อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 12 วันที่ 10 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 12 วันที่ 10 ส.ค. 58

เจริญรุ่งไม่อยากทำร้ายจิตใจเขาเท่าไหร่กัดฟันพูด “แกไม่ใช่ลูกฉัน ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของฉันพอใจรึยัง...ในชีวิตฉัน ฉันมีลูกอยู่สองคน คนหนึ่งก็คือ เจ้าดล ส่วนอีกคนตายไปตั้งแต่วันที่เขาเกิด ส่วนแกเป็นเด็กที่ฉันเก็บมาเลี้ยง มาสวมรอยแทนลูกฉันเพื่อไม่ให้คุณพ่อเสียใจ”

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมครับ คุณพ่อถึงได้เกลียดผมนัก” ศตายุชอกช้ำใจสุดๆ



“ใช่ แกเป็นใครก็ไม่รู้แต่แกกลับมามีความสุขบนกองเงินกองทองที่ควรจะเป็นของลูกฉัน แล้วแกยังมาแย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากดลอีก” เจริญรุ่งพรั่งพรูความรู้สึกที่เกาะกินใจมานาน

ศตายุทรุดฮวบลงกับความจริงที่ได้รับรู้ เหมือนตัวเองไร้ค่ามาชูคออยู่ในครอบครัวคนอื่น มือไม้เขาสั่นน้ำตาคลอเบ้า...ออกมาขึ้นรถขับออกจากบ้านด้วยความรู้สึกสับสนว้าวุ่นไปหมด เขาจอดรถฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยปล่อยให้น้ำตารินไหล เขาต้องการกำลังใจอย่างมาก จึงกดโทรศัพท์หาพบู เธอรับสายแล้วกรอกเสียงสดใสมาว่า “ว่าไงคะฮันนี่...”

ศตายุพยายามทำเสียงปกติถามฮันนี่อะไร พบูบอกว่าเพิ่งเปลี่ยนชื่อเรียกเขาเป็นฮันนี่ ดูน่ารักดี เสียงพบูทำให้เขายิ้มทั้งน้ำตา “ผมแค่อยากได้ยินเสียงคุณอยากเจอคุณ อยากเห็นหน้าคุณ”

พบูแปลกใจ “อะไรกันคะ เพิ่งเจอกันเมื่อเช้า คิดถึงอีกแล้วเหรอ...อยากเจอก็มาหาสิคะ”

ศตายุจะรีบไปหาเธอที่ร้าน พบูรู้สึกว่าน้ำเสียงเขาดูเศร้า...ระหว่างนั้นบุรีกำลังปรับทุกข์กับเก็ท เก็ทปลอบว่าบางทีการเห็นคนที่เรารักมีความสุขมันก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกัน

บุรีรำพัน “ใครจะทำใจได้ ไม่ได้เตรียมใจแล้ว ก็ไม่คิดเลยว่าจะอกหัก บอกเลยว่างงและเงิบ คิดดูนะเขาไปไหนมาไหนกับผม แอบเอาน้ำมาให้ผมแถมยังเขียนข้อความเปรียบเทียบว่าชอบผมมากกว่าอีก จะไม่ให้คิดเข้าข้างตัวเองได้ยังไง”

เก็ทตงิดๆถาม “ขวดน้ำ? แล้วก็เขียนเปรียบเทียบด้วยเหรอ...เฟลอร์เขาให้น้ำตอนที่คุณหลับใช่ป่ะ ขวดแบบนี้ใช่ป่ะ แล้วก็เขียนเปรียบเทียบคุณกับคุณโต วันที่ไปตีแบดกันใช่ป่ะ”

บุรีพยักหน้า เก็ทยิ้มแหยๆสารภาพว่าทั้งสองอย่างเป็นฝีมือตนเอง พบูไม่เกี่ยว บุรีเหวอเมื่อรู้ว่าตนคิดผิดมาตลอด เก็ทให้กำลังใจ “เอาน่า ยอมแพ้คุณโตเขาไปเถอะ เขาสองคนผ่านอะไรมาด้วยกัน มีอะไรเหมือนๆกัน ทั้งเรื่องชีวิต ปัญหาที่บ้าน มันเลยเติมเต็มให้กันได้ไง”

บุรีโวยวายแบบนี้ตนต้องทำตัวให้ดราม่าน่าสงสาร มีปัญหาครอบครัวแบบศตายุบ้าง พบูจะได้เห็นใจตนบ้าง เก็ทพยายามอธิบายไม่ใช่แบบนั้น บุรียังเสียงเข้ม

“ไม่ใช่แบบนี้แล้วแบบไหน แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าคุณพบูชอบคุณโตเพราะความสงสาร”

เผอิญศตายุมาถึงได้ยินทุกคำที่บุรีพูด ด้วยจิตใจที่บอบช้ำทำให้ยิ่งเสียใจมากขึ้น เหมือนโดนตอกย้ำความน่าสมเพช เขารับไม่ได้หันหลังเดินออกจากร้าน...พบูมาถึงเห็นศตายุเดินไปที่รถก็ร้องเรียกเสียงสดใส แต่เขากลับไม่หันมา เธอไม่รู้ว่าเขาพบเจออะไรมา วิ่งตามไปแหย่

“สงสัยต้องให้เรียกฮันนี่ใช่ไหมถึงจะยอมหยุด”

ศตายุหันมองพบูด้วยสีหน้าน้อยใจผิดหวัง หญิงสาวแปลกใจทำไมมองตนแบบนี้ เป็นอะไรหรือเปล่า เขานิ่งไม่ตอบ สายตาดูผิดหวังจนพบูต้องรบเร้า

“มีอะไรก็พูดออกมาสิ อย่าเก็บไว้คนเดียว ฉันเป็นห่วงนะ”

ศตายุเงยหน้ามองเห็นบุรียืนข้างต้นไม้เบื้องหลังเธอ ทำให้นึกถึงคำพูดอันเจ็บปวดของเขา จึงเอ่ยถามเสียงแข็งเย็นชา “คุณเป็นห่วงผมเพราะอะไร”

“คุณเป็นอะไรของคุณ ตอนคุยโทรศัพท์ก็ยังดีๆอยู่เลย” พบูงง

“ทำไมไม่ตอบล่ะ คุณชอบผมเพราะอะไร...คุณลองไปคิดดูให้ดีว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม ถ้าคุณเป็นห่วงผม ทำดีกับผมเพราะความสงสาร ก็ขอให้คุณหยุดเถอะ ผมไม่ต้องการความรักเพราะความสงสารจากใคร”

พบูอึ้งที่จู่ๆเขาก็เสียงแข็งเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ศตายุกล้ำกลืนความเจ็บปวดเสียใจทั้งเรื่องตัวเองเป็นเด็กกำพร้าและเรื่องความรัก หันหลังเดินไป พบูน้ำตาร่วงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คิดว่าตัวเองโดนศตายุปฏิเสธความรัก บุรีเห็นพบูเสียใจก็รู้ว่าเธอรักศตายุมากขนาดไหน รู้สึกปวดใจจะเดินหนี แต่แล้วก็ใจอ่อนไม่สามารถทิ้งเธอไว้คนเดียวได้ เดินเข้ามาหาพบูฟูมฟาย “เขาเป็นอะไรของเขา พูดแบบนี้กับฉันได้ไง”

“บอกแล้วว่าให้เลือกผม ซบอกผมไหม อกผมยังว่างนะ” บุรีแกล้งแซวให้หายเครียด

พบูทุบแขนเขาอั๊ก บุรีลูบหลังปลอบใจให้เธอคลายเศร้า ทั้งที่ตัวเองเจ็บปวดใจไม่น้อย

ooooooo

บุรีสงสัยท่าทางของศตายุ มากระซิบเก็ทว่าศตายุอาจจะได้ยินที่เราคุยกัน เก็ทโวยเพราะการพูดไม่คิดของเขาแท้ๆ ให้บอกพบูจะได้ไปเคลียร์กับศตายุ แต่บุรีไม่ไปกลัวพบูจะเกลียดตนมากขึ้น อ้างว่า ถ้าสองคนรักกันจริงจะต้องเคลียร์กันได้ ความรักต้องมีอุปสรรคกันบ้าง

พอเห็นพบูมีท่าทางเศร้าๆ บุรีก็เข้ามากวน “เป็นไงล่ะ ทะเลาะกับคุณโตเสียใจล่ะสิ บอกเลยว่าผมเจ็บกว่าที่คุณเจ็บร้อยเท่า”

“กรรมตามสนองฉันแล้ว พอใจยัง” พบูประชด

เก็ทเตือนอ้อมๆให้ไปเคลียร์กับศตายุว่าเขาเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า พบูทำทีไม่สนใจ “ทำไมฉันต้องง้อด้วย เรื่องแค่นี้ฉันไม่แคร์ ไม่เอามาเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตอยู่แล้ว เชิดๆชิวๆ”

แต่แล้วคืนนั้นพบูต้องระบายความโมโหปนเศร้าด้วยการเต้นฟุตเวิร์กอยู่ในห้องพัก ขึ้นเข่าตีศอก

“ทำไมถึงพูดกับฉันแบบนี้ฮะ...มีอะไรทำไมไม่พูด...ฉันทำอะไรผิด...อย่าหวังเลยว่าฉันจะง้อ”

พบูระเบิดอารมณ์ชกพัลวันจนเหนื่อย ทรุดนั่งหอบด้วยความรู้สึกค้างคาใจไม่หาย

ส่วนศตายุเก็บไปฝันร้ายว่างามยิ่ง เจริญรุ่งและเมฆพัดอยู่พร้อมหน้าในห้องคนไข้ กิจจานั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียง พอศตายุถามว่าฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ กิจจาก็แผดเสียงว่า

“ฉันไม่ใช่ปู่แก”

งามยิ่งเยาะว่ากิจจารู้ความจริงหมดแล้ว เมฆพัดเสริมว่าเขารับไม่ได้แล้วก็เสียใจมาก เจริญรุ่งย้ำว่ากิจจาไม่อยากเห็นหน้าและไล่ให้กลับไป ศตายุพยายามจะเข้าไปคุยกับกิจจา

“คุณปู่ครับ...คุณปู่คิดอย่างที่คุณพ่อพูดจริงๆเหรอครับ”

กิจจาเมินหน้าหนีไม่ตอบ งามยิ่งไล่ให้ออกไป ศตายุบอกว่าตนจะไปเมื่อปู่เป็นคนพูด กิจจาหันมาจ้องหน้าแล้วพูดจริงจัง

“ฉันรู้ว่าแกทุ่มเทช่วยงานฉันมานาน แต่ตอนนี้อะไรๆมันก็เปลี่ยนไปแล้ว ฉันจะให้เงินทุนแกแล้วไปตั้งต้นชีวิตใหม่ซะ...ไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกอีก”

ศตายุผิดหวังเสียใจหันหลังจะเดินไป กิจจาเรียกไว้เขาหันมาอย่างมีความหวัง กิจจากล่าวอย่างเย็นชา “แล้วช่วยเปลี่ยนนามสกุลด้วยล่ะ ฉันไม่อยากให้แกใช้นามสกุลศศิวงศ์อีกแล้ว”

ศตายุหน้าชาน้ำตาคลอเบ้าไม่คิดว่าปู่ที่เคยรักตนมากจะเปลี่ยนเป็นเกลียดตนได้ขนาดนี้...

ศตายุสะดุ้งตื่นจากที่นอนบนโซฟาในห้องพักคนไข้ เหงื่อเต็มหน้า ลุกขึ้นมองไปที่เตียงคนไข้ เห็นกิจจายังนอนนิ่ง ก็เข้าไปกุมมือแน่น หวั่นใจกลัวจะเป็นเรื่องจริง

กลางดึกศตายุโทร.เรียกพิมพ์พรรณมาที่โรงพยาบาล ครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับชีวิตตัวเองดี พอพิมพ์พรรณมาถึง เขาก็กล่าวขอโทษที่รบกวน แล้วสั่งการ

“ผมจะไม่อยู่ซักพัก อยากฝากคุณให้ช่วยดูแลคุณปู่แทนผมด้วย อย่าห่างจากตัวคุณปู่เด็ดขาด ตอนนี้ผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น โดยเฉพาะอาเมฆ”

“แล้วคุณโตจะไปไหนคะ”

“ถ้าคุณปู่รู้สึกตัว ฝากเอาจดหมายฉบับนี้ให้คุณปู่ด้วย ต้องส่งให้ถึงมือคุณปู่ให้ได้นะ”

พิมพ์พรรณรับจดหมายมาและรับปากจะดูแลกิจจาให้ดีที่สุด ศตายุขอบคุณ ย้ำตนไม่ไว้ใจใครจริงๆ นอกจากเธอ พิมพ์พรรณงงและสงสัยว่าเจ้านายจะไปไหนแต่ไม่กล้าถาม

ooooooo

รุ่งเช้า พบูตื่นขึ้นมาเห็นช่อดอกไม้ที่ศตายุเคยให้ก็ทำให้หงุดหงิด เอาผ้าไปคลุมไว้ ระหว่างนั้นมธุรสโทร.มาถามว่าศตายุติดต่อมาบ้างหรือเปล่า พบูบอกแม่ว่าตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้คุยกันเลย มธุรสถามน้ำเสียงเป็นกังวล รู้ไหมว่าเขาไปไหน เขาบอกไว้หรือเปล่า

“ไม่เลยค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ” พบูเริ่มใจไม่ดี

“ที่บ้านเพิ่งมีเรื่อง คุณโตเพิ่งรู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่ลูกคุณรุ่ง แม่ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่าคุณรุ่งเก็บคุณโตมาเลี้ยง...ถ้าคุณโตเขาไปหาหนู ช่วยดูแลเขาหน่อย คุณโตคงเสียใจมาก”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 12 วันที่ 10 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ