ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 5 วันที่ 30 ส.ค. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 5 วันที่ 30 ส.ค. 58

คุณหญิงแขอุไรผิดหวังอย่างทำใจไม่ได้เลย หุนหันกลับ ซ้ำยังโวยวายว่าพอกันที ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องปวดหัวจัดงานแต่งงาน วีว่าที่เดินตามมาตกใจถามว่าหมายความว่าอะไร?

คุณหญิงเผยธาตุแท้ออกมาอย่างหมดเปลือกว่าในเมื่อทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าอย่างนี้ งานแต่งก็ไม่จำเป็นต้องมี ล้มมันเสียเลย

วีว่าช็อก ให้ลมบอกมาว่ามันไม่จริงใช่ไหม ลมอึกอัก คุณหญิงทนไม่ได้โวยวายยิ่งกว่าเก่าว่า



“โอ้ยยยยย!! ทีแบบนี้มาอึกๆอักๆ นายลาภิศแกบอกผู้หญิงคนนี้อย่างที่แกบอกฉันทุกวันไปเสียทีว่าแกไม่ได้รักเขา!!”

วีว่าคาดคั้นลมให้บอกความจริงมา ตนจะฟังจากปากเขาเท่านั้น ลมยอมรับว่าตนไม่ได้รักเธอ และไม่แน่ใจด้วยว่าเคยรักเธอหรือเปล่า การแต่งงานของเราสองคนมันก็เป็นได้แค่เกมที่เราเล่นตอนเด็กๆเท่านั้น แล้วเอ่ย “เราขอโทษ”

“เรื่องที่ผ่านมา จบแค่คำว่าขอโทษงั้นเหรอ?!” วีว่าเสียงสะท้าน

“แล้วจะให้เราพูดอะไรมากไปกว่านี้ล่ะ?” ลมถามแล้วเดินผละไปอย่างไม่ไยดี

วีว่ายังยืนอยู่ตรงนั้น เธออึ้ง ชาไปหมดทั้งตัวกับสิ่งที่ได้รับรู้และได้ยินจากปากลม

ooooooo

คุณย่าพริ้มเพรายังโต้เถียงกับชงโชค ไม่ยอมรับพินัยกรรมนั้น ชงโชคบอกว่าตนพิมพ์สำเนา

เอกสารไว้สิบกว่าชุดไว้ให้ทุกคนอ่านหรือจะให้สำนักงาน กฎหมายอื่นตรวจสอบก็ได้

คุณย่าไม่ยอมรับ ซ้ำหาว่าปูรณ์มีแผนการจะฮุบสมบัติจึงดูแลประจบคุณจรัลตลอดเวลาที่ป่วย

“พอเถอะครับคุณอา!” ใจเด็ดทนไม่ได้โพล่งขึ้นด้วยเสียงอันดังจนทุกคนตกใจหันมอง

ใจเด็ดชูพินัยกรรมบอกทุกคนว่าตนตรวจพินัยกรรมฉบับจริงอย่างละเอียดแล้ว เป็นลายเซ็นของคุณพ่อจริง และในเมื่อคุณพ่ออยากให้เป็นแบบนี้ เราทุกคนก็ควรปฏิบัติตาม ใจเด็ดยังชี้แจงถึงความรักและไว้วางใจ

ปูรณ์ของคุณพ่อและความตั้งใจทำตามเจตนาของคุณพ่อ ปูรณ์รักษาผลประโยชน์ เพิ่มพูนทรัพย์สินของบริษัทและดูแลทุกคนใน “วรรณดำรง” อย่างทั่วถึงทุกคน คุณย่าจะแย้ง ใจเด็ดขัดทันทีว่า

“ผมยังพูดไม่จบ!! ถ้าปูรณ์จะชุบมือเปิบเอาสมบัติของวรรณดำรงไปจริงๆ ทำไมเขาจะทำไม่ได้ ปูรณ์สามารถ ทำได้โดยที่พวกเราไม่ล่วงรู้ด้วยซ้ำไป!”

ทุกคนฟังใจเด็ดแล้วพยักหน้าเริ่มคล้อยตาม คุณย่าจึงหันไปถามว่า วีว่าคิดอย่างไร ให้บอกมาว่ามรดกนี้ควรเป็นของหลานย่าแล้วย่าจะทำทุกอย่างทุกวิถีทางที่จะไม่ให้คนเจ้าเล่ห์นั่นเอาของหลานๆไป

คุณย่าคาดคั้นเอาคำตอบจากวีว่า จนในที่สุดเธอบอกว่าตนเห็นสมควรที่จะทำตามพินัยกรรมของคุณปู่ ตนรู้ว่าต้องมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับตน แต่ตอนนี้รู้ว่าการที่ตนไม่ได้มรดกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว เพราะ...

“มันทำให้วีว่าได้รู้ว่า ใครที่รักวีว่าจริงๆ หรือใครที่รักวีว่าเพราะเงิน! วีว่าไม่มีอะไรขัดข้องที่จะให้อาปูรณ์เป็นผู้ได้รับมรดกและดูแลมันค่ะ...วีว่าขอตัวก่อนนะคะ” แต่พอจะไปก็หันบอกว่า “อีกหนึ่งเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบ งานแต่งงานระหว่างวีว่ากับลมจะไม่เกิดขึ้นค่ะ”

คุณย่าพริ้มเพราของขึ้นอีก ถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมต้องล้มงานแต่งงานด้วย!!

“ก็อย่างที่วีว่าบอกไงคะ...เรื่องมรดกทำให้วีว่าได้รู้ว่า ใครที่รักวีว่าจริงๆ หรือใครที่รักวีว่าเพราะเงิน! ซึ่งลมเป็นคนประเภทหลัง!”

คุณย่าพริ้มเพราตกอยู่ในความสับสน ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า โวยวายให้วีว่ามาพูดกันให้รู้เรื่อง แต่เธอเดินไปแล้ว

ปูรณ์เป็นอีกคนที่อึ้งๆ งงๆ กับเรื่องที่วีว่าประกาศล้มเลิกการแต่งงานกับลม

ooooooo

ชงโชควางแผนเหนือชั้นกว่าคุณหญิงแขอุไรมาก นอกจากทำพินัยกรรมปลอมหลอกให้ไปขโมยแล้ว ยังลงนามจรัล เป็นจรัส ทำให้ทั้งสามยิ่งหัวเสียที่เสียค่าโง่อย่างหมดท่า

“พินัยกรรมฉบับนี้ คุณลุงชงโชคตั้งใจทำขึ้นมาวางยาให้ใครที่อยากขโมยมาดูมันก่อนเข้าใจผิดไป เพื่อยืนยันว่ามีการขโมยพินัยกรรมเกิดขึ้น และหมากบนกระดานก็เปลี่ยนไป”

เมื่อถูกซ้อนกลด้วยแผนที่เหนือชั้นกว่า คุณหญิงแขอุไรสั่งสวัสดิ์กับลมให้ทำสิ่งที่เราคุยกันไว้แล้ว ทำยิ่งเร็วก็ยิ่งดี บอกว่าลมต้องร่วมมือด้วย ถามเสียงเข้มว่า “เข้าใจไหมนายลาภิศ!”

“แม่จะห่วงผมทำไม ขนาดหลอกผู้หญิงคนนึงให้แต่งงานด้วยผมยังทำได้ คงไม่มีเรื่องไหนที่ผมทำไม่ได้อีกแล้วล่ะครับแม่...” พูดแล้วเดินออกไป ทิ้งให้คุณหญิงแขอุไรมองตามฮึดฮัด

วีว่าเก็บตัวอยู่ในห้อง เจ้าขายกอาหารไปให้ก็ตะโกนปฏิเสธออกมา เจ้าขาสงสารพี่สาว ใจเด็ดปลอบใจว่า

“ทุกคนย่อมมีวันที่เจอเรื่องแย่ๆ แต่พ่อเชื่อว่าลูกสาวของพ่อจะเข้มแข็งผ่านมันไปได้”

ปูรณ์เป็นห่วงวีว่า แต่ก็ทำได้แค่ยืนมองจากหน้าต่างห้องเธอเท่านั้น...

แม้จะเจ็บปวดต้องเผชิญกับปัญหาและแรงกดดันจากคุณย่าพริ้มเพรามากมาย แต่ปูรณ์ก็ยังทำงานอย่างมีสมาธิ

วันนี้เขาเห็นพนักงานกำลังปลดรูปของคุณจรัลลง ปูรณ์สั่งให้หยุด ถามว่าพวกคุณจะทำอะไร

“เอ่อ...เปลี่ยนรูปตามธรรมเนียมของธนาคารครับท่านประธาน”

“คุณอาจจะแขวนรูปผมเพิ่มได้ แต่ห้ามปลดรูปคุณจรัลลงเด็ดขาด เข้าใจไหม”

ooooooo

พี่บีไม่พอใจมุกรินที่ไม่ไปให้สัมภาษณ์ตามนัด บุกไปที่คอนโด ทั้งสองทะเลาะกันอย่างรุนแรงจน

มุกรินปิดประตูใส่หน้า พี่บีถามว่าทำไมถึงไม่ไปกองทั้งที่วันก่อนบอกว่า โอเค มุกรินรับว่าตนโอเคแต่พี่บีทึกทักเอาเองว่าตนจะไป

มุกรินบอกว่าตนไม่อยากกลายเป็นเหยื่อให้คนอย่างเธอใช้ประโยชน์อีกต่อไป พอกันที ตนจะไม่ต่อสัญญาอีกแล้วจะเป็นผู้จัดการของตัวเอง พี่บีโวยวายอยู่หน้าห้อง เมื่อมุกรินไม่เปิดประตูมาคุยด้วยก็พูดอาฆาต

“แก...แกต้องเจอฉัน นังคนทรยศ!!”

ooooooo

พี่หมีกับอีโนเป็นห่วงวีว่าที่ไม่ยอมกินอะไรมาหลายมื้อแล้ว อีโนอาศัยความสนิทเป็นพิเศษกับวีว่าเอาสปาเกตตีปลาเค็มของโปรดไปให้ โดยพี่หมีกับเจ้าขายืนชะเง้อรอฟังผลอยู่ข้างล่าง

วารุณีออกมาเจอ พอรู้ว่าทั้งสองมาทำอะไรก็บ่นว่าคุณย่ากับคุณหลานอาการเดียวกันเลย ครู่เดียวอีโนก็โผล่มาในสภาพถูกวีว่าเอาสปาเกตตีปลาเค็มละเลงหัวมาเลอะเทอะ พี่หมีปรารภกับวารุณีว่า

“งานนี้ ขนาดอโณชาเพื่อนซี้ยังเอาไม่อยู่ ท่าทางอาการวีว่าจะหนักนะคะน้าวารุณี”

ตกค่ำขณะวารุณีเก็บดอกมะลิอยู่ ปูรณ์ขับรถกลับมาเจอ ทักทายกันแล้วปูรณ์ทำท่าจะถามอะไร วารุณีเดาใจได้ถามว่าจะถามถึงวีว่าใช่ไหม เขาตอบอึกอักว่าใช่ อยากรู้ว่าหลานตนเป็นอย่างไรบ้าง วารุณีบอกว่าหนักเอาการ

ปูรณ์ตำหนิคุณหญิงแขอุไรกับลมว่าทำไม่ถูก แต่วารุณีบอกว่าเขาทำถูกแล้วที่เผยธาตุแท้ความเลวร้ายออกมาแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าวีว่าแต่งงานไปแล้วรู้ทีหลังจะทุกข์ใจมากกว่านี้อีก วารุณีมองหน้าปูรณ์เหมือนพบอะไรบางอย่างที่สงสัยมานาน

ใจเด็ดเป็นห่วงวีว่า เข้าไปหาที่ห้องเจอเธอกำลังจะกระชากชุดแต่งงานลงมา เขารีบห้าม

“อย่าทำอย่างนั้น...” ใจเด็ดมองชุดเจ้าสาวบอกว่า “นี่เป็นชุดเจ้าสาวที่สวยมาก ชีวิตลูกก็สวยงาม อย่าให้ผู้ชายห่วยๆแค่คนเดียวมาทำลายอย่างนี้เลยนะ”
วีว่าโผกอดพ่อร้องไห้โฮอย่างกดดัน

ปูรณ์กับวารุณียังไม่ทันแยกจากกัน ป้าแอ๊วก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาบอกวารุณีว่าคุณย่าพริ้มเพราล้มอยู่ที่ห้อง วารุณีรีบตามป้าแอ๊วไป เวลาเดียวกันเจ้าขาก็รีบไปบอกใจเด็ดกับวีว่าที่ยังอยู่ในห้อง

คุณย่าพริ้มเพราถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพหมดสติ ใจเด็ดบอกวารุณีกับลูกๆให้อยู่บ้าน ตนกับปูรณ์ จะตามไปโรงพยาบาลเอง แต่วีว่าไม่ยอมกระโดดขึ้นรถพยาบาลไปทันที วารุณีถามป้าแอ๊วว่าคุณย่าล้มได้ยังไง ป้าแอ๊วเล่าว่าคุณย่าไม่ทานอะไรมาหลายมื้อแล้ว ตนเอาของว่างไปให้ก็ได้ยินเสียงตึง เข้าไปดูก็เห็นคุณย่านอนนิ่งไปแล้ว

ขณะกำลังโกลาหลกับการพาคุณย่าส่งโรงพยาบาล นั้น ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีรถเก่าๆคันหนึ่งจอดอยู่ในรถมีมือปืนซุ่มพร้อมที่จะทำงาน รถคันนั้นตามรถพยาบาลไปจนถึงโรงพยาบาลคอยจังหวะที่จะลงมือ

ทุกคนรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พอคุณหมอออกมาจึงเข้าไปถามอาการคุณย่า คุณหมอบอกว่าคุณย่ามีอาการโรคหัวใจอยู่แล้วคงมีเรื่องเครียดเลยช็อก แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วคงต้องแอดมิทดูอาการสัก 3-4 วัน ถ้าอยากเข้าไปเยี่ยมก็เข้าไปได้

วีว่าเดินไปทันที ใจเด็ดตามไป หันถามปูรณ์ว่าไม่เข้าไปด้วยกันหรือ ปูรณ์บอกว่าอย่าดีกว่า คุณอาพริ้มเพราเห็นหน้าตนตอนนี้อาจจะ...ใจเด็ดตัดบทว่าตนเข้าใจ บอกเขากลับไปเลยก็ได้ ทางนี้ตนจะดูแลเองไม่ต้องห่วง

ooooooo

วีว่าเข้าไปที่เตียงคุณย่า เห็นคุณย่าค่อยๆลืมตาเธอบอกว่าคุณย่าปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวคุณย่าก็หายกลับบ้านได้แล้ว

คุณย่าพริ้มเพรามองหน้าวีว่า พยายามถอดเครื่องช่วยหายใจออก พูดกับวีว่าด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

“ย่า...ขอโทษ...” วีว่าถามว่าคุณย่าขอโทษตนเรื่องอะไร “ย่าขอโทษ...ย่าอยากให้หลานย่าได้แต่งงานมีความสุขกับผู้ชายดีๆ แต่ย่ามองคนผิดไป ย่าขอโทษ...ย่าขอโทษ...”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณย่า คุณย่าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว คนที่ผิดไม่ใช่คุณย่าหรอกค่ะ วีว่ารู้ว่าที่คุณย่าทำไปก็เพราะรักวีว่า แต่ตอนนี้คุณย่าพักผ่อนก่อนนะคะ จะได้หายไวๆ” วีว่าช่วยใส่เครื่องช่วยหายใจให้คุณย่าตามเดิม คุณย่าจึงค่อยๆหลับตาลง

วีว่าลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ใจเด็ดตามมาถามว่าจะไปไหน วีว่าบอกว่าตนผิดเองที่เชื่อแบบผิดๆตลอดมาว่าลมคือคนที่ใช่ ที่คุณย่าทำไปก็เพราะเชื่อว่าลมเป็นคนที่วีว่าเลือกแล้ว เลยทำให้คุณย่าเป็นแบบนี้

ใจเด็ดดูออกว่าวีว่ากำลังคิดจะทำอะไร จะตามไปก็เป็นห่วงคุณย่า จึงโทร.หาปูรณ์

ปูรณ์ขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว มือปืนที่ซุ่มอยู่จ้องอย่างหมายมาด พลันมันก็ตื่นตัวเต็มที่เมื่อเห็นวีว่าออกมามองหาแท็กซี่อีกคน เธอยืนรอแท็กซี่โดยไม่รู้ตัวเลยว่าภยันตรายกำลังมาเยือน!

ปูรณ์ได้รับโทรศัพท์จากใจเด็ดบอกว่าวีว่ากำลังออกไปไหนก็ไม่รู้ ตนสังหรณ์ใจยังไงบอกไม่ถูก

วีว่ายังยืนรอแท็กซี่อยู่ มือปืนเดินเข้ามาหมายจัดการ แต่พริบตานั้นแสงไฟจากหน้ารถสาดเข้ามาทำให้มันชะงักต้องหลบ รถแท็กซี่ที่ปูรณ์นั่งย้อนกลับมานั่นเอง วีว่าแผลงฤทธิ์ไม่ยอมกลับกับเขาจนปูรณ์บอกว่าถ้าไม่ไปกับตนก็อย่าหวังว่าจะได้ไปไหน เธอจึงยอมขึ้นรถนั่งปึ่ง แท็กซี่ถามว่าจะไปไหน วีว่าบอกให้ขับไปเรื่อยๆ

ระหว่างนั่งรถไปนั้น วีว่าแอบโทรศัพท์นัดอีโนให้ออกมาดักรับตามทาง พอรถติดไฟแดงวีว่าก็เปิดประตูแท็กซี่วิ่งข้ามถนนไปขึ้นรถอีโนที่มาจอดรออยู่หนีจากปูรณ์ไป แต่ปูรณ์จำรถอีโนได้เขาจึงไม่ตาม กลับไปนั่งทำงานต่อที่บ้านจนดึก

วีว่ากับอีโนไปนั่งดื่มในผับ ทั้งสองดื่มเตกีล่าไปเกือบสิบแก้วต่างกรึ่มกัน อีโนจะอ้วกจึงลุกไปเข้าห้องน้ำพอออกจากห้องน้ำเจอจี๊ดนางแบบที่ไม่เจอกันนาน ทักทายกันแล้วอีโนมองไปที่โต๊ะ ปรากฏว่าวีว่าหายไปแล้ว ถามจี๊ดก็ไม่รู้ว่าไปไหนได้ยินแต่ว่าจะไปด่าใครต่อหน้าเลยอะไรนี่แหละ

อีโนรู้ทันทีว่าวีว่าจะไปไหน จะโทร.บอกทางบ้านก็กลัวจะตกใจกัน เลยโทร.บอกปูรณ์ พอปูรณ์รู้ก็รีบขับรถออกไปทันที

ooooooo

เมื่อพี่บีกับมุกรินแตกหักกันแล้ว พี่บีเตรียมสร้างคนใหม่ขึ้นมาหากินต่อไป เธอนัดพบพี่โต้งที่ร้านกาแฟที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง พอเจอกันพี่โต้งถามว่าคราวนี้จะเอาเท่าไหร่

“ไม่คิดราคาสักบาทเดียว” พี่โต้งมองอย่างไม่อยากเชื่อ พี่บีบอกว่า “คราวนี้ไม่ได้อยู่ในรูปของเงิน มันคือการแก้แค้น คราวนี้ขอให้มันล่มจมไปก็พอใจแล้ว”

พี่บีส่งแฟลชไดรฟ์ให้ พี่โต้งเสียบเข้ากับคอมพ์แล้วเปิดดู เขาตาโตอย่างตื่นเต้นบอกว่า “คุณนี่มันร้ายกาจมาก”

“ถึงเวลาที่บีกับนังนี่จะ ‘ปิดจ๊อบ’ กันแล้วค่ะ ก็อย่างที่บอก บีไม่คิดเงิน บก.โต้งสักบาทเดียว ขอแค่ บก.โต้งให้ โอกาสเด็กคนอื่นในสังกัดบีได้ขึ้นหน้าหนึ่งโปรโมตงานคราวต่อๆไปก็พอ”

พี่โต้งโทร.บอกน้ำที่สำนักพิมพ์ทันที ให้ชะลอการปิด เล่มไว้ก่อนรอไม่เกินตีสอง เพราะพรุ่งนี้เราจะมีข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์ในหน้าหนึ่ง ” แล้วบอกพี่บี “คุณจะได้ เห็นสิ่งที่คุณต้องการบนแผง หน้าจอทีวี และในโซเชียลมีเดียพรุ่งนี้เช้า!”

ooooooo

วีว่าไปที่หน้าบ้านลม หยิบก้อนหินปาหน้าต่างกระจกแตก ลมลงมาถามวีว่าว่าเธอเล่นบ้าอะไร! วีว่าด่าลมที่ทำให้คุณย่าโรคหัวใจกำเริบ ช็อกจนต้องเข้าโรงพยาบาล

ครู่หนึ่งคุณหญิงแขอุไรลงมาสมทบ วีว่าที่ตั้งใจมาด่าสองแม่ลูก กลับถูกคุณหญิงด่าเปิง ดูถูกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าเบื่อ ถ้าไม่มีเงินแสนล้านก็จะไม่มีผู้ชายที่ไหนอยากแต่งงานด้วย ลมพยายามห้ามแม่ แต่คุณหญิงยิ่งด่าก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น ด่าส่งท้ายว่า เวลานี้เธอหมดราคาเกินกว่าที่ตนจะยอมให้ลูกชายไปล่มหัวจมท้ายด้วยแล้ว

พอดีฟ้าแลบฝนเริ่มตก คุณหญิงหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน ลมมองวีว่าอย่างสับสน แต่ในที่สุดเขาก็บอกวีว่าก่อนเดินเข้าบ้านว่า “กลับบ้านดีๆนะวีว่า” แล้วทิ้งให้วีว่ายืนตากฝนอยู่ตรงนั้น...

ปูรณ์ขับรถมาถึงทางเข้าบ้านลม แสงไฟสาดไปเห็นวีว่าเดินห่อตัวท่ามกลางสายฝนอยู่ข้างทาง ปูรณ์รีบจอดรถลงไปดึงวีว่าที่อยู่ในอาการเหม่อลอยบอกเธอว่า

“อามารับวีว่า...เรากลับบ้านกันเถอะ”

“อาปูรณ์...” วีว่าโผเข้ากอดปูรณ์ซบอกเขาร้องไห้โฮ ปูรณ์ค่อยๆกอดตอบ เป็นกอดอย่างผู้ใหญ่ที่กอดปลอบเด็กอย่างอบอุ่นและปลอดภัย เขาบอกวีว่าที่ซบอกอยู่ว่า

“ไม่เป็นไรแล้ว กลับบ้านกันเถอะนะ”

ทั้งสองขึ้นนั่งรถในสภาพเปียกฝน วีว่านั่งหนาว ปูรณ์เอาเสื้อสูทของเขาในรถให้เธอคลุม ครู่หนึ่งเธอบอกว่ายังไม่อยากกลับบ้าน เขาถามว่าแล้วจะไปไหน วีว่าบอกทางให้เขาไปที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

เป็นสวนสาธารณะที่เบื้องหน้าเป็นแม่น้ำ มีสะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำที่สวยงาม วีว่านั่งขดตัวอยู่ในรถมองออกไปข้างนอก ปูรณ์ถามว่าทำไมต้องเป็นที่นี่ วีว่าเล่าในขณะที่สายตายังมองสะพานเบื้องหน้าว่า

ก่อนเปิดร้านวรรณวิวาห์ แม่พาตนมาตะลอนดูร้านผ้าเก่าๆแถวนี้ทุกวัน มาเป็นปี ตนเห็นสะพานนี้ตั้งแต่เพิ่งเริ่มก่อสร้าง มีแต่ตอม่อ เหล็ก และปูน ตนชอบจอดรถดูคนงานตัวเท่ามดทำงานอยู่บนนั้น นึกสงสัยว่า กว่าสะพานจะสร้างเสร็จพวกเขาจะเหนื่อยมากไหม ไม่เห็นมีใครหยุดดูอย่างตน แต่พอสะพานสร้างเสร็จ ติดไฟ สวยงามผู้คนก็มักจะมาหยุดดู

“สะพานมันเหมือนชีวิตคนเรา คนอื่นๆก็เลือกที่จะมาอยู่กับเรา มาดู มาชื่นชม มาจ้องมองในยามที่ชีวิตเราสวยงาม แต่ในยามที่ชีวิตเราเป็นแค่ตอม่อ เป็นแค่เหล็ก แค่ปูนที่ยังไม่สวยงามล่ะ มันมีไม่กี่คนที่จะสนใจมอง หรืออยากอยู่ตรงนั้น”

“แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของคนที่จะไม่มอง ไม่สนใจ แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของสะพานด้วยไม่ใช่เหรอ” ปูรณ์ถาม

วีว่าชะงักหันมองปูรณ์ เขายิ้มให้เธอนิดๆ ซึ่งวีว่ารู้ว่าเป็นรอยยิ้มให้กำลังใจตน...

ทั้งสองอยู่ที่นั่นจนเช้า วีว่ามองทิวทัศน์ในยามเช้าชมว่าสวยจัง ปูรณ์มองวีว่าแล้วหันมองสะพาน เอ่ยขึ้นว่า

“คุณค่าของสะพานคือการที่มันทอดข้ามอุปสรรคไป พาคนที่เดินทางจากฝั่งนี้ไปยังอีกฝั่งได้ คนข้างสะพานมองคุณค่าของสะพานแค่เป็นวิวที่สวยงาม แต่คนที่อยู่บนสะพานมองคุณค่าของสะพานเป็นทางที่พาเขากลับบ้าน พาไปหาคนที่เขาอยากไปหา อยากไปเจอได้... คุณค่าอยู่ที่สายตาของแต่ละคน ที่สำคัญคืออย่าเอาสายตาคนอื่นมากำหนดคุณค่าของเราก็พอ”

ปูรณ์ยิ้มให้วีว่า ยิ้มอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน จนวีว่ารู้สึกหวั่นไหวในใจจนต้องจิบกาแฟแก้เขิน

วีว่ายังพาปูรณ์ไปกินโจ๊กที่ขายอยู่ในตรอกแคบๆ แถวนั้น ปูรณ์อึ้งไม่คิดว่าเธอจะกินอาหารร้านแบบนี้ได้ แต่พอกินแล้วก็อร่อย วีว่าเล่าว่า ร้านนี้ตนมาประจำตอนมาหาดูผ้ากับแม่ ปูรณ์เอ่ยทึ่งๆขำๆว่า

“ถ้านักข่าวหนังสือไฮโซ รู้ว่าเซเลบอย่างวรรณวิวาห์ วรรณดำรง ชอบกินโจ๊กในตรอกนี้ คงรีบมาทำสกู๊ปแทบไม่ทัน”

“วีว่าก็ผู้หญิงธรรมดานะคะ ไม่ใช่เทวดาที่ไหน คนเขากินอะไรกัน วีว่าก็กินแบบนั้นแหละ อาปูรณ์อิ่มแล้วแน่นะคะ มื้อนี้เจ้าถิ่นอย่างวีว่าเลี้ยงอาปูรณ์เอง”

“ไม่ได้...ให้หลานมาเลี้ยงข้าวอาได้ไง เดี๋ยวอาเลี้ยงเอง” ปูรณ์ควักกระเป๋าสตางค์ออกมา วีว่าหยอกว่าถ้างั้นก็ช่วยเลี้ยงหลานคนนี้ไปให้ได้ตลอดนะคะ “อาเลี้ยงวีว่าได้ทั้งชีวิตอาอยู่แล้ว”

เป็นคำตอบที่ทำให้วีว่าเขินอีกครั้ง ปูรณ์เองรู้ตัวว่าเผลอเผยใจออกไป ก็ทำเฉไฉขอไปจ่ายค่าโจ๊กแก้เกี้ยว

เจ้าขาเฝ้าคุณย่าอยู่ที่โรงพยาบาล เจ้าขาบอกว่าคุณย่าปลอดภัยแล้ว ตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ออกไปซื้อข้าวต้มปลาเจ้าโปรดมาให้คุณย่าอยู่ คุณย่าพูดอย่างเกรงใจว่าตนไม่สบายทำให้ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมด ต้องขอบใจใจเด็ดที่อุ้มย่ามาส่งโรงพยาบาล เจ้าขาบอกว่าวันนั้นปูรณ์เป็นคนอุ้มคุณย่ามาส่งที่รถพยาบาลต่างหาก คุณย่าพริ้มเพราฟังแล้วอึ้งไป

ooooooo

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 5 วันที่ 30 ส.ค. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ