อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14[ตอนอวสาน] วันที่ 16 ส.ค. 58

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14[ตอนอวสาน] วันที่ 16 ส.ค. 58

เมฆพัดนั่งเงียบอยู่ในห้องขัง กิจจายืนเกาะลูกกรง ผิดหวังเสียใจปนสงสาร ถึงกับออกปาก “ทำไมแกถึงไม่ยอมหยุดซะที แกจะสร้างปัญหาให้บ้านเราไปถึงไหน ทำไมบ้านเราถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้”

เมฆพัดสวนกลับทั้งน้ำตา “ที่บ้านเราเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพ่อนั่นแหละ คุณพ่อสร้างบริษัทจนใหญ่โต ย้ำกับพนักงานตลอดว่าให้สร้างบ้านด้วยความใส่ใจ สร้างความสุขให้บ้านคนอื่นแล้วบ้านตัวเองล่ะ คุณพ่อเคยใส่ใจบ้างไหม”

กิจจาถึงกับสะอึก เมฆพัดพรั่งพรูว่าพ่อเย็นชาไม่เคยใช้ความรัก ไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนในบ้าน



พอวางมือจากงานก็เอาแต่หาความสุขกับอีหนู กิจจาคิดว่าตัวเองทำงานหาเงินให้ทุกคนใช้อย่างสุขสบายก็น่าจะพอ เมฆพัดจ้องหน้าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ผมไม่ได้ต้องการเงิน ผมอยากให้พ่อรักผมบ้าง หันมาสนใจผมบ้าง ถ้าพ่อให้ผมบ้าง ผมก็คงไม่เป็นแบบนี้หรอก”

กิจจาน้ำตารื้น มองเมฆพัดนั่งฟุบหน้าร้องไห้ตัวสั่นสะท้านด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ...

ศตายุยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าโรงพักพอเห็นกิจจาเดินออกมาก็วางสายเดินเข้าไปหา กิจจากล่าว

“เมฆโดนหลายคดี ทั้งคดีของคุณชัชชัยแล้วยังพลั้งมือฆ่าลูกตาลอีก งานนี้ท่าจะรอดยาก”

“ยากแค่ไหนผมก็จะหาทางช่วยอาเมฆให้ได้ครับ ยังไงอาเมฆก็เป็นอาของผม”

กิจจาขอบใจที่ยังอภัยให้ แล้วรำพึงเมฆพัดจะรู้บ้างไหมว่าสุดท้ายก็ไม่มีใครดีและห่วงเราเท่าคน ในครอบครัว กิจจาบีบไหล่ซาบซึ้งกับความมีน้ำใจของศตายุ

งามยิ่งเข้าเยี่ยมเมฆพัดด้วยท่าทางเศร้าเสียใจรู้สึกผิดที่เลี้ยงเขามาให้โกรธเกลียดศตายุ เมฆพัดย้อนว่าเธอไม่ผิด ถึงอย่างไรตนก็เกลียด เพราะตั้งแต่ศตายุเกิดมาชีวิตตนก็ตกต่ำลง

“โตไม่เคยกดเราให้ต่ำลงหรอก มีแต่ตัวเราที่กดตัวเราเองให้ต่ำลง...เมื่อคืนโตบอกคุณพ่อว่าจะยกทุกอย่างให้เมฆ เขาไม่อยากได้อะไรเลยด้วยซ้ำ” งามยิ่งเล่าทั้งน้ำตา แต่เมฆพัดไม่เชื่อ งามยิ่งบอกอีกว่าตอนนี้ศตายุกำลังหาทางช่วย ทั้งที่เราทำกับเขาขนาดนั้นเขายังอภัยให้ “บางทีเพราะความอิจฉาอาจทำให้เราหน้ามืดตามัว จนทำให้ไม่เห็นเจตนาดีๆของโตเขาก็ได้นะเมฆ”

เมฆพัดฟังแล้วรู้สึกสับสน ละอายใจในความผิดที่ตัวเองกระทำลงไปแล้วศตายุยังคิดช่วย

ข่าววีรกรรมของพบูเป็นที่เล่าขานกันทั่วบริษัท บุรียอมรับกับเจมี่ว่าพบูรักศตายุมากจนตนยอมถอย เจมี่เองก็ยอมถอยเพราะไม่เคยเห็นศตายุรักใครมาก่อน ดูเขามีความสุขมาก

“มาคิดๆดู บางทีฉันอาจจะไม่ได้รักพี่โตหรอก ฉันแค่ปลื้มพี่โตมากกว่า...ฉันคิดว่าฉันชอบคนอื่นไปแล้ว” เจมี่ชะงักเมื่อรู้สึกว่าตัวเองหลุดปากออกไป

บุรีรีบถามว่าเธอชอบใคร ทำไมตนไม่รู้ เจมี่หน้าแดงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย ถามว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป บุรีบอกว่าตนยอมปล่อยพบู...

คืนนั้นพบูคุยโทรศัพท์กับศตายุไม่ต้องห่วงตน ให้เขาจัดการเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อย พอวางสาย บุรีมาเคาะประตู เขามาพร้อมกีตาร์และถุงขนม บอกว่าเป็นของเยี่ยมพร้อมโปรโมชั่นโชว์ลีลาการโซโลกีตาร์ พบูรู้สึกว่าวันนี้เขามาแปลก...บุรีเล่นเพลงพิเศษให้เธอ เป็นการขอบคุณความรู้สึกดีๆระหว่างเรา เขาดีใจที่รู้จักเธอและได้ชอบเธอ เขาจะไม่ลืมความรู้สึกนี้เลย

เช้าวันใหม่ ศตายุมาหาเมฆพัดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้สารภาพความผิดจะได้ลดหย่อนโทษลง แต่เมฆพัดนิ่งไม่พูด ถามกลับว่าจะมาช่วยตนทำไม ตนติดคุกน่าจะดีใจ ศตายุสวน

“เพราะอาเป็นคนในครอบครัวผมไงครับ จำได้ไหมครับตอนที่ดลติดคุก อาเมฆเคยถามทำไมผมต้องช่วยดลด้วย ผมบอกอาว่าถ้าอามีปัญหา ผมก็จะช่วยสุดความสามารถเหมือนกัน”

“ต่อให้แกทำดีกับฉันแค่ไหน ฉันก็ยังเกลียดแกอยู่ดี” เมฆพัดละอายใจพูดเสียงแข็ง

“อาจะเกลียดผมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าปฏิเสธความช่วยเหลือจากผมเลยนะครับ”

“ถึงฉันได้ออกจากคุก ได้กลับไปอยู่ที่บ้าน ฉันก็คงไม่มีความสุขอยู่ดี ถ้าแกเห็นแก่ฉันก็ปล่อยให้ฉันอยู่ในคุกเถอะ” เมฆพัดพูดอย่างจริงใจเพราะไม่อาจออกไปสู้หน้าใครได้อีก

ศตายุอ่อนใจไม่รู้จะทำอย่างไรกับเมฆพัดอีก

ooooooo

สายวันเดียวกัน พบูพยายามใช้แขนข้างเดียวแต่งหน้าอย่างยากลำบาก ให้สวยแบบคนป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจจากศตายุ พอเขามาพบูก็รีบโดดขึ้นนอนบนโซฟาทำท่าไม่สบาย ไมเคิลสบตาบูรณาอึ้งๆ พบูโบกมือให้บูรณาไปเปิดประตู

ศตายุเข้ามาถามไถ่อาการพบูอย่างห่วงใย เธอทำเสียงแหบพร่าว่ายังปวดแขนอยู่ เขาต้องรับผิดชอบป้อนอาหารที่เขาซื้อมาฝาก ศตายุย้อน “มือเจ็บข้างเดียวไม่ใช่เหรอ อีกข้างก็ว่างอยู่นี่”

พบูเอื้อมมือไปจับมือศตายุไว้แล้วบอกเขาว่า มือไม่ว่างแล้ว ศตายุขำยอมป้อนอาหารพบูโดยไม่แคร์สายตาไมเคิลและบูรณา

หลังทานอาหารเสร็จ พบูลงมาส่งศตายุกลับไปทำงาน เธอยืดอกบอกเขา “คุณควรภูมิใจนะที่มีแฟนแกร่งและแมนขนาดนี้”

“ให้ผมสร้างอนุสาวรีย์ให้เลยไหม” ศตายุกระเซ้า พบูค้อนเล็กๆแล้วโบกมือส่งเขา

พอหันมาเจอต๋อยต่อว่าว่าเธอมีความสุขในขณะที่บุรีเสียใจจนลาออกจากงานกลับบ้านไปแล้ว พบูตกใจ เจมี่ผ่านมาได้ยินใจหายรีบถาม “ลาออกเหรอ ทำไมเขาถึงไม่บอกฉัน”

ต๋อยกับพบูแปลกใจที่เจมี่ร้องไห้ออกมา เจมี่เองก็แปลกใจตัวเอง ทำไมแค่คิดว่าจะไม่ได้เจอบุรีอีกแล้วใจหายขนาดนี้ เจมี่พลั้งปาก “หรือว่าฉันจะแอบชอบเขา!”

พบูรีบถามแล้วพี่โตของเธอล่ะ เจมี่ร้องไห้โฮออกมา “ฉันยกให้เธอแล้วไง...นี่ฉันชอบบุรีจริงๆเหรอ ใจมันเสียวแปล๊บๆยังไงก็ไม่รู้”

พบูฝืนยิ้มทั้งที่ช็อกเล็กๆ พยายามปลอบและให้กำลังใจเจมี่ ต๋อยบอกให้เจมี่ไปตามบุรีกลับมา พบูเห็นด้วยและบอกทางไปบ้านที่ลพบุรีให้ เจมี่ยิ้มอย่างมีความหวัง...

บ้านสวนร่มรื่นที่ลพบุรี โยธกามองท่าทางลูกชายก็รู้ว่าต้องอกหักกลับมา จึงปลอบใจให้รู้ว่าไม่มีใครรักเขามากเท่าแม่ บุรียอมรับตั้งใจจะอยู่กับแม่ตลอดไป ไม่ทันไรรถเจมี่แล่นมาจอด บุรีแปลกใจมาได้อย่างไร โยธกามองเจมี่ที่แต่งตัวจัดเต็มกว่าคราวพบู รู้สึกหวงลูกชายตงิดๆ เจมี่สวัสดีและแนะนำตัวเองกับโยธกาเสร็จสรรพ บุรีหวั่นใจเกรงแม่จะแกล้งอะไรเธอ

แล้วโยธกาก็แกล้งให้เจมี่สอยมะม่วง แต่เธอกลับสนุกสอยเสียหมดต้นโดยมีลูกชุบคอยสอน ค่ำวันนั้น บุรีจึงปอกมะม่วงให้เจมี่ทาน เจมี่อัดอั้นมานานถามเขาเป็นชุด ทำไมถึงลาออกจากงานหนีมาโดยไม่บอกตน ตนใจหายขนาดไหนตอนที่รู้ว่าเขาไม่อยู่แล้ว

“นี่คุณ มีคนอกหักที่ไหนเขาป่าวประกาศให้โลกรู้บ้าง เขาก็หนีมาเงียบๆทั้งนั้นแหละ”

“แต่เราเป็นเพื่อนกัน คุณก็น่าจะบอกอะไรฉันบ้าง ฉันอกหักดราม่าร้องไห้ น้ำหนักเพิ่มขีดเดียวฉันยังบอกคุณเลย”

บุรีแย้งว่าไม่ใช่แฟนกันถึงต้องคอยรายงานทุกเรื่อง เจมี่สวนก็ตนอยากรู้ทุกเรื่อง บุรีจึงบอกให้มาเป็นแฟนกันก่อน เจมี่ช็อกค้าง บุรีแย็บอยากเป็นไหม

เจมี่หลบตาเขินๆ บุรีบอกว่า ตนรู้จากต๋อยหมดแล้วว่าเธอชอบตน เจมี่อายที่หลุดปากออกไปตอนนั้น บุรีกล่าวจริงจัง

“ไม่ชอบก็ไม่ชอบ งั้นไว้ผมทำใจเรื่องคุณพบูได้เมื่อไหร่ ผมจะจีบคุณเองก็แล้วกัน”

เจมี่เหวอ บุรีบอกอีกว่าความจริงตนไม่ได้ลาออกแค่ลาพักร้อนเท่านั้นแต่ก็ดีที่ทำให้ได้รู้ว่าตนยังมีความสำคัญกับใครบางคนอยู่...เจมี่ม้วนต้วนด้วยความอาย

ooooooo

หลายปีผ่านไป ธราดลเรียนจบกลับมามอบใบปริญญาให้กิจจา สองปู่หลานกอดกันด้วยความรักและภูมิใจ กิจจาเปรยว่าเขาเรียนจบมาศตายุจะได้แต่งงานเสียที ธราดลแซวป่านนี้พบูรอจนเฉาไปแล้ว ขาดคำพบูก็โทร.เข้ามาพอดี ครอบครัวศศิวงศ์หัวเราะบรรยากาศมีความสุขทุกคน

ศตายุมาหาพบูที่ร้านลามูน พบูปลาบปลื้มที่ร้านได้รับรางวัลมากมาย ออกรายการทีวีจนเซเลบมาเป็นลูกค้าเพียบ พบูแย็บถามศตายุไม่คิดจะพูดอะไรบ้างหรือ เขารู้ว่าเธอรอการขอแต่งงานแต่แกล้งทำเป็นชมเชยว่าเธอเก่งมาก พบูอดรนทนไม่ไหวเอ่ยปากเอง

“จำได้ไหมคุณเคยบอกว่าถ้าฉันทำร้านนี้ประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกัน วันนี้ร้านเราก็คืนทุนแล้ว มีชื่อเสียงโด่งดัง ทีนี้คุณจะแต่งงานกับฉันได้ยัง” พบูคุกเข่าลงกล่าว “แต่งงานกับฉันเถอะนะ ตอนนี้ดลก็กลับมาแล้ว ฉันอยากเป็นเจ้าสาว อยากใส่ชุดแต่งงานแล้ว ยิ่งรอนานฉันก็ยิ่งแก่ขึ้นทุกวัน เริ่มมีย้วยมีหย่อนใส่ชุดเจ้าสาวไม่สวยขึ้นมาคุณต้องรับผิดชอบนะ”

ศตายุขำ พบูไม่ยอมลุกจนกว่าเขาจะตอบตกลง “แต่งก็แต่ง แต่ลุกขึ้นก่อนเถอะ ยังไงผมก็ต้องแต่งงานกับคุณอยู่แล้วล่ะ เพราะผมรู้ว่าคุณจะปกป้องผมได้ไปตลอดชีวิต...คุณไม่น่าตัดหน้าผมเลย” ศตายุถอดเสื้อนอกออกเผยให้เห็นเสื้อยืดข้อความช้างเท้าหน้าที่พบูให้ “นี่ไงผมตั้งใจใส่เสื้อตัวนี้มาขอเป็นช้างเท้าหน้าให้คุณโดยเฉพาะเลยนะ คุณล่ะพร้อมจะเป็นควาญช้างรึยัง”

“เป็นควาญช้างเหรอ ดูไม่โรแมนติกเลยนะ แต่ได้แต่งก็โอเคละ ต่อไปนี้ควาญช้างคนนี้จะปกป้องช้างตัวนี้เอง” พบูหัวเราะกอดคอศตายุแบบแมนๆ แล้วแอบหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง

เวลาผ่านไปถึงวันแต่งงาน พบูแต่งตัวเสร็จยืนมองศตายุแล้วมโนไปว่า ศตายุเป็นเจ้าสาว ตัวเองแต่งเป็นเจ้าบ่าว เธอหัวเราะคิกคัก...เสียงศตายุถามหัวเราะอะไร พบูสะดุ้งกะพริบตาถี่ๆมองเห็นศตายุยืนถามว่าเจ้าสาวพร้อมหรือยัง เธอรีบตอบ “พร้อมนานแล้วค่ะคุณเจ้าบ่าว”

งานแต่งงานจัดแบบเรียบเก๋ มีแต่บุคคลสำคัญในชีวิตของทั้งสองคนมาร่วมงาน รวมทั้งบุรีที่ควงคู่มากับเจมี่ บุรีกระซิบบอกเจมี่ว่าต้องคอยรับช่อดอกไม้จากเจ้าสาวให้ได้ เจมี่อายม้วน

สองบ่าวสาวขึ้นกล่าวบนเวที ต่างชื่นชมชีวิตที่ผ่านมาของพวกตน ที่แม้ไม่ราบรื่นแต่ก็ประคองกันมาจนประสบความสำเร็จ พวกตนจะสร้างครอบครัวให้มีความสุขสมบูรณ์ที่สุด

แท้จริงแล้วการแต่งงานเป็นเพียงการเริ่มต้น ทางข้างหน้าจะต้องเจอะเจออะไรอีกมากมาย แต่ทั้งสองก็จะก้าวผ่านไปด้วยกันให้ได้ตลอดกาล

*******อวสาน*******

อ่านใต้เงาจันทร์ ตอนที่ 14[ตอนอวสาน] วันที่ 16 ส.ค. 58

ละครใต้เงาจันทร์บทประพันธ์โดย พินธุนาถ
ละครใต้เงาจันทร์บทโทรทัศน์โดย ตฤณณา
ละครใต้เงาจันทร์กำกับการแสดงโดย กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล
ละครใต้เงาจันทร์ผลิตโดย บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด
ละครใต้เงาจันทร์ ออกอากาศทุกวันพุธ และ วันพฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละครใต้เงาจันทร์ ติดตามชมได้ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ