อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 4 วันที่ 27 ก.ย. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 4 วันที่ 27 ก.ย. 58

เมื่อไปเจอกันที่ชายหาด พรรณราย อัมราและอาทรต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกัน สองสาวไม่ชอบผอบส่วนอาทรไม่ชอบพงษ์ อาทรถามสันติว่าคิดยังไง

“ฉันเฉยๆนะ เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรา เราจะไปไม่ชอบเขาทำไม คิดแบบนั้นก็จะมีแต่ทำให้เราไม่สบายใจไปเปล่าๆ”

พรรณรายบ่นอย่างหมั่นไส้ว่านึกว่ามีพระมาด้วย อัมราติงว่าพี่อาร์ตแค่อธิบายเท่านั้น



“ไม่รู้อะไรแล้วอย่าพูดดีกว่า พี่ออยรู้ไหมวันก่อนไอ้พงษ์บ้านั่นมันมาจับมือพรรณด้วยล่ะ”

“จริงเหรอคะพี่พรรณ ตอนงานคุณแม่ก็ทำรุ่มร่ามกับอัมเหมือนกัน”

อาทรโพล่งว่าแบบนี้ชักไม่สวยเสียแล้ว พรรณรายเสนอทันทีว่าเรามาเล่นงานสองแม่ลูกนั่นเอาให้กลับกรุงเทพฯไปเลยดีไหม อาทรเห็นด้วยว่า ต้องสั่งสอนเสียบ้างจะได้เข็ด

“ไม่เอาน่าออย...เราเรียกเขามาคุยกันดีๆก็ได้นี่ ไปแกล้งเขามันบาปนะออย”

พรรณรายหมั่นไส้ไล่สันติให้ไปบวชเสีย แต่อัมราเห็นด้วยกับสันติว่าอย่าไปแกล้งเขาเลย

“เชอะ! ทำตัวเป็นพระเอกนางเอกอยู่ได้ คนอย่างนายพงษ์มันต้องเล่นแรงๆ ถึงจะเข็ด” พรรณรายเชอะใส่อย่างหมั่นไส้

พลันอัมราก็ชะงักมองไปที่ชายหาดบอกทุกคนอย่างตื่นเต้นว่า

“ดูนั่นสิคะ เขากำลังถ่ายแบบกันอยู่นี่ ไปดูกันดีกว่า”

ทุกคนมองไป เห็นเพทายในชุดว่ายน้ำค่อนข้างเซ็กซี่กำลังถ่ายแบบ อาทรเห็นถึงกับอุทาน “คุณเพทาย...” แล้วพากันไปยืนดูห่างๆ อาทรพึมพำ “หุ่นดีเป็นบ้า”

ช่างภาพบอกเพทายว่า เพอร์เฟกต์มาก เพทายบอกว่าหมดชุดนี้ตนขอพักก่อนเพราะเหนื่อยมากเลย

“โอเคครับ...” ช่างภาพรับคำแล้วตะโกนบอกทีมงาน “ให้คุณเพทายพักก่อน เตรียมเสื้อผ้าเซตต่อไปด้วย”

ooooooo

เพทายเดินแยกไปจากทีมงาน สันติ อาทร อัมรา และพรรณรายยังยืนดูอยู่ห่างๆ จู่ๆอาทรก็บอกเพื่อนๆ ว่าเดี๋ยวมานะ แล้วจะผละไป สันติรั้งไว้ถามว่าจะไปไหน

“อ้าว...ก็ไปขอให้คุณเพทายเป็นแบบให้พวกเราปั้นน่ะสิ” พรรณรายบอกว่าอย่าเสียเวลาเลย ท่าทางหยิ่งเสียขนาดนั้น เธอไม่ยอมเป็นแบบให้หรอก อาทรบอกว่าไม่ลองก็ไม่รู้ แล้ววิ่งไปเลย พรรณรายกระฟัดกระเฟียดกับอัมราว่าสนใจอะไรแม่ดาราคนนั้นนักหนาตนชักจะโกรธแล้วนะ

อัมราบอกพี่สาวให้ใจเย็นๆ เพราะอาทรคงแค่ไปขอให้เพทายมาเป็นแบบปั้นหุ่นประกวดเท่านั้น แต่พรรณรายไม่พอใจวิ่งตามอาทรไป สันติบอกอัมราว่าปล่อยเขาสองคนเถอะ ดื้อพอๆกันห้ามไปก็ไม่ฟัง แล้วชวนอัมราไปเดินเล่นกันดีกว่า

อาทรวิ่งไปยังรถที่เพทายพักผ่อนอยู่ เธอเปิดประตูรถนั่งจิบน้ำส้มอย่างเป็นส่วนตัว อาทรวิ่งไปใกล้ก็ร้องเรียก เพทายหันมองพูดเบื่อๆ ว่าถ้าจะมาขอลายเซ็นหรือถ่ายรูปก็ไว้วันหลังเถอะตอนนี้ตนเหนื่อยมาก

พออาทรบอกว่าจะมาขอให้เธอเป็นแบบปั้นหุ่น ถูกเพทายมองขวับถามเสียงเข้มว่าอะไรนะ อาทรชี้แจงว่า

“ผมชื่ออาทรเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ตอนนี้มีการจัดโครงการประกวดปั้นหุ่น ผมเลยอยากขอร้องให้คุณเพทายช่วยเป็นแบบให้กลุ่มเราน่ะครับ”

“นี่พ่อหนุ่มน้อย ฉันมีคิวถ่ายละครถ่ายแบบเกือบทุกวัน ไม่มีเวลามาร่วมกิจกรรมเด็กๆของเธอหรอกนะ” พูดแล้วจะปิดประตูรถ อารทรรีบจับประตูไว้พยายามจะคุยอีก เลยถูกเอ็ด “เอ๊ะเธอนี่ หลีกไป ฉันกำลังพักผ่อนอยู่ไม่เห็นเหรอ ไม่มีมารยาทเลย”

พรรณรายตามมาถึงพอดี ได้ยินก็เป็นเรื่องทันที ถามว่าใครไม่มีมารยาทกันแน่ แล้วใส่เป็นชุดเย้ยว่าแค่เป็นดาวโป๊ที่ใช้เต้าไต่ขึ้นมาความสามารถก็ไม่มี เพทายถูกด่าและดูถูกก็ตะโกนบอกทีมงานให้มาเอาเด็กบ้านี่ออกไปที

พอถูกด่าว่าเด็กบ้า พรรณรายเลยยิ่งบ้าจะเข้าไปเอาเรื่องเพทาย ถูกทีมงานดึงไว้ก็ยิ่งดิ้นพล่าน อาทรได้แต่ร้องเรียกเตือนสติแต่พรรณรายหูอื้อตาลายแล้ว ดิ้นพล่านร้องลั่น ในขณะที่เพทายทำเชิดเดินไปทางชายหาด ปล่อยให้ทีมงานดึงทึ้งพรรณรายอุตลุดอยู่ตรงนั้น

สันติชวนอัมราเดินเล่นชายหาดด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกัน เดินไปเห็นเพทายเดินเล่นอยู่ชายหาดอย่างอารมณ์เสีย แต่พอเห็นสันติ เธอก็ชะงักมองเขาอย่างสนใจมาก สันติเองก็เผลออุทาน “คุณเพทาย...”

“รู้จักฉันด้วย เป็นแฟนละครฉันเหรอจ๊ะ” เพทายยิ้มแย้มแจ่มใสทักถาม สันติบอกว่าไม่ใช่ ตนไม่เคยดูละครเพราะตนอยู่วัด เพทายทำเสียงตื่นเต้นถามว่างั้นรู้จักตนได้ยังไง สันติจึงชี้แจงว่า “ผมเป็นนักศึกษา พวกเราจะปั้นหุ่นประกวด เพื่อนผมเสนออยากปั้นคุณเพทาย เพราะคุณเพทายมีหน้าตาและสรีระที่สวยสมบูรณ์มากครับ”

เพทายถามว่างั้นก็เป็นเพื่อนกับคนเมื่อกี๊ที่มาสิ คนนั้นพูดจาไม่เข้าหูตนเลยปฏิเสธไปแล้ว สันติหน้าเจื่อนขอโทษแทนเพื่อนและขอตัว เพทายรีบถามว่าไม่อยากได้ตนเป็นแบบแล้วหรือ สันติบอกว่าอยากได้แต่เมื่อเธอตัดสินใจแล้วตนก็ต้องเคารพการตัดสินใจนั้น

เพทายมองอัมราถามว่านั่นแฟนเขาหรือ สันติบอกว่าไม่ใช่เป็นรุ่นน้องในมหา’ลัย เพทายนัดว่างั้นพรุ่งนี้ไปหาตนที่โรงแรมแล้วตนจะให้คำตอบ สันติดีใจหันบอกอัมราว่าเพทายให้พบเราน่าจะมีโอกาส แต่อัมราเดินหนีไปแล้ว...

“น้องอัม...น้องอัม...อ้าว...เป็นอะไรไป” สันติพึมพำงงๆ แล้วรีบตามไป

ooooooo

สันติเดินตามร้องถามว่าเป็นอะไร ก็พอดีพงษ์เข้ามาแทรกบอกอัมราว่าตนเช่าจักรยานมากำลังหาคนซ้อนท้ายพอดี ชวนนั่งรถเล่นเลียบชายหาดกันไหม

“น้องอัมคงไม่ไปหรอกครับ เพราะเพิ่งกลับมาจากชายหาด” สันติเอ่ย พงษ์สวนทันทีว่าให้น้องอัมเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่าไหม สันติมองอัมราลุ้นด้วยสายตาให้เธอปฏิเสธ แต่เธอกลับตอบพงษ์ว่า

“ดีเหมือนกันนะ นั่งซ้อนจักรยานชมชายหาดคงน่าสนุกกว่าเดินเยอะเลย ไปกันเถอะค่ะพี่พงษ์” แล้วรีบขึ้นซ้อนท้ายจักรยานเลย พงษ์ยิ้มเย้ยสันติที่ยืนมองอัมราอย่างเป็นห่วง

พงษ์ขี่จักรยานพาอัมราไปยังที่เปลี่ยว อัมราเอะใจชวนไปชายหาดทางโน้นดีกว่า พงษ์พูดอย่างย่ามใจ ว่าเพราะมันเงียบตนถึงพามา อัมราเสียงแข็งว่าถ้าไม่ขี่รถกลับตนจะเดินดีกว่า

“ไม่เอาน่า พี่ไม่ทำอะไรน้องอัมหรอก ก็แค่อยากคุยด้วยเงียบๆ” พงษ์ลงจากรถดึงมืออัมราไว้ ยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง สันติก็ตามมาถึงสั่งให้พงษ์ปล่อยมือน้องอัมเดี๋ยวนี้ พงษ์ชะงัก อัมราฉวยโอกาสสะบัดหลุดวิ่งไปหาสันติ สันติปรามพงษ์ว่า

“อย่าทำรุ่มร่ามกับน้องอัม ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” พงษ์ด่าว่าแส่อะไรด้วย ตามมาทำไม อัมรา เร่งให้สันติพาตนกลับ สันติปรามพงษ์ว่า “ถ้าคุณไม่ถอยไป คุณอาเดชรู้เรื่องนี้แน่ แล้วผมก็เชื่อว่าคุณอาคงไม่พอใจมาก”

“ถุยไอ้หน้าอ่อน ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง ฝากไว้ก่อนเถอะวะ” พงษ์เตะอากาศพูดอาฆาตแล้วผละไป

อัมราขอบคุณที่สันติมาช่วยตน เขาถามว่าน้องอัมโกรธตนเรื่องอะไร จึงรู้ว่าเธองอนที่เขาบอกเพทายว่า ตนเป็นแค่น้องในมหาวิทยาลัย สันติหัวเราะชี้แจงว่า

“พี่ไม่บอกว่าน้องอัมเป็นน้องสาวก็เพราะไม่อยากให้ใครมองน้องอัมเสียหาย เพราะน้องอัมยังเรียนหนังสืออยู่ พี่เป็นผู้ชายนะไม่เป็นไรหรอก แต่พี่ห่วงน้องอัม”

“ทำไมพี่อาร์ตคิดมากจัง เรื่องรวยจนก็ทีแล้ว อัมไม่เห็นสนใจเลย ถ้าพี่อาร์ตพูดเรื่องพวกนี้อีก อัมจะโกรธจริงๆด้วย...ว่าไงคะ สัญญาไหมว่าจะไม่พูดแบบนี้อีก”

“ครับ...” สันติรับคำยิ้มอย่างประทับใจในความ น่ารักของอัมรา แต่พออัมราขึ้นบ้าน สันติเตือนตัวเองตามเคยว่า

“ยังไงน้องอัมก็เป็นดอกฟ้า เรามันแค่หมาวัด”

ooooooo

พรรณรายไม่พอใจเพทายมาก ทั้งบ่นทั้งด่าและดูถูกเธออยู่ที่ระเบียงว่าทำเป็นเชิดที่แท้ตัวเองก็ใช้เต้าไต่ขึ้นมา ทั้งยังมีเสียงซุบซิบว่าเสี่ยเลี้ยง รถที่ใช้ก็เสี่ยซื้อให้

ทั้งอารีย์และเดชต่างเตือนและปรามพรรณรายว่าพูดจาน่าเกลียด เหล่านั้นมันเรื่องส่วนตัวของเขาเราไม่มีสิทธิ์ไปวิพากษ์วิจารณ์ให้เขาเสียหาย เดชบอกอาทรกับสันติว่า พรุ่งนี้ตนจะไปด้วยก็แล้วกันจะได้ไปช่วยพูดด้วย

พรรณรายถามว่าทำไมต้องให้ความสำคัญกับแม่นั่นขนาดนี้ด้วย อัมราเห็นทีพี่สาวจะไม่ยอมเลิกจึงชวน ไปอาบน้ำกันดีกว่า พออัมราลากพรรณรายไปแล้ว ผอบเปรยขึ้นว่า

“หนูพรรณรายกับอัมราเนี่ย นิสัยต่างกันมากเลยนะคะ ถ้าไม่รู้ว่าเป็นลูกคุณเดชทั้งคู่ ต้องคิดว่าไม่ใช่พี่น้องกันแน่ๆ”

เดชกับอารีย์เผลอมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นพงษ์แค้นใจที่ถูกสันติขวางตน คืนนี้จึงไปดักพบสันติที่ชายหาดถามว่าเขาชอบน้องอัมหรือ หัดเจียมตัวเสียบ้าง ตัวเองเป็นแค่เด็กวัดคิดจะเด็ดดอกฟ้าไม่หวังสูงไปหน่อยหรือ ประกาศว่า

“ขอบอกไว้ก่อน น้องอัมน่ะ ฉันจีบอยู่ แล้วผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นดีด้วย เพราะฉะนั้นฉันว่านายน่าจะรู้นะว่าควรทำตัวยังไง”

“ผมรู้ดีว่าผมควรทำตัวยังไง ผมเองก็อยากพูดกับคุณเรื่องน้องอัมอยู่เหมือนกัน ผมอยากให้คุณให้เกียรติน้องอัมด้วย ถ้าผมรู้ว่าคุณทำรุ่มร่ามกับน้องอัมอีก คนที่ต้องออกแรงน่าจะเป็นผม”

พงษ์ด่าสันติว่าทำเป็นคนดีที่แท้ก็หมายเกาะชายกระโปรงน้องอัม สันติย้อนว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่เขาอาจจะไม่แน่ พงษ์อวดรวย บอกว่าตนรวยกว่าเด็กวัดอย่างเขาเยอะ สันติย้อนว่าสมัยนี้คนรวยแต่เปลือกมีเยอะ เขาก็อาจเป็นหนึ่งในนั้นใครจะรู้

“อ้าว...พูดแบบนี้ก็สวยสิ” พงษ์พุ่งเข้าใส่สันติทันที สันติหลบไม่อยากมีเรื่องแต่พงษ์ก็ไม่เลิก ซ้ำยังชักมีดออกมาจะแทงสันติ แต่หุ่นนักยิงธนูมายึดแขนพงษ์บิดจนมีดร่วงจากมือแล้วผลักพงษ์กระเด็น หุ่นนักยิงธนูหยิบมีดขว้างไปปักข้างตัวพงษ์ พงษ์ตกใจตาเหลือกลุกได้ก็วิ่งอ้าวไป

สันติเดินไปหยิบมีดอย่างคิดไม่ถึงว่าพงษ์จะใช้ความรุนแรงขนาดนี้ เขาหันมาขอบคุณหุ่นนักยิงธนูแต่ไม่เห็นแล้ว เขามองหาบ่นงึมงำ “หายไปไหนเร็วจัง”

ooooooo

ผอบร้อนใจจะให้พงษ์จับอัมราให้ได้ เช้านี้เห็นเดชกับอารีย์นั่งคุยกันอยู่ที่ระเบียงก็แจ๋เข้าไปร่วมวงบอกว่ามีอะไรจะปรึกษาหน่อย

ผอบบอกว่าดูท่าทางพงษ์จะชอบอัมราตนจึงอยากจะขอหมั้นไว้ก่อน เดชติงว่ามันเร็วไปและอัมราก็ยังเด็กมากและเรียนหนังสืออยู่ด้วย กระนั้นผอบก็ยังรบเร้าบอกว่าแค่หมั้นกันไว้เท่านั้นเอง

“การหมั้นหมายถึงการผูกมัด ครอบครัวผมไม่นิยมบังคับใจลูก ถ้าพงษ์ชอบอัมราจริงก็น่าจะรอได้ เอาไว้ให้อัมราเรียนจบก่อนค่อยมาคุยกันดีกว่า” แล้วชวนอารีย์ไปเดินเล่นกัน พงษ์ที่ฟังอยู่ด้วยถามผอบว่าแบบนี้ตนก็หมดหวังใช่ไหม

“ไม่ต้องห่วง ใช้ไม้อ่อนไม่ยอมคงต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะ” พงษ์ถามว่าแม่หมายความว่ายังไง “คอยดูฝีมือแม่ก็แล้วกัน” ผอบจิกตามองตามเดชกับอารีย์ไปอย่างหมายมาด

เช้านี้ เดช สันติ และอาทร ไปหาเพทายที่โรงแรมตามที่เธออนุญาตไว้ พอเพทายเปิดประตูห้องก็มองอย่างไม่ชอบใจเมื่อเห็นสันติมากันหลายคน

“พาใครมาเยอะแยะ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าให้เธอมาคนเดียว”

“นี่อาจารย์เดช สัตยาภา อาจารย์ที่ปรึกษาของโครงการเราครับ” สันติแนะนำ เดชเอ่ยอย่างสุภาพมากว่า

“สวัสดีครับคุณเพทาย ต้องขอโทษด้วยที่ผมมารบกวน ผมอยากมาขอบคุณคุณเพทายที่เห็นคุณค่าของงานศิลปะและกรุณาสละเวลาอันมีค่าเป็นแบบให้กับนักศึกษาของเรา ผมขอรับรองด้วยเกียรติว่า นักศึกษาจะตั้งใจปั้นหุ่นคุณเพทายออกมาให้ดีที่สุดครับ”

เพทายอึ้ง เงียบ แต่สีหน้าไม่พอใจ

เมื่อกลับมาปรึกษากันที่บ้านพักชายทะเล อัมราคาดว่าคงจะยากเพราะขนาดคุณพ่อไปเองเธอก็ยังไม่ยอมรับปาก อาทรเสนอว่าตื๊ออีกหน่อยคงจะได้ แต่เดชมองออกว่าเพทายอยากให้อาร์ตเป็นคนปั้น อาทรแซวว่าเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะ

“ก็หล่อนไม่รู้น่ะสิว่าเป็นเด็กวัด” พรรณรายโพล่งขึ้น เลยถูกเดชดุว่าพ่อเคยเตือนหลายครั้งแล้ว ก่อนพูดอะไรให้หัดคิดเสียบ้าง สั่งให้ขอโทษสันติเดี๋ยวนี้ แต่พรรณรายยังเชิด เฉย สันติบอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องขอโทษ ตนไม่โกรธจริงๆ

พรรณรายลุกพรวดขึ้นชวนทุกคนไปเที่ยวเกาะกันดีกว่าเพราะลุงติดต่อเรือไว้แล้ว อาทรเห็นด้วยแต่ไม่รู้ว่าผอบกับพงษ์จะไปด้วยหรือเปล่า พรรณรายไม่อยากให้ไปให้เสียบรรยากาศ เดชปรามว่าทำอย่างนั้นได้ไง

“ก็เขาไม่อยู่กันนี่คะ ไม่รู้หายไปไหนตั้งแต่เช้า ไปกันเถอะ” พรรณรายตัดบทฉุดมืออาทรไปไม่สนใจเดชที่มองปรามอยู่ เดชมองอย่างอ่อนใจแต่ก็พยักหน้าให้ทุกคนลุกตามไป

ไปเที่ยวเกาะกลับมา ทุกคนแปลกใจที่มีอาหารน่ากินจัดไว้เต็มโต๊ะ แปลกใจว่าใครทำไว้ ผอบออกมา บอกว่าตนกับพงษ์ช่วยกันเตรียมอาหารไว้กำลังร้อนๆเลย

อารีย์ขอโทษที่ไม่ได้อยู่ช่วยเตรียมอาหาร ผอบบอกว่าตนกับพงษ์ออกไปซื้อของมาทำอาหารแทนการขอบคุณที่อารีย์กับเดชให้ตนกับลูกมาเที่ยวด้วย แล้วเร่งให้ทุกคนมาทานกัน ตักโน่นนี่นั่นให้คนโน้นคนนี้อย่างกระตือรือร้น

หลังจากทานอาหารไม่นาน ทุกคนหลับกันเป็นตาย พงษ์ชมว่ายานอนหลับของแม่นี่ออกฤทธิ์เร็วดีจัง ผอบเร่งพงษ์ให้รีบไปจัดการอัมราเสีย สิ้นเสียงผอบก็มีลมพัดวูบเข้ามาจนผอบบ่นว่าทำไมจู่ๆอากาศถึงเย็นยะเยือกขึ้นมาแบบนี้ แล้วผอบก็บ่นหัวเสียเมื่อได้ยินเสียงไม้ตะพดกระแทกพื้นบันไดขึ้นว่า บ้าจริง ใครมาตอนนี้

แล้วผอบก็ผงะ เมื่อมองไปเห็นท่านเจ้าคุณยืนอยู่ตรงหน้าแล้วพุ่งเข้าใส่ผอบทันที

ท่านเจ้าคุณเข้าสิงร่างผอบ แล้วไปขัดขวางพงษ์ที่กำลังจะลวนลามอัมรา ห้ามไม่ฟังก็ถูกฟาดจนน่วม พงษ์ทั้งตกใจทั้งงงรีบหนีออกจากห้อง ไปเจอผอบยืนอยู่ สองแม่ลูกถามกันว่าเกิดอะไรขึ้น

พอผอบเล่าว่ามีคนแก่ถือไม้ตะพดมาที่นี่ พงษ์จำได้ทันทีว่าเป็นคนเดียวกับที่ตนเจอที่บ้านเดช พอรู้ว่าถูกผีหลอกสองแม่ลูกก็พากันเผ่นกลับกรุงเทพฯในคืนนั้นเลย

เช้าวันรุ่งขึ้น เดชกับดำเกิงมานั่งคุยกันที่ระเบียงบ้านพัก ดำเกิงบอกเดชว่าเมื่อคืนตนนอนหลับสนิทดีจริงๆ เดชบอกว่าตนก็เหมือนกันหลับไปตอนไหน ไม่รู้ตัวเลย พอพวกเด็กๆมาที่ระเบียง อารีย์ถามว่าแล้วน้าผอบกับพงษ์ล่ะ อัมรากับอาทรบอกว่าทั้งน้าผอบและพงษ์ไม่อยู่ในห้อง

ครู่เดียวบุญเรือนก็ได้รับโทรศัพท์จากผอบ ฟังแล้วบุญเรือนบอกทุกคนว่า

“คุณผอบโทร.มาค่ะ เขากลับกรุงเทพฯกันไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว บอกมีธุระด่วนเห็นพวกเราหลับเลยไม่บอก”

“เออ...สองแม่ลูกนี่ก็พิลึกจริงๆเสียด้วย อยากจะมาก็มา อยากจะกลับก็กลับ แต่ก็ช่างเขาเถอะ ไป...เรา ไปทานอาหารเช้ากัน แล้วเตรียมตัวเดินทางกันดีกว่า” ดำเกิงตัดบท ทุกคนเลยไม่มีใครสนใจผอบกับพงษ์อีก

ooooooo

วันนี้เดชอธิบายขั้นตอนการวัดสัดส่วนแบบเรียบร้อยแล้วก็ถึงขั้นตอนการปั้น

จุ๊บเพิ่งมาถึงหน้าห้องเลกเชอร์ เห็นสันติเดินออกมาก็ต่อว่าที่ไปเที่ยวทะเลไม่ชวนกันเลย อาทรบอกว่า เธอไม่สบายถึงชวนก็ไปไม่ได้อยู่ดี ถูกจุ๊บเอ็ดว่าตนขอพูดกับอาร์ต ก็พอดีเดชเดินมาถามว่าตกลงนัดเจอคุณเพทายอีกทีเมื่อไหร่ดี

“คุณเพทาย...นี่เราจะได้คุณเพทายเป็นแบบปั้นเหรอคะ” จุ๊บตื่นเต้นมาก สันติบอกว่ายังไม่รู้เลยว่า คุณเพทายจะยอมเป็นแบบให้หรือเปล่า เสนอว่าเราโทร.ไปนัดก่อนดีไหม เดชสรุปว่า

“ก็ดี...พรุ่งนี้อาว่างลองนัดดูนะ ถ้าได้อาจะไปด้วย ลองดูอีกที” สันติรับปากว่าได้เรื่องอย่างไรจะแจ้งให้คุณอาทราบ

แต่พอสันติ อาทร และจุ๊บไปพบเพทายที่โรงแรม เธอมองอาทรกับจุ๊บอย่างไม่พอใจ บอกสันติว่าวันนี้คงไม่มีเวลาให้พวกเธอแล้วล่ะ อ้างว่าพวกเขามาช้าตนมีถ่ายละครตอนบ่ายไว้วันหลังค่อยนัดใหม่แล้วกัน

แต่อึดใจเดียวก็มีเสี่ยเข้ามาในห้องมองสันติ อาทร และจุ๊บอย่างไม่พอใจ ถามว่าเด็กพวกนี้มาทำอะไรในห้อง เพทายบอกว่าพวกเขาจะมาขอให้ตนไปเป็นแบบปั้นหุ่น เสี่ยบอกให้ไล่ไปให้หมด วันนี้เสี่ยจะมารับหนูไปซื้อแหวนเพชร เร่งให้รีบไปแล้วเดินออกจากห้อง

เพทายมองเสี่ยอย่างร้อนใจแล้วหันไล่พวกสันติให้รีบไปเสียตนจะออกข้างนอก ทั้งสามลุกขึ้นงงๆ

ooooooo

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 4 วันที่ 27 ก.ย. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ