อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 4 วันที่ 26 ก.ย. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 4 วันที่ 26 ก.ย. 58

จุ๊บยังไม่เลิกที่จะพิสูจน์ว่าอัมราเลี้ยงผีหุ่น วันนี้เธอชวนสันติไปกินข้าวกัน เขาบอกว่านัดอัมราไว้แล้ว จุ๊บจึงขอไปด้วยชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันตนจะเป็นเจ้ามือเอง ที่แท้จุ๊บมีแผนร้าย พอไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ

จุ๊บแกล้งผลักอัมราตกน้ำ อัมราว่ายน้ำไม่เป็นเธอผลุบๆ โผล่ๆอยู่หลายที จุ๊บร้องตะโกนให้ช่วยคนตกน้ำ แต่พอสันติเดินมาถามว่าทำไมไม่ช่วยน้องอัม จุ๊บบอกว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวก็โผล่มาเองแหละพลางปากก็ร้องตะโกน

“ออกมาสิพวกหุ่นผี ออกมาช่วยอัมรา ขืนช้าอัมราตายแน่”



ขณะอัมรากำลังจะจมน้ำนั่นเอง หุ่นนางรำลงไปจับขาสองข้างของอัมรายกชูขึ้นมา สันติจ้องอยู่พออัมราโผล่ขึ้นมาก็กระโดดไปช่วยพาเข้าฝั่ง จุ๊บมองอย่างผิดหวัง รีบเข้าไปดูอัมรา เลยถูกหุ่นนางรำที่ขึ้นมาแล้วผลักตกน้ำไปทันที

“ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว” หุ่นนางรำพึมพำอย่างสะใจ จุ๊บต้องว่ายน้ำพาตัวเองเข้าฝั่งโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ทั้งสันติและอาทรมัวแต่วุ่นกับการช่วยอัมราไม่มีใครสนใจตนเลย

อัมราคิดไม่ตกว่าทำไมจุ๊บต้องแกล้งตน สันติบอกว่าจุ๊บไม่ได้แกล้ง เธอแค่ต้องการพิสูจน์เท่านั้น อัมราคาดคั้นจนสันติยอมบอก เธอจึงพาเขาไปที่ห้องหุ่นพาเดินดูหุ่นแต่ละตัว ถามเขาว่า

“หุ่นพวกนี้เหรอคะจะมีชีวิต ไม่จริงหรอกค่ะ เป็นไปไม่ได้”

“พี่ก็คิดแบบนั้นแล้วพี่ก็บอกจุ๊บเขาแล้ว แต่เขาไม่เชื่อ ที่เขาทำเรื่องต่างๆกับน้องอัมเพราะเขาจะพิสูจน์ให้พี่เห็นว่าหุ่นต้องมาช่วยน้องอัม” อัมราถามว่าแล้วเขาคิดอย่างไร “พี่คิดว่ามันไม่จริงน่ะสิครับ แต่ถ้าเป็นจริง คนที่จะแย่ก็คือ...” สันติหยุดแค่นั้นมองหน้ากันกับอัมราแล้วพูดพร้อมกันว่า “พี่จุ๊บ.../จุ๊บ...”

และก็เป็นจริงอย่างที่สันติและอัมราคิด เพราะวันนี้จุ๊บกลับบ้านไม่เห็นน้ามนก็เดินหาร้องเรียกไปที่ห้องครัว ระหว่างนั้นก็แว่วเสียงหัวเราะของผู้ชายผู้หญิงตามไปตลอดเวลาจนต้องเอามือปิดหู ประตูหน้าต่างก็ปิดเปิดปึงปังจนจุ๊บผวา

พอเจอน้ามนก็โผกอดร้องไห้อ้อนวอนให้ช่วยตนด้วยผีมันจะฆ่าตน จนน้ามนต้องปลอบว่าผีที่ไหน จุ๊บชี้ให้ดูว่าข้าวของถูกปาเกลื่อนไปหมด

“จุ๊บนี่เราฝันกลางวันหรือเปล่าฮึ ไหนอะไร

ไม่เห็นอะไรเลย น้าว่าไปกินยาคลายเครียดแล้วรีบนอนดีกว่าไหม สงสัยจะอ่านหนังสือมากไป” น้ามนประคองจุ๊บออกจากห้องครัว แม้จะอยู่ในอ้อมแขนของน้ามน จุ๊บก็ยังเหลียวมองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว

สันติไปหาจุ๊บคืนนี้เลย เธอบอกว่าโดนผีหลอก หุ่นพวกนั้นเป็นหุ่นผี แต่พอสันติถามว่าหุ่นตัวไหนที่มาหลอกจุ๊บ เธอบอกว่าได้ยินแต่เสียงมันน่ากลัวมาก

“เชื่อจุ๊บสิ มันต้องเป็นผีหุ่นในห้องหุ่นแน่ๆ จุ๊บไม่ได้โกหกจริงๆนะอาร์ต จุ๊บโดนหลอกจริงๆ อาร์ต

ไม่เชื่อจุ๊บเหรอ” พอสันติบอกให้ใจเย็นๆ เธอยิ่งรุ่มร้อน “มันมีวิญญาณสิงอยู่ในหุ่น พวกมันคอยช่วยเหลืออัมรา เชื่อจุ๊บสิอาร์ต...”

ฝ่ายอัมราครุ่นคิดเรื่องที่ตนตกน้ำแล้วรู้สึกเหมือนมีใครมาจับเท้าทั้งสองข้างของตนชูขึ้นมาพ้นน้ำเหมือนมีใครช่วย เดชอธิบายว่าเพราะแรงดันใต้น้ำดันขึ้นมาโดยธรรมชาติ อธิบายจนอัมราหายกังวล

ooooooo

รุ่งขึ้น เดชนิมนต์หลวงตามารับสังฆทานที่บ้าน ทั้งเดชและอารีย์จึงรู้ว่าสันติเป็นลูกศิษย์วัดอยู่กับหลวงตา

“มิน่าเธอถึงเป็นเด็กดีเพราะอยู่กับหลวงตานี่เอง” เดชชม

พอหลวงตาลงจากรถก็ทักอารีย์ว่า “สบายดีไหมโยม” เมื่ออารีย์บอกว่าสบายดี หลวงตาเตือน “ยังไงก็ระวังรักษาสุขภาพบ้างนะ” อารีย์ติงว่าหลวงตาพูดเหมือนรู้ว่าตนจะไม่สบาย สันติถามอารีย์ว่ามีอะไรหรือเปล่า “อ๋อ...ไม่มีอะไรจ้ะ ไป เราเข้าไปข้างในกันเถอะ” อารีย์พยักหน้าให้สันติเดินตามหลวงตาไป

ระหว่างที่หลวงตาเข้าไปในห้องหุ่น ขณะท่านกำลังสวดมนต์ จู่ๆก็เกิดประกายแสงสีทองค่อยๆสว่างเป็นลำแสงบางเบาแผ่ลงมาในห้องหุ่น เดช อารีย์ อัมราต่างพนมมือหลับตานิ่ง ส่วนหุ่นทุกตัวสีหน้าอิ่มเอิบจนหลวงตาสวดจบ

หลวงตามองหุ่นทุกตัวอย่างพิจารณา เดชมองตามสายตาหลวงตาไป เห็นหุ่นทุกตัวก็ยังสงบนิ่ง เดชได้แต่มองอย่างแปลกใจ จนเมื่อมาส่งหลวงตาที่รถตู้ เดชถามว่า

“เมื่อสักครู่นี้ในห้องหุ่น ผมเห็นท่านมองหุ่นอย่างพิจารณามีอะไรหรือเปล่าครับ” หลวงตาถามว่าโยมคิดว่ามีอะไรล่ะ โยมกลัวหรือ เดชบอกว่าเปล่าครับ “ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้เขาอยู่ในที่ทางของเขา เขาไม่ทำอันตรายโยมและครอบครัวหรอก ไม่ต้องกังวลไปหรอกโยม”

หลวงตาขึ้นรถไปแล้ว สันติแปลกใจ เขาหันไหว้ลาเดช พอรถเคลื่อนออกไป เดชก็หันไปมองตัวบ้านอึ้งๆ

ooooooo

กลับถึงกุฏิหลวงตา สันติเอาย่ามของหลวงตาไปไว้ที่มุมห้อง แล้วคลานไปรินน้ำชามาให้หลวงตา

ท่านขอบใจบอกให้ไปเรียนเถอะ เห็นสันติยังนั่งนิ่ง หลวงตาถามว่ามีอะไรหรือ?

“ผมไม่เข้าใจที่หลวงตาพูดกับคุณอาเดชในห้องหุ่น มีอะไรหรือครับ” ท่านถามว่าแล้วเจ้าคิดว่ามีอะไรล่ะ? “ผมคิดว่าไม่มีอะไร แต่จุ๊บชอบพูดเหมือนว่าหุ่นมีวิญญาณสิงอยู่ แล้ววันนี้ผมได้ยินคุณอาเดชถามแปลกๆ ผมก็เลยสงสัยครับ”

“ไม่มีอะไรหรอก เจ้าไปเรียนเถอะ” สันติรับคำแล้วลุกออกไป หลวงตามองตามพึมพำ “ถึงเวลาเจ้าก็จะรู้เอง...”

เช้าวันเดียวกัน พรรณรายตีหน้าจ๋อยบอกว่าปวดหัวไม่ไปเรียน เดชบ่นว่าปวดหัวอะไรบ่อยๆ เมื่อเช้าก็ไม่ตื่นมาทำบุญด้วยกัน พรรณรายไม่สนใจดึงอัมราออกไปสั่งให้ต้องไปบอกอาทรว่าตนไม่สบาย อัมราติงว่าไม่เห็นพี่เป็นอะไร พี่เกเรใช่ไหม หยุดเรียนบ่อยๆไม่ดีนะ

พรรณรายทำฉุนเฉียวปรามว่าอย่ามาสอน ตนสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น อัมราจึงรับปากจะบอกอาทรให้แต่เขาก็ต้องเรียนเหมือนกัน

“ถ้าพี่ออยเขารู้ว่าพี่ไม่สบายเขาก็ต้องรีบมา ทำตามที่พี่สั่ง เข้าใจไหม” พรรณรายทำเสียงเข้ม อัมราจึงต้องรับปากอย่างเสียไม่ได้

อารีย์ไม่สบายใจที่เจอพิไล เดชปลอบใจว่าแค่เห็นกันไกลๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้อย่าคิดมาก พอดีอัมราเดินออกมากับพรรณราย เดชถามว่าดึงน้องไปซุบซิบเรื่องอะไร พรรณรายปดว่าฝากอัมซื้อของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย อัมราเร่งพ่อให้รีบไปเดี๋ยวรถติด พอเดชกับอัมราออกไป พรรณรายบ่นกับอารีย์ว่าคุณพ่อชอบจับผิดตน

“ไม่ใช่หรอกจ้ะ คุณพ่อรักแล้วก็เป็นห่วงพรรณต่างหาก” พรรณรายเถียงว่าไม่จริงคุณพ่อไม่รักตน

ไม่เหมือนคุณแม่ “เพราะคุณพ่อรักถึงคอยดุคอยเตือนไงจ๊ะ สัญญากับแม่นะว่าจะไม่พูดจาแบบนี้อีก”

พรรณรายพยักหน้าอย่างขอไปที อารีย์มองพรรณรายอย่างกังวลใจ

ขณะพรรณรายขึ้นห้องนอนดูหนังสือแฟชั่นพลางกินขนมอยู่บนเตียง ชิ้นมาเคาะประตูบอกว่ามีคนมาหา เธอดีใจนึกว่าอาทรมาแล้ว รีบลงไปเห็นหลังคนนั่งอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เธอย่องไปเอามือปิดตาหัวเราะระริกบอกให้ทายซิว่าใคร

“ก็น้องพรรณคนสวยไงครับ” พลางคว้ามือไปกุมไว้

พรรณผงะเพราะเขาคือพงษ์ ไม่ใช่อาทร เธอดึงมือออก พูดเกือบเป็นตวาดให้ปล่อยตนเดี๋ยวนี้ พงษ์ไม่ยอมปล่อยอ้างว่าเธอเป็นคนเริ่มก่อน เมื่อใจเราตรงกันไม่เห็นต้องมามัวฟอร์มอยู่เลย

พรรณรายตบหน้าพงษ์ทั้งด่าและไล่พงษ์ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ อารีย์ได้ยินเสียงเอะอะออกมาดูตกใจถามว่าทำไมพรรณรายตบหน้าพงษ์แบบนั้น พรรณรายฟ้องว่าพงษ์มาจับมือตน พงษ์บอกว่าพรรณรายมาเล่นปิดตาตนก่อนตนเลยเล่นด้วย

“ใครเล่นกับแก ฉันรู้นะว่าแกคิดอะไรถึงมาที่นี่ แต่อย่าฝันไปเลย อย่างแกมันก็เป็นได้แค่หมาเห่าเครื่องบินเท่านั้นแหละ...จำไว้นะชิ้น ถ้าไอ้บ้านี่มาอีกไม่ต้องเปิดประตูให้เข้ามานะ”

ทั้งด่าทั้งไล่แล้วพรรณรายสะบัดเข้าบ้านไป พงษ์มองตามอย่างแค้นใจ อารีย์ขอโทษพงษ์แทนพรรณรายแก้ต่างให้ว่าพรรณรายคงหงุดหงิดเพราะไม่ค่อยสบาย บอกให้เขากลับไปก่อนดีกว่า

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน” ปากพงษ์พูดอย่างนั้นแต่ใจแค้นจะเอาคืน!

ฝ่ายอารีย์ตำหนิพรรณรายที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม เตือนว่าถ้าพงษ์โกรธคิดจะทำร้ายขึ้นมาจะว่าอย่างไร

“พรรณไม่เห็นกลัว คนอย่างมันน่ะไม่มีปัญญามาทำอะไรพรรณหรอกค่ะ คุณแม่อย่าห่วงไปเลย”

ooooooo

พอพงษ์ออกจากบ้านเดชก็ตรงดิ่งไปหาไอ้โชคที่บ้านเช่า บ้านเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่แต่ประตูไม่ได้ ปิด พงษ์ผลักประตูเข้าไปเรียกหา มองหาก็ไม่เห็นใคร

ครู่หนึ่งโชคจึงกลับมามือถือธนูมาด้วย พงษ์ถามว่าเขาไปหัดยิงธนูมาตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วไอ้นัยกับไอ้ยะล่ะ? โชคบอกว่าไม่อยู่ พงษ์บอกว่าจะมาชวนไปฉุดผู้หญิงหน่อย สองคนนั้นไม่อยู่เราไปกันสองคนก็ได้ตัวหารจะได้น้อย ตกลงไหม

โชคมองหน้าพงษ์ด้วยสายตาเย็นชาบอกว่า “ไม่ทำเรื่องชั่วๆ” พงษ์ยั่วยุอย่างไรโชคก็ยังเฉย พงษ์ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พริบตานั้นโชคยิงธนูออกไปปักฝาหน้าบ้านเฉียดหน้าพงษ์ไปเส้นยาแดงเดียว พงษ์ ตกใจถามเสียงสั่นว่าเป็นอะไร โชคไม่ตอบลุกเดินออกไปหน้าบ้าน พงษ์ทั้งกลัวทั้งงง พึมพำ “มันเป็นอะไรของมันวะ”

พงษ์ตามออกไปแต่โชคหายไปแล้วเหลือแต่เสียงหมาหอนแว่วมาน่ากลัว จนพงษ์โกยแน่บไป

หุ่นนักยิงธนูปรากฏขึ้น มองตามพงษ์ไปด้วยสายตาน่ากลัว

ฝ่ายเดช ปลอบใจอารีย์ไปอย่างนั้น แต่ตัวเองแอบไปหาพิไลที่บ้าน เอาเงินให้จำนวนหนึ่งบอกให้เอาไปตั้งตัวทำมาหากินขอให้รับปากว่าจะไม่มาที่บ้านตนอีก แต่พิไลกลับคิดว่าเขายังมีเยื่อใย จึงพยายามอ่อยกราบที่อกขอบคุณ ถูกเดชดันตัวออกไปแล้วรีบกลับ พิไลมองตามยิ้มอย่างหมายมาด

“แค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าพี่ยังไม่ลืมฉัน หึ! นังอารีย์ แกรีบเสวยสุขไปเถอะ เพราะอีกไม่นานฉันจะทวงผัวฉันคืน!”

ooooooo

คืนนี้ พอเดชกลับบ้านเจออารีย์นั่งรออยู่ปรารภว่าตนอดคิดเรื่องพิไลไม่ได้ เดชปลอบใจว่า รับรองว่าพิไลจะไม่มีวันเข้ามาวุ่นวายในชีวิตเราอีก

อารีย์มองหน้าถามว่าทำไมถึงมั่นใจ เดชพลั้งปากว่าเพราะพิไลรับปากตนแล้ว อารีย์จับได้ว่าเดชไปหาพิไล แม้เขาจะบอกว่าขับรถไปเจอโดยบังเอิญก็ตาม อารีย์เสียใจเข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอน เดชพยายามไปเรียกให้ออกมาคุยกัน

“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันจะไหว้พระ อย่าเพิ่งรบกวนได้ไหมคะ” อารีย์พยายามข่มเสียงให้เป็นปกติ

ความสะเทือนใจคิดว่าเดชยังแอบพบปะกับพิไลทำให้อาการโรคหัวใจของอารีย์กำเริบ เจ็บหน้าอกจนต้องเกาะโต๊ะอาหารขณะช่วยชิ้นจัดโต๊ะ เดชกับอัมรามาเจอพอดี ทั้งสองตกใจมากรีบเข้าประคองไว้ทัน

“ชิ้นไปชงยาหอม อัมตามพรรณมาเร็ว พ่อจะรีบโทร.ตามรถพยาบาล” เดชวิ่งไปอีกห้องเพื่อโทรศัพท์

อารีย์หายใจไม่ออกพยายามส่งเสียง “ช่วย...ด้วย...” ในสายตาที่พร่าเลือนนั้น อารีย์เห็นนางพยาบาลยืนอยู่ อารีย์บอกว่าตนหายใจไม่ออก พยาบาลพรรณีนั่นเอง เธอปรากฏตัวมาดูแลอารีย์ตามหลักการปฐมพยาบาล อัมรากับพรรณรายวิ่งกลับเข้ามาเดชวิ่งตามมาอีกคน ทุกคนตกใจมองอารีย์ที่หายใจไม่ออก แต่ก็ยังมีสติพยายามทำตามที่พยาบาลพรรณีบอก

ooooooo

กลางวันนี้เอง สันติกับอาทรก็มาเยี่ยมอารีย์ที่โรงพยาบาล อารีย์ขอบใจถามว่ารู้ได้อย่างไรถึงได้มาเยี่ยม

“พรรณบอกพี่ออยเองค่ะแต่ไม่คิดว่าจะพาเพื่อนมาด้วย ไม่รีบกลับไปช่วยงานที่วัดรึไง” พรรณรายปรายตาไปทางสันติ ถูกเดชปรามว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวพี่เขามากไปแล้ว

“ไม่เป็นไรครับเพราะผมเป็นเด็กวัดก็ต้องช่วยงานวัดจริงๆ คุณพรรณรายพูดถูกแล้วครับ” สันติเอ่ยยิ้มๆ อารีย์ถามอย่างสนใจว่าต้องทำอะไรบ้างล่ะ “ทำความสะอาดวัด ตักน้ำให้หลวงตาแล้วก็พระรูปอื่นๆอาบ

งานทั่วๆไปทุกอย่างเท่าที่จะทำได้น่ะครับ”

“โอ้โห...หนักเหมือนกันนะ แสดงว่าเธอเป็นคนที่แบ่งเวลาเก่ง เพราะอาเห็นผลการเรียนของเธอดีมาก” เดชชมแล้วหันบอกพรรณราย “ลูกคงต้องดูพี่อาร์ตเขาเป็นตัวอย่างแล้วล่ะ”

พรรณรายทำหน้าหมั่นไส้ แล้วเปลี่ยนเรื่องบอกอารีย์ว่าทำตนตกใจหมดเลย อารีย์บอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไรจะตกใจทำไม ดีที่ได้นางพยาบาลที่เดชตามมาช่วยสอนวิธีให้หายใจ ไม่อย่างนั้นคงแย่เหมือนกัน

ทั้งเดชและอัมราต่างงงว่าเดชตามนางพยาบาลมาเมื่อไหร่ เมื่อทุกคนยืนยันว่าไม่ได้ตามนางพยาบาลมา พรรณรายถามว่าคุณแม่ฝันไปหรือเปล่า อารีย์ยืนยันว่าตนไม่ได้ฝันเพราะเห็นทั้งเดชและพรรณรายกับอัมรายืนอยู่รอบตัว

พอดีหมอเข้ามา อารีย์ถามว่าตนกลับบ้านได้แล้วใช่ไหม หมอบอกให้นอนพักสักคืนถ้าไม่มีอะไรพรุ่งนี้หมอจะให้กลับ พอหมอออกไป ทั้งเดชและอัมราต่างมองอารีย์อย่างแปลกใจ

เมื่อเดชออกไปพบหมอ จึงรู้ว่าอารีย์เป็นโรคหัวใจ หมอแนะนำว่าตอนนี้ต้องดูแลคนป่วยให้ดีอย่าให้มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจ อาการของโรคก็จะไม่กำเริบ แล้วหมอก็ขอตัวไปจัดยาให้

ooooooo

รุ่งขึ้นเมื่อพบกับสันติที่โต๊ะของกลุ่มที่มหาวิทยาลัย อัมราขอโทษแทนพรรณราย สันติบอกว่าไม่เป็นไรตนไม่เคยโกรธคนที่พูดเรื่องจริง ถ้าเขาโกหกสิถึงจะน่าโกรธ

อัมราอยากจะถามเขาเรื่องหุ่นนางพยาบาล แต่พอดีอาทรกับนุชนารถซื้อน้ำส้มกลับมา อาทรทำเป็นหยอกว่าไม่ได้ซื้อเผื่อสันติ แต่ที่แท้ซื้อมาแล้วแกล้งอำสันติเล่นเท่านั้น ทั้งหมดเลยหัวเราะกัน ในที่สุดอัมราก็ไม่ได้ถามสันติเรื่องนางพยาบาล

เมื่อเข้าห้องปั้น เดชถามสันติ อาทร และจุ๊บว่าได้แบบที่จะปั้นหรือยัง อาทรอยากให้ปั้นรูปสัตว์ แต่สันติกับจุ๊บอยากให้ปั้นรูปคน เสนอให้ปั้นรูปเพทายที่เป็นดาราดังในปัจจุบัน เดชเห็นด้วยแต่หนักใจว่าจะติดต่อเธอได้ยังไง?

เพื่อให้อารีย์ได้พักผ่อนอาการโรคหัวใจจะได้ดีขึ้น เดชจึงนัดบ้านบุญเรือนไปพักผ่อนชายทะเลกัน อาทรจึงชวนสันติไปด้วย ขณะเดชบอกให้สันติช่วยกันยกกระเป๋าขึ้นรถนั้น สันติเห็นอ๊อดวิ่งไปที่ประตูที่หุ่นเด็กยืนอยู่ หุ่นเด็กถามว่าจะไปเที่ยวทะเลกันหรือ อ๊อดพยักหน้าถามว่าพีทชอบทะเลไหม

“ชอบสิ เราชอบว่ายน้ำ แต่เราว่ายไม่เก่งเราเลยจมน้ำ” อ๊อดถามว่าแล้วใครช่วยไว้ล่ะ พีทไม่ทันตอบ อัมราก็มาเร่งอ๊อดให้ขึ้นรถ อ๊อดจึงวิ่งกลับมา สันติถามอ๊อดว่าไปทำอะไรที่หน้าบ้าน อ๊อดบอกว่าเห็นเพื่อนที่เจอกันที่มหาวิทยาลัยไม่รู้ว่าบ้านเขาอยู่แถวนี้ สันติมองไปที่ประตูก็ไม่เห็นใครแล้ว พอดีอัมราเร่งอ๊อดให้รีบขึ้นรถ เดชบอกชิ้นให้ดูแลบ้านให้ดี

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เที่ยวให้สนุกนะคะ” ชิ้นรับปากแข็งขัน

รถออกไปได้ไม่ทันไร ผอบก็ขับรถปาดหน้าจนเดชต้องเบรกกะทันหัน ผอบลงจากรถมาบอกว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วย พรรณรายกีดกันว่ารถเต็มแล้ว ผอบบอกว่าตนขับรถไปกันเองได้ บุญเรือนบอกว่าห้องพักจองไว้ไม่พอ ผอบก็บอกว่าตนกับลูกกินง่ายอยู่ง่ายตรงไหนก็นอนได้บอกเดชให้ไปกันเถอะ แต่อย่าขับรถเร็วนัก แล้วเร่งพงษ์ให้รีบขึ้นรถ

พอรถสองคันขับตามกันไป ที่ห้องหุ่นก็มีการเคลื่อนไหวทันที บรรดาหุ่นที่อยู่ในอิริยาบถของตัวเองสบายๆ ก็พากันขยับจ้องตามรถไปอย่างน่ากลัว...

เวลาเดียวกัน พิไลถูกเทิดขโมยเงินที่เดชให้ไปจนหมด พอทวงถามก็ถูกเทิดข่มขู่ว่าเดี๋ยวนี้ริอ่านซ่อนเงินหรือ พอพิไลบอกว่าเป็นเงินที่เดชให้มาตั้งตัว เทิดแสยะยิ้มถามว่าพิไลทำตามที่ตนบอกแล้วใช่ไหม สั่งให้ไปเอาเงินจากเดชอีก เอามาเยอะๆ เผื่อตนด้วย แล้วหัวเราะร่าออกไปร้านเหล้า

“ไอ้ชั่ว! ไอ้สารเลว!! หมดกัน เงินที่พี่เดชให้ฉัน” พิไลนั่งร้องไห้อย่างแค้นใจ

ooooooo


เมื่อไปถึงบ้านพักชายทะเล ทุกคนช่วยกันยกกระเป๋าลงจากรถเข้าที่พัก ผอบรีบเข้าไปดูด้านในแล้วพรวดออกมาถาม

“ตายจริง มีแค่สี่ห้องนอนเองเหรอคุณพี่ คนตั้งเยอะจะนอนกันยังไง”

“ไหนคุณป้าว่าเป็นคนกินง่ายนอนง่ายไงคะ มาโดยไม่ได้รับเชิญแบบนี้ ก็คงต้องนอนห้องรับแขกล่ะค่ะ” พรรณรายพูดอย่างหมั่นไส้ ผอบพูดไม่ออก พงษ์มองพรรณรายอย่างเจ็บใจ

เดชเข้ามาแก้สถานการณ์ จัดให้อ๊อดนอนกับพ่อกับแม่ พงษ์นอนกับออยและอาร์ต ส่วนผอบนอนกับอัมราและพรรณราย ถามว่าคงไม่อึดอัดใช่ไหม

พรรณรายมีปฏิกิริยาทันที บ่นว่าคุณพ่อจัดให้ป้าผอบมานอนกับตนทำไมก็ไม่รู้ พูดมากแบบนี้ตนหูชาแน่ ถูกเดชดุว่าพูดถึงผู้ใหญ่แบบนี้ไม่ดี เรามาเที่ยวสนุกๆ อย่าให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมาทำให้หมดสนุก แล้วเร่งให้เอากระเป๋าเข้าห้องพักกัน

“ก็ได้ค่ะก็ได้...ไปยัยอัมเอาของไปเก็บแล้วไปเล่นน้ำทะเลกัน พี่ออยคะเดี๋ยวไปเจอกันชายหาดนะคะ” พรรณรายนัด

ooooooo


อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 4 วันที่ 26 ก.ย. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ