อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 3 วันที่ 25 ก.ย. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 3 วันที่ 25 ก.ย. 58

จุ๊บยืนดูอยู่ไกลๆ เห็นสันติกับอัมราหัวเราะกันอย่างร่าเริงสนิทสนมก็ไม่พอใจ

วันต่อมา อัมราเห็นสันติหิ้วปิ่นโตเอาอาหารมาทานกลางวันก็เข้าไปพูดคุยด้วย อัมราได้เห็นถึงความประหยัดเรียบง่ายของสันติก็ยิ่งนึกชื่นชม แต่จุ๊บมาเห็นเข้าจนได้ เธอจ้องมองทั้งสองอย่างไม่พอใจ เธอยืนดูจนเห็นอัมราลุกจากโต๊ะไปเข้าห้องน้ำ จุ๊บเดินตามไปห่างๆอย่างมีเจตนาไม่ดี

จุ๊บแกล้งอัมรา เธอใส่กลอนประตูห้องน้ำข้างนอกและเอาป้าย “ห้องน้ำชำรุด” ไปวางไว้หน้าห้องน้ำ แต่หุ่นเด็กมาหยิบป้ายออกและถอดกลอนออก อัมราเข้าห้องน้ำเสร็จออกมา เธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง



ฝ่ายจุ๊บเดินออกมาเจออาจารย์หอบหนังสือมาเต็มมือเธออาสาเอาไปเก็บให้ที่ห้องพักอาจารย์ ส่วนอาจารย์รีบไปที่ห้องเลกเชอร์เพราะได้เวลาแล้ว

สันติกับอาทรเดินมาถึงหน้าห้องเลกเชอร์บ่นกันว่ายังไม่เห็นจุ๊บมาเลย ปกติจุ๊บไม่เคยมาสาย สันติสงสัยว่าอาจจะรถติด ชวนอาทรเข้าไปกันก่อนก็แล้วกัน

จุ๊บเอาเอกสารของอาจารย์ไปเก็บในห้องพักอาจารย์แล้วเดินออกมาผ่านห้องอุปกรณ์การปั้นหุ่น จุ๊บนึกสมน้ำหน้าว่าป่านนี้อัมราคงกลัวแย่แล้วแน่ๆ พลันก็รู้สึกเหมือนมีใครเดินตามหลังมา หันมองทีแรกก็ไม่เห็นอะไร พอหันดูอีกครั้งจึงเห็นเงาหุ่นเด็กวิ่งเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ จุ๊บกลัวเด็กจะไปทำอุปกรณ์เสียหาย ร้องเรียกพลางเดินตามไปในห้อง เลยถูกหุ่นเด็กแกล้งแอบใส่กลอนประตูขังจุ๊บไว้ในห้องอุปกรณ์นั่นเอง!

จุ๊บตะโกนขอความช่วยเหลือ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเด็กหัวเราะน่ากลัวที่ประตู จุ๊บผงะถอยกรูด นึกถึงที่น้ามนบอกวันนั้นว่า เห็นเธอพาเด็กมากับสันติด้วย ทำให้จุ๊บยิ่งผวา

ooooooo

พิไลเอาถุงหมูปิ้งให้อัมราแล้ว เห็นอารีย์นั่งรถคู่กับเดชก็ยิ่งริษยา บอกกับตัวเองว่าคนที่นั่งตรงนั้นต้องเป็นตนมากกว่า คิดหาทางที่จะชิงตำแหน่งนี้คืน

ของบางอย่างตกจากรถเข็น พิไลก้มเก็บพอเงยขึ้นเห็นหุ่นนางพยาบาลมายืนอยู่ หุ่นนางพยาบาลถามว่าหมูปิ้งนี้ขายยังไง พิไลให้เหมาไปเลยยี่สิบบาทตนจะกลับบ้านแล้ว พิไลรู้สึกคุ้นหน้าหุ่นนางพยาบาล

พอจำได้ว่าหุ่นนางพยาบาลคือพยาบาลที่ทำคลอดให้ตนแต่พยาบาลคนนั้นตายแล้ว กลับถึงบ้านพิไลก็จับไข้จนไปขายของไม่ได้ ถูกเทิดบังคับให้ไปขาย เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็กระชากเงินที่เป็นทุนจากพิไลจะเอาไปกินเหล้าพูดอย่างย่ามใจว่า

“ฉันเคยบอกทางลัดให้แกแล้วไง ไปขอเงินผัวเก่าแกสินังพิไล สารรูปแกตอนนี้มันเห็นก็คงเวทนา ถ้าโชคดีแกอาจจะไม่ได้แค่ทุนแต่อาจได้เงินก้อนโตเลยก็ได้นะ ฮ่าๆๆ แล้วอย่าลืมแบ่งกันนะโว้ย” แล้วเทิดก็เอาเงินที่แย่งได้ออกไปกินเหล้า

พิไลจึงวางแผนไปซุ่มดูที่หน้าบ้านเดช เห็นเขากำลังจะออกไปทำงาน เธอรีบวิ่งไปดักที่ปากซอยพอรถเดชมาก็วิ่งออกไปให้รถชน เดชตกใจมากรีบลงไปดูจึงเห็นเป็นพิไล เขาแปลกใจ แต่รีบพาเธอส่งโรงพยาบาลแล้วกลับไป

เมื่อเดชกลับมาที่โรงพยาบาลอีกครั้ง พิไลมารยาคร่ำครวญว่าที่ผ่านมาตนผิดไปแล้ว ตนคิดถึงเขาและลูกตลอดเวลา เดชบอกว่าทุกอย่างจบไปแล้ว เวลานี้พรรณรายเป็นลูกของตนกับอารีย์ เขามอบเงินให้พิไลจำนวนหนึ่งแล้วสาปส่งก่อนไปว่า

“เอ้าเงิน...เงินที่เธอรักนักหนา เอาไปซะ คงคุ้มกับที่ฉันทำให้เธอเจ็บ แล้วอย่ามาพบมาเจอกันอีก”

“หึ! คิดว่าทำแค่นี้คนอย่างนังพิไลจะยอมแพ้เหรอ ไม่มีทาง!” พิไลจิกตามองอย่างหมายมาด

ooooooo

ไม่มีใครรู้ว่าจุ๊บหายไปไหนวันนี้ถึงไม่มาเรียน คาดว่าเธอคงไม่สบาย เมื่อพักกลางวันพบกันที่โต๊ะอาหาร จึงมีแต่สันติ อาทร อัมราและนุชนารถเท่านั้น

อัมราดีใจบอกว่าโชคดีที่ยังเหลือที่ อาทรติงว่าไม่ใช่โชคดีแต่อาร์ตมาจองไว้ให้น้องอัมเลยล่ะ นุชนารถติงว่าพูดอย่างนี้เดี๋ยวแฟนพี่อาร์ตจะเข้าใจผิดเอา สันติถามงงๆว่าน้องนุชหมายถึงใคร พอนุชนารถบอกว่าพี่จุ๊บไง สันติชี้แจงว่า

“พี่กับจุ๊บไม่ใช่แฟนกันครับ...พี่กับจุ๊บรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม สนิทกันมากๆ กับจุ๊บนี่ก็เหมือนเพื่อนผู้ชายคนนึงเลยล่ะครับ”

อัมราเขินๆ ถามแก้เกี้ยวว่าทำไมพี่จุ๊บไม่มาทานด้วย? สันติคาดว่าคงไม่สบาย เดี๋ยวเลิกเรียนแล้วว่าจะแวะไปเยี่ยมหน่อย อาทรขอไปด้วย นุชนารถชวนอัมราไปด้วยกัน ทั้งสี่จึงนัดไปเยี่ยมจุ๊บที่บ้าน

ไปเยี่ยมจุ๊บแล้วจึงรู้ว่าจุ๊บไปเรียนแต่ปวดท้องเลยไปนอนที่ห้องพยาบาล จุ๊บแปลกใจที่อัมราไม่เป็นอะไร น้ามนขอเอาเสื้อไปส่งก่อน พวกหนุ่มสาวคุยกันอีกครู่หนึ่งจึงจะกลับ จุ๊บขอให้สันติอยู่ก่อนเพราะตนมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย สันติจึงให้อาทรไปส่งอัมราเพราะบ้านไปทางเดียวกัน

พอเพื่อนๆไปกันแล้ว จุ๊บบอกสันติว่าตนถูกผีหลอก แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ห้องเก็บอุปกรณ์ให้ฟัง บอกว่าถ้าไม่ได้ภารโรงมาช่วยเปิดประตูให้ตนก็ยังคงถูกขังอยู่ในนั้น สันติบอกว่าเธออาจจะโดนขังนานเลยกลัวจนหลอน

“จุ๊บโดนผีหุ่นเด็กในห้องหุ่นหลอกจริงๆนะอาร์ต หน้าผีเด็กนั่นเหมือนหน้าหุ่นเด็กในห้องหุ่นไม่มีผิดเลย” เธอยืนยันจนอาร์ตบอกว่าถ้าเธอไม่สบายใจก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้น้องเขาเสีย อาร์ตเชื่อว่าน้องเขาไม่มาหลอกจุ๊บหรอก จุ๊บไม่ได้คิดไปทำอะไรไม่ดีนี่ จริงไหม หรือถ้าจุ๊บคิดจะทำก็รีบเปลี่ยนความคิดเสีย”

พูดแล้วเห็นจุ๊บอึ้ง สันติหัวเราะบอกว่า “อาร์ตล้อเล่นน่า ทำหน้าซีเรียสไปได้ จุ๊บเป็นคนดี ไม่เคยได้ยินเหรอ ที่เขาว่าคนดีผีคุ้มน่ะ” จุ๊บฟังแล้วฝืนยิ้มกลบเกลื่อนไม่ให้สันติสงสัย

ooooooo

อาทรไปส่งอัมราที่บ้าน พอถึงหน้าบ้าน อาทรส่งหนังสือที่ถือให้อัมรา เธอรับพลาดหนังสือหล่นต่างก้มลงเก็บพร้อมกันมือกับมือจับกันโดยไม่ตั้งใจ

พรรณรายแอบดูอยู่ไม่พอใจมากหาว่าอัมราอ้อนอาทรให้มาส่งแล้วยังอ่อยให้จับมือด้วย พออัมราชี้แจงก็สาดน้ำในแก้วใส่ตัว เดชมาเห็นพอดีไม่พอใจมากตำหนิว่า “พ่อไม่คิดเลยว่าพรรณจะทำตัวแย่ขนาดนี้” พรรณรายเถียงคำไม่ตกฟากซ้ำยังมาว่าเดชเข้าข้างอัมรา

พรรณรายขัดใจวิ่งหนีไปที่สนามข้างบ้าน อัมราตามไปง้อชี้แจงเหตุที่อาทรต้องมาส่งตนเพราะสันติอยู่คุยกับจุ๊บ ชี้แจงจนพรรณรายเข้าใจยอมขอโทษอัมรา เดชกับอารีย์เห็นทั้งสองดีกันและหยอกล้อหัวเราะกันร่าเริงก็สบายใจ

รุ่งขึ้นเดชจะไปรับอ๊อดน้องชายของอัมราที่ไปอยู่โรงเรียนประจำกลับบ้าน ถามอารีย์ว่าจะไปด้วยกันไหม อารีย์ให้เดชไปรับคนเดียว ตนคอยรับลูกที่บ้านก็แล้วกัน

ฝ่ายพิไลอยู่ที่โรงพยาบาล กลัวผีนางพยาบาลจนหลอน ไม่กล้ามองแม้แต่ชุดนางพยาบาล ไล่นางพยาบาลที่เดชจ้างมาดูแลไม่ให้เข้าห้อง กอดตัวเองฟังเสียงหมาหอนกลัวผีจนเหมือนคนเสียสติ

เช้าวันนี้ อัมราเอากับข้าวของตัวเองแลกกับสันติที่เอาข้าวก้นบาตรหลวงตามา ทั้งสองแลกอาหารทานกันอย่างร่าเริง ระหว่างนั้นอัมรามองข้ามไหล่สันติไปเห็นจุ๊บเดินเข้าตึกไปอย่างรีบร้อนลุกลน อัมราถามสันติว่า

“พี่จุ๊บเขาเป็นอะไรไปคะ ทำไมทำท่าอย่างกับกลัวใครตามมา”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ จุ๊บคงหนีเพื่อนที่ไม่อยากเจอละมั้ง รีบทานกันเถอะ จะถึงชั่วโมงเรียนแล้ว” สันติเร่งแล้วทั้งสองต่างทานอาหารของอีกฝ่ายอย่างเอร็ดอร่อย

ooooooo

ในห้องปั้นหุ่น เดชเห็นจุ๊บหลุกหลิกตลอดเวลาถามว่าเป็นอะไรทำไมวันนี้ไม่มีสมาธิเลย จุ๊บบอกว่าตนรู้สึกกลัวๆยังไงไม่รู้ เดชจึงให้ไปหลังห้องเรียนสวดมนต์ทำใจให้สงบก่อน แล้วให้นักศึกษาคนอื่นเรียนต่อ

ขณะจุ๊บเดินไป หุ่นเด็กเดินอยู่ข้างๆจุ๊บ พอจุ๊บตั้งสติสวดนะโมสามจบแล้วพึมพำสวดมนต์ หุ่นเด็กก็ค่อยๆหายไป

หุ่นเด็กกลับไปที่ห้องหุ่นถูกหุ่นท่านเจ้าคุณดุที่ไปซนจนได้เรื่อง หุ่นเด็กบอกว่าตนไม่ได้ซนแต่ผู้หญิงคนนั้นทำร้ายพี่อัมราก่อน หุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่า “เขาจะได้รับผลแห่งการกระทำของเขาเอง”

หุ่นเด็กทำท่าจะเถียงอีก พอดีชิ้นเปิดประตูห้องหุ่นจะเข้ามาทำความสะอาด หุ่นท่านเจ้าคุณกับหุ่นเด็กจึงต่างเงียบนิ่งในท่าเดิม ชิ้นมองไปทั่วห้องอย่างสงสัยบ่นว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงคนคุยกัน นึกว่าคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงอยู่ในห้องนี้เสียอีก ชิ้นไม่ติดใจนึกว่าหูแว่วไปเอง หุ่น
ทุกตัวในห้องหุ่นต่างนิ่งสงบอยู่ในท่าของตัวเอง ปล่อยให้ชิ้นทำความสะอาดไปตามปกติ

ooooooo
ผอบทำทีเอาของทะเลมาฝากบ้านเดช เพื่อให้พงษ์ได้มาจีบอัมราหรือพรรณรายตามเป้าหมาย แต่อัมราไปตลาดเหลือแต่พรรณรายฟังเพลงอยู่สนามข้างบ้าน

พงษ์อ้างว่ามีของมาฝากพรรณราย แต่พอเดินไปก็ถูกหุ่นท่านเจ้าคุณเอาไม้ตะพดพาดบ่าอย่างแรงปรามว่าเตือนแล้วไม่เข็ด สั่งให้กลับไป พงษ์กลัวรีบเดินหนีกลับไป พอถึงบ้านพงษ์เสนอผอบให้เปลี่ยนเป้าหมายใหม่ดีกว่า ที่นี่ตนถูก “ไอ้แก่” กีดกัน คราวนี้หนักกว่าคราวก่อนอีก

แต่สองแม่ลูกไม่ทันได้คุยกันต่อ เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น ผอบนึกว่าเจ้าหนี้รีบหลบไปให้พงษ์รับหน้าแทน แต่ที่แท้เป็นเพื่อนเกเรของพงษ์มาขอยืมเงิน พงษ์บอกว่าตนก็ไม่ต่างกับพวกมันหวังจะจีบลูกสาวเศรษฐีแต่ดูท่าจะยาก ไอ้โชค ไอ้นัยกับไอ้ยะหูผึ่ง วางแผนจะไปขโมยของที่บ้านเดชกัน

เดชรับอ๊อดจากโรงเรียนประจำพามาที่คณะ บอกให้อ๊อดนั่งเล่นอยู่ข้างนอกก่อน พ่อสอนเสร็จจะออกมารับ

อ๊อดเจอหุ่นเด็กที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ถามว่าเป็นอะไร หุ่นเด็กบอกว่าโดนดุมาเพราะตนไปแกล้งคนอื่น อ๊อดจึงชวนวิ่งเล่นไล่จับกัน

ระหว่างสันติเรียนการปั้นอยู่ เขามองออกมานอกหน้าต่างเห็นอ๊อดวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานอยู่คนเดียวก็แปลกใจ เมื่อเลิกเรียนสันติเดินออกมาทักอ๊อดว่าวิ่งเล่นสนุกมากเลยนะ อ๊อดเล่าว่าวิ่งเล่นไล่จับกับพีท สันติงงๆ เพราะเห็นอ๊อดวิ่งเล่นหัวเราะอยู่คนเดียว ก็พอดีเดชมาเร่งอ๊อดให้รีบกลับ พออ๊อดเดินไปขึ้นรถ สันติมองไปรอบๆพึมพำ...

“ทำไมเราไม่เห็นเด็กที่ชื่อพีทล่ะ พีท...ชื่อคุ้นๆ...”

ระหว่างขับรถพาอ๊อดกลับบ้าน เดชจะพาอ๊อดไปหาอะไรทานกันก่อน แต่เจอชาวนายืนอยู่ริมทาง เดชจอดรถลงไปถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ชาวนาบอกว่าไม่เป็นไรแต่เร่งให้เดชรีบกลับบ้าน เดชจึงรีบพาอ๊อดกลับบ้านไม่ได้แวะทานอะไรกัน

อารีย์กับอัมรายังไม่นอน ทั้งสองรอเดชพาอ๊อดกลับบ้านอยู่ อารีย์รู้สึกแปลกๆที่เขม่นตาขวาเข้าตำราขวาร้ายซ้ายดีเลยรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

ไอ้โชค ไอ้นัย ไอยะ มาถึงบ้านเดชพบว่าบ้านใส่กุญแจ มันจะงัด แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นว่าอารีย์กับอัมรายังไม่นอน ไอ้โชคกระชากมีดออกมาจะเข้าไปจัดการก่อน พลันก็เห็นหุ่นนางรำกับนางพยาบาลกำลังรำกันอยู่ พวกมันคิดว่าคงเป็นลูกสาวสองคนของเดช มันมองหื่น วางแผนจะปล้ำก่อนขโมย

ไอ้โชคเข้าไปเอามีดขู่ “อย่าร้องนะ ถ้าร้องตาย!” แล้วไอ้นัยกับไอ้ยะก็เข้าไปกอดหุ่นนางรำกับหุ่นพยาบาลไว้ มันเอะใจว่าทำไมตัวเย็นจัง แต่ก็ไม่ติดใจคิดว่าตัวเย็นเพราะอยู่ห้องแอร์

“อย่าทำอะไรเราสองคนเลย ถ้าอยากได้ของมีค่าก็เอาไปเถอะ” หุ่นนางพยาบาลอ้อนวอน

“งั้นก็พาพวกเราไปที่ห้องเก็บของมีค่าเดี๋ยวนี้ เร็ว!” ไอ้โชคสั่ง

หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลสบตาอย่างรู้กัน แล้วพาพวกมันไปที่ห้องหุ่น!

ooooooo

พรรณรายออกจากห้องน้ำจะไปหาน้ำดื่ม มีเสียงดังที่ประตูด้านนอก อัมราแปลกใจว่าใครเพราะคุณพ่อก็ยังไม่กลับมา พรรณรายคว้าไม้แบดที่แขวนอยู่ เงื้อไว้เตรียมพร้อม

ประตูเปิดออกกลายเป็นชิ้นหน้าตื่นมาบอกว่าได้ยินเสียงกุกกักแปลกๆข้างล่างเลยรีบมาบอก อัมราสงสัยจะเป็นขโมย พรรณรายไม่เชื่อเพราะอยู่ที่นี่มาตั้งนานไม่เคยมีขโมย ทำท่าจะออกไปดู อารีย์รีบดึงตัวไว้บอกว่าอาจเป็นขโมยจริงๆก็ได้ ให้โทร.แจ้งตำรวจดีกว่า

ชิ้นหน้าแหยบอกว่าโทรศัพท์อยู่ข้างล่าง อารีย์บอกไม่ต้องลงไป ให้อยู่รวมกันในห้องนี้ ถ้าเป็นขโมยจริงมันอยากได้อะไรก็ให้มันเอาไป ขอให้พวกเราปลอดภัยก็พอแล้ว อารีย์จับมือพรรณรายและอัมราไว้แน่นด้วยความตื่นกลัว

หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลพาไอ้โชค ไอ้นัย ไอ้ยะ ลงไปในห้องหุ่น พวกมันมองหุ่นอุทานทึ่งว่าเหมือนคนจริงๆ ปั้นเก่งแบบนี้เองถึงได้รวยโคตรๆ ส่วนโชคจำหุ่นนักกีฬาทีมชาติได้ ถามว่าตายไปแล้วไม่ใช่หรือ

“ใช่ หุ่นทั้งหมดที่เห็น คนที่เป็นแบบตายไปแล้วทุกคน” หุ่นนางรำบอก ไอ้ยะเข้าไปดูหุ่นนางรำใกล้ๆ มันร้อง เอ๊ะ! ก็พอดีไอ้โชคเร่งให้รีบเก็บข้าวของมีค่า มันเลยไม่ได้พูดอะไร

ไอ้นัยกับไอ้ยะมองหุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลต่างอ้าปากพะงาบๆพูดไม่ออก ชี้ให้ไอ้โชคที่คุมนางรำกับนางพยาบาลอยู่ดู พอไอ้โชคมองไปมันตกใจ ถามว่าทำไมสองคนหน้าเหมือนหุ่นเลย

“ก็ฉันทั้งคู่เป็นแบบของหุ่นไง” หุ่นนางรำหน้าสวยบอก ไอ้โชคตาเหลือกถามว่าพวกที่เป็นแบบตายไปหมดแล้วไม่ใช่หรือ หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลหัวเราะพร้อมกันแล้วหายตัวไป ทั้งสามตะลึงงันทำอะไรไม่ถูก ครู่เดียวหุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลก็ก้าวลงจากแท่นคนหนึ่งรำเก้งก้างเข้าหา อีกคนถือเข็มฉีดยาเงื้อจะแทง

ไอ้โชค ไอ้นัย ไอ้ยะตาเหลือกจะวิ่งหนี ถูกหุ่นนักยิงธนู ยิงธนูปักขวางที่พื้น หุ่นชาวนาขว้างเคียวปักผนัง พวกมันวิ่งพล่านไปล้มอยู่แทบเท้าหุ่นทับ ถูกหุ่นทับเอาดาบฟันลงมา ดีที่มันหลบกันทันเลยรอดตัว หุ่นเด็กยืนปรบมือกระโดดโลดเต้นหัวเราะชอบอกชอบใจ ตะโกนเชียร์
“จัดการพวกมันเล้ย!”

“ผี...พวกมันเป็นหุ่นผี หนีเร็ว” ไอ้โชคตะโกนบอก พวกมันพากันวิ่งขึ้นบันได ก็ถูกท่านเจ้าคุณยืนดักอยู่

“ไอ้พวกรกแผ่นดินไม่รู้จักทำมาหากิน พวกแกตาย!” ท่านเจ้าคุณฟาดไม้ตะพดใส่ทั้งสามคน มันวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน พวกหุ่นต่างหัวเราะกันครื้นเครง

พรรณรายหงุดหงิดลุกไปเปิดประตูดู พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมที่ห้องหุ่น เธอวิ่งพรวดเข้าห้องปิดประตูล็อกบอกว่าขโมยเข้าบ้านเราจริงๆด้วย

ooooooo

บ้านดำเกิงที่อยู่ห่างจากบ้านเดชไม่กี่หลัง ขณะดำเกิงจะเข้านอน แว่วเสียงอึกทึกจากบ้านเดช นึกเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้น เดชก็ไม่อยู่บ้านด้วย อาทรชวนดำเกิงให้รีบไปดูกัน

พวกหัวขโมยทั้งสามหนีลนลานมาถึงถนนหน้าบ้านเดช หุ่นท่านเจ้าคุณตามมาขวางตวาดว่าพวกแกจะหนีไปไหน พวกมันแตกกันไปคนละทางก็ถูกหุ่นทับมาขวางไว้อีก หุ่นทับตะคอกใส่ “พวกแกต้องตาย!”

“อย่าฆ่าพวกเราเลยครับ...พวกเรากลัวแล้ว...ปล่อยพวกเราไปเถอะ” พวกมันทั้งสามอ้อนวอนกันระงม

ที่หน้าบ้าน...อาทรกับดำเกิงวิ่งมาถึง ทั้งสองชะงักเมื่อเห็นไอ้โชค ไอ้นัย และได้ยะ กำลังปัดป้องหลบหลีกและร้องขอชีวิต ดำเกิงดึงอาทรหลบแอบดูถามว่า “พวกหัวขโมยมันทำอะไรกัน?”

แอบดูอยู่อึดใจเดียวก็เห็นหัวขโมยทั้งสามร้องอย่างเจ็บปวด ครู่เดียวก็ล้มฟุบหมดสภาพ

“พวกมันทำท่าเหมือนโดนใครตี” ดำเกิงพึมพำ

“นั่นสิ แต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคน” อาทรแปลกใจ

ooooooo

ตำรวจมาถึงแล้ว และเดชก็กลับมาถึงแล้วเช่นกัน ตำรวจขอนำตัวหัวขโมยทั้งสามไปโรงพัก บอกว่าถ้าพวกเขาฟื้นขึ้นมาคงต้องขอเชิญเดชไปชี้ตัวที่โรงพักด้วย

ดำเกิงกับอาทรพูดอย่างแปลกใจไม่หายว่าพวกหัวขโมยทำท่าเหมือนโดนใครตีแต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคน พรรณรายฉวยโอกาสทำเป็นกลัวมากขอให้อาทรอยู่เป็นเพื่อน ถูกเดชขัดคอว่าดึกแล้วอย่ารบกวนพี่เขาเลย แล้วขอบคุณสองพ่อลูกอีกครั้ง ดำเกิงจึงขอตัวกลับ

เมื่อเข้าห้องนอน อารีย์ถามเดชว่ารู้สึกแปลกไหมที่พวกหัวขโมยต่างโดนตีจนฟกช้ำดำเขียวหัวร้างข้างแตก แต่เราไม่เห็นคนตีเลย

เดชเชื่อว่าคงเป็นอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานว่าพวกมันเมายาเลยหลอนและตีกันเอง บอกอารีย์อย่าคิดมากเลยรอผลตรวจของตำรวจพรุ่งนี้ดีกว่า

รุ่งขึ้น เมื่อเดชไปที่โรงพัก เห็นพวกไอ้โชคซุกตัวอยู่มุมห้องร้องโวยวายอย่างหวาดกลัวตัวสั่น ไล่ผีอย่าทำอะไรตน เดชถามตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ผมก็ไม่เข้าใจ ทั้งสามคนเอาแต่โวยวายว่าโดนผีหลอก ผีหุ่นน่ะครับ ท่าทางหวาดกลัวมาก เอ้อ...ที่บ้านคุณเดชมีหุ่นหรือเปล่าครับ” เดชบอกว่ามีแต่เป็นแค่หุ่นปกติ มันเป็นไปไม่ได้หรอก “ผมก็คิดแบบนั้น ยังไงคงต้องรอผลตรวจปัสสาวะก่อน ถ้าผลออกมาแล้วผมจะแจ้งคุณเดชอีกที”

จุ๊บรู้ข่าวว่าพวกหัวขโมยให้การว่าพวกตนถูกหุ่นผีหลอก เธอถามอาร์ตว่าเชื่อเรื่องที่ตนบอกว่าถูกหุ่นผีหลอกหรือยัง ตนโดนมาแล้วและนี่พวกหัวขโมยก็โดนอีก อาร์ตไม่เชื่อ บอกว่าน่าจะเป็นอย่างที่ตำรวจสันนิษฐานมากกว่า พวกนั้นคงเสพยาแล้วหลอนกันไปเอง

“ไม่ใช่หรอก พวกมันพูดความจริง หุ่นในห้องหุ่นมีชีวิตจริงๆ อาร์ตเชื่อจุ๊บสิ อัมราต้องไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ต้องเป็นแม่มดหรือพวกเล่นของถึงติดต่อกับวิญญาณได้” แล้วจุ๊บก็บอกให้อาร์ตอยู่ห่างๆอัมราไว้ดีกว่า คนอย่างนั้นน่ากลัวมาก

เมื่ออาร์ตไม่เชื่อและตัดบทชวนเข้าเรียนกัน จุ๊บเดินตามบ่นกระปอดกระแปด

“อาร์ต...โธ่ ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย คอยดูนะ ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นกับตาให้ได้” จุ๊บไม่ยอมเลิกง่ายๆ

ooooooo

สันติรู้ข่าวจากอาทรจึงชวนกันไปเยี่ยมเดชที่บ้าน จุ๊บขอตามไปด้วยและหาทางที่จะพิสูจน์สิ่งที่ตัวเองเชื่อให้อาร์ตเห็น

จุ๊บถามเดชว่าพวกหัวขโมยโดนผีหุ่นหลอกหรือ เดชบอกว่าหุ่นพวกนั้นเป็นแค่หุ่นธรรมดา น่าจะเชื่อตามตำรวจสันนิษฐานมากกว่า ก็พอดีอ๊อดมาบอกพ่อว่ามีโทรศัพท์ เดชจึงขอตัวไปรับสาย อารีย์ลุกตามไปด้วย

หลังจากเดชคุยโทรศัพท์แล้ว อารีย์ถามว่าตำรวจว่ายังไงบ้าง เดชบอกว่าผลการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด พวกยากล่อมประสาทก็ไม่มี

“หมายความว่าพวกขโมยโดนผีหุ่นหลอกจริงๆ เหรอคะ” อารีย์ตกใจ เดชฟังนิ่งๆ แต่ลึกๆแล้วก็อดกังวลไม่ได้

เดชไปที่ห้องหุ่น อารีย์ตามไปด้วย แล้วเดชก็ตกใจเมื่อเห็นที่หัวไม้ตะพดของท่านเจ้าคุณมีรอยเลือดติดอยู่ อารีย์ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาไม่อยากให้อารีย์กังวลบอกว่าไม่มีอะไร เราทิ้งเด็กๆไว้นานแล้วให้เธอขึ้นไปดูแลเด็กๆ ตนขออยู่ในห้องอีกสักพัก

เมื่ออารีย์ขึ้นไปแล้ว เดชเดินไปหยิบไม้ตะพดของท่านเจ้าคุณขึ้นดูพึมพำ “เลือด...นี่มันเลือดจริงๆนี่...”

เดชเงยมองหุ่นท่านเจ้าคุณอย่างตระหนก ในขณะที่หุ่นท่านเจ้าคุณยืนเฉยเหมือนหุ่นปกติที่ไร้ชีวิตจิตใจ...

ooooooo

จุ๊บจ้องหาโอกาสที่จะแกล้งอัมราเพื่อพิสูจน์ให้สันติเห็นว่าอัมราสามารถเรียกหุ่นผีมาช่วยตัวเองได้

ชิ้นถือเหยือกน้ำหวานมาพอดี จุ๊บกระวีกระวาดเข้าไปช่วย แต่พอเดินมาถึงที่โต๊ะก็แกล้งราดน้ำหวานลงกลางหลังอัมราจนเปียกโชก แล้วทำเป็นขอโทษ พรรณรายโกรธมากที่ทำกับน้องตนเช่นนี้ พอต่อว่าจุ๊บก็อ้างว่าตนไม่ได้แกล้ง พรรณรายตบหน้าจุ๊บ แล้วบอกอาร์ตให้พาจุ๊บกลับไปได้แล้ว

สันติพาจุ๊บออกไปถึงปากซอย เขาถามว่าแกล้งน้องอัมทำไม จุ๊บยังปากแข็งว่าไม่ได้แกล้งแต่ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าอัมราเรียกหุ่นให้มาช่วยตัวเองได้จริงๆ พอสันติติงว่าเมื่อกี๊ไม่เห็นหุ่นตัวไหนมาช่วยเลย จุ๊บก็ตะแบงว่า เพราะอัมรารู้ตัวว่าตนจะพิสูจน์ให้เขาเห็นเลยไม่เรียกหุ่นมา ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเขาต้องอยู่ห่างๆอัมราไว้เพื่อความปลอดภัย

“ถ้าจุ๊บยังไม่เลิกพูดเลิกทำเรื่องไร้สาระเนี่ย อาร์ตว่าคนที่อาร์ตต้องอยู่ห่างน่าจะเป็นจุ๊บมากกว่านะ” แล้วเดินแซงไปเลย จุ๊บรีบตามร้องเรียกให้รอด้วย...รอด้วย...

จากคำบอกเล่าและที่ไปเห็นด้วยตัวเอง ทำให้เดชคิดและเป็นกังวลมากจนเก็บไปฝันว่าหุ่นทุกตัวมีชีวิตจริงๆ ตะโกนจนตัวเองสะดุ้งตื่น ทำให้อารีย์ตกใจตื่นไปด้วย บอกว่าเขาคงเครียดที่คุยกับตำรวจเลยเก็บมาฝัน ไม่มีอะไรหรอก

เดชลุกพรวดออกไป อารีย์รีบตามไปด้วยความเป็นห่วง พอไปถึงห้องหุ่น อารีย์ชี้ให้ดูว่าหุ่นทุกตัวยังปกติดี แล้วชวนกลับไปนอนต่อ พอทั้งสองเดินออกไป หุ่นทุกตัวก็หันหน้ามองตามเป็นตาเดียว...

พิไลได้ข่าวขโมยขึ้นบ้านเดช เป็นห่วงพรรณรายจึงไปเกาะรั้วดูที่หน้าบ้าน พรรณรายขับรถกลับมาเธอไล่ตะเพิดให้หลีกทางตนจะเอารถเข้า หาว่าพิไลมาดูลาดเลาเพื่อจะมาขโมยของ อารีย์ได้ยินเสียงเอะอะจึงออกมาดู พอเห็นพิไล อารีย์จะเดินไปหา ถูกพรรณรายดึงให้รีบเข้าบ้านไป พิไลจิกตามองตามอารีย์พึมพำอย่างหมายมาด

“นังอารีย์ แกแย่งชิงทุกอย่างไปจากฉัน คอยดูนะฉันจะเอาลูกเอาผัวฉันกลับคืนมาให้ได้”

ooooooo

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 3 วันที่ 25 ก.ย. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ