อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 5 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 5 ส.ค. 58

พอเห็นงามยิ่งเดินมาก็รีบวางสาย ถามพี่สาวหงุดหงิดอะไรมา เธอบ่นเรื่องศตายุ เมฆพัดยิ้มกริ่มบอกดีแล้วที่ไม่อยู่ ตอนนี้เราจะทำอะไรก็สะดวก งามยิ่งมองอย่างสงสัยจะทำอะไร เขายักไหล่ไม่ตอบ งามยิ่งนึกได้เปลี่ยนเรื่อง “วันนี้เจมี่จะมาทำงานกับแกวันแรกใช่ไหม ใช้โอกาสนี้ทำคะแนนให้ดีล่ะอย่ามัวชักช้า หนูเจมี่ทั้งน่ารักทั้งรวย หนุ่มๆที่ไหนก็อยากได้เป็นแฟนทั้งนั้น”

เมฆพัดพยักหน้ารับเซ็งๆ พอเจมี่มาถึงเขาก็เอาอกเอาใจสารพัด มีกระเป๋าแบรนด์เนมและช่อดอกไม้เป็นของขวัญให้ ก่อนจะเลียบเคียงถามถึงศตายุ แต่เธอกลับไม่รู้อะไรเลย



พักเที่ยง เจมี่เลี่ยงมาทานกลางวันกับบุรี เขาเหน็บคงทำงานสบายขึ้น เธอรับว่าใช่ไม่โหดเหมือนทำกับเขา บุรีค้อนงอนๆ “ก็เจ้านายคนใหม่ของคุณ เขาคิดไม่ซื่อกับคุณนี่ เขาจะจีบคุณก็ต้องเอาใจคุณเป็นธรรมดา”

เจมี่หน้างิกใส่ บ่นไม่รู้ศตายุหายไปไหน บุรีเอะใจเพราะพบูก็หายไปเช่นกัน แล้วทั้งสองก็ร้อนใจว่าสองคนนั้นไปด้วยกันหรือเปล่า

ooooooo

ในขณะที่ต้นพยายามติดต่อธราดลเท่าไหร่ก็ไม่ได้ จึงแวะมาหาที่บ้าน มธุรสตกใจปนแปลกใจเมื่อรู้ว่าธราดลกลับจากบ้านต้นตั้งแต่เมื่อวานแต่ยังไม่ถึงบ้าน

กิจจา เจริญรุ่งและงามยิ่งต่างตกใจเมื่อรู้ว่าธราดลหายตัวไป เมฆพัดนั่งร้อนตัวนิดๆที่ต้นมาเปิดประเด็นเรื่องธราดล ต้นยังเล่าอีกว่าธราดลบ่นว่าเหมือนมีคนคอยตามทำให้กลัว เจริญรุ่งพาลโทษเป็นเพราะกิจจาที่ไล่หลานออกจากบ้าน มธุรสชวนไปแจ้งความ เมฆพัดรีบห้ามอ้างจะเสียชื่อบริษัท เจริญรุ่งโวยอะไรจะสำคัญเท่าคนในครอบครัว

งามยิ่งช่วยเมฆพัดเถียง “ถ้าหายตัวไปทำเรื่องเลวๆ แน่ใจว่าจะไม่เสียชื่อเหรอคะ ทำยังกะตัวสนใจไยดีนิสัยลูกตัวนักหนา”

เจริญรุ่งหน้าเสีย เมฆพัดหาข้ออ้าง จะให้เพื่อนที่เป็นนักสืบตามเรื่องให้จะได้ไม่เอิกเกริก มธุรสนึกทบทวนว่าก่อนธราดลจะออกจากบ้านเหมือนมีเรื่องในใจ กิจจาถามช่วงนี้ไปมีเรื่องกับใครบ้างไหม ต้นเหล่มองเมฆพัดแต่ไม่กล้าพูดกลัวตัวเองเดือดร้อน เมฆพัดโล่งอกแต่ก็หงุดหงิดที่ต้นทำเสียแผน พอดีเจมี่โทร.เข้ามาถามถึงเอกสารโครงการพ่อ จะเตรียมไว้เข้าประชุม

“อาเก็บไว้ที่บริษัท ที่ตู้ข้างโต๊ะทำงานน่ะ ถ้าเจมี่อยากได้ข้อมูลอะไรก็ไปหาได้เลยนะ”

“ค่ะขอบคุณค่ะ...เอ่อ พี่โตกลับมาถึงบ้านรึยังคะ” เจมี่ลังเลที่จะถาม

เมฆพัดได้ทีใส่ไฟว่าศตายุยังไม่กลับบ้านทั้งที่ที่บ้านมีเรื่องวุ่นวาย ธราดลหายตัวไป เจมี่ตกใจคงไม่คิดฆ่าตัวตาย เมฆพัดแปลกใจทำไมคิดอย่างนั้น

“ก็วันก่อนเจมี่เห็นดลโพสต์เฟซบุ๊กดราม่าตัดพ้อทุกคนเต็มไปหมดเลยค่ะ”

เป็นข้อมูลใหม่ที่เมฆพัดเพิ่งรู้ จึงฉุกคิดอะไรได้บางอย่าง...จากนั้นเจมี่ก็รีบโทร.ตามบุรีมาพบที่ร้านลามูน เพื่อช่วยกันสืบหาว่าศตายุหายไปกับพบูหรือเปล่า ทั้งสองซักถามจอร์จ จอร์จพาซื่อเล่าว่าได้ยินไมเคิลคุยโทรศัพท์กับพบูแล้วว่าได้ยินเหมือนมีเสียงทะเล บูรณาเข้ามาขัดจังหวะเรียกให้จอร์จไปช่วยไมเคิลในครัว เจมี่กับบุรีเซ็งที่ยังไม่ทันได้เรื่องอะไร

ค่ำนั้น พวกพบูตั้งโต๊ะปิ้งกุ้งริมหาด ศตายุแกะกุ้งเต็มจาน พบูยิ้มกริ่มรอรับ แต่แล้วเขากลับส่งผ่านหน้าเธอไปให้ธราดล “เราชอบกินกุ้งใช่ไหม พี่จำได้”

พบูจ๋อยแกล้งบ่นว่าตนก็ชอบกินกุ้ง เก็ทส่งของตัวเองให้ขำๆ...ศตายุบอกธราดลว่ากลับไปคราวนี้ ถ้าอยากทำอะไรหรืออยากเรียนอะไร ตนจะไม่บังคับแล้ว อยากไปต่างประเทศก็จะให้พิมพ์พรรณจัดการให้ ธราดลซาบซึ้งขอบคุณ แต่ตัวเองตั้งใจจะสอบชิงทุนแบบที่เก็ทแนะนำ

“ที่ผ่านมาผมทำตัวแย่อย่างที่พี่ว่าจริงๆ ผมเลยอยากลองทำอะไรด้วยตัวเองดูบ้าง”

ศตายุปลื้มปริ่มพูดอย่างเปิดใจ “ความจริงถ้าเราได้คุยกัน ให้เวลากัน พยายามทำความเข้าใจกันมากขึ้น บ้านเราก็อาจจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ก็ได้”

พบูปิ๊งไอเดียขึ้นมาจะจัดโปรโมชั่นลด 30 เปอร์เซ็นต์สำหรับคนที่มากินข้าวกับครอบครัว เก็ทเห็นดีด้วยจะได้เป็นเวลาที่ครอบครัวได้คุยกัน ศตายุเศร้าลงเพราะไม่เคยใช้เวลากับครอบครัว

พบูรู้ซึ้ง “ฉันเองก็เคยเข้าใจแม่ผิด คิดว่าแม่ทิ้งฉัน ไม่รักฉัน เพราะว่าแม่ไม่เคยพูด ไม่เคยแสดงออกอะไรเหมือนกันค่ะ”

เวลาผ่านไป เก็ทเดินคุยกับธราดลไปตามชายหาด ไม่คิดว่าศตายุจะรักน้องมากขนาดยอมทิ้งงานอยู่ที่นี่ด้วย ธราดลเศร้าลงไม่เคยคิดเช่นกัน เก็ทชี้ “ก็งี้แหละ บางคนกว่าเราจะรู้ว่าใครรักเรามากที่สุด ใครหวังผลประโยชน์จากเราก็สายไปซะแล้ว นายยังโชคดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะ”

ธราดลขอบคุณที่เก็ทชี้แนะและเตือนสติ เวลาคุยกับเขารู้สึกสบายใจ เก็ทเขินบอกให้ไปขอบคุณศตายุจะดีกว่า ธราดลเก็บไปคิด

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศตายุนั่งคิดเรื่องเมฆพัด ธราดลบอกพบูขนาดตนไม่สนใจใครในบ้าน พอรู้ความเลวของเมฆพัดยังเครียด แล้วศตายุจะไม่แย่หรือให้เธอช่วยหาทางให้กำลังใจเขามากๆ

พบูวางแผนโทร.เรียกศตายุให้เดินออกมาชายหาด แล้วก้มมองพื้นทราย มีข้อความให้กำลังใจว่า “ฉันรู้นะว่าคุณเครียด...แต่คุณยังมีดลกับฉันอยู่...ทุกปัญหามีทางแก้ อย่าท้อ”

ศตายุเดินอ่านจนมาถึงข้อความสุดท้าย “ถึงแล้วเงยหน้าสิคะ...” เขาชะงักเงยหน้ามอง เห็นชิงช้าไม้ผูกกับต้นไม้ตกแต่งน่ารักๆ มีข้อความว่า...เชิญนั่ง...ศตายุยืนอึ้ง

พบูเดินเข้ามากล่าว “เวลาฉันมีเรื่องเครียดๆเศร้าๆ คุณย่าจะแกว่งชิงช้าให้ฉัน คราวที่แล้วคุณแกว่งชิงช้าให้ฉัน ครั้งนี้ฉันเลยโปรโมชั่นให้คุณนั่งพร้อมร้องเพลงให้ฟังค่ะ”

ศตายุสวนว่าร้องเพลงไม่เอาได้ไหม พบูยิ้มแหะๆ บอกตนปากไวไปนิด แล้วให้เขานั่งลง แกว่งชิงช้าและพูดให้กำลังใจ “สู้ๆนะคะคุณโต ฉันกับดลเป็นกำลังใจให้คุณเสมอนะคะ”

ศตายุแทรกห้ามเธอร้องเพลง เพราะเห็นอินโทร เสียยาวกลัวจะเข้าเพลง พบูค้อนขวับถาม แขวะได้ขนาดนี้แสดงว่าอารมณ์ดีแล้วใช่ไหม เขาหัวเราะ “ใครได้อยู่ใกล้คุณก็อารมณ์ดีทั้งนั้นนี่”

“คนมีเสน่ห์ก็ยังงี้แหละ” พบูไม่คิดถ่อมตัวสักนิด

ศตายุรู้สึกอบอุ่นใจเอื้อมไปจับมือเธอที่แกว่งชิงช้าให้ พบูเขินหน้าแดงจะดึงออกแต่เขาจับไว้แน่น จึงยอมปล่อยให้เขาจับแล้วแกว่งชิงช้าให้เขาต่อ เป็นการเปิดใจยอมรับซึ่งกันและกัน

วันนี้ศยายุตั้งใจจะกลับ ธราดลหน้าเสียกลัวถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เก็ทสงสารจึงอาสาอยู่เป็นเพื่อน พบูถามศตายุจะจัดการเมฆพัดอย่างไร เขาคิดว่าต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อนเพราะเพียงคำพูดธราดลอย่างเดียวไม่พอ พบูพยักหน้าเข้าใจ แต่หวั่นใจกลัวเมฆพัดรู้ความจริงขึ้นมาแล้วจะทำอะไรรุนแรงกว่านี้ ไม่ทันไรมธุรสโทร.เข้ามาหาศตายุ ร้องไห้โฮบอกว่าธราดลตายแล้ว...

ศตายุกับพบูรีบมาที่โฮมสเตย์ริมทะเลแห่งหนึ่ง มธุรสกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น เมฆพัดยืนอยู่ข้างๆ พอเห็นทั้งสองมามธุรสก็รีบเล่าว่า ต้นมาบอกว่าธราดลหายตัวไป ทุกคนจึงออกตามหา เมฆพัดช่วยเล่าต่อ “เมื่อวานอาเข้าไปดูเฟซบุ๊กดล เผื่อว่าดลหรือเพื่อนดลจะโพสต์อะไรไว้บ้าง ปรากฏว่าเมื่อคืนดลโพสต์ภาพว่าอยู่ที่นี่ พวกเราก็เลยตามมาแล้วก็เจอนี่....”

เมฆพัดส่งจดหมายลาตายของธราดลให้ศตายุและบอกอีกว่า เจ้าของบ้านเล่าว่ามีชาวบ้านเห็นธราดลเดินลงทะเล ทุกคนเลยรีบตามลงไปช่วย แต่ก็ไม่เจอดล ตอนแรกทุกคนคิดว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่พอกลับมาที่ห้องก็เจอจดหมายฉบับนี้วางอยู่...ศตายุกับพบูทำทีตกใจ ศตายุอยากเจอชาวบ้านที่เล่าเรื่องนี้ เมฆพัดอึกอักก่อนจะตามชาวบ้านคนนั้นมา

ป้าเจ้าของบ้านเล่าว่า ธราดลมาเช่าบ้านท่าทางดูเศร้าไม่พูดไม่จา ตกดึกก็ออกไปเล่นน้ำทะเล ตนเห็นไม่ขึ้นมาเสียทีจึงลงไปตามแต่ไม่เจอ พอเข้ามาในห้องก็พบจดหมายนั่น...พบูหมั่นไส้เมฆพัดมากที่สร้างเรื่อง แกล้งทำเป็นเสียใจเข้าทุบตีเขา ศตายุเหล่มอง พบูทุบจนสะใจแล้วหยุดหันมาถามทำไมไม่แจ้งความปล่อยไว้แบบนี้ทำไม ป้าอ้างว่าไม่กล้าแจ้งกลัวคนไม่มาพัก มธุรสร้องไห้โฮ พบูต้องเข้ากอดปลอบอย่างรู้สึกผิดที่ปิดบังความจริง

ศตายุยังยืนยันกับเมฆพัดว่าน่าจะแจ้งความเผื่อธราดลยังไม่ตาย เมฆพัดปัดว่าแค่จ้างชาวบ้านตามหาก็พอ เกรงเสียชื่อบริษัท ศตายุย้อน “ความเป็นความตายของธราดล ผมไม่มานั่งห่วงชื่อเสียงบริษัทหรอกครับ”

แต่เมฆพัดยังอ้างว่าบริษัทมีเรื่องเยอะอยู่แล้ว ตนจะจ้างทีมงานมืออาชีพออกตามหาธราดลเอง ศตายุจึงให้เวลาหนึ่งอาทิตย์ ถ้าไม่เจอจะแจ้งความ...หลังจากนั้น พบูต้องคอยปลอบมธุรสอยู่ที่บ้านศตายุด้วย พยายามบอกแม่ให้เข้มแข็ง น้องอาจจะยังไม่ตาย เจริญรุ่งพอเห็นจดหมายลาตายของธราดลก็สติแตกร้องไห้ ต่อว่าศตายุบีบบังคับน้องจนต้องออกจากบ้าน

กิจจาเอ็ด “เลิกโทษคนอื่นได้แล้ว แกเองก็เป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเหมือนกันนั่นแหละ”

งามยิ่งเห็นความวุ่นวายก็โทษศตายุเป็นต้นเหตุเช่นกัน ศตายุเสียใจ พบูมองอย่างเห็นใจ...กิจจาหลบมานั่งเสียใจคิดถึงวันสุดท้ายที่ตนด่าว่าธราดล รู้สึกเสียใจที่รุนแรงกับหลานมากไป ไม่ต่างกันเจริญรุ่งคิดถึงวันที่

ธราดลมาหาอยากคุยด้วยแต่ตนไม่สนใจ จนเขาขึ้นเสียงหาว่าพ่อไม่เคยช่วยอะไรเขาได้ ไม่เคยฟังไม่เคยสนใจเขาเลย...น้ำตาเจริญรุ่งไหลอาบแก้ม

“พ่อผิดเองที่ไล่ดลไปตาย พ่อขอโทษ...”

เมฆพัดเดินมาเห็นเข้าปลอบพี่ชาย “อย่าเสียใจเลยนะครับพี่รุ่ง คิดว่าทำบุญกันมาแค่นี้”

งามยิ่งเหน็บ คนในบ้านตายทั้งคนจะไม่ให้เสียใจได้อย่างไร จะมีก็แต่กิจจาที่ดูไม่เสียใจแต่ถ้าเป็นหลานรักอย่างศตายุคงร้องไห้ฟูมฟายออกตามหา เจริญรุ่งรำพัน

“ฉันมีลูกแค่คนเดียวคือดล ดลต้องไม่ตาย คนที่ควรตายควรจะเป็นไอ้โตตะหาก”

ทั้งงามยิ่งและเมฆพัดมองหน้ากันงงๆกับคำพูดของเจริญรุ่ง...เจริญรุ่งเข้ามาในห้องนอนธราดลเห็นศตายุยืนอยู่ก็ยิ่งโมโหโวยวายยังมีหน้าเข้ามา ถ้าเขาไม่เผด็จการกับน้องมาก น้องก็คงไม่คิดสั้น ศตายุเสียใจย้อนถาม ถ้าเปลี่ยนเป็นตนตายแทนพ่อคงรู้สึกดีใช่ไหม

“ใช่ แกควรจะตายแทนลูกฉัน”

“แล้วผมไม่ใช่ลูกคุณพ่อรึไงครับ คุณพ่อถึงได้คิดแบบนี้ ผมทำอะไรให้ ทำไมคุณพ่อถึงได้เกลียดผมนัก” เจริญรุ่งนิ่ง “ว่าไงครับ ถ้าผมไม่ใช่ลูก ทำไมคุณพ่อไม่พูดออกมาตรงๆไปเลย”

เจริญรุ่งหงุดหงิดไม่ตอบ เดินอารมณ์เสียออกไป พบูเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรู้สึกสงสารศตายุมาก เข้ามาหาอยากจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์จากเขามาบ้าง จึงเข้าสวมกอดให้กำลังใจ ศตายุอึ้งก่อนจะค่อยๆกอดตอบอย่างอบอุ่นใจขึ้น

ศตายุเดินออกมาส่งพบูที่รถ พบูใส่เป็นชุดว่าเจริญรุ่ง เมฆพัดและงามยิ่งเอาแต่ด่าว่าทั้งที่เขาเสี่ยงชีวิตช่วยธราดลไว้แท้ๆ ศตายุคิดว่าตนคงบีบน้องมากเกินไป จริงๆ พบูปลอบนั่นเพราะความหวังดีทั้งนั้น ศตายุเป็นห่วงความรู้สึกมธุรสมากกว่าใคร พบูขอบอกความจริงแม่

แต่ศตายุห้ามกลัวเธอใจอ่อนบอกเจริญรุ่ง พบูพยักหน้าอย่างเข้าใจ

เดินกลับเข้ามา งามยิ่งรอเหน็บว่าน้องตายทั้งคนยังหาโอกาสใกล้ชิดหญิงอีก ศตายุถอนใจโต้ “ถ้าการว่าผมทำให้คุณอารู้สึกดีได้ก็ว่าไปเถอะครับ ผมยินดี”

งามยิ่งฮึดฮัดไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้...ด้านพบูกลับมาถึงหน้าคอนโดพนักงาน เดินคุยโทรศัพท์กับเก็ท ระบายความอัดอั้นที่สงสารศตายุ แล้วถามไถ่ถึงธราดล เก็ทบอกว่าไม่ต้องห่วง พอวางสายเสียงบุรีเหน็บ “ดูคุณจะเป็นห่วงคุณโตมากเลยนะ”

พบูสะดุ้งเห็นบุรียืนอยู่ก็โวยที่แอบฟัง บุรีโต้ว่าอยู่ตรงนี้ก่อนนานแล้ว...แล้วเปลี่ยนมาถามเธอหายไปไหนมาหลายวัน ไปกับศตายุใช่ไหม พบูเลี่ยงไม่ตอบและขอตัวขึ้นห้องอยากพักผ่อน บุรีได้แต่มองตามหลังอย่างเซ็งๆกับท่าทางแปลกๆของเธอ

บุรีมาบ่นกับต๋อยเรื่องพบูดูท่าจะเป็นห่วงศตายุมากกว่าธราดล ทันใดเจมี่โทร.เข้ามา บุรีรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที...ทั้งสองมาเจอกันที่ที่พบกันประจำ บุรีปรับทุกข์เรื่องพบูเปลี่ยนไป อยู่ใกล้กันก็เหมือนไกลกัน เจมี่ปลอบว่าทุกคนกำลังเครียด ขนาดเธอเองศตายุก็ทำท่าเหมือนเลี่ยงไม่อยากคุยด้วย แล้วเจมี่ก็ปรึกษาบุรี เรื่องที่ตนรู้สึกว่าเมฆพัดแสดงออกว่าจะจีบ พยายามจับเนื้อต้องตัว เอาหน้ามาใกล้ๆ บุรีเกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาเฉยๆโวย

“แล้วคุณปล่อยให้เขาทำแบบนั้นได้ยังไง คุณนี่มันซื่อโลกสวย ไม่ทันใครเลยจริงๆ”

เจมี่งอน “ฉันไม่น่ามาปรึกษาคุณให้โดนด่าซ้ำเลย”

บุรีรู้สึกตัวรีบขอโทษและเตือนไม่ให้เจมี่อยู่ตามลำพังกับเมฆพัดอีก ทางที่ดีควรขอย้ายแผนกเสียจะดีกว่า เจมี่คิดตามไม่เอะใจทำไมบุรีถึงใส่อารมณ์กับเรื่องนี้มาก

ooooooo

ตกดึกบนเกาะ ธราดลรู้สึกบ้านเงียบเมื่อพบูกับศตายุกลับไป เก็ทปลอบว่าไม่นานก็ชิน ธราดลขอโทรศัพท์ไปหาทั้งสองคนแต่เก็ทห้ามไว้เกรงความแตก

รุ่งเช้า เก็ททำอาหารมาเสิร์ฟธราดลถึงในห้องนอน และยังหารายชื่อทุนมาให้เลือกจะไปเรียนต่อด้านไหน ธราดลยังดูเศร้าคิดถึงบ้าน เก็ทปลอบศตายุจัดการทางบ้านเรียบร้อยเราก็จะได้กลับ ตอนนี้ตั้งใจเรียนก่อนดีกว่า ไม่ทันไรศตายุโทร.เข้ามา สีหน้าธราดลดีใจ เก็ท มองอย่างเอ็นดู

“อาเมฆหลอกว่านายฆ่าตัวตาย แม่นายก็กำลังทำใจอยู่...แล้วดลล่ะอยู่ที่นั่นโอเคไหม”

“โอเคครับ พี่เก็ทเพิ่งเอาทุนต่างๆมาให้ผมดู พี่เขาจะเป็นติวเตอร์สอบชิงทุนให้เอง”

“พี่คงต้องขอบคุณคุณเก็ทมากๆที่ทำให้ดลเปลี่ยนความคิดได้ขนาดนี้”

“ไม่ใช่เพราะพี่เก็ทคนเดียวหรอกครับ เพราะพี่ช่วยผมตอนนั้นด้วยตะหาก ที่ทำให้ผมคิดได้ว่าผมก็ยังมีพี่...ขอบคุณนะครับ”

ศตายุปลื้มใจที่ยังมีน้องที่เข้าใจตนบ้าง แม้จะโดนทุกคนในบ้านด่าว่า...ในขณะที่เมฆพัดเข้ามานั่งมองรูปธราดลในห้องนอน รำพึงกับรูปหลานว่าตน

ไม่ผิด เขาไม่น่ามารู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ แล้วเขาก็แพ้ยาตายเอง ตนไม่ได้ทำ งามยิ่งเดินเข้ามาถามคิดถึงหลานหรือ เมฆพัดสะดุ้งเออออไป

งามยิ่งเปรย “ถึงดลจะก้าวร้าวเอาแต่ใจ แต่พอไม่อยู่ก็อดใจหายไม่ได้ เห็นรูปนี้แล้วนึกถึงตอนเด็กๆเลยนะ ตอนที่แกโดนคุณพ่อว่าบ่อยๆ ดลมักจะวิ่งมาตามพี่ให้ไปช่วยแกตลอด”

เมฆพัดน้ำตาคลออยากสารภาพ แต่ก็เปลี่ยนใจมาถามว่าตนเป็นคนทำให้หลานต้องออกจากบ้านหรือ

งามยิ่งปลอบไม่ใช่แล้วโทษศตายุกับกิจจาต่างหากที่เป็นคนทำ

ooooooo

ในครัวร้านลามูน ไม่เคิลทำอาหารไปแซวไปว่าพบูไม่เข้าร้านหลายวันกลับมาก็มาให้ทำอาหารไปให้ศตายุ มันอย่างไรกัน ท่าทางเหมือนคนมีความรัก พบูแถว่าเห็นศตายุเครียด เวลาเรามีปัญหาเขาก็มีน้ำใจ ถึงเวลาเขามีปัญหาเราก็ต้องมีน้ำใจตอบ บูรณาแทรก

“พี่โตคงดีใจแน่ๆที่พี่เฟลอร์ใส่ใจขนาดนี้”

พบูเขินแต่ก็จัดอาหารใส่กล่องอย่างสวยงามพยายามไม่สนใจสองคนที่แซว...เผอิญเจมี่ก็ทำอาหารและขนมมากมายมาให้ศตายุเช่นกัน พอพบูเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาเห็นศตายุนั่งทำงานอยู่ ก็เอากล่องอาหารซ่อนไว้ข้างหลังกะเซอร์ไพรส์เขา ศตายุเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ

“ได้ยินว่าคุณเอาแต่ทำงานจนไม่ได้กินข้าว ฉันเลยจะมาชวนคุณไปกินข้าวด้วยกันค่ะ”

ศตายุอึกอัก ไม่ทันไรเจมี่เดินออกมาขัดว่าคงไม่ได้เพราะเขานัดกับตนแล้ว เจมี่ชูอาหารมากมายที่ทำบอกศตายุว่าตนตื่นแต่เช้ามาทำอาหารที่เขาชอบ ว่าแล้วก็จูงเขาออกไปที่ห้องรับรอง ศตายุชวนพบูไปทานด้วยกัน เธอปฏิเสธและซ่อนกล่องอาหารตัวเองไว้

“งั้นคุณอย่าเพิ่งไปไหนนะครับ รอผมที่นี่ก่อน ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

พบูรับปาก เจมี่ดึงศตายุเดินผ่านหน้าเธอไป พบูรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ...ศตายุใช้โอกาสนี้เตือนเจมี่อ้อมๆว่าที่ไปทำงานกับเมฆพัดควรดูแลโครงการให้ดีอย่าไว้ใจใคร

ด้านเมฆพัดถือโอกาสที่ศตายุวุ่นๆเร่งคนงานให้สร้างอาคารให้เร็วขึ้น เลขาท้วงว่าเหล็กที่เขาสั่งมาจะรับน้ำหนักโครงสร้างไม่ไหว เขาตวาดกลับ อย่าวิตกจริตเกินเหตุ ตนบอกว่าทำได้ก็ต้องได้ ถ้าคนงานไม่ทำก็

ไล่ออกแล้วจ้างคนใหม่ งามยิ่งเข้ามาได้ยิน เตือนว่าหัวหน้าคนงานย่อมรู้ดีควรฟังเขาบ้าง เมฆพัดหงุดหงิดปัด

“พี่งามอย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย มันไม่มีทางเกิดเรื่องแบบที่พี่กังวลแน่นอน”

เสร็จจากทานข้าวกับเจมี่ ศตายุกลับมาหาพบูที่ห้องทำงาน ก่อนหน้านั้นบูรณาโทร.เข้ามาถามว่าได้ทานอาหารที่พบูช่วยไมเคิลทำไปให้หรือยัง...ศตายุ จึงรู้ว่าพบูทำอาหารมาเช่นกัน พบูชวนคุยถามเรื่องเมฆพัด แต่ศตายุกลับมองไปที่กล่องอาหารแล้วแกล้งถามเอาอะไรมา เธอโบ้ยว่าไมเคิลฝากมาให้เขา แต่เขามีอาหารของเจมี่แล้วตนก็จะเก็บไว้กินเอง

ศตายุโวย

“ได้ยังไงไมเคิลอุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้ผม คุณจะเอาไปได้ไง ไม่กินเดี๋ยวไมเคิลเสียใจแย่”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 11 วันที่ 5 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ