อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 1 วันที่ 21 ก.ย. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 1 วันที่ 21 ก.ย. 58

ปีพุทธศักราช 2495 เมื่อ 63 ปีก่อน...

ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร...เดช สัตยาภา นักปั้นหุ่นผู้รักการปั้นเป็นชีวิตจิตใจในวัยกลางคนเป็นนักปั้นแห่งยุคที่ได้รับการยอมรับในฝีมือที่ปั้นได้เหมือนคนจริงๆ

เจ้าคุณนรบดินทร์ให้เดชปั้นหุ่นท่านเพื่อฉลองวันเกิดปีนี้

ดึกสงัดแล้ว เดชยังปั้นหุ่นอยู่อย่างมีสมาธิ พลันเขาก็ตกใจหันขวับเมื่อรู้สึกมีคนมายืนอยู่ข้างหลัง!

แต่แล้วก็ยิ้มออกเมื่อเห็นว่าเป็นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์นั่นเอง



“สวัสดีครับท่านเจ้าคุณ” เดชยกมือไหว้

“ไหว้พระเถอะพ่อเดช” ท่านเจ้าคุณมองหุ่นตัวเองพลางคุยกับเดช “ผ่านแถวนี้เลยเข้ามาดู เมื่อไรจะเสร็จล่ะ”

“อีกสักพักครับท่าน ตอนนี้อยู่ในขั้นตบแต่งเก็บรายละเอียดต่างๆ”

“หวังว่าจะเสร็จทันงานวันเกิดฉันนะ” เดชตอบอย่างมั่นใจว่าเสร็จทันแน่นอน “ดี...ฉันจะเอาไปตั้งโชว์ในงานไอ้พวกลูกหลานปากอัปมงคลที่มันงมงายหาว่าถ้าปั้นหุ่นแทนตัวแล้วจะต้องมีอันเป็นไป มันจะได้หุบปากกันเสียที”

ท่านเจ้าคุณมองไปที่มุมหนึ่ง เห็นเก้าอี้โยกวางอยู่ ท่านถามว่าเขาเอาเก้าอี้มาส่งแล้วรึ? เดชบอกว่าเพิ่งมาถึงเมื่อกี๊นี้เอง ท่านเดินไปลองนั่งเก้าอี้โยกตัวนั้นโยกไปมาเบาๆ เอ่ยอย่างพอใจว่า

“เออ...แบบนี้ล่ะแหม...เหมาะดีเหลือเกิน หุ่นตัวฉันต้องนั่งเก้าอี้โยกอย่างนี้ มันสบายดี ฉันชอบ ฮ่ะๆๆ”

เสียงหัวเราะของท่านเจ้าคุณเคล้ากับเสียงเก้าอี้โยกกึกก้องไปในยามดึกสงัดคืนนี้...

ที่ต้นไม้ใหญ่นอกตึก...นกแสกตัวหนึ่งบินมาเกาะกิ่งไม้ ร้องเสียงดังผสมผสานไปกับเสียงหัวเราะของท่านเจ้าคุณและเสียงเก้าอี้โยกแล้วบินจากไป...

เดชเก็บรายละเอียดต่างๆของหุ่นอย่างตั้งอกตั้งใจ นับแต่การทำผิว รอยย่น เส้นเอ็น เส้นเลือด และเส้นผม...เดชติดเส้นผมลงบนตัวหุ่นทีละเส้น...ทีละเส้น อย่างพิถีพิถัน

เดชลงรายละเอียดบนตัวหุ่นเสร็จ เขากลัดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ จนขั้นตอนสุดท้าย เอาไม้ตะพดใส่ในมือหุ่น แล้วถอยไปยืนมอง พึมพำอย่างพอใจ...

“สมบูรณ์แบบที่สุด...หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์...”

ooooooo

ที่หน้าตึกคณะ...เวลาโพล้เพล้เป็นสีผีตากผ้าอ้อม อีกาฝูงใหญ่บินผ่านไป คนงานกำลังช่วยกันยกหุ่นเจ้าคุณนรบดินทร์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยกข้ามถนนในมหาวิทยาลัยไปยังอีกด้านหนึ่งรอที่จะเอาขึ้นรถ

“เอ้า...นี่ค่าจ้างปั้นหุ่นของฉัน พ่อเดช” ท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ยื่นซองสีน้ำตาลหนาให้ เดชไหว้ขอบคุณ ท่านเอ่ยว่า “ขอบใจจริงๆ ที่ปั้นได้เสร็จทันงานวันเกิดฉันพรุ่งนี้ คอยดูนะทุกคนจะต้องตะลึงแน่ๆ”

“ผมก็ต้องขอบพระคุณท่านที่กรุณาไว้ใจให้ผมปั้นหุ่นให้”

“เฮ้ย...กรุณงกรุณาอะไร...ก็พ่อเดชน่ะมีฝีมือน่าทึ่งมาก คอยดูนะต่อไปเธอจะต้องเป็นนักปั้นหุ่นที่ใครๆต้องยอมรับ”

“สมพรปากครับท่าน” เดชยกมือไหว้อีกครั้ง ยืนส่งเจ้าคุณที่หันหลังเดินไป ท่านเดินไปเพียงสี่ห้าก้าว เดชตกใจตะลึงงัน เมื่อเห็นท่านเจ้าคุณไม่มีหัว! แต่พอกะพริบตามองอีกทีก็เห็นท่านในสภาพปกติ บ่นตัวเองว่าสงสัยจะอดนอนมากไป

คนขับรถส่งของที่ขับมาตามถนนในมหาวิทยาลัยท่าทางง่วงเหงาหาวนอน เขาพยายามสะบัดหัวไล่ความง่วงแต่รถก็ยังส่ายไปมาน่ากลัว จังหวะหนึ่งเขาเห็นรถกำลังจะพุ่งเข้าชนหุ่นเจ้าคุณที่วางอยู่ริมถนน เขาตกใจหักหลบมาทางขวา เป็นจังหวะที่ท่านเจ้าคุณกำลังก้าวลงจากทางเท้าจะข้ามถนนพอดี!

รถคันนั้นพุ่งชนท่านเจ้าคุณจังๆเสียงดังมาก ร่างท่านเจ้าคุณล้มกลิ้งไปหยุดที่แทบเท้าหุ่น ท่านมองหุ่นตาเหลือกค้าง เลือดสาดกระเซ็นไปที่ตัวหุ่นน่าสยดสยอง!

“ท่านเจ้าคุณ!!” เดชตะโกนสุดเสียง

ooooooo

ปีพุทธศักราช 2515 ผ่านไป 20 ปี...

อัมรา สัตยาภา ลูกสาวของเดชกับอารีย์เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรปีหนึ่ง เธอเป็นสาวน้อยแสนสวยไร้มารยา อัมราเดินเร็วๆ เดินพลางดูนาฬิกาอย่างร้อนใจ

“อัมรา...อัมรา...เร็วเข้าอัมรา...” เสียงนุชนารถ ร้องเรียกจากอีกฝั่งถนน อัมรารีบลงจากทางเท้าจะข้ามไป

“เอี๊ยดดดด!!” เสียงรถเบรกสนั่นพร้อมกับร่างของอัมราถูกใครคนหนึ่งพุ่งเข้ามากระชากเธอพ้นจากรถที่พุ่งเข้ามาอย่างหวุดหวิด ตัวเธออยู่ในอ้อมกอดของใครคนนั้น จนเมื่อเธอหันมองก็ชะงักอึ้ง

เขาคือ สันติ หรืออาร์ต รุ่นพี่ปี 5 หนุ่มหล่อที่พุ่งมาช่วยชีวิตเธอไว้ เขาเตือนอย่างอ่อนโยนว่า

“ถึงจะอยู่ในมหาวิทยาลัยก็ต้องระวัง อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกที่นะครับ” เขายิ้มให้ก่อนเดินจากไป นุชนารถวิ่งเข้ามาถามอย่างตื่นตกใจว่าเป็นอะไรหรือเปล่า อัมรา

บอกว่ายังไม่เป็นอะไร โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นช่วยไว้ นุชนารถมองตามถามว่า

“ใครน่ะหน้าตาท่าทางดี๊ดีนะ” อัมราส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้ตนยังไม่ทันได้ขอบคุณด้วยซ้ำ ถูกนุชนารถหยอกว่า “มัวแต่ตะลึงในความหล่อละซี้...”

“บ้าน่านุช อัมตกใจต่างหาก ไปเถอะเดี๋ยวก็เข้าเรียนไม่ทันหรอก”

ooooooo

ที่ห้องปั้นหุ่น...สันตินั่งวาดรูปของจุฑาหรือจุ๊บเพื่อนในกลุ่มอยู่ จุ๊บเข้ามาเห็นเธออุทานตื่นเต้นว่าสวยจังเลย ถูกอาทรหรือออยเพื่อนในกลุ่มแซวว่า

“ไม่เห็นจะสวยตรงไหน ต้องพูดว่าเหมือนไม่ใช่สวย เพราะคนเป็นแบบไม่สวย” พูดแล้วอาทรต้องรีบหลบเพราะถูกจุ๊บเงื้อกำปั้นจะทุบ สันติห้ามเพื่อนทั้งสองขำๆว่า

“สองคนนี้เป็นยังไงนะ ทะเลาะกันตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีห้า ทำตัวเป็นเด็กๆกันอยู่ได้ อายรุ่นน้องบ้างสิ”

“ก็นายออยชอบกวนจุ๊บนี่นา” จุ๊บฟ้อง

อาทรหัวเราะหันไปบอกสันติว่าเขาน่าจะเรียนวาดรูปมากกว่าปั้นนะ สันติบอกว่าวาดเป็นงานหารายได้เรียนหนังสือ แต่ใจตนชอบการปั้นมากกว่า พลางดึงรูปที่วาดเสร็จจากเฟรมส่งให้จุ๊บ

“ขอบใจมากนะอาร์ต” จุ๊บรับรูปไปดูยิ้มแก้มแทบปริ ถูกออยขัดคอว่าอย่ามัวแต่ยิ้มปลื้มอยู่เลย ท้องร้องจ๊อกๆ แล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่า

ที่หน้าโรงอาหารมหาวิทยาลัยนั่นเอง สันติ จุฑา และอาทร เดินคุยกันมาทางหนึ่ง อัมรากับนุชนารถเดินคุยกันมาอีกทางหนึ่ง พอถึงหน้าโรงอาหารนุชนารถเห็นสันติ สะกิดบอกอัมราว่า “ผู้ชายคนที่ช่วยอัมไง”

อาทรเห็นอัมราก็รีบเดินนำเพื่อนๆมาทักและแนะนำให้รู้จักกัน

“น้องอัม น้องนุช รู้จักเพื่อนพี่หน่อยครับ นี่พี่อาร์ตกับพี่จุ๊บ อาร์ต จุ๊บ นี่น้องใหม่คณะเรา”

สันติทักอัมราว่า “เจอกันอีกแล้วนะครับ” จุ๊บถามว่าเขารู้จักน้องใหม่ด้วยหรือ อัมราจึงเล่าและขอบคุณสันติว่า

“เมื่อเช้าอัมซุ่มซ่ามน่ะค่ะ โชคดีได้พี่อาร์ตช่วยไว้ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

สันติยิ้มให้บอกว่าไม่เป็นไร อาทรถามว่าจะมาทาน ข้าวกันใช่ไหม ชวนไปด้วยกันเลย มื้อนี้ตนเป็นเจ้ามือเอง จุ๊บเร่งให้รีบไปเดี๋ยวคิวยาว แล้วดึงมือสันติไปเลย นุชนารถเดินตามอาทรไป อัมราจึงเดินตามทุกคนไปเงียบๆ
ooooooo

เลิกเรียนแล้วพากันมานั่งที่โต๊ะใต้ต้นไม้ในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นโต๊ะประจำของสันติ อาทร และจุฑา วันนี้มีอัมรากับนุชนารถมานั่งด้วย อัมราชมว่าร่มรื่นดีจัง อาทรชวนว่าถ้าชอบก็มานั่งได้เลยเพราะเป็นโต๊ะประจำของพวกตน

“ไหนว่าจะให้เป็นที่ของเราสามคนไงออย” จุฑาขัดขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจ อาทรบอกว่าเดี๋ยวเราก็จบแล้วถือว่าส่งมอบให้น้องๆก็แล้วกันถามประชดว่าหรือจบแล้วจะยกโต๊ะกลับบ้านไปด้วย ทำให้จุฑาไม่พอใจลุกสะบัดออกไป

“พี่จุ๊บคงไม่พอใจมังคะ” อัมราไม่ค่อยสบายใจ อาทรหัวเราะเพราะรู้นิสัยจุฑาดี สันติช่วยชี้แจงว่า

“ไม่มีอะไรหรอกครับสองคนนี่ชอบแหย่กัน อะไรที่จุ๊บไม่ชอบ นายออยก็จะทำ ทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา”

อาทรชวนอัมราคุยต่อ ถามว่าวันนี้จะกลับอย่างไร อัมราบอกว่าเดี๋ยวรถที่บ้านมารับ

“ลืมไปแล้วว่าต้องรีบกลับ” สันตินึกได้โพล่งขึ้น นุชนารถแซวว่าสงสัยคุณพ่อคุณแม่จะหวงลูกชายมาก

สันติเล่าอย่างไม่ปิดบังว่า คุณพ่อคุณแม่ตนเสียนานแล้วตนเป็นเด็กวัดอยู่กับหลวงตา แล้วบอกเพื่อนๆ

ในโต๊ะขอกลับก่อน เพราะเย็นนี้หลวงตารับนิมนต์ไปเจิมร้าน

“ได้...แล้วอย่าลืมคืนนี้ล่ะ” อาทรย้ำ สันติรับคำแล้วเอ่ยลาอัมรากับนุชนารถรีบเดินไป อัมรามองตามเผลอพึมพำว่า

“แบบนี้พี่อาร์ตก็คงลำบากแย่สิคะ”

“ก็คงงั้น แต่ไอ้หมอนี่มันสู้ชีวิต ไม่เคยปริปากบ่นให้ใครฟังเลย แถมไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากใครด้วยนะ พี่ล่ะนับถือจริงๆ” อาทรชมเพื่อนรัก อัมราสีหน้าพลอยชื่นชมไปด้วยไม่รู้ตัว

ooooooo

น้าทวนคนขับรถของบ้านสัตยาภาขับรถมารับอัมราโดยมีพรรณรายนั่งมาด้วย เธอหงุดหงิดบ่นอัมราว่าชักช้าคนอื่นกลับกันหมดแล้วมัวทำอะไรอยู่

น้าทวนติงว่าคุณหนูอัมนัดให้มารับบ่ายสองนี่ยังเหลือเวลาอีกตั้งสิบนาที ถูกพรรณรายแว้ดใส่ว่าตนรีบ คืนนี้มีงานวันเกิดคุณแม่ตนอยากรีบกลับไปเตรียมตัว พูดสะบัดใส่ว่า

“ไม่รู้ล่ะ อีกห้านาทีไม่มา ฉันกลับก่อนจริงๆด้วย” พูดจบเห็นสันติเดินผ่านมาเธอรีบเปิดประตูรถไปทำทีถามว่าคณะที่เรียนวาดรูปอยู่ตรงไหน

“อ๋อ...คณะจิตรกรรมและประติมากรรม เดินไปทางนี้แล้วเลี้ยวขวาก็ถึงแล้วครับ” สันติชี้ทางให้อย่างมีน้ำใจ

พรรณรายหาเรื่องที่จะถ่วงเวลาคุยต่อ บอกว่าตนจะมารับน้อง สันติยิ้มให้แล้วขอตัวรีบเดินไป พรรณรายมองตามเคลิ้มๆ แต่พอเห็นสันติวิ่งไปขึ้นรถเมล์ที่มาถึงพอดี เธอก็หมดความสนใจ พึมพำกับตัวเองว่า

“หล่อดี...แต่จนแบบนี้เห็นทีจะไม่ไหว” ก็พอดีอัมรามาถึงพรรณรายชักสีหน้าใส่ทันที “พี่มารอเธอตั้งนานแล้วนะ”

อัมราปะเหลาะพี่สาวว่านี่ตนวิ่งมาเลยนะ อ้อนว่าอย่าโมโหเลยนะพี่พรรณคนสวยของอัม แล้วชวนไปขึ้นรถกลับกัน

ooooooo

งานวันเกิดอารีย์ที่เดชจัดให้คืนนี้ เชิญเพื่อนที่สนิทและใกล้ชิดมาร่วมงานเท่านั้น

ผอบเพื่อนของอารีย์ซึ่งกำลังอยู่ในสภาพตกต่ำลำบากทางเศรษฐกิจ เพราะใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยทั้งแม่ทั้งลูก ผอบพาพงษ์ ลูกชายสุดหล่อแต่นิสัยเลวมาด้วย กำชับพงษ์ก่อนมาว่าคืนนี้จะต้องจีบให้ติดจะเป็นอัมราหรือพรรณรายก็ได้ดองกันไว้เราจะได้สบายกันไปทั้งชาติ

พอมาเห็นบ้านเดชใหญ่โต เห็นอัมราและพรรณรายแล้ว พงษ์บอกแม่ว่าสวยทั้งคู่ แบบนี้ไอ้พงษ์จัดเต็มแม่ไม่ต้องห่วง

ขณะสองแม่ลูกกำลังควงกันเข้าไปในงานนั่นเอง จู่ๆก็มีลูกบอลพุ่งใส่หลังพงษ์อย่างแรง พงษ์ร้องอย่างไม่พอใจ “อะไรวะ!!” พงษ์หันมองตามทิศที่ลูกบอลพุ่งมา เห็นหุ่นเด็กเคลื่อนวูบเข้าไปในเงามืด พงษ์ด่า “ได้เด็กเวร!”

“ช่างเถอะ อย่าทำเสียเรื่องน่า” ผอบดึงพงษ์ลากเข้าไปในงานที่เงามืด หุ่นเด็กเคลื่อนออกมาจ้องถมึงทึงไปที่สองแม่ลูกอย่างน่ากลัว

พรรณรายกับอัมราถือจานอาหารเดินมาที่โต๊ะ มีเดช อารีย์ และดำเกิงกับบุญเรือนคุณพ่อคุณแม่ของอาทร กำลังนั่งฟังผอบคุยโวโอ้อวดว่า พงษ์เรียนจบปริญญาตรีแล้วกำลังจะต่อโท พอเห็นสองสาวเข้ามา ก็รีบแนะนำให้รู้จักกับลูกชายตน อัมรายกมือไหว้ พงษ์รับไหว้แล้วไหว้เลยไปทางพรรณราย แต่แล้วก็ต้องอึ้ง เหวอ เมื่อพรรณรายพูดแค่ว่า

“สวัสดีค่ะ” แล้วถามดำเกิงกับบุญเรือนว่า “ทำไมไม่เห็นพี่ออยเลยล่ะคะ”

“อ๋อ...ตาออยเขารอเพื่อนจ้ะ เห็นว่าสนใจเรื่องหุ่นของคุณเดช ตาออยเลยชวนมางานนี้ด้วย” บุญเรือนบอกแล้วถามเดช “ตาออยว่า ขออนุญาตคุณเดชแล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ...ออยบอกผมแล้ว อ้าวนั่นไง พูดถึงก็มาพอดี”

ทุกคนหันมองเห็นอาทรกำลังเดินมาบังสันติที่เดินตามหลังจนไม่มีใครเห็น พอมาถึงเขาสวัสดีเดชและอารีย์แนะนำว่า

“ผมขอแนะนำสันติหรืออาร์ตเรียนอยู่คณะเดียวกันครับ” พลางเบี่ยงตัวให้สันติก้าวออกมา

อัมราทักสันติแล้วเล่าเรื่องเมื่อเช้าให้ฟัง เดชขอบใจสันติ สันติมองเลยอัมราไปเห็นพรรณรายเขายิ้มให้ แต่เธอทำเมินเหมือนคนไม่รู้จักกัน สันติแปลกใจแต่ไม่ติดใจ เขาเอ่ยกับเดชว่า

“ออยบอกว่าหุ่นที่คุณอาปั้นเหมือนคนจริงๆ จนแยกแทบไม่ออกเลยครับ ผมเลยอยากขออนุญาตมาดูเป็นความรู้ หวังว่าคุณอาคงไม่รังเกียจ”

เดชยินดีเพราะเราเป็นศิษย์ที่เดียวกันไม่ใช่ใครอื่น อารีย์บอกให้ทานอาหารกันก่อนค่อยไปชมห้องหุ่นดีไหม แล้วบอกพรรณรายกับอัมราพาพี่ๆไปตักอาหารกัน

พรรณรายสะอิ้งกายเข้าไปเกาะแขนอาทรดึงไปไม่สนใจใครเลย เดชมองอย่างไม่พอใจ อัมรายิ้มให้สันติแล้วเดินนำไป พงษ์ยืนเหวอ ผอบมองหน้าพงษ์เร่งให้ทำงาน พงษ์พยักหน้าทำนองว่ารู้แล้วน่า

พรรณรายตักอาหารให้อาทรอย่างเอาใจ อัมราหยิบจานส่งให้สันติ เขาเอ่ยอย่างคาดไม่ถึงว่า อัมราจะเป็นลูกคุณอาเดช บ่นว่าออยก็อุบเงียบไม่บอกสักคำ อัมราถามยิ้มๆว่า ถ้ารู้ว่ามาบ้านตนแล้วจะไม่มาหรือ?

สันติไม่ทันพูดอะไร พงษ์ก็เข้ามาทำเป็นขอโทษอัมราถามว่าห้องน้ำไปทางไหน รบกวนพาไปหน่อยได้ไหม อัมราจึงขอตัวกับสันติเดินนำไป พอเดินถึงประตูบ้านอัมราชี้ว่าห้องน้ำไปทางโน้น แล้วจะกลับ ถูกพงษ์ทำเจ้าชู้ยักษ์คว้ามือไว้

“เอ๊ะพี่พงษ์จะทำอะไร?” อัมราพยายามดึงมือกลับ พงษ์ยิ่งจับแน่นบอกว่าตนไม่ทำอะไรหรอกแค่อยากคุยด้วยตามลำพังเท่านั้น อัมราบอกว่ามันไม่เหมาะและขอตัวพลางจะเดินหนี พงษ์ตามไป แต่ต้องชะงักเมื่อถูกไม้เท้ายื่นมาขวางไว้ พงษ์ชะงักมองตามไม้เท้าไปเห็นเป็นหุ่นท่านเจ้าคุณยื่นไม้เท้าขวางอยู่ พูดน้ำเสียงเยือกเย็นน่าเกรงขามว่า

“อย่ามาทำรุ่มร่ามที่นี่ ฉันไม่ชอบ”

“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ก็แค่จับมือ สมัยนี้ไม่มีใครเขาถือแล้วล่ะครับ” พงษ์ทำปากกล้า

“แต่กับลูกหลานบ้านนี้ฉันถือ อย่าให้ฉันเห็นอีกนะ”

พงษ์เห็นท่านเจ้าคุณเอาจริง เขายกมือไหว้ขอโทษยืนก้มหน้า แต่พอเงยหน้ามองอีกที ท่านเจ้าคุณหายไปแล้ว

“หายไปไหน เร็วจังแฮะ” พงษ์พึมพำแปลกใจ

ooooooo

เดชพาสันติเข้าไปในห้องหุ่น ซึ่งมีทั้งหุ่นท่านเจ้าคุณ หุ่นทับที่เป็นนักดาบ หุ่นนางรำ หุ่นนางพยาบาล หุ่นชาวนา หุ่นนักยิงธนูและหุ่นเด็ก สันติมองไปยังหุ่นแต่ละตัวอย่างตื่นตาตื่นใจ

“เหมือนมาก...เหมือนมากจริงๆ” สันติพึมพำทึ่ง “ทำยังไงผมถึงจะปั้นหุ่นได้อย่างคุณอาครับ”

“ปั้นเขาด้วยจิตวิญญาณสิ...ในเวลาที่อาปั้น อาไม่เคยคิดว่าพวกเขาเป็นหุ่น แต่อาคิดว่าเขามีชีวิตจิตใจ อาใส่ความรู้สึกตรงนี้ลงไปทุกครั้งอาจะพูดคุยกับเขาเหมือนเราสื่อสารกันได้”

สันติฟังอย่างตั้งใจบอกว่าตนพอจะเข้าใจแล้วและจะลองทำตามดู เดชถามว่า เห็นออยว่าพวกเขากำลังจะส่งผลงานเข้าประกวด สันติบอกว่าเป็นตัวแทนของมหา’ลัย

“ถ้ามีอะไรที่อาจะช่วยได้ก็บอกนะ” สันติดีใจมากแต่ก็เกรงจะรบกวนเวลา “ไม่หรอก อาไม่ได้ปั้นหุ่นมาตั้งนานแล้ว” สันติถามงงๆ ว่าทำไมหรือ “เราออกไปกันเถอะ ป่านนี้ทุกคนคงรออยู่” เดชตบบ่าสันติเบาๆ พาเขาออกไป

เดชเดินนำออกไป ขณะสันติกำลังจะปิดประตู เขาได้ยินเหมือนเสียงเก้าอี้โยก สันติมองไปที่ท่านเจ้าคุณก็เห็นเป็นปกติ แต่พอปิดประตูเดินออกไป เก้าอี้โยก ก็เริ่มโยกไปมา ช้าๆ...ช้าๆ...

ooooooo

ผอบกลับถึงบ้านก็ทิ้งตัวลงนั่งคว้านิตยสารบนโต๊ะพัดแก้ร้อนแรงๆ ถอดสร้อยคอสร้อยข้อมือโยนบนโต๊ะบ่น

“โอ๊ย...ร้อน ไอ้ของปลอมพวกนี้เวลาที่เหงื่อออกมันคันจริง” พงษ์ถามว่าร้อนแล้วทำไมไม่เปิดพัดลม “เปิดเข้าไปไหวเหรอ ค่าไฟเดือนที่แล้วแม่ก็ยังไม่ได้ไปจ่ายเลย ถ้าโดนตัดไฟละก็อายชาวบ้านตาย เออ...แม่เห็นแกพายัยคนน้องเข้าไปในบ้านเป็นไงบ้างล่ะ”

“ก็เกือบได้เรื่องถ้าไม่มีตาแก่บ้านั่นมาขวางซะก่อน” ผอบถามว่าตาแก่ไหน “สงสัยเป็นตาหรือไม่ก็ปู่น้องอัมรามั้งแม่ ท่าทางหวงหลานน่าดู ผมเลยต้องถอยก่อน โอ๊ย... ร้อนจริง ผมไปอาบน้ำก่อนนะ” พอพงษ์ไป ผอบนั่งพึมพำกับตัวเอง...

“ตา? ปู่? เจ้าพงษ์มันพูดถึงใคร ที่บ้านนั้นมีแค่คุณเดชกับเมียแล้วก็ลูก สามคนแค่นั้นนี่นา...”

ooooooo

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 1 วันที่ 21 ก.ย. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ