ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ส.ค. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ส.ค. 58

หลานสาวของวรรณดำรงไปอาละวาดทุบตีข้าวของร้านคนอื่นถึงจะสาสมหรือ วีว่ายืนยันว่าตนทำสิ่งที่ถูกต้องฉะนั้นตนไม่แคร์

“ถึงวีว่าไม่แคร์ แล้วคนอื่นเขาแคร์หรือเปล่า พี่ใจเด็ด พี่วารุณี หรือคุณอาพริ้มเพรา วีว่าคิดหรือยังว่าพวกเขาจะแคร์ข่าวที่เกิดขึ้นไหม ยังไงเรื่องนี้ตำรวจก็รับไปจัดการแล้ว ฟังนะวีว่าคนทำชั่วใส่เราก็ไม่ได้หมายความ ว่าเราต้องทำชั่วโต้ตอบ มันจะมีประโยชน์อะไรที่สุดท้ายเราก็กลายเป็นคนทำชั่วไปด้วย”

ขณะวีว่าฮึดฮัดไปที่รถนั่นเอง ปูรณ์ได้รับโทรศัพท์จากวิโรจน์แจ้งว่าคุณจรัลอาการทรุดหนัก หมอบอกว่าหัวใจวาย



พอรู้ว่าคุณจรัลหัวใจวาย ทั้งปูรณ์และวีว่าต่างลืมเรื่องอื่นหมด เป็นห่วงคุณจรัลต่างจะรีบกลับ ปูรณ์บอกให้วีว่าไปรถตนเพราะภาวะจิตใจขณะนี้ของเธอไม่ควรขับรถ
เวลาเดียวกัน คุณหญิงแขอุไรก็โทร.ตามตัวลมให้รีบไปทำคะแนนกับวีว่า ลมนอนอยู่กับมุกรินที่คอนโดเขาตัดสายอย่างหงุดหงิด มุกรินก็พยายามถ่วงเวลาเขาไว้เสพสวาทกันต่อไป

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้าน วีว่ารีบเข้าไปที่ห้องคุณปู่จรัล ทุกคนที่เฝ้าคุณปู่อยู่พอเห็นวีว่ามาก็แหวกออกเป็นทางให้เธอเดินเข้าไป ปูรณ์ยืนดูอยู่ห่างๆอย่างเจียมตน

เมื่อคุณปู่จรัลรู้ว่าวีว่ามาก็เรียกหาปูรณ์ เขาเดินเข้าไปอย่างสำรวม คุณปู่จับมือปูรณ์และวีว่ากุมไว้ด้วยกันบอกปูรณ์ว่า

“พ่อฝากวีว่าด้วยนะ” ปูรณ์บอกว่าวีว่าโตแล้วเธอเก่งและดูแลตัวเองได้ คุณจรัลไม่ยอม “ไม่ได้...สัญญากับพ่อสิว่าจะดูแลวีว่า” ปูรณ์จึงต้องรับปากว่าตนสัญญา คุณปู่จึงปล่อยมือตัวเองแต่มือของปูรณ์กับวีว่ายังกุมกันอยู่

วารุณีพูดกับใจเด็ดและเจ้าขาว่าที่คุณปู่พูดกับปูรณ์เมื่อครู่นี้ คุณย่าพริ้มเพราคงจะอกแตกตายแน่

“เจ้าขาว่าดีออก แต่ไหนแต่ไร อาปูรณ์ก็ดูแลวรรณดำรงมาตลอด รายจ่ายต่างๆ พวกเราแทบไม่เคยต้องไปยุ่งเลย ถึงเวลาสิ้นเดือนญาติแต่ละคนก็เซ็นแก๊ก รับตังค์ ใครมีหนี้อะไรอาปูรณ์ก็ไปจัดการสะสางให้อีกต่างหาก แล้วม้าพยศอย่างพี่วีว่าน่ะต้องได้คนเข้มๆอย่างอาปูรณ์นี่แหละดูแลไม่อย่างนั้นใครจะไปดูแลได้ล่ะคะ”

ใจเด็ดบอกว่าก็ลมไง เจ้าขาโวย ถามพ่อกับแม่ว่าอยากได้ลมมาเป็นลูกเลยจริงๆหรือ ทั้งพ่อและแม่ต่างชะงัก

“ขนาดร้านวรรณวิวาห์โดนโจรลุกมาทำลายข้าวของ พี่ลมยังไม่โผล่มาดูดำดูดีเลย คนที่มาดูน่ะอาปูรณ์นะคะ ถ้าไม่ได้อาปูรณ์ พวกเจ้าขาก็ทำอะไรไม่ถูกหรอก อ้อ...แล้วร้านซ่อมไปถึงไหนแล้วเนี่ย เดี๋ยวเจ้าขารีบโทร.ไปถามพี่หมีก่อนดีกว่า”

เจ้าขาผละไป วารุณีกับใจเด็ดมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะตอบคำถามของเจ้าขาอย่างไร

แม้ต่อหน้าคุณปู่จรัลคุณย่าพริ้มเพราจะไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร แต่พอกลับถึงห้องนอน คุณย่าก็พูดอย่างกราดเกรี้ยว

“ไม่มีวัน!! ฉันไม่มีวันยอมให้คนนอกสายเลือดวรรณดำรงมาทำหน้าที่ดูแลหลานสาวฉันเป็นอันขาด ไม่มีวัน!!”

ooooooo

ปูรณ์กลับเข้าห้อง เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งขึ้นดู เป็นผ้าเช็ดหน้าที่เก็บเรื่องราวในอดีตของเขาไว้เตือนความจำ

ครั้งนั้น เกิดไฟไหม้บ้านเพราะถังแก๊สระเบิดบ้านของปกรณ์พ่อของปูรณ์ไฟไหม้ทั้งหลังอย่างรวดเร็ว ทุกคนกำลังหลับสนิท จึงสำลักควันไฟเสียชีวิตหมด ทั้งปกรณ์ ภรรยา และคนอื่นๆ ที่สำคัญเป็นวันที่จรัลตามเจอปกรณ์พอดี เขาฟังตำรวจแล้วรำพึงอย่างเศร้าเสียใจว่า

“ผมใช้เวลาตามหาครอบครัวคุณอาปกรณ์ตามคำขอร้องสุดท้ายของพ่อผมมาเป็นปีๆ นี่ผมมาช้าไปเหรอเนี่ย...ถ้าผมมาเร็วว่านี้อีกนิด อย่างน้อยผมก็ได้พบคุณอาปกรณ์ ได้ตอบแทนบุญคุณที่คุณอามีให้กับครอบครัวผมบ้าง แต่สุดท้าย ความตั้งใจของผมก็ล้มเหลวหมด...”

แต่แล้วเขาก็ตื่นเต้นเมื่อตำรวจพาปูรณ์ลูกชายคนเดียวของปกรณ์ที่รอดมาราวปาฏิหาริย์ เวลานั้นปูรณ์เอาแต่ร้องไห้ จนจรัลต้องปลอบ เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาและเขม่าตามใบหน้าให้ และเอาผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นวางไว้ในมือปูรณ์

จากนั้นจรัลพาปูรณ์มาที่บ้านบอกปูรณ์ว่านี่คือ “บ้านของลุง...บ้านของปูรณ์...” ปูรณ์มองผ้าเช็ดหน้าเก่าๆ ในมือผืนนั้นอย่างเป็นของล้ำค่าในชีวิต

ในคืนนี้เอง คุณปู่จรัลก็จากไป วีว่าที่เฝ้าคุณปู่อยู่ตลอดเวลา โผกอดร่างคุณปู่ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ปูรณ์อยู่ที่ห้องพักของตัวเอง สังหรณ์ใจบางอย่าง วิ่งไปดูก็
เห็นแต่ความโศกเศร้าของบรรดาสมาชิกในครอบครัววรรณดำรงต่อการจากไปของคุณปู่จรัล เขามองอึ้งเหมือนถูกสาปให้ตรึงอยู่กับที่!

ooooooo

คุณย่าพริ้มเพราบอกให้ลูกหลานในครอบครัววรรณดำรงเข้าไปกราบเท้าคุณปู่จรัล แต่เมื่อวารุณีเรียกปูรณ์ให้เข้าไปกราบ คุณย่าเสียงเข้มว่าไม่ต้อง! อ้างว่าเขาเป็นแค่ลูกบุญธรรมที่เก็บมาเลี้ยงเท่านั้น

คุณย่าพูดโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าปูรณ์ว่า “ถ้าคนมันอยากแสดงความกตัญญูรู้คุณเสียอย่าง ก็ลงไปจัดการธุระเรื่องงานศพให้ดีก็พอ!” ปูรณ์รับคำเบาๆแล้วเลี่ยงจากห้องไป ท่ามกลางสายตาของวรรณดำรงทุกคนที่มองปูรณ์อย่างเห็นใจ

เจ้าขาบ่นว่าคุณย่าใจร้ายเกินไปถึงขนาดไม่ยอมให้อาปูรณ์กราบลาคุณปู่ แต่วีว่ากลับเห็นว่าที่คุณย่าพูดก็มีเหตุผล เจ้าขาโต้ว่าตลอดเวลาที่คุณปู่ป่วยก็มีแต่
อาปูรณ์เท่านั้นที่เฝ้าดูแลมากที่สุด บ้านอื่นๆก็มากันเป็นครั้งคราวเท่านั้น

“หึ...ดูแลมากที่สุด แต่ก็ปล่อยให้คุณปู่เสียเนี่ยนะ!” วีว่าโพล่งออกมาอย่างมีอารมณ์จนใจเด็ดปรามว่า

“วีว่า! พูดอะไรออกมา!! พวกเรารู้กันมาตั้งนานแล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง การไปโทษว่าใครเป็นคนทำให้คุณปู่เสียมันใช้ได้ที่ไหน” ใจเด็ดเสียงเข้มจนไม่มีใครกล้าเถียง เขายังพูดกับวีว่าว่า ไม่รู้ว่าคุณย่าพริ้มเพราพูดอะไรกับวีว่าไว้บ้าง แต่ให้หัดมองอาตัวเองในแง่ดีบ้าง วีว่าอ้างคำพูดของคุณย่ามาโต้ว่า

“คุณย่าบอกไว้อยู่แล้วว่าบ้านเรามองโลกในแง่ดีเกินไป เห็นอาปูรณ์เป็นเทวดา สักวันจะโดนอาปูรณ์หลอกจนหมดตระกูล” พูดแล้วลุกเดินหนีไป ใจเด็ดโกรธมาก แต่วารุณีขอให้เขาใจเย็นๆ เพราะพูดอะไรไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

เจ้าขาขอตัวไปดูว่าอาปูรณ์จัดงานศพคุณปู่อย่างไร วารุณีเชื่อว่าแขกของธนาคารมากันเยอะแน่ ใจเด็ดกังวลว่าแขกไม่เท่าไหร่ แต่บรรดาญาติๆนี่สิ มาแล้วคงไม่ยอมกลับไปง่ายๆแน่ วารุณีถามว่าทำไมหรือ

“พินัยกรรมที่คุณพ่อทำไว้ไง...รับรองว่า ในงานศพ คุณพ่อ คุณจะได้เจอญาติผมที่คุณไม่เคยได้เจอเยอะแยะแน่ๆ”

ooooooo

ชงโชคโทร.แจ้งคุณหญิงแขอุไรว่าคุณจรัลเสียแล้ว คุณหญิงขอบคุณบอกว่ามีอะไรที่ตนช่วยได้ให้บอกและฝากแสดงความเสียใจกับคุณอาพริ้มเพราด้วย

สวัสดิ์และลมฟังอยู่ด้วย สวัสดิ์กลั้นยิ้มไม่อยู่ถูกพี่สาวปรามว่าอยู่ที่นี่ไม่เป็นไรแต่อย่าไปดีใจออกนอกหน้าที่ธนาคารก็แล้วกัน ปรารภกับน้องชายว่าคนตายสบายไปแล้ว แต่คนอยู่นี่สิไม่สบาย ลมเดาใจแม่ว่าไม่สบายใจเรื่องพินัยกรรมใช่ไหม

คุณหญิงบอกให้ลมโทร.ไปกอบโกยคะแนนจากวีว่าเสียเพราะเธอกำลังเป็นตัวเงินตัวทอง สวัสดิ์ติงพี่สาวว่าอย่าเพิ่งมั่นใจเรื่องนี้นักเลย ตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่ปูรณ์จะไม่ได้อะไรจากคุณจรัลเลย เพราะคุณจรัลรักมากและธุรกิจเกือบทั้งหมดของไทยธนกิจตกอยู่ในความดูแลของปูรณ์ เมื่อคุณจรัลตายไป ปูรณ์อาจจะได้อะไรที่มากกว่ารองประธานก็ได้

แต่คุณหญิงแขอุไรเชื่อว่าคุณอาพริ้มเพราที่มีอำนาจรองจากคุณจรัลเอียงมาทางตนและเกลียดปูรณ์มาก ต่อไปก็แค่ปัดกวาดรองประธานให้พ้นทางเท่านั้น บอกสวัสดิ์ให้เตรียมตัดสูทใหม่ฉลองตำแหน่งรองประธานได้เลย สวัสดิ์ยิ้มกริ่มบอกว่าตนก็คงต้องสอนงานว่าที่ประธานไทยธนกิจคนใหม่ให้ลาภิสแล้วสินะ
ทั้งสามฝันเฟื่องกับตำแหน่งและลาภยศที่จะได้กันอย่างชื่นมื่น

ooooooo

เมธีหนีตำรวจไปนั่งดื่มที่ร้านเหล้าของมิคและขอค้างคืนที่นั่นเพราะไม่กล้ากลับบ้าน เขานั่งดื่มจนเมาและคิดถึงเรื่องในคืนที่เขาหมายเคลมวีว่า จนเป็นเหตุให้ถูกไล่ออกจากงาน

เพราะหลงรักวีว่ามาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย จบแล้วก็มาทำงานกับเธอยอมให้ใช้งานทุกอย่างหมายชนะใจวีว่า แต่วีว่าไม่เคยคิดอะไรกับเขานอกจากความเป็นเพื่อน ทำให้คืนหนึ่งเมธีดื่มจนเมาขึ้นไปหาวีว่าที่ห้องทำงานหมายใช้กำลังเผด็จศึก

แต่ขณะวีว่ากำลังจะพลาดพลั้ง ปูรณ์ก็มาช่วยไว้ทัน เขาเอาขวดเหล้าฟาดหัวเมธีจนสลึมสลือแต่ก็ยังพอเห็นรางๆว่าคนที่ฟาดหัวตนคือปูรณ์

วีว่าเองก็ฝันถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น เธอคิดว่าคนที่ช่วยเธอคือคุณลึกลับ ต่อมาจึงรู้ว่าเป็นปูรณ์ เขาพูดเหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นว่า

“พอดีประชุมที่แบงก์เลิกช้า ถามเจ้าขา เจ้าขาบอกว่าวีว่าขึ้นมาข้างบนจึงขึ้นมาแสดงความยินดี ก็พอดี...” เล่าแล้วถามว่าเธอไม่เป็นไรใช่ไหม วีว่าอวดดีตามเคยว่าไม่เป็นไร ตนดูแลตัวเองได้ไม่ต้องให้อาปูรณ์มาช่วยหรอก “งั้นอาต้องขอโทษด้วยที่เข้ามายุ่ง” ถามว่าแล้วจะเอาอย่างไรกับนายคนนี้ เธอบอกว่าแค่นี้เขาคงเข็ดแล้ว ตนไม่อยากให้เรื่องใหญ่โตไปกว่านี้

ก่อนออกไป ปูรณ์เดินผ่านเมธีที่ยังนอนหมดสภาพอยู่ ย้ำปรามว่า

“นายอาจจะเคยทำแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นได้ แต่อย่าคิดจะทำกับหลานสาวฉันเป็นอันขาด”

ฝันถึงตอนนี้วีว่าก็ตื่น บ่นตัวเองว่า “จะฝันถึงเรื่องคืนนั้นทำไมเนี่ย” เหลือบเห็นรูปคุณปู่จรัลที่กอดตนอย่างรักใคร่ วีว่าหยิบเสื้อคลุมสวมเดินไปที่ห้องคุณปู่จรัล...

เดินไปถึงหน้าห้อง ร่างคุณปู่ไม่อยู่แล้ว เห็นแต่ปูรณ์นั่งเศร้าอยู่ เขาเดินไปกราบที่ปลายเตียงแทนกราบเท้าคุณจรัลเพราะคุณย่าพริ้มเพราไม่อนุญาต ปูรณ์หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขึ้นซับน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่ ทั้งที่พยายามทำตามที่คุณจรัลอบรมบ่มสอนให้เป็นคนเข้มแข็งอย่าร้องไห้

ปูรณ์ได้รับการอบรมจากคุณจรัลเยี่ยงลูกและฝากฝังว่า “โตไปก็ดูแลวีว่าด้วยนะลูก คนเราอยู่บ้านเดียวกัน ต้องรัก ต้องดูแลกัน จำไว้นะ” เมื่อปูรณ์รับคำ คุณจรัลขยี้หัวเขาด้วยความรักและเอ็นดู

ooooooo

ปูรณ์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขารีบเช็ดน้ำตาขอโทษคุณจรัลที่ผิดสัญญา ปูรณ์คิดว่าไม่มีใครเห็น แต่วีว่าเห็น พอปูรณ์รู้ตัว วีว่าอ้างว่าเห็นไฟที่ห้องคุณปู่เปิดเลยเดินลงมาดู ก่อนออกไปเธอพูดให้เขารู้ว่า

“ห้องคุณปู่จรัลนี่น่าจะมีกระจกติดฟิล์มนะ จะได้ไม่มีใครเห็นน้ำตาของอาปูรณ์ เข้าใจตรงพอยต์แล้วนะคะ”

พูดแล้วเดินออกไป ปล่อยให้ปูรณ์อึ้งอยู่ตรงนั้น...

งานศพของคุณจรัลจัดขึ้นที่บ้านหลังใหญ่ใจกลางอาณาจักรวรรณดำรง รถของแขกทยอยเข้ามามากมาย อีโนกับพี่หมีช่วยกันต้อนรับแขก ใจเด็ดกับวารุณีช่วยกันดูแลญาติและต้อนรับแขกผู้ใหญ่ วีว่ากับเจ้าขาดูแลบริเวณที่จัดเป็นที่เคารพศพ

คุณย่าพริ้มเพรานั่งอยู่ที่เก้าอี้ประธาน เหลือบมองปูรณ์ที่พาแขกคนหนึ่งเข้ามาสวัสดีแนะนำว่าท่านคือ

น้องสาวของคุณพ่อ แขกคนนั้นรีบยกมือไหว้พูดออกตัวว่าไม่เคยทราบว่าท่านมีน้องสาว และแสดงความเสียใจด้วย คุณย่าหน้าเชิด รับไหว้อย่างขอไปที พอลูกค้าคนนั้นเดินไป ปูรณ์พูดเชิงขอโทษคุณย่าว่า

“ลูกค้ารายใหม่ของธนาคาร เขาไม่ค่อยรู้เรื่องครอบครัวของเรา ต้องขอโทษคุณอาด้วยครับ”

“ครอบครัวของเรางั้นเหรอ? ช่างพูดได้เต็มปากเต็มคำ ดีจังนะ” คุณย่าหัวเราะหึๆในลำคอ ชงโชคเดินมา เขาเงี่ยหูฟัง ได้ยินปูรณ์เอ่ยขอโทษ ในขณะที่คุณย่าพริ้มเพรายังจิกกัดปูรณ์อย่างไม่ปรานี “ที่ผ่านมาฉันไม่ค่อยได้ตักเตือนแก เพราะเกรงใจคุณพี่จรัล แต่ต่อไปนี้ฉันคงไม่ต้องเกรงใจอีก คุณพี่ตามใจแกมามากเกินไป จนแกลืมเจียมตัวไปแล้ว”

“ผมไม่เคยลืมที่จะเจียมตัวหรอกครับคุณอา ผมเตือนตัวเองเสมอว่าเป็นแค่คนที่คุณพ่อจรัลเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านี้” คุณย่าจิกว่าขอให้มันจริงเถอะ ปูรณ์ได้แต่ก้มหน้าข่มความรู้สึก

ชงโชคสะกิดชั้นฉัตรอย่างรู้กันโดยอัตโนมัติ ชั้นฉัตรเข้าไปบอกปูรณ์ว่าคุณไพโรจน์จากตลาดหุ้นตามหาเขาอยู่ ปูรณ์จึงขอตัวคุณย่าไป

ที่แท้ชงโชคกับชั้นฉัตรช่วยกันปูรณ์ออกจากคุณย่าที่กำลังจิกกัดเขาอย่างไม่ปรานี ชั้นฉัตรบอกว่าตนทนเห็นรองประธานแบงก์ยืนกุมเป้าคอตกโดนด่าไม่ได้ ปูรณ์บอกว่า

“อยู่ข้างนอก ฉันเป็นรองประธานแบงก์ แต่อยู่ในบ้านวรรณดำรง ฉันเป็นได้แค่เด็กที่ถูกเก็บมาเท่านั้นแหละ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย...ค่าของแกมันไม่ได้อยู่ที่ตำแหน่งอะไรแต่มันอยู่ที่นี่” ชั้นฉัตรเอามือตบหน้าอกตรงหัวใจปูรณ์ “ฉันเชื่อว่าสักวัน คุณย่าพริ้มเพราจอมดุ ต้องเห็นอย่างที่คนอื่นเขาเห็นกันมาตั้งนานแล้ว”

ปูรณ์ได้แต่ยิ้มเศร้าๆกับการให้กำลังใจของชั้นฉัตร

ooooooo

มุกรินมากับพี่บี พี่บีเอาน้ำตาเทียมให้ บอกมุกริน ว่าซีนนี้เป็นซีนดราม่าเรียกน้ำตาคนดู มุกรินติงว่าคนฉลาดอย่างปูรณ์เขาคงเชื่อหรอก

เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปในงาน ตกเป็นเป้าสายตาของแขกในงาน มุกรินก็ตีหน้าเศร้าเข้าโหมดดราม่าทันที

อีกมุมหนึ่ง คุณหญิงแขอุไรเพิ่งมาถึง พอลงจากรถก็เร่งลมที่อ้อยอิ่งอยู่ให้เร็วหน่อย แต่พอลมลงจากรถก็เดินตัวปลิวไปหาวีว่าจับมือเธอแสดงความเสียใจด้วย คุณหญิงแขอุไรก็เข้าไปไหว้คุณย่าพริ้มเพราแสดงความเสียใจด้วย เมื่อลมไปสวัสดีคุณย่า ก็ถูกเรียกให้นั่งข้างๆ แล้วเรียกวีว่ามานั่งด้วยเพราะพระจะสวดแล้ว เลยกลายเป็นลมกับวีว่านั่งคู่กันข้างคุณย่าพริ้มเพรา จนแขกท่านหนึ่งชมว่าคู่นี้น่ารักจังเลย

ครู่หนึ่งคุณหญิงเหลือบเห็นมุกรินเดินควงแขนปูรณ์เข้ามา พอคุณย่าพริ้มเพราหันไปเห็นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ

แม้ว่ามุกรินจะควงปูรณ์และลมจะควงวีว่า แต่ทั้งลมและมุกรินก็แอบส่งสายตาและไลน์นัดพบกันคืนนี้

แขกที่มาในงานนับพันทำให้เด็กเสิร์ฟน้ำไม่ทัน ปูรณ์จึงไปช่วยเสิร์ฟ พี่หมีบอกว่าเดี๋ยวไปเรียกอีโนมาช่วย เขาเป็นถึงรองประธานธนาคารมาเสิร์ฟน้ำดูแปลกๆ

“เชื่อผมเถอะครับ รองประธานธนาคารก็แค่คนธรรมดา เสิร์ฟน้ำได้ครับไม่แปลก” ปูรณ์ยิ้มจริงใจ แล้วเอาแก้วน้ำใส่ถาดอย่างกระฉับกระเฉง ทันใดนั้นวีว่าก็ก้าวเข้ามายืนข้างๆ หยิบแก้วน้ำใส่ถาดเงียบๆ พอปูรณ์หันมองเธอก็พูดหาเรื่องว่า มองอะไรไม่เคยเห็นคนเอาน้ำไปเสิร์ฟแขกรึไง

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 3 วันที่ 24 ส.ค. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ