ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 4 วันที่ 27 ส.ค. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 4 วันที่ 27 ส.ค. 58

วีว่าสะบัดออกไปแล้ว ปูรณ์ได้แต่เจ็บปวดกับประโยคสุดท้ายที่เธอพูดใส่หน้าเขาอยู่

เวลาเดียวกันนี้ ที่ร้านเหล้าของวิค กำลังมีการตกลงขั้นสุดท้ายและจ่ายเงินให้มือปืน มือปืนถามวิคว่าลูกค้าต้องการเมื่อไร? วิคบอกว่าลูกค้าตนเป็นคนใจร้อน อยากได้เร็วเท่าไรยิ่งดี พูดหน้าเหี้ยมว่า

“แต่ผมว่ามันมีเวลาที่ดีกว่านั้น ความตายของคนคนหนึ่ง ควรจะตายเวลาที่เหมาะสม แต่เจ็บปวดที่สุด มันถึงจะคุ้มกระสุนปืนหน่อย พี่ว่าจริงไหม?”



เวลาเดียวกันอีกเช่นกัน ชั้นฉัตรบอกชงโชคว่าตอนกลางวันปูรณ์คงเจอหลานสาวเล่นงานไปแล้ว ไม่รู้ว่าตกกลางคืนกลับไปบ้านวรรณดำรงจะเจอจากคุณย่าของหลานอีกหรือเปล่า ชงโชคบอกว่าเขาควรบอกปูรณ์ให้นอนที่คอนโดแทน

“พ่อก็รู้ว่าปูรณ์มันเป็นคนไม่เคยหนี ไม่ว่ามันจะถูกหรือมันจะผิด ยิ่งกับคุณย่าพริ้มเพรา ต่อให้มันโดนว่า โดนด่าขนาดไหน ในเรื่องที่มันไม่ผิดเลย มันก็ยังก้มหน้ายอมรับลูกเดียว”

“อืม...คนดีๆก็ควรได้รับสิ่งตอบแทนที่ดีๆ” ชั้นฉัตรถามว่าพ่อพูดอะไร “ฉันก็พูดไปเรื่อยเปื่อย เอานี่ไปเก็บไว้ให้ดีๆ ฉันกลัวลืม มันเป็นพินัยกรรมของคุณจรัล วรรณดำรง” ชั้นฉัตรตื่นเต้นถามว่าแอบแง้มดูหน่อยได้ไหม “ได้ แต่แง้มปั๊บแกก็ติดคุกเลยนะ ถ้าอยากนอนคุกก็แง้มดู” ชงโชคด่าไอ้ลูกเวรแล้วเดินออกจากห้องไป

“เรื่องมันจะมาพีคอะไรกันตอนนี้วะเนี่ย?” ชั้นฉัตรมองซองพินัยกรรมเซ็งๆ

ฝ่ายลมพอถูกคุณหญิงยื่นคำขาด ก็ไปพบมุกรินที่ลานจอดรถใต้ดิน บอกเธอว่า

“เราต้องเลิกข้องเกี่ยวกัน คุณอย่ามาเจอ อย่ามายุ่งกับผมอีก!!” ทำเอามุกรินอึ้งไปทันที

ooooooo

วีว่ากลับมาถึงร้านวรรณวิวาห์เวดดิ้ง เห็นเจ้าขา พี่หมี และอีโนยังนั่งสุมหัวกันอยู่ ถามว่าทำอะไรกันอยู่ ไม่กลับบ้านกันหรือ ทั้งสามบอกว่าก็อยากกลับ แต่พวกตนเป็นห่วง

วีว่าทำเฉไฉว่าไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาพังร้านอีกเพราะตนสั่งติดกล้องวงจรปิดและจ้างยามเพิ่มแล้ว อีโนทนไม่ไหวเดินมาพูดกับวีว่าตรงๆว่า

“ทำเป็นพูดเรื่องร้าน เธอก็รู้นี่ว่าวินาทีนี้ พวกเราไม่ได้ห่วงร้าน เราห่วงเธอต่างหาก!”

“ใช่ค่ะ ตกลงไปคุยกับคุณปูรณ์เป็นยังไงคะน้องวีว่า...คือพี่ก็ไม่อยากจะสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่นหรอกนะคะ แต่พี่ก็เป็นห่วง” พี่หมีกลัวๆกล้าๆ

วีว่าบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงทุกอย่างปกติดี เจ้าขาถามว่าหมายความว่าพี่เคลียร์กับว่าที่เจ้าบ่าวมาแล้วด้วยใช่ไหม

“ยัง...” วีว่าตอบทันที ทำเอาทุกคนร้องอ้าว... “แต่วีว่ามั่นใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างปกติ เพราะฉะนั้นเลิกห่วงแล้วก็กลับบ้านกันไปได้แล้วค่ะ” เจ้าขาลังเล “ถ้าไม่กลับ งั้นวีว่ากลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะพี่หมี”

วีว่าเดินฉับๆกลับออกไปทันที ทั้งเจ้าขา อีโนและพี่หมี มองหน้ากันอึ้ง

ที่หน้าร้านวรรณวิวาห์เวดดิ้งนั่นเอง มือปืนที่วิคจ้างมา ซุ่มอยู่ในรถเก่าๆ พอเห็นวีว่าขับรถออกไปมันขับตามทันที

ooooooo

เจ้าขาถามพี่หมีกับอีโนว่าเอาไงดี พี่หมีคาดว่าอาจจะปกติอย่างที่วีว่าบอกก็ได้ พวกเราอาจคิดมากกันไปเอง

“พวกเราไม่ได้คิดมากนะคะ พวกเราน่ะคิดถูกแล้ว เจ้าขาเป็นน้อง มองตาพี่วีว่าก็รู้แล้วว่าไอ้ที่บอกว่าปกติน่ะมันยังไม่ปกติแน่ๆ” อีโนถามว่าแล้วจะเอายังไงต่อไปล่ะ หรือเราจะไปถามอาปูรณ์ดู? “โหย...อาปูรณ์ยิ่งยากกว่าพี่วีว่าอีก รายนั้น ถ้าเงียบก็คือเงียบ แล้วเวลาเงียบ อาปูรณ์ดูน่ากลัวจนเจ้าขายังไม่กล้าล้อเล่นเลย”

“เออ...คนขี้วีนกับคนเงียบ หยินกับหยางชัดๆ อากับหลานคู่นี้ ยิ่งดูยิ่งน่าแต่งงานกันจริงๆนะ” อีโนโมเม แล้วพล่ามไปตามประสา จนพี่หมีกับเจ้าขาออกไปแล้ว พอรู้ตัวก็รีบตามไปแทบไม่ทัน

ooooooo

คุณหญิงแขอุไรโทรศัพท์แก้ต่างให้ลมว่าภาพที่ปรากฏนั้นเป็นวันที่ลมไปกับเพื่อนๆหลายคนเป็นกลุ่มใหญ่ และแม่ดาราคนนั้นก็เป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที หาว่าพวกนักข่าวหาจังหวะถ่ายให้เหมือนอยู่กันสองคนจนเป็นเรื่อง

สวัสดิ์ปลอบใจพี่สาวว่า พองานแต่งงานอลังการประจำปีมาแทนที่ คนเขาก็ลืมข่าวนี้กันแล้ว คุณหญิงบอกว่า ถึงข่าวเงียบแต่ทั้งเรื่องทั้งรูปก็ยังถูกเก็บไว้ในคอมพ์ในเน็ต พอมีเรื่องอะไรขึ้นมาคนก็ขุดคุ้ยขึ้นมาเล่นงานลมกันอีก บอกสวัสดิ์ว่า

“ตอนนี้ ฉันกลัวว่าแค่ภาพภาพเดียวมันจะทำให้งานแต่งงานและสมบัติแสนล้านหายวับไปในพริบตา!” คุณหญิงมองซ้ายมองขวาลดเสียงลงถามว่า “แล้วนายลาภิศตัวดีมันหายหัวไปไหน ทิ้งปัญหาไว้ให้แม่มันแก้แล้วก็ไปลั้ลลาเนี่ย นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด”

สวัสดิ์ปลอบพี่สาวว่าใจเย็นๆ เพราะลมเป็นคนมีความคิดอยู่ ตอนนี้อาจกำลังแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อขึ้นอยู่ก็ได้

“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่แกพูดนะ แล้วเรื่องพินัยกรรมคุณอาจรัลล่ะยังไง? แกแน่ใจนะว่าแกจะสามารถหาทางเห็นก่อนว่าในนั้นเขียนไว้ว่ายังไง” สวัสดิ์ไม่ตอบ แต่ยิ้มมั่นใจ

ooooooo

วีว่าขับรถออกมาอย่างหัวเสียกับคำพูดของอาปูรณ์เมื่อครู่นี้ที่โต้เถียงกันเรื่องลมกับมุกริน เธอยืนยันว่ารู้จักลมดี มั่นใจว่าลมไม่ได้เป็นฝ่ายริเริ่มทำก่อนแน่

“แน่ใจเหรอว่ารู้จักดีพอ? เพื่อนเล่นแต่งงานกันตอนเด็ก แต่ห่างกันไปตั้งนาน แน่ใจได้ยังไงว่าคนเราจะไม่เปลี่ยนแปลงไป” เมื่อเธอเสียงแข็งว่าตนมั่นใจในตัวลม ปูรณ์เตือนว่า “อย่ามั่นใจจนเกินไป เพราะเวลามันผิดไปจากที่คิด มันจะเจ็บหนัก”

คิดแล้ววีว่าบอกกับตัวเองว่า ไม่จริงหรอก สิ่งที่อาปูรณ์คิดมันผิด!! มันผิด!!!” แล้วขับรถปาดซ้ายปาดขวาไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

ที่หน้าอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ลมขับรถไปรอใครบางคนอย่างร้อนใจ ไม่นานวิคก็ขับรถมาถึงพร้อมวัยรุ่นคนหนึ่งที่ใส่แว่นในมือหนีบคอมพ์ MACBOOK อยู่ท่าทางเนิร์ดๆตามลงมา

ลมถามอย่างหงุดหงิดว่าทำไมมาสาย เขานั่งที่เก้าหนี้หน้าอู่ซ่อมรถยกมือกุมหัวอย่างสับสน บอกวิคว่า

“ผมกลัวทุกอย่างจะพังไม่เป็นท่า แล้วสุดท้ายแม่ก็มาลงที่ผม หาว่าผมเป็นลูกชายที่ไม่ได้เรื่อง ไม่น่าเกิดมาอีกจนได้!”

วิคพูดอย่างสมเพชที่ลมยังสลัดปมด้อยข้อนี้ไม่พ้น ลมบอกว่าถ้าตนมีแม่เป็นแม่ธรรมดาเหมือนแม่คนอื่น ตนก็ไม่เป็นแบบนี้ แต่ถึงแม่จะเลวร้ายยังไงตนก็รัก อะไรที่ทำให้แม่มีความสุขตนก็อยากทำให้ แม้ว่ามันจะทำให้ตนทุกข์ก็ตาม

ทักทายยั่วยวนกวนโมโหกันพอสมควรแล้ว ลมตัดบทถามว่าเรื่องที่ตนให้จัดการ จัดการให้ตนหรือยัง แล้วทำไมทำแค่นี้ต้องจ่ายถึงแสนหนึ่ง

“แค่นี้เหรอ...เฮ่ยยย...ไอ้ลม ของแบบนี้มันงานศิลปะนะเว้ย แกอยากได้ของดีๆ เนียนๆ มันก็ต้องใช้คนมีฝีมือสิวะ” แล้วหันสั่งเด็กที่มาด้วย “มึงโชว์ฝีมือให้พี่เขาดูได้แล้ว”

เด็กหนุ่มกางหน้าจอ MACBOOK ให้ลมดู

ลมดูแล้วถึงกับตาโต! วิคถามว่าเป็นไง คุ้มค่าเงินแสนไหม

“สุดยอด! เหมือนจริงมาก!! ทำได้ไงเนี่ย...”

วิคไม่ตอบแต่แบมือขอเงินตามที่สัญญากันไว้ ลมควักซองเงินแสนยื่นให้ วิคพูดอย่างกระหยิ่มว่า

“ช่วยบอกน้องเขาไปทีว่าแกอยากได้แบบไหน? ไรต์ใส่แผ่น ใส่แฟลชไดรฟ์ หรือจะให้เอาลงยูทูบเลย”

“ทำทุกอย่างเลย ทำยังไงก็ได้ให้มันกระจายไปให้คนเห็นให้มากที่สุด อ้อ...แต่ส่งเข้าอีเมลฉันด้วยก็ดี ฉันต้องรีบใช้”

พอวิครับปากว่า “จัดให้” ลมทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม เปรยๆว่าปัญหาหมดไปแล้วสองเรื่อง วิคถามว่าสองเรื่องงั้นหรือ??

“ใช่...ก่อนหน้าที่จะมาเจอพี่ ฉันไปแก้ปัญหาเรื่องนึงมาก่อนแล้ว...”

เวลาเดียวกัน มุกรินอยู่คอนโด เธออยู่ในสภาพเมามายสีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ภายในห้องเปิดเพลงแจ๊สดังกระหึ่ม เธอเห็นใบหน้าที่เจ็บปวดของตัวเองในกระจก เธอปาแก้วเหล้าใส่กระจกแตกเป็นเส้นสายทำให้ใบหน้าที่สะท้อนในกระจกยิ่งแย่ เธอมองภาพนั้นอย่างสับสนมาก...

ooooooo

วันเดียวกันนี้ที่บ้านวรรณดำรง ปูรณ์กลับจากทำงานจะขึ้นข้างบน ถูกใจเด็ดที่นั่งอยู่เรียก ปูรณ์จึงยกมือไหว้ขอโทษที่ตนมัวแต่คิดอะไรอยู่ไม่ทันเห็น

ใจเด็ดถามว่าคิดเรื่องข่าวอยู่น่ะหรือ ปูรณ์บอกว่าคิดเรื่องกองทุนตัวใหม่ของแบงก์ที่ไปลงทุนในจีน ส่วนเรื่องข่าวไร้สาระนั่นตนไม่สนใจ

พอดีคุณย่าพริ้มเพราะลงมาได้ยิน พูดเหน็บว่า “ไม่สนใจหรือจงใจกันแน่” ปูรณ์รีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม คุณย่าพริ้มเพรายังพูดต่ออย่างชิงชังว่า

“แกไม่ต้องมาทำยกมือไหว้ฉัน ฉันไม่อยากรับไหว้คนที่คิดทำลายชีวิตหลานสาวฉัน” ปูรณ์อึ้งบอกว่าตนไม่เคยแม้แต่จะคิด “ถ้าไม่คิด แล้วแกทำอย่างนั้นทำไม แกจะไปควงดารานักร้องหรือผู้หญิงสำส่อนที่ไหน ฉันไม่คิดจะสนใจ เพราะฉันไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับแกอยู่แล้ว แต่การที่แกไปคบนังดารานั่นแล้วมันไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายที่กำลังจะแต่งงานกับวีว่า ฉันรับไม่ได้!”

“แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของปูรณ์นะครับคุณอา ถ้าเรื่องนี้ใครจะเป็นคนผิด ผมว่าน่าจะเป็นดาราคนนั้นมากกว่า...หรือถ้าเราจะมองลึกกว่านั้น ลมก็น่าจะผิดด้วยที่ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงอื่นทั้งที่จะแต่งงานกับลูกสาวผมอยู่แล้ว” ใจเด็ดช่วยปูรณ์

“นี่เธอจะว่าฉันเป็นคนคิดอะไรตื้นๆหรือตาใจเด็ด”

“ผมไม่ได้ตั้งใจว่าคุณอานะครับ แต่ถ้ามองตามความจริง ไม่มีอคติ ใครก็ต้องมองแบบนั้น”

“จะมองแบบไหน แต่ป่านนี้คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็เอาเรื่องนี้ไปนินทากันสนุกปากแล้ว” คุณย่าโต้ใจเด็ด แล้วตวัดสายตาจิกปูรณ์ “แล้วเธอคิดว่าใครที่เสียหายกับเรื่องนี้มากที่สุด แม่ดาราสำส่อนคนนั้นน่ะเหรอ หรือว่าตาลม...หรือจะเป็นไอ้คนนอกสายเลือดวรรณดำรง!” คุณย่าหันมองใจเด็ดอีก “ไม่ใช่หรอก...ฉันว่าคนที่จะเสียหายและเจ็บปวดกับข่าวนี้คือลูกสาวเธอมากกว่า...หรือเธอว่าไม่จริง ว่าไง...ใจเด็ด ที่ฉันพูดมามันถูกไหม”

“ครับคุณอา เรื่องนี้ผมผิดเอง” ปูรณ์ออกรับแทน คุณย่าหันจิกทันทีว่า แปลว่ายอมสารภาพว่าตั้งใจทำลายชีวิตหลานตนใช่ไหม! “เปล่าครับ ผมไม่เคยคิดร้ายกับวีว่าเลย แต่ถ้าคุณอาพริ้มเพราจะคิดว่าผมเป็นต้นเหตุให้เรื่องเลวร้ายนี้เกิดขึ้น ผมก็พร้อมยอมรับผิดครับ”

“ปูรณ์...” ใจเด็ดมองหน้าปูรณ์อย่างไม่เข้าใจ

“ผมไม่ได้ยอมรับผิดเพราะผมทำผิดจริงๆ แต่ผมยอมรับผิดเพราะคุณอาพริ้มเพราอยากให้ผมผิด ตระกูลวรรณดำรงมีพระคุณท่วมหัวผม คุณอาพริ้มเพราก็เป็นเสาหลักของวรรณดำรงมาตลอด เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่ผมทำแล้วคุณอาสบายใจ ผมก็พร้อมจะทำครับ” พูดจบปูรณ์ก้มหัวให้อย่างนอบน้อม

คุณย่าพริ้มเพราอึ้งไปอึดใจ แต่ความทิฐิครอบงำจนไม่อาจสลัดได้ ฮึดขึ้นมาอีก

“ฮึ!! ดี!!! คิดอย่างนี้ได้ก็ดี แต่ขอให้คิดอย่างนี้จริงๆ

อย่างที่พูดเถอะ และต่อไปนี้ฉันขอสั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามแกไปก่อเรื่องก่อราวให้มีข่าวฉาวให้ชื่อเสียงของหลานสาวฉันและทุกคนในบ้านวรรณดำรงนี้เสื่อมเสียอีก และถ้างานแต่งงานของวีว่าต้องล่มลงเพราะแก ฉันจะไม่มีวันให้อภัยแกอีกเลย เข้าใจไหม!”

“เข้าใจครับคุณอา” ปูรณ์ก้มหัวตอบอย่างนอบน้อมอีกครั้ง

คุณย่ามองจิกปูรณ์อย่างชิงชังแล้วสะบัดออกไป ปูรณ์ยังยืนก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้น...ใจเด็ดได้แต่มองเขาอย่างสงสาร

ooooooo

ลมก้มดูบางอย่างในไอแพดของตนพูดอย่างพอใจ โอเค แล้วจะก้าวขึ้นรถ ถูกวิคเรียกไว้

“เฮ้เพื่อน!! แน่ใจเหรอว่าไม่แวะไปร้านฉันสักหน่อย แกอาจจะไปอยู่เมืองนอกเสียนาน แต่ทุกอย่างที่แกชอบยังมีเหมือนเดิม เหล้า ผู้หญิง หรือว่ายา...ฉันจะทำให้แกลืมปารีสไปเลย” ลมส่ายหน้าบอกว่าตนเลิกแล้ว “มันต้องแบบนี้สิคุณลาภิศตัวจริง ผมเชื่อเสมอว่า ลึกๆ แล้วคุณลาภิศเป็นคนดีกว่าที่คุณลาภิศแกล้งเป็นมาก”
ลมทำหน้าเซ็งๆ ก้าวขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว วิคควักซองเงินออกมาดูพูดเปรยๆกับวัยรุ่นคนนั้นโดยไม่หันมองว่า

“มึงรู้ไหมว่า ผู้ชายคนเมื่อกี๊ ชีวิตมันน่าสมเพช แค่ไหน มันกำลังจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่รวยระดับแสนล้าน แต่มันไม่รู้ว่า ว่าที่เจ้าสาวที่มันจะแต่งด้วยกำลังจะตาย...” วิคหยุดหัวเราะขำ “แล้วที่มันน่าตลกก็คือ ไอ้คนที่จัดการให้ว่าที่เจ้าสาวตายก็คือฉันเอง เอ๊ะ...ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิว่า นี่คือข่าวดีหรือข่าวร้ายของมัน ไอ้ลมมันอาจจะแฮปปี้ก็ได้นะ หึๆๆ”

วิคตบหัววัยรุ่นคนนั้นอย่างหยอกล้อ พูดอย่างผยองว่า

“ถ้ามึงโตขึ้น มึงจะรู้ว่าโลกมันแคบ แล้วมันก็เลวร้ายกว่าที่คิด...” วิคแบ่งเงินครึ่งหนึ่งให้วัยรุ่น “แต่ถ้าเราฉลาดพอ เราจะหากำไรจากความเลวร้ายได้เสมอ”

เด็กวัยรุ่นคนนั้นรับเงิน มองวิคกลัวๆ ความเลวร้ายของเขาที่เกินกว่าที่ตนคิดไว้มาก

ooooooo

มุกรินยังมองใบหน้าตัวเองในกระจกที่มีริ้วรอยแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ เธอคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา หลังจากภาพฉาวข่าวโฉ่สนั่นเมือง ลมมาพบกับเธอที่ลานจอดรถใต้ดินขอให้เราเลิกเกี่ยวข้องกันสักพักเพราะไม่อยากให้งานแต่งงานล่ม

“ก็ได้ แต่ถามหน่อยว่ากลัวงานแต่งล่ม หรือกลัวไม่ได้เงินแสนล้านกันแน่” ลมตอบอย่างฉุนเฉียวว่าแล้วแต่เธอจะคิด แต่เราต้องไม่เจอกันอีกสักระยะ “สักระยะหรือตลอดไป พูดให้เคลียร์ๆเลยดีกว่าไหม?”

“โธ่ริน...ผมปวดหัวกับเรื่องบ้าๆนี่เต็มที ไม่มีแรงมาต่อปากต่อคำกับรินหรอกนะ”

มุกรินมองไปนอกรถ หัวเราะสะใจพึมพำ “หึ...ขยะชัดๆ” ลมถามว่าอะไร มุกรินพูดอย่างเจ็บปวดว่า

“สุดท้าย คุณก็ทำให้ฉันเหมือนเป็นขยะ...อีกครั้ง! ฉันน่าจะจำเรื่องที่เกิดขึ้นที่ปารีสให้ขึ้นใจ ฉันมันโง่เองที่คิดว่าขยะอย่างฉันจะถูกคุณหยิบมารีไซเคิลได้ แต่ฉันลืมไปว่าคนอย่างคุณไม่สนใจขยะหรอก คุณมันสนใจทองคำมากกว่า ทองคำที่ชื่อวรรณวิวาห์ วรรณดำรงนั่น”

“ผมคิดว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วเสียอีก ไหนคุณบอกว่าคุณเข้าใจว่างานแต่งงานของผมมันเป็นแค่เรื่องธุรกิจ ทีคุณยังมีธุรกิจกับอาปูรณ์ได้เลย แล้วมันก็กลายเป็นปัญหาให้ต้องปวดหัวอยู่ตอนนี้!!”

มุกรินถามว่าเขาหาว่าตนเป็นตัวปัญหาเหมือนที่ทำกับลูกใช่ไหม ลมเหลียวมองเลิ่กลั่กตกใจกลัวใครมาได้ยิน มุกรินบอกว่าเราอยู่ชั้นใต้ดินไม่มีใครได้ยินหรอก ลมถามว่าเธอจะรื้อฟื้นเรื่องลูกขึ้นมาอีกทำไม มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว!

“ใช่! มันแค่ก้อนเนื้อก้อนเลือดแค่สองเดือนเท่านั้น เอามันออกไปเสียเรื่องก็จบไป ลูกของเรามันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับพ่อแม่มันหรอก” ลมพยายามพูดขอความเห็นใจว่าตนเองก็เจ็บปวด แต่ตนก็แค่...มุกรินพูดแทรกทันทีว่า “แค่ผู้ชายที่อ่อนแอและไม่พร้อมจะรับผิดชอบอะไรเลย!”

มุกรินจะเดินไป ลมดึงแขนไว้ เธอสะบัดอย่างขยะแขยง เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจ้องหน้าเขาบอกว่า

“ฉันเชื่อนะที่คุณบอกว่าคุณเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดที่คุณรู้สึก มันไม่ถึงครึ่งของที่ฉันได้รับหรอก!”

มุกรินเดินไปไม่เหลียวหลัง ลมได้แต่มองตามคอตกอยู่ตรงนั้น...แต่พอผ่านไปไม่เท่าไร เขาก็เปลี่ยนมาเป็นมุ่งมั่นไปทำบางอย่างต่อไป

ooooooo

มุกรินกลับมาดื่มอย่างหนักที่คอนโด ไม่นานพี่บีก็มาหา พอเธอเปิดประตู พี่บีก็พูดรัวอย่างตื่นเต้นดีใจว่า

“นี่เธอรู้ไหมว่าเบรกกิ้งนิวส์ของเธอ มันทำให้อีเวนต์เธอแน่นจนล้นไปถึงปีหน้าโน่น นี่ยังไม่นับพวกรายการกอสซิพที่อยากนัดรินไปสัมภา...”

มุกรินปิดประตูใส่หน้าทันทีจนพี่บีสะดุ้ง ตะโกนถามว่าปิดประตูใส่หน้าตนทำไม มุกรินตอบออกมาว่า คืนนี้ตนไม่อยากเจอใครอีกแล้ว

“เป็นไรของเธอเนี่ย...นี่ฉันอุตส่าห์ถ่อมาง้อขอคืนดีกับเธอแล้วนะ ฉันเคยยอมทำแบบนี้กับใครที่ไหน”

“ที่ยอมทำก็เพราะรินยังถือเป็นตัวเงินตัวทองพี่อยู่ใช่ไหมล่ะ พอกันที!” มุกรินตะโกนออกมา พี่บีบอกว่ายังพอไม่ได้ พรุ่งนี้เธอต้องไปออกรายการคุณวิท...แต่พูดไม่ทันจบก็ถูกมุกรินตะโกนสวนมาว่า “ก็บอกว่าพอไง รินไม่ไปไหนทั้งนั้น ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ ก็เชิญไปสัมภาษณ์เองแล้วกัน”

“เธอไม่ไปไม่ได้นะยัยริน พี่สัญญากับเขาไว้เป็นมั่นเหมาะ เขายอมเลื่อนคิวทุกคนออกไปก่อนเพราะข่าวเธอเลยนะ ขืนพรุ่งนี้เธอไม่โผล่ไป พี่ต้องโดนฉีกอกแน่ ยัยริน...ขอร้องล่ะ เห็นแก่พี่เถอะนะ พี่ขอร้อง แล้วจะไม่ขออะไรจากรินอีก แล้วจบงานพรุ่งนี้รินจะแก้สัญญา จะเลิกสัญญากับพี่ก็ยอม...ได้โปรดดดด...”

ประตูเปิดออก พี่บีชะงัก มุกริมนองหน้าพี่บีนิ่งก่อนบอกว่า

“ก็ได้...”

พี่บีดีใจสุดขีด บอกว่านึกอยู่แล้วว่ารินของพี่ต้องน่ารัก อย่างนี้ก็ปิดจ๊อบ!! แต่ในความยินดีนั้น แววตาของพี่บีกลับเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 4 วันที่ 27 ส.ค. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ