อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14 วันที่ 14 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14 วันที่ 14 ส.ค. 58

“ทีนี้รู้รึยังว่าโตเขาต้องเหนื่อย ต้องทำอะไรบ้าง ไม่ได้สบายอย่างที่พวกแกเข้าใจในขณะที่พวกแกหวังสมบัติของฉันกันหมด มีแต่โตที่มาช่วยเหลือบริษัท พอเขารู้ว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน ก็ยังเขียนจดหมายยกทุกอย่างคืนให้ฉัน...ฉันก็จะยกสมบัติฉันทุกอย่างให้โตเหมือนกัน ส่วนลูกอกตัญญูอย่างพวกแกก็อย่าหวังจะได้อะไรเลย”

งามยิ่งโวยว่าศตายุไม่ใช่ศศิวงศ์ ยังจะยอมรับเขาอีกหรือ กิจจารับว่าใช่ “ยิ่งพวกแกเกลียดไอ้โตมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรักโต สงสารโตมากขึ้น ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวพวกแกเองทั้งนั้น”



เมฆพัดแย้งว่าพวกตนเป็นลูก กิจจาเดือดหันมาจ้องหน้าใส่ไม่ยั้งว่าลูกที่คิดฆ่าพ่อ ผลักตนล้มแล้วทิ้งไม่ช่วยเหลือ ตนได้ยินทุกคำพูดที่เขาพูดกับลูกตาล ทั้งเรื่องที่เขาเป็นชู้กับลูกตาล เรื่องที่เขาโกงบริษัท ตนรู้มานานแต่ทำเป็นไม่รู้เพราะเห็นว่าเป็นลูก แต่แทนที่จะสำนึกกลับทำร้ายธราดล เจริญรุ่งรู้เรื่องนี้แล้วแต่ไม่เอาเรื่องเพราะเห็นว่าเป็นน้อง ยังคิดมาฆ่าตนที่โรงพยาบาลอีก ทำไมถึงเนรคุณขนาดนี้ กิจจาชี้หน้าเมฆพัด

“แกนี่มันผีห่าซาตานมาเกิดแท้ๆเลย”

งามยิ่งตกใจไม่คิดว่าเมฆพัดจะเป็นคนทำร้ายพ่อและหลาน เมฆพัดทำอะไรไม่ถูกกลัวโดนแจ้งตำรวจจับ จึงวิ่งหนีออกจากห้อง พยายามโทร.หาลูกตาลเท่าไหร่ก็ไม่รับสาย ชักใจคอไม่ดีว่าลูกตาลจะเชิดเงินหนี

คืนนั้นกิจจาให้เจริญรุ่งกับศตายุพูดคุยเคลียร์ปัญหาคาใจกัน เจริญรุ่งอ่อนลงบอกศตายุว่า ตนรู้เรื่องจากธราดลหมดแล้ว ขอบใจที่ช่วยชีวิตน้อง และขอโทษที่ทำไม่ดีไว้มาก ศตายุมองนิ่งๆ

เจริญรุ่งตัดสินใจสารภาพ “ที่ฉันเกลียดแก ไม่ใช่เพราะว่าแกไม่ใช่ลูกฉันหรอก แต่เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่ฉันเห็นแก ฉันจะนึกถึงลูกฉันที่ตายไป ฉันเสียใจรู้สึกผิดที่ลูกต้องมาตาย ฉันไม่รู้จะเอาความผิดมาลงกับใคร ฉันเลยโทษว่าเป็นเพราะแก ทั้งที่มันไม่ใช่ความผิดแกเลย...แกคงเกลียดฉันมากใช่ไหม”

“ไม่เลยครับ จนถึงตอนนี้ ผมก็ไม่เคยเกลียดคุณพ่อเลย”

เจริญรุ่งซึ้งใจ “ต่อไปนี้ฉันจะลืมเรื่องในอดีตทั้งหมด อนาคตของฉันจะมีลูกแค่สองคน คือแกกับดล แกให้โอกาสพ่ออีกครั้งได้ไหม” เจริญรุ่งสบตาศตายุแล้วกางแขนออก

ศตายุน้ำตาร่วงโผเข้าอ้อมกอดพ่อที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต...ศตายุเริ่มมีกำลังใจหวนกลับมาทำงานตามเดิม พิมพ์พรรณและพนักงานทุกคนรอต้อนรับด้วยความดีใจ บุรียืนเหล่ ใบหน้าทั้งสองยังมีรอยบอบช้ำจากการชกต่อยกันอยู่ บุรีแกล้งทัก

“ยินดีต้อนรับกลับมาทำงานนะครับ แผลเป็นยังไงบ้างครับ หายเจ็บรึยัง”

“เจ็บแต่คงไม่เจ็บเท่าตอนคุณพบูทิ้งคุณหรอก” ศตายุสวนกลับหน้าตาย

บุรีสะอึก เจมี่เดินมาเห็นศตายุก็ดีใจปรี่เข้าไปหา แล้วต้องแปลกใจเมื่อเห็นหน้าตาเขาบอบช้ำ นึกได้ว่าคงมีเรื่องกับบุรีจึงโวย “คุณทำพี่โตได้ยังไง ดูสิหน้าพี่โตเป็นแผลหมดเลย”

บุรีโวยกลับว่าพี่โตของเธอเริ่มก่อน ศตายุลืมตัวเถียงว่าบุรีต่างหากที่เข้ามาชกตนก่อน เจมี่อยากรู้แล้วใครชนะใคร พิมพ์พรรณหันมองด้วยความอยากรู้เช่นกัน สองหนุ่มต่างนิ่งอึ้ง...

หลังจากนั้นเจมี่ก็ดึงบุรีมาทายาที่ใบหน้าให้อย่างห่วงใย บุรีเห็นหน้าเธอชิดใกล้รู้สึกเคลิ้มจ้องมองอย่างสุขใจ พอดีต๋อยวิ่งพรวดเข้ามา ทั้งสองผละออกจากกัน ต๋อยไม่ทันสังเกต ตั้งใจมาถามว่าบุรีมีเรื่องชกต่อยกับท่านประธานจริงหรือ เขาเม้าท์กันทั่วบริษัทว่าเรื่องแย่งผู้หญิง บุรีเซ็ง

บ่ายวันนั้น ศตายุพากิจจาออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน และรายงานปู่ว่าธราดลถึงอเมริกาเรียบร้อย กิจจาแซวให้เลิกเป็นห่วงน้องได้แล้ว โทร.หาพบูจะดีกว่า เธอเป็นห่วงเขามากตั้งแต่เขาหายไป ศตายุเศร้าลงรู้สึกผิด เธอคงงอนตนอยู่ กิจจาเตือน “แล้วมัวใจเย็นอะไรอยู่อีก รีบไปง้อเลย ผู้หญิงเนี่ยปล่อยให้งอนนานๆ ยิ่งง้อยากนะจะบอกให้”

ขณะเดียวกันพบูอารมณ์ไม่ดี ไมเคิลหาวิธีระบายให้ด้วยการโขลกน้ำพริก เธอโขลกไปสบถไป “ไอทำผิดอะไร ทำไมต้องมาใส่อารมณ์กับไอด้วย ดูสิตั้งหลายวันแล้วไม่โทร.มาง้อด้วย”

ไมเคิลบอกให้ใส่อารมณ์เต็มที่โขลกแรงๆ พบูรู้สึกคลายเครียดดีเหมือนกัน ทันใดมธุรสโทร.เข้ามาบอกว่ากำลังไปทำธุระที่บ้านสวนให้กิจจา แต่ดันลืมกุญแจไว้ นี่ขับรถมาจะถึงแล้วให้พบูช่วยเอากุญแจตามมาให้ที่บ้านสวนที พบูรับคำรีบออกไป ไมเคิลเซ็งไม่มีใครตำน้ำพริกให้ต่อ

ooooooo

พบูขับรถเอากุญแจบ้านสวนตามไปให้มธุรส ใกล้ถึงก็โทร.หาแต่ต้องแปลกใจที่มธุรสไม่รับสายจนมาจอดรถหน้าบ้าน ลงจากรถมองไปรอบๆแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นศตายุเดินเข้ามา

“ผมให้แม่คุณช่วยเรียกคุณมาที่นี่เองแหละ” พบูงอนจะเดินหนี เขาเข้าไปดักหน้า “บุรีเล่าให้ผมฟังหมดแล้ว ผมขอโทษนะที่เข้าใจคุณผิดไม่เชื่อใจคุณ พูดจาไม่ดีกับคุณทำให้คุณเสียใจ...อย่าโกรธผมเลยนะ” ศตายุเดินตามง้อพบู

“จะไม่ให้โกรธได้ไง เดตกันยังไม่ทันผ่านช่วงโปรโมชั่นเลยก็เข้าใจผิดกันแล้ว” พบูโวยแล้วหันกลับเดินหนี แต่แอบอมยิ้มที่ได้แกล้งกลับบ้าง

เผอิญศตายุเห็นหน้าเธอจากกระจกรถ จึงเล่นละครซ้อนแกล้งพูดเศร้าๆ “ดูท่าผมทำยังไงคุณก็คงไม่หายโกรธ งั้นผมไปก็ได้ ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก”

พบูตกใจเห็นศตายุหันหลังเดินหนี จึงรีบร้องบอกว่าหายโกรธไม่งอนแล้ว ศตายุยิ้มร่า พบูกล่าวทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก อย่าเก็บอะไรไว้คนเดียวอีก เขาพยักหน้ารับ พบูเห็นแผลบนใบหน้าเขาก็ห่วงถามเจ็บมากไหม เขารีบอ้อนทันทีว่าเจ็บมาก บุรีต่อยเต็มแรงแถมไม่มีใครทำแผลให้เลย พบูลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความห่วงใย หลังจากใส่ยาให้แล้ว ทั้งสองก็เดินคุยกัน

พบูเอ่ยถามถึงเรื่องครอบครัวเขา ศตายุตอบว่าผมทำใจได้แล้วแหละ เมื่อก่อนผมเคยแอบรู้สึกผิดเหมือนกัน ว่าเป็นเพราะผมทำให้แม่ต้องตาย คุณพ่อก็เลยเกลียดผม แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าไม่ใช่ มาคิดๆดูตั้งแต่เด็กจนโต พ่อไม่เคยกอดผมไม่เคยสนใจผมเลยด้วยซ้ำ ผมคิดว่าเขาเป็นคนเฉยชา จนดลเกิดผมถึงได้รู้ว่าคุณพ่อไม่ใช่คนแบบนั้น เขาเป็นพ่อที่รักลูกมาก ผมพยายามทำดีทุกอย่าง เพื่อให้คุณพ่อและทุกคนพอใจ ไม่ว่าจะตำแหน่งประธาน รถ คอนโดหรู ไม่เคยมีอะไรทำให้ผมมีความสุขเลย...”

พบูบีบมือให้กำลังใจ ศตายุมองหน้าซึ้งๆ “จนผมได้มาเจอคุณ ผมถึงเริ่มอยากทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ผมมีความสุขเวลาที่อยู่กับคุณ อยากใช้เวลาอยู่กับคุณทุกวัน” ศตายุดึงหญิงสาวเข้ามากระซิบข้างหู “แต่งงานกับผมเถอะนะ ถ้าคุณไม่ปฏิเสธผมจะถือว่าคุณตอบรับนะ”

พบูช็อกยืนนิ่ง ศตายุโน้มหน้ามาจะจูบ หญิงสาวเผยอปากรอ...เสียงศตายุถามเธอเป็นอะไร พบูสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอมโนไปเองว่าศตายุขอแต่งงานและกำลังจะจูบ เธอกะพริบตาถี่ๆ มองศตายุถามว่า ไม่ได้ฟังที่ตนพูดเลยหรือ เธอจึงถามอึกอักๆ เขาพูดว่าอะไร

“ผมบอกว่ารอคุณทำร้านอาหารประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจก่อน เราแต่งงานกันนะ”

พบูหลุดปากพึมพำเบาๆ ว่า “แต่งเลยไม่ได้เหรอ”

ศตายุถามเธอพูดอะไร พบูรีบปัดไม่มีอะไร เขาจึงสรุปถ้าเธอไม่ปฏิเสธตนขอมัดจำไว้ก่อน ว่าแล้วก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ พบูคิดว่าตัวเองมโนไปอีก ยื่นแก้มอีกข้างให้ ศตายุงงที่เธอไม่เขินอายใดๆ จึงถาม “ไม่เขิน ไม่เล่นตัวหน่อยเหรอ”

“เขินทำไมก็แค่มโน”

ศตายุงงถามมโนอะไร พบูเริ่มรู้สึกตัวนี่ไม่ได้เป็นภาพมโน ชายหนุ่มบอกว่าเรื่องจริงแล้วหอมแก้มเธออีกข้างพิสูจน์ พบูหน้าแดงไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจริง ศตายุจึงหอมอีกสองฟอด ถามชัดเจนหรือยัง หญิงสาวอายสุดๆ แต่แกล้งวางฟอร์ม ทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ในใจเบ่งบานมีความสุข

ตกดึก พบูนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ยิ้มเขินอายไม่อยากเช็ดเครื่องสำอางบริเวณแก้ม เกรงรอยจูบของศตายุจะหายไป พลันเก็ทเฟซไทม์เข้ามาแบบเห็นหน้าตากันเพื่อให้เห็นว่าเขากับธราดลมาถึงห้องพักในอเมริกาแล้วพบูดีใจรีบบอกว่ากำลังคิดถึงอยู่พอดี เก็ทแปลกใจ

ธราดลเห็นหน้าพบูเป็นดวงตรงแก้มจึงถามเป็นเกลื้อนหรือ พบูหุบยิ้มโวย “จะบ้าเหรอ เกลื้อนอะไรแลนด์มาร์คแห่งความรักตะหาก”

เก็ทเห็นพบูอายม้วนต้วน สงสัยจะคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงฝากให้บอกมธุรสว่าพวกตนถึงแล้วไม่ต้องห่วง แล้วตบท้ายว่าอย่าเพี้ยนให้มากนัก พบูรับคำหน้าตากรุ้มกริ่ม เก็ทวางสายขำๆ

ooooooo

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14 วันที่ 14 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ