อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 12 วันที่ 9 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 12 วันที่ 9 ส.ค. 58

“ที่ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพ่อนั่นแหละ คุณพ่อไม่เคยรักไม่เคยสนใจ ทำเหมือนผมไม่ใช่ลูก ผมทำอะไรก็ดูเลวร้ายไปหมดทั้งที่ผมเป็นลูกคนหนึ่งแต่คุณพ่อกลับไม่เคยเห็นความสำคัญเลย” กิจจาให้ลองถามตัวเองดู “ผมถามตัวเองทุกวัน แต่ผมก็ไม่เคยได้คำตอบว่าทำไม ผมต่างจากไอ้โตมันตรงไหน ผมตั้งใจทำงานทำทุกอย่างเพื่อบริษัทมาตลอด ผม...”

กิจจาสวน “แกบอกว่าแกขยันตั้งใจทำงาน แต่แกทำไม่ได้ครึ่งหนึ่งของโตหรอก เพราะเขาต้องคอยเช็ด คอยล้างคอยกันไม่ให้คนอย่างแกกัดกินบริษัท แกมันก็เหมือนแม่ของแกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ไม่เคยจริงใจกับใคร แกคิดว่าฉันโง่ถึงขนาดมองหน้าเสแสร้งของแกไม่ออกเลยรึไง”



เมฆพัดโกรธที่โดนจี้ปมเรื่องแม่ กำหมัดแน่นกิจจาไล่ให้เขาออกไปพ้นหน้า เลิกใส่ร้ายศตายุเสียที กิจจาหันหลังจะเดิน เมฆพัดลุแก่โทสะ ผลักกิจจาล้มหน้าคะมำหัวฟาดโต๊ะ แล้วยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก เข้าไปจับพ่อพลิกตัวเห็นเลือดเปรอะมือตัวเองก็ยิ่งตกใจ ลูกตาลเข้ามาเห็น เมฆพัดลนลานปฏิเสธไม่ได้ทำอะไร ลูกตาลปลอบให้ตั้งสติ พอตั้งสติได้เขาก็ให้เธอโทร.ตามหมอแต่เธอกลับพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ทิ้งคุณพ่อไว้ที่นี่แหละ คุณทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“แล้วถ้าคุณพ่อเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”

“ก็ดีสิ ทุกอย่างจะได้เป็นของคุณ” ลูกตาลดึงเมฆพัดเดินออกมา

เมฆพัดยังลังเลจะกลับไปช่วยกิจจาแต่พอลูกตาลบอกว่า ถ้ากิจจาฟื้นจะต้องไม่เอาเขาไว้แน่จึงชะงัก ทันใดงามยิ่งกลับมาถึง ตะลึงเห็นลูกตาลกอดเมฆพัด ทั้งสองรีบผละออกจากกัน เมฆพัดแก้ตัวลนลานว่าไม่ได้เป็นชู้ตนมาก่อน พ่อมาทีหลัง งามยิ่งยิ่งช็อก

“แกทำอย่างนี้กับคุณพ่อได้ยังไง...แล้วคุณพ่อล่ะ”

เมฆพัดบอกหกล้มอยู่ข้างบน งามยิ่งตกใจโวยทำไมไม่ส่งโรงพยาบาล แล้วรีบวิ่งขึ้นบ้าน

ooooooo

ศตายุกับพบูเดินกลับมาที่รถ พบูขอบคุณสำหรับวันนี้และมอบของขวัญแก่เขาพร้อมคำอวยพร ศตายุแกะของขวัญเห็นเสื้อยืดธรรมดาๆตัวหนึ่ง แกล้งบ่นว่าไม่ลงทุนเลย เธอบอกไม่ได้ให้เสื้อ แต่ให้ความหมายบนเสื้อ ศตายุกางเสื้ออ่านข้อความบนอกเสื้อว่า...ช้างเท้าหน้า

ศตายุยังไม่เข้าใจ พบูอธิบายว่าตนให้เขาเป็นช้างเท้าหน้า เขาดีใจขอบคุณที่เธอให้เกียรติ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะเพราะฉันเป็น...ควาญช้าง” พบูกางเสื้อของตัวเองที่มีข้อความออก

ศตายุขำ ทว่ามีเสียงโทรศัพท์ขัดขึ้น เขารับสายแล้วตกใจมาก พบูงงรีบตามเขาไปด้วย...

หน้าห้องฉุกเฉิน งามยิ่งกับเมฆพัดหน้าเครียด เมื่อมธุรสบอกว่าหมอให้ญาติเซ็นอนุญาตผ่าตัดกิจจาเพราะเลือดคั่งในสมอง เมฆพัดออกตัวแค่ดมยาสลบก็ไม่รู้ว่าพ่อจะฟื้นไหม ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะรับผิดชอบไหวหรือ งามยิ่งพลอยลังเลไปด้วย ศตายุเดินเข้ามาบอกว่าตนจะเซ็นเอง เมฆพัดชักสีหน้าไม่พอใจที่มาข้ามหน้าข้ามตา ศตายุไม่สนใจใครรีบเดินไปคุยกับหมอ

หมออธิบาย “เพราะมาส่งที่โรงพยาบาลช้าเกินไป เลยทำให้ท่านเสียเลือดมาก ก้อนเลือดที่คั่งอยู่ใหญ่เกินกว่าใช้ยาสลายได้ เลยจำเป็นต้องผ่าตัดครับ”

ศตายุยินยอมขอให้กิจจารอดเท่านั้น แล้วหมอก็ถามว่ากิจจาหมดสติก่อนล้มหรือเปล่า ศตายุรู้มาว่าเขาเป็นลม แต่หมอคิดว่าไม่น่าใช่เพราะลักษณะล้มหน้าคว่ำเหมือนสะดุดอะไร ศตายุยิ่งแปลกใจเพราะตรงที่ล้มไม่มีอะไรให้สะดุด หมอถามอีกว่ามีเด็กที่อาจจะผลักเขาล้มบ้างไหม

“ที่บ้านผมไม่มีเด็กเล็กครับ ถ้าจะถูกผลักก็อาจไม่ใช่ฝีมือเด็ก” ศตายุชักสงสัยเมฆพัด

ศตายุเดินกลับมาต่อยหน้าเมฆพัด “อาเมฆตั้งใจทำร้ายคุณปู่ใช่ไหม ผมเตือนอาแล้วว่าให้หยุดทุกอย่าง...

ผมโทร.เช็กกับแม่บ้าน เขาบอกก่อนจะเกิดเรื่องอาขึ้นไปคุยกับคุณปู่ที่ห้อง หมอก็บอกว่าคุณปู่เสียเลือดมากเพราะส่งโรงพยาบาลช้า ถ้าไม่ได้เป็นเพราะอาแล้วจะเป็นเพราะใคร”

เมฆพัดย้อนว่ากิจจาเป็นลมเพราะรู้เรื่องที่ตนบอก ศตายุถามคงไม่ได้บอกเรื่องที่เขาลักกินขโมยกินหรอกนะ ตนบอกแล้วให้เก็บเป็นความลับ เมฆพัดเยาะไม่ใช่เรื่องนั้นแต่เป็นเรื่องที่น่าช็อกมากกว่า ทันใดเจริญรุ่งโผล่มาขัดให้หยุดพูด เอ็ดทั้งสองคนที่มาทะเลาะกันให้เครียดขึ้น

งามยิ่งและเมฆพัดดึงเจริญรุ่งออกมาคุยลำพัง ซักไซ้ทำไมต้องปิดบังเรื่องศตายุไม่ใช่ลูก เจริญรุ่งชะงักยอมรับแต่ไม่บอกเหตุผล ให้รอกิจจาฟื้นแล้วตัดสินใจเอง

ศตายุกับพบูเฝ้ารอการผ่าตัดกิจจาที่หน้าห้อง

ศตายุยังโมโหที่เมฆพัดทำร้ายปู่เหมือนที่ทำกับธราดล พบูลูบหลังปลอบ สักพักหมอออกมาบอกว่าการผ่าตัดเรียบร้อย รอคนไข้ฟื้นเท่านั้น

ooooooo

บุรีได้รับโทรศัพท์จากโยธกา พยายามทำเสียงปกติไม่ให้แม่รู้ว่าตนกำลังอกหัก แล้วทำทีคุยเล่นเหมือนเคย โยธกาโทร.มาให้เขาตามลูกชุบกลับบ้านที พอวางสายไม่ทันไร ลูกชุบก็มาหาที่ห้องร้องไห้โฮว่าถูกทิ้ง บุรีโมโหไปด้วยแต่พอเธอบอกว่าถูกทิ้งเพราะตนนอกใจ บุรีเหวอ

ลูกชุบเล่าว่ามีคนหน้าตาดีนิสัยคล้ายเขามาจีบเลยหลงไปชั่วครู่ บุรีสมน้ำหน้าแล้วกล่อมให้กลับบ้าน... พอกำลังส่งลูกชุบขึ้นแท็กซี่หน้าคอนโด ลูกชุบพูดขำๆ

ว่าจะรอเป็นเจ้าสาวของเขา เจมี่ถือถุงขนมมาตั้งใจเอามาฝากบุรี ได้ยินลูกชุบพูดแบบนั้นก็ผิดหวังโวยว่าเขามีแฟนอยู่แล้วยังไปจีบพบูอีก บุรีรีบอธิบายว่าลูกชุบเป็นแค่น้องข้างบ้านโตมาด้วยกัน แล้วแปลกใจเจมี่โมโหอะไร เจมี่ก็งงตัวเองเอาถุงขนมยัดใส่มือเขาแล้วกลับไป บุรีงงไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอหึง

เช้าวันใหม่ ศตายุเรียกแม่บ้านและทุกคนมา สอบถามเรื่องวันเกิดเหตุ งามยิ่งกับเมฆพัดไม่พอใจหาว่าเขาจะยึดอำนาจในบ้าน มธุรสกับธราดลอธิบายว่าศตายุกำลังสืบเรื่องที่กิจจาล้มเพราะไม่เชื่อว่าจะล้มเอง ศตายุประกาศเพื่อความปลอดภัยช่วงนี้ไม่ให้ใครไปเยี่ยมกิจจาที่โรงพยาบาล งามยิ่งไม่พอใจ เมฆพัดดึงพี่สาวออกมา ให้ปล่อยศตายุจัดการไปถ้าคิดว่าวิธีนี้จะช่วยพ่อได้

จากนั้นศตายุก็มาหาเก็ทที่ร้านเพื่อขอร้องบางอย่าง และนัดธราดลให้ตามมาที่ร้านด้วย

“พี่จะส่งดลไปเรียนเมืองนอก พี่กลัวว่าอาเมฆจะทำร้ายดลอีก พี่เชื่อว่าคุณปู่หกล้มเป็นฝีมืออาเมฆ พี่ไม่อยากให้ดลเป็นอะไรไปอีก”

ธราดลเข้าใจแต่คิดว่าดูแลตัวเองได้และพ่อก็เลิกเข้าบ่อนมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เมฆพัดคงไม่กล้าทำอะไรอีก แต่ศตายุไม่อยากประมาท ขอให้เขาไปเรียนเมืองนอก โดยให้เก็ทไปเป็นเพื่อนคอยดูแลให้คำแนะนำ พบูเห็นดีด้วย ไปทำให้พ่อแม่ภูมิใจ ธราดลสบตาทุกคนก่อนรับคำ

งามยิ่งหงุดหงิดหาว่าศตายุยึดอำนาจ เมฆพัดจะไปจัดการให้เขาไปจากบ้านเอง เจมี่ผ่านมาได้ยินการสนทนาของทั้งสองคน ตกใจมากเมื่อรู้ว่าศตายุไม่ใช่ลูกของเจริญรุ่ง...

ขณะที่ศตายุเฝ้ากิจจาที่โรงพยาบาลเมฆพัดส่งข้อความมาถึงว่าเขาไม่ใช่ลูกเจริญรุ่ง พร้อมเอกสารผลดีเอ็นเอ จากนั้นก็โทร.เข้ามาเยาะอย่างสะใจ “ได้ข้อความจากฉันแล้วล่ะสิ ช็อกไปเลยใช่ไหมล่ะ ใช่...แกไม่ใช่ลูกพี่รุ่ง คุณพ่อช็อกล้มไปเพราะรู้ความจริงว่าแกไม่ใช่หลานไง ทีนี้ชัดเจนรึยังว่าคนที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณพ่อเป็นแบบนี้ก็คือแกนั่นแหละ”

ศตายุอึ้งเมื่อรับรู้ความจริง รีบกลับบ้านไปคาดคั้นเจริญรุ่งและยื่นผลดีเอ็นเอให้ดู เจริญรุ่งอึกอักถามใครเป็นคนบอก ศตายุปัดว่าไม่สำคัญ สำคัญที่เป็นความจริงหรือไม่ ตนอยากได้ยินจากปากเขา...เจริญรุ่งนิ่ง ศตายุมองด้วยสายตาเจ็บปวด

“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง คุณพ่อก็คงเกลียดผมมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ แล้วผมก็คงรู้สึกเสียใจมากไปกว่านี้ไม่ได้เหมือนกัน บอกผมมาเถอะครับ ผมแค่อยากรู้ความจริง”

เจริญรุ่งไม่อยากทำร้ายจิตใจเขาเท่าไหร่กัดฟันพูด “แกไม่ใช่ลูกฉัน ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของฉันพอใจรึยัง...ในชีวิตฉัน ฉันมีลูกอยู่สองคน คนหนึ่งก็คือ เจ้าดล ส่วนอีกคนตายไปตั้งแต่วันที่เขาเกิด ส่วนแกเป็นเด็กที่ฉันเก็บมาเลี้ยง มาสวมรอยแทนลูกฉันเพื่อไม่ให้คุณพ่อเสียใจ”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 12 วันที่ 9 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ