ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 10 วันที่ 11 ก.ย. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 10 วันที่ 11 ก.ย. 58

ปูรณ์พูดกับมุกรินอย่างไม่พอใจว่านี่เป็นเวลาส่วนตัวของตน วีว่าในร่างมุกรินทำเป็นตกใจ ถามว่าจะทำอย่างไรดี หรือเขาจะแล่นกลับฝั่งไปส่งตนแล้วค่อยแล่นออกมาอีกที?

ปูรณ์ถามเสียงขุ่นว่าเธอต้องการอะไร วีว่าบอกว่า ต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง เขาถามว่าพิสูจน์อะไร!

“พิสูจน์ว่า...ตกลงคุณรู้สึกยังไงกับผู้หญิงที่ชื่อมุกรินกันแน่” ปูรณ์มองหน้าเธอตัดบทว่าเป็นคำถามที่ไร้สาระ แต่ถ้าเธออยากได้คำตอบ ตนก็จะตอบให้



แต่ปูรณ์ยังไม่ทันตอบ เรือก็โคลงเคลงอย่างแรงจนเรือเอียง มุกรินที่ยืนไม่ทันระวังตัวเซไปกระแทกเสาเรืออย่างแรงจนหมดสติจะล้ม ปูรณ์พุ่งเข้าไปจะประคอง แต่ไม่ทัน ร่างเธอกลิ้งจากเรือตกทะเล จมดิ่งลงไปทันที!

ปูรณ์กระโดดลงไป มองหาร่างเธอกำลังดิ่งลงก้นทะเล พอเจอ เขาพยายามว่ายไปช่วย เขาว่ายน้ำสุดแรงเพื่อจะไปถึงตัวเธอให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

แต่เมื่อใกล้ถึงร่างนั้น ปูรณ์อึ้งตะลึงงัน เมื่อเห็นร่างมุกรินที่กำลังจมลงไปนั้น... กลายเป็นร่างของวีว่า!

ooooooo

ปูรณ์กระชับกอดร่างนั้นไว้ พุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างเร็ว เขาพรวดพ้นผิวน้ำก่อนที่อากาศจะหมด ประคองร่างนั้นจากข้างหลังพาขึ้นเรือ แล้วเขาก็ตะลึงอึ้ง เมื่อคนที่ประคองอยู่นั้นกลับกลายเป็นมุกริน!

แต่ร่างที่ไร้ลมหายใจตรงหน้าเขา ทำให้เขาไม่อาจเสียเวลากับอะไรได้ เขาลงมือปั๊มหัวใจทันที...

ในห้องไอซียู ที่โรงพยาบาล เมื่ออาจารย์หมอหัวหน้าคณะทีมแพทย์ที่รักษาวีว่าออกมา วารุณี ใจเด็ด และเจ้าขาลุกขึ้นไปถามทันทีว่า วีว่าเป็นอย่างไรบ้าง?

“คนไข้หัวใจวายเฉียบพลันอีกครั้งนึงแล้ว” อาจารย์หมอบอก ทุกคนอึ้งไปทันที แต่อาจารย์หมอบอกว่าตอนนี้ปั๊มหัวใจจนคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ใจเด็ดถามว่าไม่ได้หมายความว่าเป็นข่าวดีทีเดียวใช่ไหม? “อย่างที่เคยบอก ยิ่งเป็นบ่อยๆ ร่างกายคนก็จะยิ่งแย่ลง เหมือนกำแพงที่ถูกทุบหนักขึ้น ถี่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันก็ยิ่งทำให้สิ่งที่พวกเราต้องการเห็นมากที่สุดเป็นไปได้ยาก”

ใจเด็ด วารุณี และเจ้าขา ต่างอึ้ง พูดไม่ออกจนเมื่อตั้งสติได้ วารุณีถามว่าหมายถึงโอกาสที่วีว่าจะฟื้นมีน้อยลงใช่ไหม อาจารย์หมอไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าเบาๆ วารุณีอึ้งแล้วเป็นลมทรุดลง จนใจเด็ดประคองไว้เกือบไม่ทัน

ooooooo

ปูรณ์ยังคงปั๊มหัวใจให้มุกรินไม่หยุด จนทำ CPR หลายครั้งอาการก็ไม่ดีขึ้น ทำให้เขายิ่งร้อนใจ

ข้างหลังปูรณ์ที่เขากำลังวุ่นอยู่กับการช่วยชีวิตมุกรินนั้น คุณลึกลับยืนอยู่กับวีว่า โดยที่ปูรณ์ไม่เห็นและไม่รับรู้อะไร

“นี่มันอะไรกันเนี่ยคุณลึกลับ” วีว่าถาม ตาก็ยังดูการช่วยชีวิตมุกริมของปูรณ์อยู่

“ร่างของมุกรินกำลังจะตายไง เธอถึงได้ออกมาอยู่นอกร่างกับฉันตรงนี้”

“ถ้ามุกรินตายอีกรอบ ก็แปลว่าวีว่ากำลังจะตายจริงๆล่ะสิคะ” คุณลึกลับบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลา “ไม่ถึงเวลาอะไร ก็เห็นอยู่ว่าอาปูรณ์กำลังช่วยชีวิตมุกรินไม่ได้อยู่แล้ว” เสียงวีว่าเริ่มตระหนก

“เธอต้องหัดเชื่อในปาฏิหาริย์บ้างนะ อย่างน้อยมันเคยเกิดขึ้นกับเธอมาครั้งนึงแล้วไม่ใช่เหรอ”

“แล้วถ้าปาฏิหาริย์มันไม่มีครั้งที่สองแล้วล่ะ!”

“ถ้าเธอไม่เชื่อในปาฏิหาริย์ เธอก็ควรเชื่อในตัวคนที่เธอรักบ้าง!” คุณลึกลับเสียงจริงจังขึ้น วีว่ามองปูรณ์ที่กำลังช่วยชีวิตมุกรินอย่างตึงเครียด คุณลึกลับถามว่า “เธอมองดูเขาให้ดี เขายอมแพ้ให้เธอเห็นแล้วหรือ”

วีว่ามองปูรณ์ที่ทำ CPR ให้มุกรินอีกครั้ง ทั้งที่เขาเองก็เหนื่อยอ่อนมากแล้ว

แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริง! เมื่อมุกรินสะดุ้งไอ และสำลักน้ำทะเลออกมา คุณลึกลับยิ้ม หันมองวีว่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ปรากฏว่าเธอหายไปแล้ว

ปูรณ์มองร่างที่นอนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อเห็นว่าเธอคือวีว่า! เขาทั้งปลื้ม ตื้นตันจนบอกไม่ถูก หันมองคุณลึกลับที่ยืนยิ้มอยู่ด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน

ooooooo

เวลาเดียวกันนี้ ชั้นฉัตรที่ต้องการรู้ว่าชงโชคพ่อของตนกำลังทำอะไรกันแน่ เขาแอบเข้าไปในห้องทำงานของพ่อ เปิดคอมพิวเตอร์ไล่ดูแฟ้มต่างๆ แล้วก็ตาลุกเมื่อเห็นแฟ้มสำคัญ เขาเอาแฟลชไดรฟ์ ก๊อบปี้ข้อมูลไว้ทันที

ขณะนั้นเอง รปภ.ที่เคยเป็นสายให้สวัสดิ์ วางแก้วกาแฟแล้วหยิบหนังสือพิมพ์จะอ่าน แต่สายตาเขาสะดุดเข้ากับหน้าจอกล้องวงจรปิดที่แสดงภาพห้องทำงานของชงโชค เขาสะดุ้งเฮือกอุทาน

“ฉิบหะ...” รปภ.ผู้นั้นลุกพรวดจนแก้วกาแฟหก เขาวิ่งอ้าวออกไปทันที

ชั้นฉัตรก๊อบปี้ข้อมูลเสร็จออกจากห้องพอดี เขาวิ่งมากดปุ่มลิฟต์ รออย่างกระวนกระวาย ครู่เดียวลิฟต์เปิดออก ชั้นฉัตรสะอึกอึ้ง เมื่อคนที่อยู่ในลิฟต์คือสวัสดิ์! เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในลิฟต์ ไหว้สวัสดิ์ ก็พอดีประตูลิฟต์ปิด

ชั้นฉัตรตึงเครียด เขากำแฟลชไดรฟ์ในมือแน่น สวัสดิ์ทักสบายๆว่า “มาทำงานวันหยุดด้วยหรือชั้นฉัตร ขยันจังนะ”

“งั้นคุณสวัสดิ์ก็ขยันเหมือนกันนะครับ”

“พอดีผมมาทำงานสำคัญน่ะ” สวัสดิ์พลั้งปาก พอชั้นฉัตรถามว่างานสำคัญอะไร เขาอึกอักแล้วบอกว่าไม่มีอะไร ชั้นฉัตรจึงเงียบไป

ทันใดนั้นประตูลิฟต์เปิด มีพนักงานคนหนึ่งขนแฟ้มกองเกือบท่วมหัวเข้ามา เขาชนชั้นฉัตรโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้แฟลชไดรฟ์ในมือชั้นฉัตรร่วง เขารีบก้มเก็บ แต่สวัสดิ์ไวกว่าเก็บไปถือไว้ ชั้นฉัตรอึ้งใจคอไม่ดี แต่แล้วสวัสดิ์ก็ยื่นแฟลชไดรฟ์คืนให้ เตือนว่า “ระวังหน่อยสิ”

ชั้นฉัตรขอบคุณแล้วรีบเก็บแฟลชไดรฟ์ไว้ พอดีลิฟต์เปิดอีกที เขาพยักหน้าให้สวัสดิ์เชิงลาแล้วออกไป สวัสดิ์มองตามอย่างสงสัย แต่พอลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นที่สวัสดิ์จะออก ก็เจอ รปภ.คนนั้นยืนอยู่อย่างเหนื่อยหอบ

สวัสดิ์ชะงัก เห็นอากัปกิริยาของ รปภ. เขารู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่

ooooooo

อีโนนั่งคุยมือถืออยู่ที่ชายหาดด้วยสีหน้าเศร้า หนักใจ เพราะพี่หมีโทร.มาเล่าอาการของวีว่าให้ฟัง อีโนบอกว่าถ้าเสร็จจากทางนี้แล้วจะรีบกลับไป ฝากบอกเจ้าขาด้วย

ขณะนั้นเองทีมงานเดินมาถามหามุกริน เพราะจะขอสัมภาษณ์ไปลงหนังสือด้วย แต่หาตัวไม่เจอ

วีว่าบ่นอุบอิบ บอกทีมงานว่าเดี๋ยวจะไปดูที่ห้องให้ เธออาจจะไปพักผ่อน ให้รอแป๊บนึง แล้วก็ฟิ้วไปตามประสา

เวลาเดียวกัน ที่เรือใบของปูรณ์ เขาเอาผ้าขนหนูมาคลุมให้มุกรินที่นั่งหนาวสั่น และยื่นแก้วน้ำอุ่นให้

“น้ำอุ่น...แค่จิบก็พอ เดี๋ยวจะสำลัก มันจะทำให้คุณดีขึ้น”

มุกรินรับแก้วน้ำอุ่นไปจิบ ตามองปูรณ์ที่นิ่งเหมือนเดิมจนปูรณ์ถามว่ามองอะไรหรือ เธอบอกว่าเปล่า แค่เห็นเขานิ่งมากเหมือนชินกับสิ่งที่เกิดขึ้น ปูรณ์บอกว่าตอนเด็กเล่นกับเพื่อนๆ เจอเพื่อนจมน้ำบ่อยเลยชิน มุกรินยิ้มเอ่ยอย่างชื่นชมว่าเขาเลยกลายเป็นฮีโร่ได้ช่วยชีวิตคนบ่อยใช่ไหม

“ไม่บ่อยหรอก ผมก็แค่คนธรรมดา ถ้าผมเป็นฮีโร่จริง ผมคงช่วยพ่อกับแม่ได้”

มุกรินหน้าสลด ขอโทษที่พูดสะกิดแผลเขา แต่ก็แก้ให้ว่า เพราะตอนนั้นเขายังเด็กจะไปสู้กับไฟไหม้บ้านได้อย่างไร ทำให้ปูรณ์มองหน้าขวับถามว่าเธอรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน

มุกรินอึกอักบอกว่าอีโนเล่าให้ฟัง ทั้งสองคุยกันสบายๆอย่างผ่อนคลาย แต่พอปูรณ์นึกอะไรได้เขาตบเสาเรือใบ มุกรินถามว่าเรือเป็นอะไร เขาบอกว่ากำลังจะหาคำตอบ แล้วลุกเดินไปท้ายเรือกระโดดลงทะเลดำหายไปทันที

มุกรินนั่งจ้องที่ผิวน้ำนานจนเป็นห่วงว่าเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่า จู่ๆเขาก็โผล่พรวดขึ้นมาทำเอามุกรินผงะหงายหลัง เธอถามว่าเรือเป็นอะไร ปูรณ์บอกว่านอตตัวหนึ่งหลุดหายไปหางเสือเรือเลยเสีย มุกรินหน้าเจื่อนถามว่าเราต้องติดอยู่กลางทะเลแบบนี้หรือ

“ผมจะลองโทร.มือถือกลับไปที่รีสอร์ต แต่คิดว่าไกลขนาดนี้ไม่น่ามีสัญญาณ วิทยุน่าจะช่วยได้ดีกว่า” แล้วเขาก็เดินไปในห้องท้ายเรือ

ooooooo

ที่หน้าห้องทำงานปูรณ์ พนักงานเดินมาถามเลขาที่นั่งทานขนมสบายๆ เพราะเจ้านายไม่อยู่ว่า ท่านประธานกลับมาหรือยัง เธอบอกว่ายัง ยังอยู่ที่พังงา ถามว่ามีอะไรหรือ

“มีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นที่ฮ่องกง ผมต้องรีบรายงานท่านประธานด่วน”

เลขาจะรีบติดต่อให้ หยิบมือถือโทร.ออก ครู่เดียวก็บอกว่ามือถือท่านประธานปิด เดี๋ยวจะโทร.ไปทางรีสอร์ตแทน

“ทำยังไงก็ได้ครับให้ผมได้คุยกับท่านประธานเร็วๆ” พนักงานคนนั้นท่าทางร้อนใจมาก

เวลาเดียวกัน ที่สนามไดรฟ์กอล์ฟ คุณย่าพริ้มเพราไปรอคุณหญิงแขอุไรอยู่นาน คุณหญิงจึงมาพร้อมกับลม

“สวัสดีค่ะคุณอา มานานแล้วหรือคะ” คุณหญิงไหว้ทักทายอ่อนหวาน ถูกคุณย่าตำหนิที่ไม่ตรงเวลา ลมไหว้ขอโทษ ก็พอดีสวัสดิ์หน้าตาตื่นเข้ามาบอกว่า

ทางฮ่องกงเริ่มไปแล้ว รับรองว่าไม่ผิดพลาด แต่ตอนนี้มีเรื่องน่าห่วงกว่า ลมถามว่าเรื่องอะไร

“เราควรถามคุณชงโชคดีกว่าว่าทำไมอาถึงเห็นลูกชายของเขาเอาแฟลชไดรฟ์เข้าไปดูดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์พ่อตัวเอง” สวัสดิ์จ้องหน้าชงโชคถาม “คุณชงโชคไม่ได้บอกให้ลูกชายเขารู้ แล้วที่ผมเห็นมา ท่าทางลูกชายของคุณจะล้วงข้อมูลแผนของเราไปให้คนอื่นเสียมากกว่า ซึ่งนั่นอาจจะเป็นไอ้ปูรณ์หรือตำรวจก็ได้”

“ถ้าเรื่องถึงตำรวจ เราก็จบกันงานนี้” ลมเลิ่กลั่ก

“ไม่! แฟลชไดรฟ์นั่นมันต้องกลับมาอยู่ในมือของพวกเรา! ตอนนี้อาให้ลูกน้องไปเอาแฟลชไดรฟ์นั่นคืนมาแล้ว”

สวัสดิ์พูดขาดคำ ชงโชคก็พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาดันไปติดผนัง สวัสดิ์ตกใจไม่คิดว่าคนแก่อย่างชงโชคจะมีแรงมากขนาดนี้ ชงโชคตะคอกสวัสดิ์อย่างโกรธจัด

“รีบโทร.ห้ามลูกน้องหน้าโง่ของคุณเดี๋ยวนี้ อย่าแตะต้องลูกชายผมแม้แต่รอยเล็บข่วน!” สวัสดิ์ถามว่าทำไมตนต้องห้ามด้วย “ก็เพราะคุณน่ะแหละที่กำลังทำแผนของพวกเราแตก!”

สวัสดิ์อึ้งที่เรื่องกลับกลายเป็นว่าตนเป็นคนผิด?? บอกชงโชคว่าตนไม่เข้าใจ?

“ยังไม่ต้องเข้าใจอะไรทั้งนั้น รีบโทร.หาลูกน้องคุณเดี๋ยวนี้...เดี๋ยวนี้!!” ชงโชคตวาดย้ำ จนสวัสดิ์ต้องโทร.สั่งลูกน้องสองคนที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องทำงานของชงโชค พอได้รับโทรศัพท์จากสวัสดิ์ รปภ.ทั้งสองก็มองหน้ากันแล้วถอยกลับ

ooooooo

วารุณีคิดเครียดจนกินอะไรไม่ลง ถามใจเด็ดว่าหรือว่าเราตัดสินใจผิด หรือว่าเราควรปล่อยให้วีว่าจากเราไปเสียที

ทั้งใจเด็ดและเจ้าขามองหน้าวารุณีอึ้ง วารุณีพูดเสียงเครือว่า ตนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า การที่เรายื้อชีวิตลูกสาวของเราอยู่แบบนี้เป็นวิธีที่ดีจริงหรือ

ใจเด็ดบอกว่าเรื่องนี้เราตัดสินใจกันแล้ว และคุณอาพริ้มเพราก็...วารุณีขัดขึ้นทันทีว่า

“ฉันไม่สนใจแล้ว วีว่าคือลูกสาวของฉัน ลูกสาวของคุณ คุณไม่คิดบ้างเหรอว่า เรากำลังทรมาน ทำร้ายลูกสาวของเราอยู่ วีว่าอาจจะไปสบายตั้งนานแล้วไม่ใช่ต้องทนนอนเจ็บปวดกับไอ้เครื่องบ้าๆที่อยู่รอบตัวไปหมด”

“คุณ...”

“ฉันทนไม่ไหว ฉันไม่อยากเห็นลูกเป็นแบบนี้ ฉันทนดูไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”

ใจเด็ดโผกอดวารุณีไว้ เธอร้องไห้อย่างเจ็บปวดกับอกเขา เจ้าขาได้แต่มองพ่อกับแม่อึ้งๆ

ooooooo

สวัสดิ์กดวางสายจาก รปภ. ชงโชคจึงปล่อยมือจากคือเสื้อเขา สวัสดิ์สะบัดตัวไปนั่งจ้องหน้าชงโชคพูดขึงขัง

“ผมว่าถึงเวลาที่คุณจะต้องอธิบายแล้วล่ะครับว่ามันยังไงกันแน่คุณชงโชค!”

“ก็ไม่มีอะไรมาก มันก็มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ” ชงโชคนั่งลงพูดยิ้มๆ “ข้อ 1.ไม่ใช่ว่าลูกชายผมไม่รู้เรื่องแผนของเรา...ชั้นฉัตรรู้ ผมบอกเขาไปตั้งแต่แรก แต่เขาไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่อยู่ข้างเรา เท่านั้นเอง”

ทุกคนมองหน้าชงโชคเขม็ง คุณย่าเอ่ยขึ้นว่า “อย่าบอกนะว่าลูกชายคุณไปเข้าข้างไอ้ปูรณ์!”

“นี่คุณจะบ้าเหรอคุณชงโชค ถ้าคุณไม่มีปัญญาควบคุมลูกตัวเอง แล้วไปบอกแผนให้มันฟังทำไม!” สวัสดิ์ด่า ถูกชงโชคปรามว่าอย่าเรียกลูกชายตนว่ามัน แล้วบอกทุกคนในที่นั้นว่า

“มันแค่เป็นเกมแมวหยอกหนูระหว่างผมกับลูกชาย ผมแค่อยากทดสอบว่าเขาจะอยู่ข้างปูรณ์จริงหรือเปล่า”

ลมถามว่าเรื่องแฟลชไดรฟ์ในวันนี้ก็แปลว่าใช่ ป่านนี้ชั้นฉัตรเอาแฟลชไดรฟ์นั่นไปให้บอร์ด 11 คนดูแล้วจบลงตรงตำรวจมาลากคอพวกเราเข้าคุกงั้นหรือ ชงโชคลุกขึ้นตอบสบายๆว่า

“ผมไม่คิดแบบนั้น แฟลชไดรฟ์นั่นไม่มีทางเปิดออกดูได้ เพราะภายในคอมพิวเตอร์ผมมีโปรแกรมตัวนึงที่เมื่อมีแฟลชไดรฟ์แปลกปลอมที่ไม่ได้เข้ารหัสของผมไว้ เสียบเข้าไปในเครื่องหวังจะดูดข้อมูลออกมา โปรแกรมนั้นจะเปิดขึ้นแล้วส่งไวรัสคอมพิวเตอร์ย้อนกลับไปที่แฟลชไดรฟ์นั่นแทน จนมันใช้การไม่ได้อีกต่อไป”

ชงโชคอธิบายอย่างใจเย็น แล้วหันยิ้มให้ทุกคนก่อนอธิบายต่อไปว่า

“เพราะฉะนั้น เรื่องแฟลชไดรฟ์ในวันนี้จึงทำให้ ผมมั่นใจว่าลูกชายผมไปอยู่ข้างเดียวกับปูรณ์ ซึ่งผมไม่แคร์ เพราะกว่าที่ปูรณ์...” ชงโชคยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูคะเนเวลาแล้วบอกว่า “ซึ่งกำลังลอยอยู่กลางทะเลโดดเดี่ยวอยู่ตอนนี้กว่าจะกลับมาเข้าฝั่งได้ ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ซึ่งนั่นนำมาสู่คำอธิบายข้อ 2 ที่น่าสนใจกว่าเยอะ...”

คุณย่าถามว่า ยังไง? ชงโชคไม่ตอบ แต่หันมองคุณหญิง สวัสดิ์ และลม พูดต่อเหมือนจงใจพูดกับทั้งสามว่า

“ผมคิดว่า การรู้เรื่องของคุณสวัสดิ์ในครั้งนี้นั้น หมายความว่า มีกล้องวงจรปิดแอบติดอยู่ในห้องผม ซึ่งตีความได้ว่า พวกคุณทั้งสามคนไม่เชื่อใจ หรือคิดจะเล่นไม่ซื่อ ตลบหลังผมกับคุณพริ้มเพรา?”

ทั้งสามอึ้งไปทันที คุณย่ามองขวับด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง ในขณะที่ชงโชคนั่งลงด้วยท่าทีที่เหนือกว่าก่อนบอกสวัสดิ์ว่า

“ทีนี้ ถึงตาคุณอธิบายอีกทีนึงแล้วล่ะครับ คุณสวัสดิ์”

สวัสดิ์อึกอัก ไม่รู้จะตอบคำถามนี้ของชงโชคอย่างไรดี

ooooooo

บนเรือใบกลางทะเล...ปูรณ์เดินขึ้นมาหน้าเครียดๆ วีว่าถามว่าตกลงติดต่อใครได้ไหม เขาส่ายหน้าบอกว่ามือถือไม่มีสัญญาณ วิทยุในเรือก็เสีย

วีว่าบ่นหัวเสียว่าทำไมมันบังเอิญขนาดนั้น ปูรณ์บอกว่าตนไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ เชื่อว่ามีคนวางยาเรือตน ใครสักคนที่ต้องการให้ตนอยู่กลางทะเลแบบนี้ เป็นคำชี้แจงที่ทำให้วีว่ายิ่งตกใจ

ฝ่ายอีโนก็ตามหามุกรินวุ่นไปหมด โทร.หาก็ไม่มีสัญญาณเลยสงสัยว่าจะปิดเครื่อง พนักงานมาบอกว่าพวกตนตามหาจนทั่วแล้วแต่ยังไม่เจอ

อีโนเลยยิ่งหงุดหงิด ฉุกคิดว่าหรือมุกรินจะออกไปนอกรีสอร์ต...หรือไม่ใช่...อีโนถามตัวเองแล้วถอนใจโล่งอก พลันก็ลุกพรวด ค้านตัวเองว่าหรือไม่ควรโล่งใจดี...อาการประหลาดของอีโนทำให้พวกพนักงานดูแล้วหันมองหน้ากันงงๆ

ooooooo

เมื่อโต้เถียงกันยุติลง คุณหญิงแขอุไรเดินอ้าวออกมายังรถตู้ที่ติดเครื่องรออยู่ ลมเดินตามมาติดๆ สวัสดิ์รั้งท้ายหน้าจ๋อยๆ คุณหญิงเดินไปด่าสวัสดิ์ไปว่า

“แกสั่งติดกล้องวงจรปิดทุกห้องเพื่อความปลอดภัยงั้นเหรอ?! มันเป็นคำตอบที่โง่มาก!” สวัสดิ์เสียงอ่อยว่าตอนนั้นตนไม่รู้จะตอบอย่างไร “ฉันรู้ว่าแกโง่แต่ฉันไม่คิดว่าแกจะโง่ขนาดนี้” สวัสดิ์ชี้แจงว่าตนก็แค่อยากระวังชงโชคเท่านั้น “แล้วเป็นไง! เจอมันตอกหน้าหงายเข้าให้ แทนที่เราจะดัดหลังมันได้ ทีนี้มันก็ระวังตัวแจเพราะสิ่งที่แกทำลงไปแท้ๆ!”

สวัสดิ์ตะแบงว่าตาแก่นั่นทำเป็นอวดดีไปอย่างนั้น แต่สุดท้ายทั้งตาแก่และยายแก่ก็ต้องเสร็จเรา ถูกคุณหญิงตวาดว่า

“ถ้าแผนฮุบไทยธนกิจยังไม่สำเร็จ อย่าใช้คำว่าเรา! อย่าเอาฉันไปรวมกับคนโง่ๆอย่างแก! กลับเองนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าแกตอนนี้!!” คุณหญิงสั่งออกรถทันที ทิ้งสวัสดิ์ไว้ตรงนั้น สวัสดิ์มองตามรถไปสบถหัวเสีย

“โธ่โว้ย!!”

เวลาเดียวกัน ชงโชคยังนั่งอยู่กับคุณย่าที่สนามไดรฟ์กอล์ฟ คุณย่าถามว่าเขาเล่นเกมอะไรอยู่ ชงโชคมองหน้าคุณย่าเต็มตา พูดจริงจังว่า

“ผมเป็นคนของไทยธนกิจมาแต่ไหนแต่ไร สิ่งที่ผมจะทำ ผมก็ทำเฉพาะมันเป็นความต้องการของเจ้าของไทยธนกิจเท่านั้น ไม่ใช่เพราะคนอื่น ในเมื่อคุณอยากไล่ปูรณ์ออกไปจากไทยธนกิจนัก ผมก็จะจัดการให้ คุณจะได้เห็นกับตาว่าเมื่อไทยธนกิจไม่มีปูรณ์อยู่ มันจะเป็นยังไง”

“มันจะเป็นยังไง? มันก็ดีขึ้นน่ะสิ เหลือบไรจะได้หายไปจากวรรณดำรงเสียที!”

“งั้นนี่ก็ถึงเวลาที่คุณพริ้มเพราต้องการแล้วล่ะครับ” ชงโชคสรุปแล้วลุกไปตีกอล์ฟ ทิ้งให้คุณย่านั่งเรียบเรียงและลำดับเหตุการณ์อยู่ตามลำพังอย่างหงุดหงิด

ooooooo

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 10 วันที่ 11 ก.ย. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ