาบาลแล้วไปทำงานต่ออีก”

ศตายุขำโต้ว่าไม่ใช่ความผิดตน เธอทานยาถ่ายเอง พบูเหวอเขารู้ได้อย่างไร เถียงว่าตนแพ้อาหารที่ชิมต่างหาก อ้างภูมิแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนอื่นๆถึงไม่เป็นอะไรว่าแล้วก็แก้เก้อด้วยการชวนพยาบาลคุยถึงเรื่องอาหาร ว่าอะไรที่คนมักจะแพ้และอาหารอะไรที่คนไม่ค่อยแพ้กัน

พอมาถึงร้านลามูน พบว่ากิจจากำลังทำแกงส้มชะอมกลิ่นหอมฟุ้งจนอดใจไม่ไหวต้องชิมและขอมีส่วนร่วมในการทำด้วยการขอช่วยคนก็ยังดี

ooooooo

เที่ยงวันนั้น กิจจาในชุดพ่อครัวเดินเสิร์ฟแกงส้มของตนและทักทายลูกค้าทุกโต๊ะ ชัชชัยชมว่างานปีนี้ดูเป็นกันเองดี บรรยากาศอบอุ่นมาก เมฆพัดทำทีเข้ามาร่วมวงสนทนา ชัชชัยจึงบอกเขาว่า ได้เกลี้ยกล่อมเจมี่จนยอมมาทำงานเป็นเลขาเขาแล้ว เมฆพัดดีใจ

ในครัว บูรณาเป็นลูกมือช่วยไมเคิล งามยิ่งเข้ามาเหน็บพบูหวังว่าคงไม่มีอะไรผิดพลาด พบูรับคำอย่างมั่นใจแอบแย็บถ้าไม่มีใครจงใจแกล้ง งามยิ่งจ้องหน้าถามพูดเหมือนไม่ไว้ใจใคร ไม่ทันไร จอร์จหน้าตื่นเข้ามารายงานว่า มีลูกค้าหายใจไม่ออกหมดสติไปหนึ่งคน พบูกับงามยิ่งตกใจรีบออกไปดู เก็ทตามไปด้วย ศตายุสั่งการให้พาลูกค้าส่งโรงพยาบาล เมฆพัดทำทีเข้าต่อว่าพบู ใส่อะไรในอาหารให้ลูกค้ากิน งามยิ่งเสริม

“เราต้องสั่งของจากบริษัทนี้ด้วย ถ้าเขาโมโห ยกเลิกสัญญาขึ้นมา เธอต้องรับผิดชอบ”

กิจจาเถียงแทน “ถ้าเหตุสุดวิสัยแค่นี้ถึงกลับเลิกสัญญา ก็คงทำธุรกิจกันไม่ได้หรอก”

ศตายุตัดบทชวนกิจจาไปดูลูกค้าที่โรงพยาบาล ฝากทางร้านให้เจริญรุ่ง เมฆพัดและพบูดูแล งามยิ่งขอไปด้วย เก็ทกุมมือพบูปลอบใจ บรรยากาศในร้านเริ่มดีขึ้นเมื่อเจริญรุ่งคุยอธิบายกับลูกค้าทุกคน ธราดลเดินเข้ามาหาบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เจริญรุ่งปัดให้กลับไปคุยที่บ้าน เขารู้สึกน้อยใจที่พ่อไม่สนใจ ...พบูกำลังร้อนใจ ธราดลเข้ามาบอกว่ามีเรื่องสำคัญ

“อาเมฆเป็นชู้กับพี่ลูกตาล ผมไปได้ยินอาเมฆคุยโทรศัพท์ว่ากำลังโกงเงินบริษัทด้วย”

พบูทำหน้าไม่เชื่อ คิดว่าธราดลเรียกร้องความสนใจ พอดีบูรณามาตามให้เข้าไปในครัว พบูจึงบอกธราดลว่าที่ร้านมีปัญหา ทุกคนกำลังวุ่น แล้วตนจะโทร.ไปหา ลูกตาลผ่านมาเห็นธราดลก็ตกใจรีบไปบอกเมฆพัด เขาหงุดหงิดโทร.สั่งการลูกน้องทันที

ไมเคิลบอกพบูว่าอาหารไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่รู้มีใครแกล้งอะไรอีกหรือเปล่า เก็ทให้รอฟังผลจากทางโรงพยาบาลก่อนว่าลูกค้าแพ้อะไร ไม่ทันไรศตายุโทร.เข้ามาบอกพบูว่า ลูกค้าแพ้อาหารทะเล พบูตกใจเป็นไปไม่ได้เพราะตนสั่งไมเคิลให้เลี่ยงอาหารทะเลทั้งหมด ไมเคิลเสริมเพราะพบูคุยกับนางพยาบาลมา เลยสั่งให้เลี่ยงอาหารที่น่าจะเสี่ยงต่อการแพ้ทั้งหมด

พบูบอกศตายุ ตนว่าเรื่องนี้มันชักยังไงๆตนจะรีบหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าผิดพลาดตรงไหนไม่ให้เสียชื่อบริษัทเด็ดขาด...

เมื่อลูกค้าฟื้น กิจจากับศตายุก็เข้ามาขอโทษ แต่ลูกค้ากลับบอกว่าเป็นความผิดของตนเองที่ไม่ได้แจ้งก่อนว่าแพ้อาหารทะเล ทำให้ทุกคนต้องวุ่นวาย ทั้งกิจจา ศตายุและงามยิ่งโล่งอก

ooooooo

ตกเย็น ศตายุกลับมาที่ร้าน พบูรีบให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดว่ามีพนักงานที่งามยิ่งจ้างมาหยอดน้ำปลาลงในอาหาร เขาตกใจไม่คิดว่าจะเป็นฝีมือเธอ เก็ทแย้งว่าดูท่างามยิ่งตกใจมากเมื่อเห็นลูกค้าหมดสติ ศตายุหวั่นใจถึงงามยิ่งทำจริงก็คงไม่ยอมรับ พบูกล่าวขอโทษที่ดูแลงานไม่ดี

“ไม่ใช่ความผิดของคุณเลย คนในครอบครัวผมซะอีกที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ คุณทำดีที่สุดแล้วล่ะ”

พบูนึกได้บอกว่าวันนี้ธราดลมาหาแต่ตนวุ่นไม่ทันได้คุยอะไร แล้วบอกให้เขาไปรับน้องกลับบ้านเสียที ศตายุยิ้มรับจะคุยกับกิจจาคืนนี้...จากนั้นศตายุก็มาหยั่งเชิงงามยิ่งดูปฏิกิริยา ว่าคนที่น่าสงสัยคือคนงานที่เธอจ้างมา งามยิ่งหน้าเสียโวยอย่ามาหาเรื่องแล้วเดินบ่นออกไป กิจจาหันมาบอกศตายุว่า รู้นิสัยลูกสาวดี เก่งแต่ปากไม่กล้าทำร้ายใครแน่ ศตายุยิ้มตนก็คิดแบบนั้น

ศตายุเปลี่ยนมาถามเรื่องธราดล กิจจาตัดบท “จะขอให้ดลกลับบ้านใช่ไหม ปู่อนุญาตไปรับน้องกลับเถอะ ป่านนี้คงสำนึกผิดแล้ว...ปู่คิดอยู่แล้วว่าหลังเสร็จงานวันนี้โตจะต้องพูดกับปู่เรื่องดล ปู่เดาไม่ผิดจริงๆและปู่ก็รู้ด้วยว่า โตแอบส่งคนไปตามดูแลน้อง”

ศตายุอึ้งก่อนจะย้อน “เพราะคุณปู่ก็ส่งคนแอบไปตามดูแลดลเหมือนกันใช่ไหมครับ”

สองปู่หลานหัวเราะให้กัน...แล้วศตายุก็โทร.บอกพบูว่าพรุ่งนี้จะไปรับธราดล ชวนเธอไปด้วยกัน พบูดีใจลืมไปเลยว่าบุรีชวนไปเที่ยววันพรุ่งนี้ กลับบอกศตายุว่าตนจะโทร.ไปบอกธราดลเองจะได้ดีใจ บุรีได้ยินหน้าเสีย พบูนึกได้หันมาขอโทษบุรีที่ไปด้วยไม่ได้แล้ว ศตายุได้ยินรู้ว่าเธออยู่กับบุรีก็ตัดบทวางสายไปดื้อๆ พบูเซ็งที่สองหนุ่มใจน้อยทั้งคู่

พอธราดลรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้กลับบ้านก็ดีใจและอยากบอกความลับกับพบูตอนนี้ แต่พบูให้รอคุยกันพรุ่งนี้ เขาร้อนใจแต่จำต้องอดกลั้นและหวาดกลัวเหมือนมีคนคอยตามตลอดเวลา

รุ่งเช้า ศตายุรีบร้อนจะออกไปรับธราดล ลูกตาลได้ยินเขาบอกกิจจาก็ตกใจรีบแอบไปบอกเมฆพัด เขารีบโทร.สั่งลูกน้องจับตัวหลานทันที ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้พูดอีกแต่ห้ามถึงตาย

ขณะที่ธราดลสะพายเป้ยืนรอที่สวนสาธารณะตามนัด หยิบมือถือมาเล่นแก้เซ็ง ศตายุกับพบูมาถึงจอดรถอยู่ฝั่งตรงข้าม ธราดลเห็นจึงกดโทรศัพท์หา จู่ๆก็มีรถตู้มาจอดขวางหน้าแล้วลากตัวเขาขึ้นรถไป ศตายุกับพบูข้ามถนนมาถึงเจอแต่หมวกธราดลหล่นอยู่ก็ตกใจมาก

ธราดลถูกเอาตัวมามัดขังที่ห้องพักแห่งหนึ่ง เขาพยายามแก้เชือกให้ตัวเอง คนร้ายถือเข็มฉีดยาเข้ามาจึงแกล้งทำเป็นสลบอยู่ ได้ยินคนร้ายพูดว่า...ขอโทษนะแต่อาแกสั่งมา...เขาตกใจ

ooooooo

ธราดลตกใจเมื่อได้ยินคนร้ายพูดว่าเมฆพัดเป็นคนสั่งทำร้ายตน คนร้ายกำลังจะฉีดยาใส่จึงฉวยโอกาสแย่งเข็มมาปักใส่คนร้ายแทนแล้วผลักล้มวิ่งหนี คนร้ายโกรธมากชักปืนวิ่งไล่ตามออกมาจากห้องพัก ธราดลวิ่งหนีมาตามถนนหน้าตาบอบช้ำจากการถูกซ้อม

คนร้ายตะโกนลั่นให้หยุดไม่หยุดจะยิง ธราดลยังคงวิ่งต่อในใจคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่ วินาทีนั้นศตายุกระโดดเข้ากอดเอาตัวบังรับกระสุนแทนน้อง แล้วพากันล้มไปทั้งคู่ คนร้ายตกใจ พบูฉวยโอกาสคว้าท่อนไม้ฟาดหัวคนร้ายล้มลง คนของศตายุสองคนเข้าจับคนร้ายไว้ได้

ธราดลนอนรักษาตัวในคลินิกแห่งหนึ่ง เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นเก็ทนั่งเฝ้าอยู่ก็แปลกใจว่าที่นี่ที่ไหน เก็ทเล่าว่าเป็นคลินิกเพื่อนของศตายุ ธราดลนึกได้รีบถามว่าพี่มาช่วยตนได้อย่างไร

“ลูกน้องของพี่นายโทร.บอก ทุกคนเลยมาช่วยนายได้ทันน่ะสิ” ธราดลทำหน้างง “ตั้งแต่นายออกจากบ้าน พี่นายเขาก็จ้างลูกน้องมาคอยดูแลนายอยู่ห่างๆ” เก็ทเล่าเรื่องทั้งหมด

ธราดลเพิ่งเข้าใจว่าที่คิดว่ามีคนคอยตามคือคนของศตายุนี่เอง เก็ทย้ำว่าศตายุเป็นห่วงเขามาก คอยแอบช่วยเหลือทุกอย่างตั้งแต่เขาหนีออกจากบ้าน ธราดลถึงรู้ว่าเงินที่ต้นให้มาจากศตายุ

เก็ทย้ำ “พี่เขาไม่เคยทิ้งเราเลยนะ เขาเป็นห่วงนายและรักนายมาก เฟลอร์เล่าว่า ตอนคุณโตกระโดดไปช่วยนาย เขาก็รู้เลยว่าพี่นายรักนายมากกว่าชีวิตตัวเองซะอีก นายควรจะเปลี่ยนความคิดที่มีต่อพี่ชายนายซะใหม่ได้แล้ว”

ธราดลใจแป้วถามอย่างห่วงใยว่าศตายุเป็นอย่างไรบ้างตนเห็นเขาถูกยิง...ขณะนั้นศตายุกำลังคาดคั้นความจริงจากคนร้ายจนรู้ว่าเมฆพัดเป็นคนจ้างให้ทำร้ายธราดล แต่ด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่าเขาสั่งให้ทำให้เด็กคนนี้พูดไม่ได้อีก พบูได้ยินก็ตกใจเล่าให้ศตายุฟังเรื่องที่ธราดลไปหาที่ร้านและบอกเรื่องเมฆพัด แต่ตนไม่เชื่อ พบูเสียใจถ้าฟังน้องสักนิด เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

“ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้หรอก” ศตายุปลอบ

“โชคดีที่คุณรอบคอบให้คนคอยดูแลทำให้ช่วยดลได้ทัน ไม่งั้นอาจเสียดลไปแล้วก็ได้”

ศตายุเองก็ใจหาย ครุ่นคิดจะทำอย่างไรต่อไปดี ...สุดท้ายศตายุก็ให้คนร้ายโทร.ไปบอกเมฆพัดว่า ธราดลแพ้ยาที่ฉีดช็อกตาย จะให้ทำอย่างไรกับศพ เมฆพัดตกใจไม่คิดจะทำให้ถึงตาย ลูกตาลจึงดึงโทรศัพท์มาสั่งการแทน ให้ทำลายศพอย่าให้เหลือหลักฐาน จัดการเสร็จค่อยติดต่อมารับเงิน จากนั้นลูกตาลก็หันมาปลอบเมฆพัดที่ดูจะเสียใจอยู่ไม่น้อย

พบูได้อัดคลิปคำสารภาพของคนร้ายไว้เป็นหลักฐาน ศตายุยังไม่ส่งตัวคนร้ายให้ตำรวจเพราะกลัวเมฆพัดจะไหวตัวทัน...เขากลับมาหาธราดลที่คลินิก เห็นยังหลับอยู่ก็เข้าไปลูบหัวอย่างห่วงใย ถามเพื่อนถึงอาการของน้อง เมื่อรู้ว่าแค่บอบช้ำไม่เป็นอะไรมากก็โล่งอก

“พี่ขอโทษนะ พี่เป็นพี่ที่แย่มาก แค่นี้ก็ดูแลปกป้องดลไม่ได้ พี่ขอโทษ” ศตายุน้ำตาคลอ

พบูกับเก็ทมองอย่างสงสาร ธราดลเองไม่ได้หลับจริง เขาได้ยินคำพูดของพี่ชายทุกคำ ทำทีเป็นเพิ่งตื่นขึ้นมา ศตายุรีบถามเจ็บมากไหม เขาส่ายหน้าแล้วมองแผลที่แขนศตายุอย่างห่วงๆ

หลังจากนั้นธราดลก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ทุกคนไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือเมฆพัดทั้งหมด ศตายุเสียใจถึงอย่างไรเมฆพัดก็เป็นคนในครอบครัว ไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจ คิดจะเจรจาให้กลับตัวใหม่ แต่ตอนนี้ต้องให้คนอื่นๆเข้าใจว่าธราดลตายก่อน เก็ทเสนอให้ธราดลไปพักที่บ้านพักตากอากาศของตน

ทุกคนมาที่บ้านพักบนเกาะ พบูไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนมีบ้านแบบนี้ เก็ทบอกว่าเป็นมรดกจากปู่ พบูเห็นรูปปู่ที่แขวนอยู่จึงยกมือไหว้อย่างกลัวๆ เก็ทมองธราดลทำท่าเหมือนไม่อยากอยู่ จึงเอ่ยปากชวนทั้งศตายุและพบูพักที่นี่ด้วยกันให้ธราดลอุ่นใจก่อน ทั้งสองเห็นดี

ศตายุโทร.สั่งงานพิมพ์พรรณว่าให้บอกใครๆว่าตนบินไปดูงานกะทันหันหนึ่งอาทิตย์ ส่วนพบูก็โทร.บอกไมเคิลบอกว่ามีธุระด่วนต่างจังหวัด ฝากดูแลร้านด้วย

คืนนั้นเมฆพัดพยายามโทร.กลับไปหาคนร้าย แปลกใจที่ปิดเครื่อง งามยิ่งเดินเข้ามาถามว่าศตายุกลับมาหรือยัง เขาส่ายหน้า เธอบ่นสงสัยไปตามหาธราดล เมฆพัดได้ยินชื่อหลานก็สะดุ้งนิดๆ งามยิ่งหันไปถามแม่บ้าน เธอรายงานว่าศตายุโทร.มาบอก

วันนี้ไม่กลับติดงานด่วน...งามยิ่งอยากรู้งานอะไร เมฆพัดส่ายหน้าอยากรู้เหมือนกัน

ooooooo

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 3 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ