ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 13 วันที่ 19 ก.ย. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 13 วันที่ 19 ก.ย. 58

คุณลึกลับยังอยู่บนดาดฟ้า มองแสงสีทองที่สาดส่องลงมาหยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปีติไหลลงอาบแก้ม สิ่งที่คุณลึกลับร้องขอและอ้อนวอน เป็นจริงแล้ว... ปาฏิหาริย์เกิดแล้วจริงๆ...

ooooooo

ชั้นฉัตรและเจ้าขาเฝ้าชงโชคอยู่ที่โรงพยาบาล พ่อลูกหยอกเย้ากันตามประสาเหมือนเคย ชงโชคนึกได้เอ่ยถาม

“เอ้อ...ได้ยินพวกหมอกับพยาบาลเขาเม้าท์กันใหญ่ว่าจู่ๆหนูวีว่าก็ฟื้นขึ้นมาได้ แถมเหมือนไม่เคยเจ็บเคยป่วยเลยงั้นเหรอ”



“ค่ะ...ทุกคนพากันบอกว่ามันเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ชัดๆ”

“ใช่...แล้วพ่อก็ต้องไปฟังไอ้ปูรณ์มันเล่า พ่อจะยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ นี่ถ้าไม่ใช่ไอ้ปูรณ์เล่า ผมไม่เชื่อเด็ดขาด แต่ถึงจะเป็นไอ้ปูรณ์ก็เถอะ ผมก็ยังทำใจเชื่อลำบาก”

“เหมือนกับที่แกไม่เชื่อว่าฉันจะไปร่วมกับพวกของคุณหญิงแขอุไรใช่ไหม?”

“แล้วตกลงความจริงมันเป็นยังไงล่ะพ่อ”

ชงโชคนิ่งไป เขาเล่าด้วยสีหน้าจริงจังว่า...

“เรื่องที่เกิดขึ้น ฉันอาจจะทำสิ่งที่หนักมือไปหน่อย แต่แก่จนป่านนี้แล้ว ทำให้ฉันรู้ว่า บางทีการพูดจา ตักเตือน สั่งสอนมันก็ไม่มีประโยชน์ แล้วถ้าไม่ใช้ยาแรงเสียบ้าง เชื้อโรคที่แฝงอยู่มันก็ไม่หายขาด...มาถึงตอนนี้ คุณพริ้มเพราก็คงตาสว่างบ้างแล้วล่ะ”

ชั้นฉัตรกับเจ้าขาอึ้งไปกับคำบอกเล่าของชงโชค

“แฟลชไดรฟ์ที่แกดูดเอาข้อมูลจากคอมพ์ฉันไปน่ะ มันมีคำอธิบายและหลักฐานทุกอย่างอยู่ในนั้น ฉันเคยหลอกสวัสดิ์ว่ามันไม่สามารถเปิดออกได้ แต่ความจริงมันไม่ใช่ แกเอาไปให้ตำรวจเสีย แล้วทุกอย่างจะเปิดเผย” ชงโชคยิ้มตาเป็นประกายก่อนบอกว่า

“ได้เวลาเอาไทยธนกิจกลับคืนมาแล้ว!!”

ชั้นฉัตรกับเจ้าขาหันมองยิ้มให้กันด้วยความตื่นเต้นดีใจสุดๆ

เมื่อเหตุการณ์พลิกผันเช่นนี้ สวัสดิ์ลุกลี้ลุกลนหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางมือหนึ่ง อีกมือลากคุณหญิงแขอุไรผู้เป็นพี่สาว

คุณหญิงแข็งขืนปากก็โวยวายว่า “ฉันไม่ไป๊...ฉันไม่ไป...ฉันจะไปหาลูกฉัน ฉันอยากไปเยี่ยมลูกฉัน...”

“ขืนพี่ไป พี่ก็โดนตำรวจจับแน่...เราต้องเผ่นกันก่อน!” เมื่อคุณหญิงไม่ยอมไป สวัสดิ์ทั้งลากทั้งจูงพาไปที่รถของเขาจนได้ สวัสดิ์ล็อกรถสตาร์ตแล้วขับพุ่งไปหนีตายสุดชีวิต

ooooooo

ปูรณ์เฝ้าวีว่าอยู่ ปล่อยให้เธอนอนหลับจนเต็มอิ่ม เขามองเธอยิ้มไม่หยุด จนวีว่าถามว่ายิ้มอะไรหรือ? เขาบอกว่ายิ้มดีใจที่วีว่ากลับมาแล้ว เธอบอก
ว่าตนไม่ได้ไปไหนสักหน่อยก็แค่อยู่ในร่างมุกรินนั่นเอง

“วีว่าไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะ มีเรื่องราวเกิดขึ้นกับวีว่ามากมายเหลือเกิน วีว่าถูกนายเมธียิง ต้องไปอยู่ในร่างมุกรินที่ตายไปแล้ว เกือบจะต้องแต่งงานกับลม ไทยธนกิจโดนยึดไป ถูกไล่ล่า...ถ้าไปเล่าให้ใครฟังก็คงมีคนหาว่าวีว่าติงต๊องแน่เลย”

ปูรณ์บอกว่าสิ่งที่วีว่าพูดมานั้นตนเล่าให้อาใจเด็ดฟังหมดแล้ว ทีแรกก็ไม่เชื่อ แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้วีว่ากลับคืนมา เรื่องจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญอะไรอีกแล้วไม่ใช่หรือ ปูรณ์บอกว่าเวลานี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันหมดแล้วเดี๋ยวจะกลับมากันใหม่ ส่วนคุณย่าเองก็กลับไปแล้ว ตนก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน วีว่าถามว่าอาปูรณ์จะไปไหนหรือ?

“อาจะไปเอาไทยธนกิจคืนมาให้วรรณดำรงตามสัญญาไง วีว่าอยู่คนเดียวได้นะ”

วีว่าบอกว่าอยู่ได้ แต่พอเขาจะลุกไป เธอเรียกไว้ “อาปูรณ์...แล้วกลับมาเร็วๆนะคะ วีว่าจะคอยอาปูรณ์ สัญญานะ”

“อาเคยผิดสัญญาเหรอ” ปูรณ์ถามล้อๆ แต่มั่นใจ วีว่ายิ้มกว้างอย่างยอมรับ มองตามปูรณ์ที่เดินออกไปอย่างมีความหวัง

ooooooo

วันนี้ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจ ทั้งแฟลชไดรฟ์ของชั้นฉัตรและเครื่องบันทึกเสียงดิจิตอลของวิค วางบนโต๊ะกลางห้องประชุม เป็นพยานหลักฐานใน
การรายงานของผู้กองวริทต่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีก 5 คน

ผู้กองวริทรายงานแก่ที่ประชุมว่า จากแฟลชไดรฟ์และบันทึกเสียงดิจิตอลที่นายวิคอัดไว้ตลอด ทำให้เราเห็นภาพของคดีอย่างชัดเจน ทั้งคดีอาญาและแพ่ง โดยคร่าวๆ ตอนนี้เราสามารถระบุได้ว่า คุณหญิงแขอุไร นายสวัสดิ์ และนายลาภิศ กระทำการโดยมิชอบและผิดกฎหมายเพื่อที่จะยึดธนาคารไทยธนกิจเป็นของพวกตน

นอกจากนี้ยังเชื่อมโยงถึงการจ้างวานนายวิค เพื่อทำการฆาตกรรม นับแต่ฆาตกรรมวรรณวิวาห์ วรรณดำรง ชงโชค และปูรณ์ ผู้กองวริทเสนอว่า

“ผมคิดว่ามันหนักแน่นเพียงพอที่เราจะออกหมายจับและส่งเรื่องให้อัยการฟ้องเอาผิดกับผู้ต้องหาได้แน่นอนครับ”

นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ต่างเห็นด้วย แต่ตอนนี้รู้หรือยังว่าผู้ต้องหาหลบหนีหรืออยู่ที่ไหน

ผู้กองวริทยิ้มอย่างมั่นใจแทนคำตอบ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจประกบทั้งสองไปตามเส้นทางหลบหนีแล้ว และสามารถจับกุมได้ขณะรถติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง!

กลายเป็นข่าวครึกโครมที่ทีวีรายงานเหตุการณ์กันอย่างครึกโครม ตามรายงานข่าว คุณหญิงแขอุไรและสวัสดิ์ถูกจับได้ ส่วนลมหรือลาภิศยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ข่าวรายงานว่า “การจับกุมในคดีดังกล่าวนี้ นับเป็นข่าวดีสำหรับตระกูลวรรณดำรง เพราะธนาคารไทยธนกิจและบริษัทในเครือทั้งหมดนั้น จะกลับคืนมาสู่ตระกูลอีกครั้งหนึ่ง”

ข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ นางสาววรรณวิวาห์ วรรณดำรง ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านพักโดยมีครอบครัวและเพื่อนสนิทรอรับอย่างอบอุ่น

ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและร่าเริงของทุกคนที่รอรับวีว่ากลับบ้านนั้น ที่ภายในตึก คุณย่าพริ้มเพรายืนดูอยู่ด้วยแววตานิ่งเฉย อย่างยากที่จะเดาได้ว่าคุณย่ากำลังคิดอะไรอยู่

ooooooo

คุณหญิงแขอุไรถูกขังอยู่ที่โรงพัก ดึกคืนนี้ ผู้กองวริทไปคุยด้วย บอกว่าอยากให้คุณหญิงสารภาพอย่างที่สวัสดิ์ทำ อย่างน้อยศาลจะได้เมตตาลดหย่อนโทษให้บ้างถ้าเห็นว่าผู้ต้องหาสำนึกผิด

คุณหญิงยิ้มหยันว่าน้องชายตนเป็นพวกจิ้งจกเปลี่ยนสี อะไรที่เอาตัวรอดได้เขาก็จะทำ ตนนึกแล้วว่าเขาต้องทำอย่างนี้ แต่ตนไม่ใช่คนอย่างนั้น ผู้กอง
วริทคาดว่าคุณหญิงคงไม่สารภาพ แต่คุณหญิงกลับพูดหน้าตาเฉยว่า

“ฉันจะสารภาพทุกข้อหา ไม่ใช่เพราะฉันอยากให้ศาลเห็นใจ ฉันไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาสงสารหรือเห็นใจฉัน แต่เพราะว่าฉันรู้ดีว่า เกมนี้ฉันแพ้แล้ว คนแพ้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมของคนแพ้ นั่นเป็นกฎของเกม! สิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมด ฉันคิดดีแล้ว ถึงให้ย้อนเวลากลับไปใหม่ฉันก็ยังจะทำอยู่ดี ผู้ชนะอย่างพวกคุณอยากได้คำสารภาพ ฉันก็จะให้ แต่ฉันขอสิ่งแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียว...ฉันอยากเจอลูกชายฉัน”

ผู้กองวริทจัดให้คุณหญิงได้ไปพบลมที่ห้องไอซียูในโรงพยาบาล คุณหญิงมองลมที่นอนในสภาพสิ้นหวังอย่างเจ็บปวด ทางตำรวจให้คุณหญิงเยี่ยมได้
30 นาที คุณหญิงจึงรีบเข้าไปหาลมที่เตียง

ลมรู้สึกตัวเอ่ยเรียก “แม่...” อย่างอ่อนแรง บอกว่า “แม่...ผมเจ็บ...” คุณหญิงให้กำลังใจว่าเข้มแข็งไว้เดี๋ยวก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่พอลมถามถึงมุกริน คุณหญิงตัดบทว่าอย่าเพิ่งถามถึงคนอื่นเลย นอนพักให้หายดีก่อน

“รินตายแล้วใช่ไหม...ผมเห็นเธอนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น...อีกไม่นาน...ผมคงตามรินไป...”

คุณหญิงบอกลมว่าตนจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลมพ้นผิด จะบอกว่าลมไม่รู้เรื่องเหล่านั้น และตนก็จะไม่ยอมให้สวัสดิ์ซัดทอดลมด้วย ลมถามว่า
แล้วแม่ล่ะ แม่ต้องติดคุก?

คุณหญิงบอกลมว่าตนมีเงินส่วนหนึ่งแอบเก็บไว้ให้ลมใช้เมื่อออกจากโรงพยาบาล บอกว่า

“ลูกจะได้ใช้ชีวิตดีๆอย่างที่ลูกต้องการต่อไป...ถึงพ่อของลูกหรือใครๆจะมองว่าแม่เป็นผู้หญิงที่เลวแค่ไหน แต่ผู้หญิงเลวคนนี้ก็ทำทุกอย่างได้เพื่อลูกชาย... ต่อไปเราอาจจะได้เจอกันน้อยลง หรือไม่ได้เจอกันอีก แต่ลมรับปากแม่นะว่าจะต้องอยู่ต่อไปเพื่อแม่ ขอแค่ให้ลูกแม่มีชีวิตที่มีความสุขที่สุดแม่ก็พลอยสุขไปด้วยแล้วลูก”

“แม่...” ลมร้องไห้น้ำตาไหลพราก... “ผมขอโทษครับแม่ ผมขอโทษที่ไม่เคยมองแม่ดีเลย ทั้งๆที่ผมควรจะมองเห็น ผมขอโทษครับ ผมขอโทษ...” ลมไหว้

บอกว่า “ผมไม่เคยบอกเลยว่ารักแม่ มันคงไม่ช้าไปใช่ไหมครับที่ผมจะบอกรักแม่...แม่ได้ยินใช่ไหม...ผมบอกว่า ผม...รักแม่นะครับ...”

เสียงเครื่องช่วยชีวิตลมดังสนั่นขึ้น หมอและพยาบาลรีบเข้ามาดู แต่สัญญาณบอกว่าลมเสียชีวิตแล้ว แขนเขาตกลงข้างตัว คุณหญิงกรีดร้องแทบเสียสติ...

ในที่สุดเธอก็ไม่เหลืออะไรเลยในชีวิต...

ooooooo

หลังจากวีว่ากลับมาอยู่บ้านแล้ว คุณย่าพริ้มเพราให้ป้าแอ๊วมาตามปูรณ์ไปพบ วีว่าใจไม่ดีถามว่าคุณย่าให้อาปูรณ์ไปพบทำไม

เมื่อปูรณ์ไปพบคุณย่าที่ห้องรับแขกที่บ้าน เขาถามอย่างนอบน้อมเช่นเคยว่า “ป้าแอ๊วบอกว่าคุณอามีเรื่องจะคุยกับผม”

คุณย่าชำเลืองมองแว่บหนึ่งด้วยสายตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง วางปึ่ง ตามองไปทางตึกเล็ก พูดถึงเรื่องในอดีตให้ฟัง ซึ่งก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับปกรณ์พ่อของ

ปูรณ์ คุณย่าเล่าอย่างไม่ปิดบังว่า ตนรักปกรณ์เยี่ยงหนุ่มสาว แต่ปกรณ์รักตนเยี่ยงน้องสาว คุณย่าเล่าเสียงเครือว่า

“ฉันพยายามใกล้ชิดเขา เขาก็ยิ่งพยายามเหินห่าง สุดท้ายเขาก็ทำร้ายจิตใจฉันด้วยการหนีไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เขายอมลาออกจากไทยธนกิจ ยอมทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิด

ฉันโกรธ ฉันแค้นเขาจนไม่อยากรับรู้เรื่องราวของเขา ไม่อยากคิดว่ามีผู้ชายคนนั้นอยู่โนโลกใบนี้อีก

จนจู่ๆ...คุณพี่จรัลก็พาเด็กกำพร้าคนนึงที่บ้านถูกไฟไหม้จนญาติๆตายหมดเข้ามาอยู่ในรั้วบ้านหลังนี้ แล้วบอกกับฉันว่าเด็กคนนี้ชื่อปูรณ์ ปูรณ์...ลูกชายของปกรณ์...”

คุณย่ายอมรับว่านั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำความเจ็บแค้นของตน เลยสัญญากับตัวเองว่าจะจงเกลียดจงชังเด็กคนนี้ตลอดไป

หลังจากคุณย่าเล่าถึงเรื่องในอดีตบ่อเกิดของความเกลียดชังปูรณ์อย่างเข้ากระดูกดำแล้ว คุณย่าพูดอย่างรู้สึกผิดว่า

“ความเกลียดชังเหมือนม่านบังตา ทำให้ฉันตาบอด มองไม่เห็นสิ่งที่เธอเป็น สิ่งที่เธอทำมาตลอดตั้งแต่เข้ามาอยู่ในรั้วบ้านหลังนี้ แต่ถึงฉันจะเห็น ฉัน
ก็ทำเป็นไม่เห็นอยู่ดี เพราะใจฉันมันมืดบอดมากกว่าตาของฉันเสียอีก”

คุณย่าเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของตนเปลี่ยนแปลงว่า

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 13 วันที่ 19 ก.ย. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ