อ่านเพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 10/2 วันที่ 14 ก.ย. 58

อ่านเพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 10/2 วันที่ 14 ก.ย. 58

เพื่อนทั้งสามในชุดนักศึกษา รวมตัวกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสวนร้าง
มือของทั้งสามถือที่ตักดินอันเล็กๆ ช่วยกันขุดหลุมอยู่ มือจริยาอีกข้างถือไฟฉายส่อง
อุไรวรรณพูดขึ้นมาก่อน “นี่ฉันเพิ่งรู้นะว่าหลังมหาลัยจะมีที่แบบนี้ด้วย”
อัปสรสวรรค์รีบบอกต่อ “ขุดลึกๆ เลยนะ จะได้ไม่มีใครมาเจอ”
หลุมที่ขุดเสร็จ ลึกกว้างประมาณ 1x1 ฟุต จริยาถอนใจเฮือก
“เฮ้อ เสร็จซะที”

จากนั้นก็หันไปหยิบกล่องกระดาษใบเล็กๆ ลวดลายสวยงามใบหนึ่งที่เตรียมไว้เข้ามา
“นี่คือกล่องแห่งอนาคตของพวกเรา ไหน..”


ว่าแล้วก็หยิบถุงผ้าเล็กๆ ที่เขียนชื่อตัวเองพร้อมใส่ของเรียบร้อยแล้วขึ้นมาโชว์
“อนาคตของทุกคนเตรียมกันมายัง”
อัปสรสวรรค์กับอุไรวรรณรีบชูถุงผ้าใบเล็กๆ ที่ใส่ของแล้วขึ้นมา แล้วส่งให้จริยา ที่รีบใส่ถุงผ้าทั้งสามลงไปในกล่อง ปิดฝา แล้วใส่กล่องลงไปในถุงก๊อบแก๊บเพื่อมัดอีกรอบ
อัปสรสวรรค์หันมาคุยกับอุไรวรรณ
“แกใส่อะไรลงไปในกล่องวะไร”
“ความลับเว้ย บอกได้ไง แล้วแกล่ะ อย่าบอกนะว่าใส่สร้อยเพชรลงไป ไม่งั้นคืนนี้ฉันแอบมาขุดจริงๆ”
“บ้าสิ”
“เอานะ”
พอจริยาพูดจบ เพื่อนทั้งสามก็ช่วยกันจับกล่องนั้นวางลงไปในหลุม แล้วเกลี่ยดินลงไปกลบจนมิด ก่อนจะลุกขึ้น เอาเท้าเหยียบๆ ดินอีกครั้งให้แน่นๆ
จริยาหันกลับมาถาม “พวกเราสามคนจะกลับมาขุดมันขึ้นมา ตอนไหนดีเจ้ๆ”
อัปสรสวรรค์รีบตอบ “ตอนเรียนจบ”
อุไรวรรณพูดแย้ง “เฮ้ย ง่ายไป ไม่เร้าใจ เอานี่ดีกว่า ตอนที่ได้ทำงานที่เรารัก”
จริยาพูดต่อ “ เฮ้ย ตั้งเป้าให้มันเว่อร์ๆ ไปเลย เราจะกลับมาขุดกล่องแห่งอนาคตนี้ขึ้นมา ตอนที่เราได้ทำงานที่เรารัก และได้ทำในที่เดียวกัน บริษัทเดียวกัน โอเค ปะ”
“โห ชาติหน้าป่าววะ”
อุไรวรรณโวย อัปสรสวรรค์แย้งกลับ
“เฮ้ย นี่แหละ ตั้งเป้าหมายให้สุดๆ มันจะได้เป็นแรงดึงดูดให้เราไปถึงไง”
“แล้วถ้าถึงตอนนั้น เราแยกย้ายกันไปคนละทางล่ะวะ”
จริยาพูดต่อ แววตามุ่งมั่น “กล่องนี้แหละเจ้ จะเชื่อมเราไว้ด้วยกัน”
“เป็นอุบายของไอ้จิ๋วมัน ให้เราคบกันตลอดไป จะได้กลับมาขุดกล่องนี้ขึ้นมาน่ะสิ”
“ใช่เจ้ รู้ได้ไง”
อุไรวรรณส่ายหน้ายิ้มๆ “เจ้าแม่ดรามา”
“กลับกันดีกว่า ป่านนี้คุณหญิงแม่บ่นละ”

เพื่อนรักทั้งสามหันหลังเดินออกไปด้วยกัน
ไลลาเห็นข้อความนั้นก็หน้านิ่ง ยังไม่ตัดสินใจ

อัปสรสวรรค์กับจริยานั่งอยู่ที่ร้านริมน้ำ บนโต๊ะมีน้ำผลไม้และขนมขบเคี้ยว
“ขอบคุณนะคะเจ้ที่มา”
ซุปตาร์สาวยิ้มกว้าง “ฉันตั้งใจไว้นานแล้ว ไม่ว่าเรา 3 คนจะเป็นยังไง วันนี้ฉันก็ต้องมา”
“แสดงว่า เจ้ยินดีจะกลับมาคืนดีกับเจ้ไลแล้ว ใช่มั้ย”
อัปสรสวรรค์ถอนใจ ” ฉันก็ไม่รู้นะจิ๋ว วันนี้ฉันมาตามสัญญา นอกนั้นก็แล้วแต่ทุกอย่างมันพาไป”
พูดพลางเอนไปที่พนักพิงแล้วนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา
“จากวันที่เราฝังกล่องนั้น อะไรมันเปลี่ยนไปเยอะจริงๆ นะ”
จริยาพยักหน้าเศร้าๆ “ อืม แต่อย่างน้อย เรื่องที่ไม่น่าเชื่อมันก็เกิดขึ้นนะ ก็คือเราได้ทำงานใน
ที่เดียวกัน โดยไม่ได้ตั้งใจ”
“ใช่ มันเป็นปาฏิหาริย์ แต่สิ่งที่เราลืมอธิษฐานก็คือ ขอให้ถึงฝันพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เหมือนเดิม”
จริยาหันมองหน้าอัปสรสวรรค์ “โธ่ เจ้ ก็วันนี้แหละ ที่เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง รียู้เนี่ยน”
ทั้งสองเงียบไปสักพัก ก่อนที่จริยาจะอ้ำๆ อึ้งๆ ขึ้นมา
“เอ่อ...เจ้ เจ้กับไอ้เป๋า....”
อัปสรสวรรค์ยิ้มขำ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไร
“อะไร จะถามอะไร จะเอากะเค้าด้วยเหรอจิ๋ว ได้ข่าวว่าตอนนั้นแกก็เล่นน้ำอยู่กับฉันไม่ใช่เหรอ”
จริยาฝืนยิ้ม “ข่าวลืออะเนอะ เหอะๆๆ”
“ฉันว่าไลมันคงไม่มาแล้วล่ะจิ๋ว”
ขาดคำจริยา ก็หันไปเห็นไลลาหยุดยืนอยู่ด้านหลังอัปสรสวรรค์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เจ้ไล”
อัปสรสวรรค์หันไปมองไลลา ต่างคนต่างทำหน้านิ่ง ไม่มีใครยิ้มให้กัน

จริยาใช้จอบขุดลงไปที่ดิน จนเริ่มเห็นถุงใส่กล่องที่ฝังไว้ในหลุมนั้น อัปสรสวรรค์ยืนส่องไฟให้อยู่ข้างๆ ส่วนไลลายืนเล่นมือถือ หน้านิ่ง
“ยังอยู่เหมือนเดิมเลย”
จริยารีบหยิบกล่องขึ้นมาจากหลุม แกะถุงพลาสติกออก
“เอาล่ะครับ เรามาดูกันว่าเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เราฝังอนาคตอะไรกันไว้ เจ้ไล มาเร็ว”
ไลลาเก็บมือถือ แล้วเดินเข้ายืนดูอย่างงั้นๆ
จริยาค่อยๆ เปิดกล่องออก เพื่อนทั้งสามมองเข้ามาในกล่องอย่างสนใจ ก่อนจะเห็นถุงผ้าเล็กๆ 3 ถุง แต่ละถุงมีชื่อเขียนไว้
“ว้าวๆ ยังเหมือนเดิมเลย”
อัปสรสวรรค์รีบบอก “ดูของแกก่อนดีกว่าจิ๋ว”
พูดพลางหยิบถุงขึ้นมาเปิดออก เจ้าของถุงทำท่าเขินๆ อัปสรสวรรค์ล้วงไมโครโฟนเด็กเล่นออกมา
“ไมโครโฟนเด็กเล่น....”
จริยายิ้มรับ “ตอนนั้นจิ๋วฝันอยากเป็นนักร้องไง ไมค์เนี่ยแม่จิ๋วซื้อให้ตอน 5 ขวบ”
“โห ได้เป็นแล้วจริงๆ ด้วย สุดยอด”
“มาดูของเจ้ฟ้ากันบ้าง”
จริยาหยิบถุงของอัปสรสวรรค์มาเปิดออก แล้วล้วงของออกมา เป็นรูปถ่ายของเพื่อนทั้งสามในชุดนักศึกษากอดคอกัน รักกันสุดๆ
“โอ้โห รูปนี้ไม่เคยเห็นเลย ทำไมฝังไปอ่ะเจ้”
“อืม ตอนนั้นฉันคิดว่า กว่าที่เราจะเดินทางมาถึงความฝัน สิ่งต่างๆ อาจทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่เหมือนวันนั้นแล้ว ฉันจึงอยากให้เราได้เห็นภาพเก่าๆ จะได้ทวนความทรงจำ ถึงวันที่สวยงาม”
ทั้ง 3 เพื่อนนิ่งอึ้งไป สักพักจริยาก็ได้สติก่อน
“เอาล่ะ ของเจ้ไล”
ว่าแล้วก็หยิบถุงของไลลาออกมาแล้ววางกล่องไว้กับพื้น ก่อนที่เธอกับอัปสรสวรรค์จะยืนขึ้น
จริยารีบล้วงมือเข้าไป อัปสรสวรรค์ยืนกอดอกดูอย่างสนใจ
บัตรประจำตัวนักเรียนของไลลาสมัยเรียนป.1 ถูกจริยาล้วงออกมา เห็นชื่อ ด.ญ.อุไรวรรณ เกิดงามพริ้ง โรงเรียนวัดใน พร้อมรูปถ่ายสมัยเด็ก
“โอ้โห เด็กหญิงอุไรวรรณ โรงเรียนวัดใน น่ารักอ่ะ ทำไมใส่ลงไปอะเจ้”
ไลลานิ่งไปครู่หนึ่ง “ ก็เพราะตอนนั้นฉันคิดว่า อีกไม่กี่เดือนฉันก็คงจะได้รางวัลนักศึกษาดีเด่น ได้ทุนเรียนฟรีจนจบ และต่อยอดไปถึงเรียนเมืองนอก”
จริยาหน้าเจื่อน หันมองหน้าอัปสรสวรรค์ ที่เจื่อนยิ่งกว่า ไลลาพูดต่อ
“ไม่ต้องลำบากเหมือนตอนเด็กๆ ที่ต้องคอยรอขอทุนอาหารกลางวัน พอถึงวันที่ฉันประสบความสำเร็จ ฉันคงมองรูปนี้อย่างภูมิใจ”
จริยาพยายามยิ้มสร้างบรรยากาศ “ แหม ตอนนี้ภูมิใจแล้วสิ สำเร็จแล้วนี่นา”
ไลลาเสียงแข็งขึ้นมาทันที “สำเร็จหลังร้องไห้จนไม่มีน้ำตาน่ะเหรอ”
จากนั้นก็หันมองหน้าอัปสรสวรรค์ พร้อมน้ำตาคลอ จริยายังพยายามต่อ
“ไม่เป็นไรๆ อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง เริ่มต้นที่เส้นทางแห่งความฝัน มาบรรจบกันที่ความจริง เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมกัน ดีมั้ย”
ไลลาถอนใจแล้วพูดหน้าตาเฉย
“ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วนะ จบสิ้นซะที”
อัปสรสวรรค์กับจริยายิ่งเจื่อนหนัก
“อะไรอะเจ้”
“ตอนนี้เรามีทางของแต่ละคน และดูแล้วมันคงไม่มาบรรจบกันได้อีกต่อไป”
“แต่เจ้ก็ได้เป็นนักข่าวตามความฝันแล้วนี่คะ”
ไลลาแค่นยิ้ม “แต่ถ้าเป็นนักข่าวที่ THE SUN ถึงฉันจะดังแค่ไหน ก็ยังต้องคอยอ่านข่าวเชียร์ อ่านข่าวโฆษณาให้พวกแก”
“โห ทำไมคิดมากอย่างนี้อะเจ้”
“เหรอวะจิ๋ว เมื่อก่อนตอนเรียน แกกับฉันคนเค้าล้อกันว่าเป็นเบ๊นางฟ้า เดี๋ยวนี้แกขึ้นไปเป็นนักร้องแล้วก็คงไม่เดือดร้อน แต่ฉันนี่สิ ยังเป็นเบ๊เขียนข่าวเชียร์นางฟ้าอยู่เลย จะให้ภูมิใจยังไง”
อัปสรสวรรค์หันขวับทันที “แกไม่เชียร์ฉัน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร”
“เหรอ”
ไลลาเตะกล่องกระดาษที่พื้นกระเด็น จนรูปถ่ายเพื่อน 3 คนของอัปสรสวรรค์กระเด็นตกไปที่พื้น
“โอ้ย... ใจเย็น...เย็น”
จริยาเห็นบรรยากาศเริ่มแย่ จึงเดินไปหยิบถาดที่ใส่แก้วพันช์เข้ามา
“เอาๆๆ นี่ ชนกันก่อนดีกว่า เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ครั้งใหม่”
อัปสรสวรรค์ทำหน้านิ่งแต่ก็หยิบแก้วขึ้นมา ตรงข้ามกับไลลาที่ยืนเฉย
“เจ้ไล เร็วซี่”
ไลลาจำยอมหยิบแก้วขึ้นมา
“อะไรที่แล้วก็แล้วไป เริ่มต้นกันใหม่ รีสตาร์ตแก๊งแองเจิ้ล”
ไลลาหยิบแก้วไปชนอย่างแรง จนแก้วแตกกระจาย อีก 2 คนตกใจ
ที่มือไลลา มีเลือดแดงฉาน “ปิดฉากอย่างเป็นทางการ ฟินนาเล่”

อัปสรสวรรค์กับจริยายืนอึ้ง ขณะที่ไลลาเดินแยกออกไป
เพ็ญศรีเปิดประตูรถแท็กซี่ลงมา พอเห็นไลลาเดินเข้ามาหน้าบ้านพอดี ก็รีบเรียกไว้

“นี่แก..”
ไลลาไม่สนใจจะเดินเข้าบ้าน เพ็ญศรีเดิมตาม
“ฉันเลิกยุ่งกับคุณดามพ์แล้ว”
ไลลาค่อยๆ หันมองแม่ “ ใครให้แม่เลิกกับเค้า”
เพ็ญศรีทำหน้างง “อะไร”
“ไลลองคิดดูแล้ว แม่คบกับเค้าก็ดีเหมือนกัน”
“ก็แกบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าเค้าเป็นพ่อนางฟ้า ฉันก็กลัวจะมีปัญหาเหมือนกันนั่นแหละ”
“แล้วเค้าว่าไงบ้าง” ลูกสาวย้อนถาม
“เค้าก็แล้วแต่แม่ เพราะทุกวันนี้ คุณดามพ์ก็แทบไม่ได้เจอลูกเมียอยู่แล้ว”
“แม่คบกับเค้าต่อไปเถอะ ฉันจะได้เล่นงานมันได้ถนัดหน่อย”
พูดเสร็จก็เดินเข้าบ้านไปทันที ทิ้งให้เพ็ญศรีหน้าเหวอ แปลกใจในอารมณ์ของลูก

อัปสรสวรรค์กลับเข้ามาในบ้าน ยังไม่ทันได้วางสัมภาระ เดือนเด่นก็เอาภาพถ่ายเข้ามาให้ดู
“นี่ๆ ได้ตัวแล้ว”
ฝ่ายลูกสาวถอนหายใจเซ็งๆ “อะไรคะแม่”
“อีเมียน้อยแย่งผัวคนอื่น ฉันจ้างนักสืบไปตามถ่ายมา”
อัปสรสวรรค์ตกใจ “จ้างนักสืบ ? แม่ไม่กลัวเหรอคะว่าเค้าจะรู้ว่าครอบครัวเราเป็นยังไง”
“โอย ไม่หรอก ที่นี่เพื่อนในวงไฮโซเค้าใช้บริการกันทั้งนั้น ไม่หลุดหรอก”
ลูกสาวพยักหน้าเซ็งๆ แล้วก้มดู ฝ่ายแม่พูดต่อ
“ดูหน้าตามันสิ ขี้เหร่ชั้นต่ำ ฉันดีกว่าเป็นล้านเท่า ไม่เข้าใจพ่อแกไปติดมันได้ยังไง”
อัปสรสวรรค์เห็นรูปแอบถ่ายดามพ์กับเพ็ญศรีที่ห้างสรรพสินค้า ก็ตกใจในรสนิยมของพ่อ
“ตกใจใช่มั้ย นึกไม่ถึงล่ะสิว่าพ่อแกจะเป็นคนอย่างนี้ ชอบวาดภาพว่าเค้าเป็นคนดีนัก”
“เค้าเป็นใครอ่ะคะแม่ แม่เคยเจอตัวรึเปล่าคะ”
“ไม่เค้ย เจอที่ไหนจะตบให้ฟันร่วงเลยคอยดู”
อัปสรสวรรค์ยืนนิ่ง ดวงตาเหม่อลอย ทำอะไรไม่ถูก แม้เธอจะยังไม่ทราบว่าผู้หญิงในภาพนั้นคือ
แม่ของไลลา

ทางด้านจริยาเดินกลับมาที่บ้านพร้อมกับเมฆ
“ฉันล่ะเซ็งเลย นึกว่าจะกลับมาดีกันเหมือนเดิม”
“งี้แหละจิ๋ว ชื่อเสียงเงินทองมันทำให้คนเปลี่ยนได้ มันอาจจะทำให้ลืมคนที่เคยลำบากด้วยกันมา”
เมฆพูดเหน็บไปถึงเรื่องของจริยากับเขา แต่อีกฝ่ายไม่ทันเฉลียวใจ
“ไม่จริงหรอก เจ้ไลแกคิดเล็กคิดน้อยมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ว”
“เมฆก็จะคอยดู”
จู่ๆ ป้าแหวน เพื่อนของสมรวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“จิ๋ว”
“อ้าว ป้าแหวน มาหาแม่เหรอ แม่ไปวิ่งที่สวนลุมจ้ะ”
“สวนลุมอะไรล่ะ แม่เอ็งไปเล่นไพ่กับป้า โดนเจ้าหนี้มันไล่แทงวิ่งไปในดงโน่นแล้ว”
จริยาตกใจ ตาโต
“หา”

สมรวิ่งหนีเข้ามาในดง จู่ๆ ก็สะดุดล้ม กลิ้งเกลือกไปตามทางดินและโคลน คนทวงหนี้วิ่งตามมาถึงตัว
“แกจะคืนมั้ย”
“ก็บอกว่าไม่มีไงโว้ย”
คนทวงหนี้ทำหน้าเหี้ยม “ไม่มีอะไร ลูกแกดังจะตาย”
“เพลงดังแต่ตังค์ยังไม่ได้โว้ย ติดหนี้แค่นี้จะฆ่ากันเลยรึไง”
สมรพูดพลางหันไปคว้าไม้ได้ข้างกาย ก่อนจะหยิบขึ้นมาหวดใส่หัวคนทวงหนี้

อ่านเพื่อนรักเพื่อนริษยา ตอนที่ 10/2 วันที่ 14 ก.ย. 58

ละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา บทประพันธ์โดย สุพรรณิการ์
ละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา บทโทรทัศน์โดย : สุพรรณิการ์ และ ณัฏฐพล เกษบุญชู
ละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา กำกับการแสดงโดย : ปรีดาภรณ์ บัวตูม
ละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา ผลิตโดย : บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา ควบคุมการผลิตโดย : อรพรรณ วัชรพล
ละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเพื่อนรักเพื่อนริษยา ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ