ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 10 วันที่ 12 ก.ย. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 10 วันที่ 12 ก.ย. 58

ปูรณ์หาทางซ่อมใบพัดเรือ วีว่าอยากช่วยเลยโดดน้ำลงไปด้วย ระหว่างนั้นมีคลื่นซัดวีว่าที่จับหางเสือเรืออยู่หลุดลอยไป หางเสือเรือเลยถูกคลื่นซัดใส่หน้าปูรณ์เต็มๆจนเขาผงะ วีว่ารีบว่ายไปช่วยเขาทันที

เมื่อพากันขึ้นมาบนเรือปรากฏว่าทั้งสองคนหน้าผากแดงช้ำ ทั้งสองผลัดกันทายาทำแผลให้กัน ตลอดเวลาที่ใกล้ชิดและดูแลกัน ปูรณ์รู้สึกว่า หลังจากมุกรินฟื้นขึ้นมาจากการฆ่าตัวตายแล้วเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนคนเดิม ไม่เพียงความรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของมุกรินแต่ปูรณ์ยังรู้สึกถึงความแปลกๆในหัวใจตัวเองด้วย

หลังจากทำแผลให้กันแล้ว ปูรณ์บอกว่าจะลงไปดูวิทยุอีกทีว่าใช้ได้ไหม



เมื่อลงไปใต้ท้องเรือเขามองตัวเองในกระจกอย่างสับสน นึกถึงวันก่อนที่จะมาถ่ายแบบที่พังงา เขาเข้าไปบอกวีว่าที่นอนไม่ได้สติอยู่ว่า หวังว่าเมื่อตนกลับมาจะเห็นเธอตื่นขึ้นมาเพื่อจะบอกว่าสิ่งที่ตนคิดถูกหรือผิด...ขณะเดียวกันก็คิดถึงเหตุการณ์บนเรือกับมุกรินเมื่อครู่อย่างสับสน

ปูรณ์สลัดความคิดสับสนนั้นเตือนตัวเองว่า

“แกยกหัวใจของแกให้ผู้หญิงคนหนึ่งไปหมดแล้ว แกจะมาไขว้เขวเพราะผู้หญิงอีกคนอะไรกันตอนนี้ไอ้ปูรณ์!!”

วีว่าที่อยู่ข้างบนได้พบกับคุณลึกลับ เธอถามว่า เรือเสียนี่เป็นแผนการของเขาหรือเปล่า คุณลึกลับบอกว่าตนไม่มีอำนาจทำแบบนั้นหรอก มันเป็นเรื่องของโชคชะตาต่างหาก

“โชคชะตาอีกแล้ว เอะอะก็โชคชะตา ไอ้การที่ต้องมาติดแหง็กอยู่บนเรือที่เสียกลางทะเลไม่มีเรือผ่านมาช่วยสักลำ แถมลมก็นิ่งสนิทแบบนี้มันเป็นหนึ่งในโชคชะตาด้วยเหรอคะ” วีว่าถามประชด

“ใช่...เธอคงเคยได้ยินใช่ไหมว่าหลังลมที่เงียบสงบ พายุลูกใหญ่จะตามมา มันถึงเวลาที่เธอจะต้องเผชิญกับพายุอีกลูกแล้ววีว่า มันจะเป็นบททดสอบให้เธอได้เรียนรู้อีกครั้งหนึ่ง เตรียมรับมือกับมันไว้ให้ดีนะวีว่า”

วีว่าอึ้ง เธอไม่เข้าใจคำพูดที่เป็นนัยของคุณลึกลับแม้แต่น้อย แต่ความจริงจังทั้งน้ำเสียงและแววตาของคุณลึกลับทำให้เธอรู้สึกกลัวจนหนาว...

ooooooo

แผนการของพวกคุณหญิงแขอุไรโดยใช้ความเกลียดชังปูรณ์ของคุณย่าพริ้มเพราเป็นเครื่องมือเริ่มแล้ว!

บอร์ดทั้ง 11 คนถูกเรียกมาประชุมด่วนที่ห้องประชุมใหญ่ของไทยธนกิจ ทุกคนงงๆกับการเรียกประชุมด่วน จนเมื่อคุณย่าพริ้มเพรา สวัสดิ์ และชงโชคเข้ามา คุณย่าเดินมาที่หัวโต๊ะ สวัสดิ์และชงโชคตามมายืนขนาบสองข้าง

คุณย่าพริ้มเพราแจ้งแก่ที่ประชุมว่ามีเรื่องด่วนมากจึงเรียกประชุมในเย็นวันหยุดเช่นนี้ แล้วแจ้งปัญหาที่เกิดกับไทยธนกิจ โดยให้สวัสดิ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นสำคัญอย่างยาวนานเป็นคนแจ้งรายละเอียด คุณย่าหลีกทางให้สวัสดิ์ยืนแทน เขาเริ่มพูดทันที

“ความเสียหายเกิดขึ้นที่ฮ่องกง และกำลังลุกลามเป็นไฟไหม้ฟาง ซึ่งถ้าเราตัดสินใจช้าหรือผิดพลาดไปนิดเดียว นั่นอาจแปลได้ถึงการล่มสลายของไทยธนกิจเลยก็ได้!”

บอร์ดทั้ง 11 คนฮือฮาตื่นตัวขึ้นทันทีถามว่าเกิดอะไรขึ้น จังหวะนั้นพนักงานหญิงสองคนถือแฟ้มเข้ามาแจกจ่ายแก่บอร์ดทั้ง 11 คนทันที สวัสดิ์แจ้งแก่บอร์ดทั้ง 11 คนว่า รายละเอียดและที่มาของความเสียหายอยู่ในแฟ้มแล้วขอให้ทุกคนอ่านและฟังตนไปพร้อมๆกัน

ชั้นฉัตรกำลังจะเสียบแฟลชไดรฟ์อันนั้นเข้ากับ Laptop ของเขา เลขาหน้าห้องของปูรณ์ก็โทร.มาแจ้งเรื่องการประชุมของสวัสดิ์และบอร์ดของไทยธนกิจ

ชั้นฉัตรรีบลงไปทันที แต่ไปไม่ลืมหยิบแฟลชไดรฟ์ไปด้วย

สวัสดิ์พูดจบพอดี บอร์ดทั้ง 11 คนอึ้ง เขาชี้แจงต่อไปว่า

“เราคาดว่าเป็นการโจมตีจากนักลงทุนในฮ่องกง แต่ไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน แต่เมื่อประเมินมูลค่าความเสียหายที่เราไปลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงมากและล้มลงในที่สุดในจีนจนถึงตอนนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำครับ และยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไร เราก็ยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น”

รายงานของสวัสดิ์ยังความตื่นตระหนกแก่บรรดาบอร์ดทั้ง 11 คน บางคนถามว่าใครเป็นคนเซ็นอนุมัติให้ไทยธนกิจไปลงทุนในกองทุนนั้น สวัสดิ์ตอบทันทีว่าเป็นไปตามความต้องการของท่านประธาน

เสียงเรียกร้องให้ติดต่อปูรณ์มาแก้ปัญหาให้เร็วที่สุดเข้าทางสวัสดิ์ทันที เขาบอกว่าตนและลูกน้องพยายามติดต่อแล้วแต่ติดต่อไม่ได้ บอร์ดหญิงคนหนึ่งถามว่าแล้วเราจะทำอย่างไร?!

“ก่อนหน้าที่จะประชุมกับทุกท่าน ผมกับทีมงานได้ร่างแผนแก้ปัญหาขึ้นมาแล้ว มันแบ่งเป็น 2 หัวข้อใหญ่ด้วยกัน คือแผนแก้ปัญหาระยะสั้นกับแผนแก้ปัญหาระยะยาว ซึ่งรายละเอียดอยู่ในแฟ้มล่างสุดตรงหน้าทุกท่านครับ”

บรรดาบอร์ดพากันรีบพลิกดู สวัสดิ์แอบยิ้มดีใจที่แผนการกำลังเข้าทางของตนทีละขั้น...ทีละขั้น อย่างง่ายดาย

ooooooo

ชั้นฉัตรถามเลขาของปูรณ์ว่าพวกที่อยู่ในที่ประชุมนั้นเขามาทำอะไรกันและเธอรู้ได้อย่างไร

“ก็แก้วนึกได้ว่าลืมทำรีพอร์ตก็เลยกะมาทำวันหยุด แล้วก็เห็นเข้าพอดีว่าเขาอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่กัน แก้วพยายามโทร.ตามท่านประธานก็ไม่ได้เลยค่ะ ก็เลยลองโทร.หาคุณชั้นฉัตร แต่นี่แหละแก้วรู้สึกมันไม่ค่อยชอบมาพากลนะคะ”

ชั้นฉัตรวิ่งไปที่ลิฟต์ หันมาตะโกนสั่งเลขาให้พยายามติดต่อท่านประธานให้ได้ ความหวังของตนอยู่ที่เธอ!

ในห้องประชุมใหญ่ บอร์ดชายที่อาวุโสที่สุดบอกว่าตนเห็นชอบกับแผนแก้ปัญหาระยะสั้นของสวัสดิ์ บอกบอร์ดคนอื่นว่าไม่มีทางไหนจะแก้ปัญหาให้เลือดของไทยธนกิจหยุดไหลไปมากกว่าวิธีนี้แล้ว บอร์ดทั้ง 10 คนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วบอร์ดคนหนึ่งก็ถามถึงแผนแก้ปัญหาระยะยาว

คุณย่าพริ้มเพราก้าวเข้าไปแทนที่สวัสดิ์ประกาศด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นว่า

“แผนแก้ปัญหาระยะที่ 2 นี้ ดิฉันเป็นคนเสนอให้คุณสวัสดิ์ร่างขึ้นเอง มันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งนั่นก็คือตัวประธานไทยธนกิจ!”

บอร์ดทั้ง 11 คนชะงัก คุณย่าพูดต่ออ้างว่า

“คุณป๊าของดิฉันและคุณพี่จรัลสร้างระบบบอร์ดนี้ขึ้นมา ก็เพื่อคานอำนาจไม่ให้ตัวประธานไทยธนกิจกระทำการอันมิชอบ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของไทยธนกิจ แม้ว่าประธานจะเป็นสายเลือด ของวรรณดำรงผู้ก่อตั้งไทธนกิจเองก็ตามที ดังนั้น ในวันนี้ดิฉันจึงขอเสนอให้บอร์ดทุกท่านลงคะแนนเสียง เพื่อปลดนายปูรณ์ ออกจากตำแหน่งประธานไทยธนกิจเสีย!”

เสียงฮือฮาอื้ออึงขึ้น บอร์ดอาวุโสหันมองชงโชค เขาพยักหน้านิดๆให้ บรรดาบอร์ดเริ่มกุมหัวซุบซิบกัน คุณย่าพริ้มเพรายิ้มในหน้า รอลุ้นที่จะดำเนินการต่อไปตามแผนการของตน

ที่หน้าห้องประชุม รปภ. 8 คนยืนคุมเชิงอยู่ หัวหน้าของพวกเขาคือคนสนิทของสวัสดิ์นั่นเอง!

ชั้นฉัตรถูกกันไม่ให้เข้าห้องประชุมเด็ดขาด อ้างว่านี่เป็นการประชุมใหญ่ระดับบอร์ดบริหาร ตำแหน่งของเขาไม่สูงพอที่จะเข้าไปได้ ชั้นฉัตรพยายามจะชี้แจง ก็ถูกหัวหน้า รปภ.คนนั้นขู่ว่า

“อย่าให้ผมต้องสั่งลูกน้องหามคุณออกไปเลยครับ”

ชั้นฉัตรชะงัก เมื่อรู้ว่าเข้าไปไม่ได้แน่แล้ว เขาตัดสินใจโทร.หาคนอื่นแทนทันที

ooooooo

ในห้องประชุม บอร์ดชายคนหนึ่งถามคุณย่าพริ้มเพราผู้เสนอแผนขั้นที่ 2 คือปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งประธานว่า คิดว่าการปลดปูรณ์ออกเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่เราควรทำตอนนี้หรือ?

“ใช่ค่ะคุณเอก มันเป็นวิธีการที่ดีและเป็นวิธีการเดียวเท่านั้น”

อีกคนติงว่าปูรณ์เป็นคนเก่งที่สุดที่เราเคยมี ถ้าเรียกเขามาและสั่งให้เขาแก้ปัญหาที่เขาก่อ มันอาจจะ... เขาพูดไม่ทันจบก็ถูกคุณย่าขัดขึ้นว่า

“คุณป๊าของดิฉันสอนคุณพี่จรัลกับดิฉันมาตลอดว่า โลกนี้มีคนเก่งมาก เก่งน้อย สำหรับไทยธนกิจเราต้องการคนเก่งน้อยมากกว่าคนเก่งมากแต่สิ่งที่คนเก่งน้อยต้องมีทดแทนคือการเป็นคนดี” บอดร์ดคนหนึ่งถามแทรกว่า แปลว่าคุณพริ้มเพราเห็นว่าปูรณ์ไม่ใช่คนดี? คุณย่าพริ้มเพราชะงักไป บอร์ดทั้ง 11 คนมองหน้าคุณย่าเป็นตาเดียวรอฟังคำตอบ

คนที่ชั้นฉัตรโทร.หาในเวลาวิกฤตินี้คือเจ้าขานั่นเอง พอรู้เรื่องจากเขา เจ้าขาบอกว่าเดี๋ยวตนจะลองคุยกับพ่อกับแม่ดู แล้วให้ช่วยโทร.หาอาปูรณ์ด้วย หรือไม่ตนก็จะโทร.เฉ่งอีโนให้ตามอาปูรณ์อีกทางหนึ่ง

พอเจ้าขาเล่าให้ใจเด็ดฟังว่าชั้นฉัตรโทร.มาบอกว่า จู่ๆคุณย่า ลุงชงโชคและอาสวัสดิ์ก็นัดบอร์ดของไทยธนกิจประชุมท่าทางเหมือนมีแผนการบางอย่าง ใจเด็ดกับวารุณีมองหน้ากันงงๆ ว่าพวกเขามีแผนการอะไร?

เวลาเดียวกันที่ห้องประชุม บอร์ดทุกคนมองหน้าคุณย่าเป็นตาเดียวรอฟังคำตอบ คนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าคุณพริ้มเพราตอบคำถามผมได้ว่า ปูรณ์ไม่ใช่คนดีจริงๆ ผมจะเซ็นคำสั่งปลดปูรณ์เป็นคนแรกทันที”

“ฉันมั่นใจ!!” คุณย่าตอบด้วยเสียงก้องกังวานหลังจากนิ่งไปนาน

ทุกคนมองไปที่บอร์ดอาวุโสที่สุดคนนั้น ที่ถือปากกาในมือพร้อมเซ็น ทุกสายตามองลุ้นว่าเขาจะจรดปากกาเซ็นคำสั่งปลดปูรณ์เป็นคนแรกอย่างที่บอกไว้หรือไม่??!!

ooooooo

เมื่อปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งประธานบริษัทได้สำเร็จแล้ว คุณหญิงแขอุไรกับลม สองแม่ลูกทะเลาะกันอย่างรุนแรง เมื่อลมไม่ต้องการอยู่ใต้เงาของแม่ต่อไป เขาไม่เห็นด้วยที่แม่จะขึ้นมานั่งตำแหน่งที่ปรึกษาประธานบริษัทที่ตนนั่งอยู่

คุณหญิงแขอุไรบอกว่า ตนต้องการนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาประธานบริษัทเพื่อเยาะเย้ยคุณย่าพริ้มเพราที่ดูถูกตนมาตลอดว่าเป็นได้แค่แม่บ้านที่วันๆเอาแต่ช็อปปิ้งและใช้เงิน พูดใส่หน้าลมว่า

“นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ และแกต้องให้ฉัน!!”

ชั้นฉัตรหลอกพนักงานที่แจกเอกสารแก่ที่ประชุมแล้วมานั่งเล่นไลน์อยู่ข้างนอก บอกว่าตนเป็นลูกของชงโชคในที่ประชุมพ่ออยากได้กาแฟสักถ้วย พอพนักงานคนนั้นไปชงกาแฟ ชั้นฉัตรแอบถ่ายเอกสารที่วางอยู่แล้วออกไปเลย

ปรากฏว่า มันเป็นเอกสารลงมติปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งประธานบริษัท เขาคิดหาทางที่จะเข้าไปในห้องประชุมจึงกดสัญญาณไฟไหม้จน รปภ.ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องต้องแบ่งกำลังกันวิ่งไปดูเหตุการณ์

เมื่อ รปภ.ที่หน้าห้องเหลือเพียง 3 คนรวมทั้งคนที่เป็นหัวหน้าที่เป็นคนใกล้ชิดสวัสดิ์ด้วย ชั้นฉัตรที่กำลังด้อมๆมองๆจะเข้าไป ก็พอดีพวกที่ถูกส่งไปดูไฟไหม้กลับมารายงานว่าเหตุการณ์ปกติ

ชั้นฉัตรกำลังจะเปิดประตูเข้าไป ก็ถูกหัวหน้า รปภ.หันมาเห็น มันจับเขาลากออกไป ชั้นฉัตรตะโกนให้ปล่อยมันก็ไม่ฟังเสียง จะลากเขาออกไปให้ได้

“พวกบอร์ดในห้องตกใจกันหมดนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!” สวัสดิ์ออกมาตวาด

“คุณนั่นแหละทำบ้าอะไรของคุณ คุณจะปลดปูรณ์ออกจากตำแหน่งไม่ได้นะ!” ชั้นฉัตรตะโกน สวัสดิ์โต้ว่ามันเป็นมติของบอร์ดทั้ง 11 คนต่างหาก

“ไม่มีทาง!เป็นไปไม่ได้!!” ชั้นฉัตรตะโกนลั่น พอดีชงโชคออกมาถามว่าอะไรเป็นไปไม่ได้ แล้วยื่นเอกสารที่บอร์ดทั้ง 11 คนลงนามถอดถอนปูรณ์ออกจากตำแหน่งให้ดู

ชั้นฉัตรตะลึงอึ้งถามว่า “นี่พ่อทำอะไรลงไป!”

“ทำในสิ่งที่ฉันเคยบอกแกแล้วไงล่ะ! ทุกอย่างมันจบแล้ว ชั้นฉัตร!!”

ooooooo

ก่อนหน้านี้ เมื่อชั้นฉัตรแอบถ่ายเอกสารที่พนักงานคนนั้นวางไว้บนโต๊ะ รู้ว่าปูรณ์ถูกปลดจากประธานบริษัท เขาส่งไลน์ให้เจ้าขาทันที

เจ้าขายื่นมือถือให้ใจเด็ดกับวารุณีดูไลน์ที่ชั้นฉัตรส่งมาให้ บอกว่าเป็นเอกสารที่คุณย่าพริ้มเพรากับบอร์ดเข้าไปประชุมวันนี้ เป็นคำสั่งปลดอาปูรณ์ออกจากการเป็นประธานบริษัท

ใจเด็ดพรวดพราดจะออกไป วารุณีเรียกไว้ถามว่าจะไปไหน

“ผมจะไปไทยธนกิจ คุณอาพริ้มเพราทำเกินไปแล้ว ไล่ปูรณ์ออกจากบ้านไม่พอ นี่คิดจะไล่ออกจากไทยธนกิจเลยเหรอ ตำแหน่งประธานนั่นมันเป็นคำสั่งเสียที่พ่อของผมสั่งไว้ในพินัยกรรมนะ ผมทนไม่ไหวแล้ว!!”

วารุณีขอร้องว่าอย่าไปเลย ใจเด็ดถามว่าห้ามตนทำไม เจ้าขาย้ำกับแม่ว่าอาปูรณ์กำลังจะโดนปลดนะ!

วารุณีบอกว่าตนเหนื่อยกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของคุณย่าเจ้าขาเต็มทีแล้ว ย้ำกับใจเด็ดว่าตอนที่เขาขอตนแต่งงาน เขาบอกว่าตนจะไม่ต้องปวดหัวกับเรื่องทรัพย์สมบัติมรดกบรรดามี เราจะอยู่กันแบบที่เราเป็น แต่นับตั้งแต่พินัยกรรมถูกเปิดตนเห็นแต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พูดอย่างอ่อนล้าว่า

“ฉันเหนื่อย...ตอนนี้ฉันแค่อยากอยู่ดูแลลูก อยากให้ลูกสาวคนโตของฉันฟื้นขึ้นมา อยากให้บ้านเราอยู่ครบกัน 4 คน พ่อแม่ลูกเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นก็พอแล้ว ฉันไม่อยากรับรู้ไม่อยากเกี่ยวข้องไม่อยากยุ่งกับเรื่องนอกครอบครัวของเราอีก”

“แต่บ้านเราจะนิ่งดูดาย ทิ้งให้อาปูรณ์ถูกคุณย่ารังแกแบบนี้เหรอคะ อาปูรณ์ดูแลวรรณดำรงมาตลอดดูแลบ้านเรา ดูแลแม้กระทั่งร้านวรรณวิวาห์เวดดิ้ง เจ้าขาจะไม่ยอมให้คนที่ดูแลเราทุกอย่างต้องเจอกับเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ เจ้าขาจะไปช่วยกันกับชั้นฉัตร ช่วยให้อาปูรณ์ไม่โดนปลดให้ได้!” เจ้าขาเดินออกไปอย่างมุ่งมั่นเข้มแข็ง

เจ้าขาไปถึงหน้าธนาคาร เจอชั้นฉัตรเดินซึมออกมา เธอวิ่งเข้าไปหาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชั้นฉัตรมองเจ้าขาอย่างเจ็บปวดดึงเธอเข้าไปกอดแน่น เจ้าขาอึ้งที่โดนกอด แต่รับรู้ได้ทันทีถึงคำตอบที่จะได้รับจากเขา...

ooooooo

ปูรณ์อยู่กับวีว่าในร่างมุกรินบนเรือ ยิ่งอยู่ด้วยกันเขาก็ยิ่งสับสน สงสัย เพราะมุกรินที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้านี้ไม่เหมือนมุกริน เวลแม็กซ์ ที่ตนรู้จัก แต่กลับมีอุปนิสัยและคำพูดที่เหมือนวีว่าจนแทบถอดแบบออกมา

วีว่าต้องการพิสูจน์ให้ได้ว่าใจของอาปูรณ์นั้นอยู่กับใครกันแน่ จนทนไม่ได้ถามตรงๆว่า

“คุณชอบผู้หญิงที่ชื่อมุกรินที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ไหม” ปูรณ์หงุดหงิดถามว่าเธอแอบขึ้นเรือตามมาเพื่อจะถามคำถามที่เลอะเทอะนี้หรือ เธอถามทั้งที่ตัวเองกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายที่ทิ้งหลานสาวตนไปหรือ?วีว่าโต้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ลมพูดกับนักข่าวแต่ตนไม่ได้รักเขา ปูรณ์ถามว่าทั้งๆที่เขาคือคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้งั้นเหรอ?! ปูรณ์ชี้ให้เธอเห็นว่า

“คนอย่างลม อาจจะไม่ใช่ผู้ชายที่ดีสักเท่าไรในสายตาผู้ชายด้วยกันอย่างผม แต่การที่ผู้ชายคนหนึ่งอยู่ดูแลผู้หญิงคนหนี่งตลอดเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล เพื่อรอให้เธอหายกลับบ้านได้ ผมคิดว่า ผู้ชายคนนั้นรักผู้หญิงคนนั้นมาก”

“งั้นก็แปลว่าอาปูรณ์ก็รักวีว่ามากใช่ไหม?” ปูรณ์ติงว่านั่นไม่เกี่ยวกับคำถามที่เธอถามตนเลย “เกี่ยวสิ เพราะคำถามที่วีว่าอยากถามอาปูรณ์จริงๆก็คือ ตกลงอาปูรณ์รักวีว่าหรือรักมุกรินกันแน่???”

วีว่าในร่างมุกรินถามตรงเสียจนปูรณ์ชะงักงัน เมื่อถูกรบเร้าให้ตอบ เขาบอกว่า “ผมรู้สึกชอบคุณนะมุกริน” วีว่าอึ้งไปทันทีย้ำถามว่าคำตอบในใจของเขาคือ ตน มุกรินใช่ไหม แล้วเธอก็ผงะเมื่อเขาบอกว่า “ไม่ใช่!” แต่ตอบด้วยความจริงใจว่า “ผมชอบคุณ ชอบที่คุณเป็นแบบนี้ แต่ผมรักคุณไม่ได้...” มุกรินถามว่าเพราะตนกำลังจะแต่งงานกับลมใช่ไหม? ปูรณ์ตอบทันทีว่า “ไม่ใช่...แต่เพราะผมรักวีว่า”

วีว่าในร่างมุกรินอึ้งกับสิ่งที่ตนได้ยิน ปูรณ์พูดต่อเหมือนปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับสิบปี...

“ผมรักวีว่ามาตลอด รักตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งเธอกำลังจะจากไป ยิ่งเธอนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่แบบนั้น ผมก็ยิ่งรักเธอและผมก็สัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะรักและดูแลเธอไม่ว่าเธอจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ คุณอาจจะหาว่าผมเพี้ยนนะมุกริน บางขณะที่อยู่กับคุณ ผมยังเห็นคุณเป็นวีว่า แม้แต่ตอนที่ลงไปช่วยคุณใต้น้ำ ผมยังเห็นว่าคุณเป็นวีว่าเลย นั่นยิ่งเป็นคำตอบได้ดีว่าผมรักวีว่ามากแค่ไหน มากจนมองคนอื่นเป็นเธอได้ตลอดเวลา”

วีว่าซึ้งใจจนร้องไห้ ปูรณ์ยืนยันว่าอยู่ใต้น้ำตนเห็นเธอเป็นวีว่า แต่พอขึ้นมาผิวน้ำเธอก็กลายเป็นมุกรินคนเดิม

“ก็ดี...งั้นฉันจะลองพิสูจน์อะไรบางอย่าง”

ปูรณ์งงว่าเธอจะพิสูจน์อะไร แต่คุณลึกลับตกใจเพราะรู้ว่าเธอจะทำอะไร เขาห้ามวีว่า เตือนสติว่าโอกาสครั้งที่สามของเธออาจจะไม่มีแล้วก็ได้เพราะ

“ถ้าร่างกายของมุกรินเป็นอะไรไปอีก เธออาจจะไม่ได้กลับมาเหมือนกันนะวีว่า!”

“แต่ก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้อยู่ดี อยู่ในร่างคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวฉัน” คุณลึกลับบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะทำเรื่องแบบนี้ “พอเสียที! ฉันอยากพิสูจน์ นี่มันชีวิตฉัน ฉันอยากกำหนดชีวิต กำหนดโชคชะตา กำหนดเวลาของฉันเองและฉันคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะทำ!” ระหว่างที่วีว่าโต้เถียงกับคุณลึกลับนั้น ปูรณ์ได้ยินแต่วีว่าพูดคนเดียว เขาถามงงๆว่า

“คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ คุณกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่??”

ooooooo

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 10 วันที่ 12 ก.ย. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ