อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 13 วันที่ 13 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 13 วันที่ 13 ส.ค. 58

พบูถอนใจไม่เข้าใจเลยว่าศตายุโกรธอะไรตน ทำไมถึงคิดว่าตนชอบเขาเพราะสงสารเขา ตนไม่ได้คิดอย่างนั้นเสียหน่อย เก็ทสะอึกก่อนจะสารภาพว่าที่เป็นอย่างนั้นเพราะศตายุได้ยินตนคุยกับบุรีวันก่อน พบูตาโตรีบถามว่าคุยอะไรกัน เก็ทขยาดกลัวโดนเพื่อนโวย ค่อยๆเล่า

“บุรีพูดเล่นๆว่าแกชอบคุณโตเพราะว่าสงสารไง คุณโตเขาอาจจะบังเอิญมาได้ยิน”



พบูเคืองเพราะอย่างนี้นี่เอง แต่ก็ไม่โกรธเพื่อน กลับโกรธศตายุมากกว่าที่ไม่เชื่อใจตนถึงกับบ่น

“ฉันแสดงออกขนาดนี้ ดูไม่รู้รึไงว่าฉันชอบเขาขนาดไหน แค่คำพูดนิดๆหน่อยๆก็มาหวั่นไหว ไม่หนักแน่นเอาซะเลย”

“แต่แกก็ต้องเข้าใจคุณโตด้วยนะ เขาเพิ่งเจอเรื่องร้ายๆมา ระบบก็เลยรวน เครื่องเออเร่อ”

พบูพยักหน้าเข้าใจถึงได้ไม่โวยวาย เก็ทสวนนี่ขนาดไม่โวยวายหรือ พบูรำพัน

“ก็มันอดน้อยใจไม่ได้นี่ ขนาดบุรียังโมโหแทนฉันเลย...” แล้วพบูก็นึกขึ้นได้ “บุรี! ตายแล้ว บุรีไม่มีรถนี่ แล้วเขาจะกลับยังไง”

พบูลุกพรวดเดินจ้ำๆออกจากร้าน เก็ทงงตามอารมณ์เพื่อนไม่ทันจริงๆ

ด้านบุรีนั่งปากแตก คุยโทรศัพท์โวยวายกับพบู เพิ่งนึกได้หรือไม่โทรมาพรุ่งนี้เลยล่ะ พบูขับรถไปคุยโทรศัพท์ขอโทษเขาไป แล้วถามตอนนี้เขาอยู่ไหน บุรีกวนกลับ

“คุณทิ้งผมไว้ที่ไหน ผมก็อยู่ตรงนั้นแหละ ผมอุตส่าห์หวังดีเป็นห่วงคุณ ช่วยเหลือคุณ แต่สุดท้ายผมก็ถูกคุณทิ้งอีกตามเคย”

“ฉันขอโทษ แต่คุณก็เสยหน้าฉันจนเยินเหมือนกันแหละ” พบูรู้สึกผิด

“ถ้าคุณเลือกผมตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องมาเสียใจแบบนี้หรอก งี้แหละนะ พอเขาจีบคุณติดก็หมดโปรโมชั่น สู้ผมก็ไม่ได้” บุรีเหล่มองศตายุที่นั่งหมดสภาพอยู่ไม่ห่าง อดแขวะไม่ได้

พบูสวนอย่ามาพาลมันไม่เกี่ยวกัน บุรีพรีเซนต์ตัวเองว่าถ้าเป็นตนจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน พบูฉุนตวาดแว้ด “ถ้าพูดงี้ก็นอนกระชับมิตรกับคุณโตที่นั่นซักคืนก็แล้วกัน”

บุรีหน้าเสียน้อยใจที่พบูวางสายไป ศตายุยิ้มเยาะก่อนจะบอกว่าพรุ่งนี้จะให้คนสวนไปส่ง คืนนี้ให้นอนแถวนี้ไปก่อน ศตายุหยิบผ้าห่มกับหมอนมาวางให้ก่อนจะเดินเข้าห้องไป

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธราดลโทรศัพท์หาศตายุ เพื่อบอกว่าตนกำลังจะเดินทางแล้วแต่พี่ไม่กลับมาส่ง ศตายุอวยพรให้ตั้งใจเรียน พ่อแม่และปู่จะได้ดีใจเพราะเขาเป็นความหวังเดียวของทุกคน ธราดลย้อนถามว่าแล้วพี่จะกลับมาเมื่อไหร่ ตอนนี้บริษัทเละไปหมด ไม่มีใครจัดการอะไรได้

“ดลก็รู้ พี่ไม่มีสิทธิ์อะไรอีกแล้ว”

“แต่สำหรับผม พี่ก็ยังเป็นพี่ชายของผม ผมเชื่อว่าคุณปู่และพนักงานที่บริษัททุกคนก็คิดแบบนี้เหมือนกันทุกคนรอพี่กลับมาอยู่นะครับ” ธราดลพูดจากใจจริง ศตายุฟังด้วยความซาบซึ้ง

พบูกับเก็ทมารับธราดลที่บ้าน เจริญรุ่งรู้สึกดีขึ้นกับพบู ล่ำลาลูกชายและฝากฝัง เก็ทรับคำ ธราดลกอดเจริญรุ่ง สัญญาจะตั้งใจเรียน...

ด้านศตายุยังคงนั่งเศร้าอยู่ที่ท่าน้ำบ้านสวน ครุ่นคิดจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไปดี ทันใดกิจจาเดินเข้ามาเรียก เขาหันขวับลุกยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก ต่างคนต่างมองหน้ากันน้ำตาคลอ กิจจามองหลานรักที่ดูโทรมลงมากด้วยความสงสารปนห่วงใย
“กลับบ้านเราเถอะนะ ปู่มีโตเป็นทุกอย่างในชีวิตของปู่อยู่คนเดียว โตจะทิ้งปู่ได้ลงเหรอ”


“แต่ผมไม่ได้เป็นหลานปู่ ไม่ได้เป็นอะไรกับคุณปู่เลยด้วยซ้ำ” ศตายุเสียงสั่นน้ำตาร่วงพรู

“ปู่รู้มานานแล้วว่าโตไม่ใช่หลาน แต่ปู่ก็ไม่สนใจเพราะปู่รักโตมาก เพราะโตเป็นเด็กดี ไม่เคยทำให้ปู่ผิดหวังเลยสักครั้ง ทั้งหมดเป็นเพราะตัวของโตเอง ไม่ได้เกี่ยวว่าโตเป็นหลาน ปู่ถึงรัก...ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่ปู่มีต่อโตได้หรอก มีแต่ปู่จะยิ่งรักโตมากขึ้นด้วยซ้ำ รู้แบบนี้แล้วโตยังจะทิ้งปู่ลงอีกเหรอ” น้ำตากิจจาไหลริน

ศตายุสะอื้นทรุดลงกราบ กิจจาดึงเขาขึ้นมากอดด้วยความรัก ไม่มีอะไรจะมาทำลายความรักของปู่หลานคู่นี้ได้ ศตายุถามกิจจาว่าตนเป็นใครแล้วเขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ กิจจาพร้อมเล่า

ก่อนที่เมียเจริญรุ่งจะท้อง บริษัทศศิวงศ์กำลังย่ำแย่ มีซินแสมาทักว่าจะมีเด็กผู้ชายเข้ามาทำให้กิจการดีขึ้น พอเมียเจริญรุ่งท้อง กิจจากรอคอยและตั้งความหวังกับหลานคนนี้มาก แต่แล้วเมียเจริญรุ่งก็คลอดลูกเสียชีวิตทั้งแม่และลูก ขณะที่เจริญรุ่งนั่งเสียใจที่มุมบันไดหนีไฟ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกชายแรกเกิดมายัดใส่มือ พร้อมบอกว่าเธอเลี้ยงเด็กคนนี้ไม่ไหว ให้ช่วยเลี้ยงแทนที แล้วเธอก็วิ่งหนีไปโดยไม่บอกรายละเอียดใดๆเลย...

“ย่าของโตกลัวปู่เสียใจถ้ารู้ว่าหลานตัวจริงตาย เลยรับโตมาสวมรอยเป็นหลานแทนโดยไม่บอกให้ปู่รู้เหมือนกัน จนวันที่ย่าเสีย ปู่ถึงได้รู้ความจริง แต่ตอนนั้นปู่ก็รักโตไปแล้ว ปู่เลยบอกให้เจ้ารุ่งเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ...ยิ่งพอเห็นพ่อโตไม่สนใจ ไม่รักโตเลย ปู่ยิ่งรู้สึกว่าปู่ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ให้โต มันเลยทำให้ปู่รักโต เพิ่มมากขึ้นไปอีก โตรู้ความจริงตั้งแต่ตอนนี้ก็ดี ปู่ตายไปจะได้ไม่มีใครเอาเรื่องนี้มาหาผลประโยชน์กับโตได้” กิจจาโอบศตายุด้วยความรักและสงสาร

“คุณปู่อาจจะรับผมเป็นหลาน แต่คุณพ่อ อาเมฆ อางามคงรับไม่ได้ ไหนจะเรื่องอาเมฆทำร้ายคุณปู่ คุณปู่ จะทำยังไงครับ” กิจจาฟังแล้วครุ่นคิด...

ooooooo

วันต่อมา งามยิ่งเดินอย่างสบายใจในบริษัทที่ไม่มีใครจะมาใหญ่กว่าตน แต่พอบุรีกับต๋อยเอาเอกสารวางให้ตรวจเช็คและเซ็นรับ รวมทั้งเอกสารอื่นๆที่กองบนโต๊ะมากมายก็ทำให้เธอปวดหัว ทำอะไรไม่ถูก

ประจวบกับเมฆพัดโทรเข้ามาบอกให้รีบไปที่โรงพยาบาล เธอรีบไปทันที บุรียิ้มๆก่อนจะกดโทรศัพท์หาพิมพ์พรรณ

“ผมจัดการตามที่คุณกิจจาสั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้คุณงามยิ่งกำลังไปโรงพยาบาลแล้วด้วย” บุรีวางสายเดินไป ต๋อยรวบแฟ้มเอกสารเดินตาม

งามยิ่งมาถึงโรงพยาบาลเห็นเมฆพัดกับพิมพ์พรรณยืนข้างเตียงกิจจาซึ่งสวมเครื่องช่วยหายใจอยู่ พิมพ์พรรณรายงานว่ากิจจาอาการทรุดหนัก สมองตาย ไม่รับรู้อะไรแล้ว เมฆพัดถามว่าพ่อนอนเป็นผักหรือ เธอพยักหน้ารับ หมอบอกว่าถ้าฟื้นก็จำอะไรไม่ได้ งามยิ่งเสียใจ

“เป็นไปได้ยังไง เมื่อวันก่อนคุณพ่อยังอาการดีๆอยู่เลย”

“หมอบอกว่าเมื่อวานคุณกิจจาหยุดหายใจไปชั่วขณะ เลยทำให้เป็นแบบนี้ค่ะ เราคงต้องจ้างนางพยาบาลมาดูแลท่านที่บ้าน”

งามยิ่งปากเสียตามนิสัยแต่จิตใจไม่ได้โหดเหี้ยมอะไรบ่น “ตอนแข็งแรงก็วางอำนาจ แล้วดูสิ สุดท้ายก็ต้องมาเป็นภาระให้ลูกๆดูแลจนได้”

“สมน้ำหน้า กรรมคงตามสนอง ถ้าต้องนอนเป็นผักแบบนี้ ก็น่าจะตายๆไปเลย ลูกหลานจะได้แบ่งสมบัติกันได้ถูก” เมฆพัดเสริมแล้วเกิดขาดสติจะเข้าไปดึงเครื่องช่วยหายใจออก

งามยิ่งตกใจดึงมือเขาไว้ถามจะทำอะไร เมฆพัดสะบัดมือพี่สาวออกแล้วบอกว่า ตนจะทำให้พ่อหลับสบายขึ้น แล้วเขาก็ดึงเครื่องออก ไม่คาดคิด กิจจาได้ยินที่ลูกทั้งสองพูดหมด เขาลืมตาขึ้นจับมือเมฆพัดไว้ เมฆพัดตกใจถอยกรูดไปตั้งหลัก กิจจาลุกนั่ง

“พวกแกคิดกันแบบนี้เองสินะ” เมฆพัดตาเหลือกที่พ่อไม่ได้เป็นอะไรเลย กิจจาสวน “ผิดหวังล่ะสิที่ฉันไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่แกตั้งใจ อุตส่าห์ตามมาทำร้ายฉันทั้งที แต่ฉันก็รอดมาได้...ฉันยังแข็งแรงทุกอย่าง ฉันแค่อยากรู้ว่าถ้าฉันทำอะไรไม่ได้ ต้องเป็นภาระให้พวกแก พวกแกจะทำยังไงกัน แล้วฉันก็ได้เห็นธาตุแท้ของแกจริงๆ”

งามยิ่งแก้ตัวว่าไม่ใช่แบบนั้น พวกตนแค่หงุดหงิดกับงานบริษัทเลยพูดไม่ดี กิจจาย้อนจะหงุดหงิดทำไม ได้บริษัทไปสมใจกันแล้วไม่ใช่หรือ งามยิ่งอึ้งเถียงไม่ออก กิจจาตอกย้ำ

“ทีนี้รู้รึยังว่าโตเขาต้องเหนื่อย ต้องทำอะไรบ้าง ไม่ได้สบายอย่างที่พวกแกเข้าใจในขณะที่พวกแกหวังสมบัติของฉันกันหมด มีแต่โตที่มาช่วยเหลือบริษัท พอเขารู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน ก็ยังเขียนจดหมายยกทุกอย่างคืนให้ฉัน...ฉันก็จะยกสมบัติฉันทุกอย่างให้โตเหมือนกัน ส่วนลูกอกตัญญูอย่างพวกแกก็อย่าหวังจะได้อะไรเลย”

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 13 วันที่ 13 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ