อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 6 วันที่ 30 ก.ย. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 6 วันที่ 30 ก.ย. 58

อาทร สันติ และจุ๊บเพิ่งมาถึงบ้านเดช อัมราถามว่าทำไมวันนี้ถึงมาช้ากัน จุ๊บรีบบอกว่าเพราะตนตื่นสายสันติเลยต้องรอนาน แล้วพูดยั่วอัมราว่า

“แต่อาร์ตน่ารักมากเลยไม่บ่นสักคน ไม่เหมือนนายออย บ่นตั้งแต่บ้านถึงตอนนี้ก็ยังไม่เลิกบ่นอีก ตาแก่!”

อัมราบอกให้ไปทานข้าวกันก่อน สันติบอกว่าตนทานมากับจุ๊บแล้ว อาทรเลยยกยอดตัวเองไปทานพร้อมกันมื้อเที่ยงก็แล้วกัน



พอถึงมื้อเที่ยง ทุกคนทานอาหารที่เตรียมไว้อย่างเอร็ดอร่อย แต่เพทายทำท่ากินไม่ลง เลยถูกพรรณรายแขวะว่ากินฟรีแล้วยังจะเรื่องมาก ทั้งสองเหมือนขมิ้นกับปูนเจอกันทีไรปะทะกันทุกที พรรณรายถูกเดชตบหน้าที่โต้เถียงเพทายอย่างไม่ลดละ ซ้ำยังให้เธอขอโทษเพทายด้วย พรรณรายขอโทษอย่างขอไปที เดชจึงบอกให้ทุกคนทานข้าวกันได้แล้ว

ระหว่างทานข้าว อัมราสังเกตท่าทีของสันติกับจุ๊บ ยิ่งเห็นเขาตักอาหารให้จุ๊บ อัมราก็ยิ่งเชื่อว่าทั้งสองสัมพันธ์กันเกินเพื่อน เธอก้มหน้าก้มตาทานอาหารอย่างข่มใจตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของอาทรที่มองอย่างสังเกต

ตกเย็นเมื่อเลิกงาน เพทายออกไปที่รถของตัวเอง ที่จอดอยู่นอกรั้ว เธอตกใจผงะเมื่อเห็นที่กระจกหน้ารถถูกเขียนด้วยสีเลือดว่า

“แกตาย!”

เพทายหันขวับมองไปในบ้านเดชอย่างแค้นสุดขีด คิดว่าถูกพรรณรายแกล้ง พรวดพราดกลับเข้าไปด่าทอพรรณรายว่าแกล้งตน เข้าไปเจออัมราเธอตวาดถามว่า “พี่สาวเธออยู่ไหน!” พออัมราบอกว่าอยู่ในห้องรับแขกกับคุณพ่อคุณแม่ เธอก็ลิ่วไปตบหน้าพรรณรายด่า “นังเด็กบ้า!” หาว่าพรรณรายเป็นคนเอาเลือดไปเขียนที่หน้ารถตน

พรรณรายบอกว่าตนไม่ได้ทำ เพทายไม่เชื่อ บอกเดชว่าจะไม่มาเป็นแบบให้อีกแล้วเดี๋ยวถูกยัยเด็กโรคจิตนี่ฆ่าตาย

“นังบ้า แกน่ะสิโรคจิต ฉันจะฆ่าแก” พรรณรายเดือดเลือดขึ้นหน้า ถูกเดชปรามว่าเลิกบ้าได้แล้ว “ไม่ค่ะ ไม่...พรรณจะฆ่ามัน มันใส่ร้ายพรรณ”

พรรณรายถูกเดชลากถูลู่ถูกังออกไปจากห้อง เพทายมองพรรณรายที่ถูกลากออกไปอย่างสาแก่ใจ

เดชลากพรรณรายเข้าไปขังไว้ในห้องหุ่น ปรามว่า

“สงบสติอารมณ์อยู่ในห้อง ห้ามออกไปจากห้องหุ่นจนกว่าพ่อจะอนุญาต ถ้าไม่เชื่อกันอย่าหาว่าพ่อใจร้ายนะพรรณราย” แล้วเดินออกจากห้องหุ่นไป พรรณรายกรีดร้องอย่างเจ็บใจจนบรรดาหุ่นเหลือบมองอย่างไม่พอใจ แต่เธอไม่เห็น

ooooooo

เป็นเรื่องใหญ่เมื่อเพทายไม่ยอมเป็นแบบให้อีก เดชขอร้องให้เธอกลับไปคิดอีกที สบายใจแล้วค่อยคุยกัน บอกให้เธอกลับไปก่อนตนจะทำความสะอาดรถแล้วค่อยไปส่งให้

เพทายมองไปที่สันติบอกเดชว่าให้สันติเอาไปส่งก็ได้ ให้เดชอยู่จัดการกับพรรณรายดีกว่า ชะม้ายไปทางสันติบอกว่าเดี๋ยวให้ขับรถไปส่งตนหน่อย จุ๊บโวยว่าแล้วตนจะกลับกับใครล่ะ อาทรพูดเสียงปนรำคาญว่า

“ก็กลับคนเดียวสิ ให้อาร์ตไปส่งคุณเพทายน่ะดีแล้ว จะได้กล่อมเธอ หรืออยากจะต้องเริ่มหานางแบบกันใหม่”

จุ๊บเลยจำต้องเงียบ

ฝ่ายพรรณรายอาละวาดอยู่ในห้องหุ่น เหลือบเห็นหุ่นเพทายที่เดชปั้นค้างอยู่ก็เจ็บใจ เมื่อทำคนไม่ได้ก็หันไปทำหุ่น พยายามผลักหุ่นจะให้ล้มแต่หุ่นก็ไม่ล้มจนเธองง ที่แท้หุ่นท่านเจ้าคุณเอาไม้ตะพดยันหุ่นไว้ไม่ให้ล้ม ท่านพึมพำว่า

“เธอนี่เกเรไม่เลิกนะพรรณราย”

แต่พรรณรายก็หาวิธีจะทำลายหุ่นให้ได้ ถูกหุ่นทับต้านพลังเธอไว้จนพรรณรายงงว่าเกิดอะไรขึ้น พูดอย่างแค้นใจว่า

“ให้มันรู้ไปว่าฉันจะทำลายแกไม่ได้!” พรรณรายทุ่มแรงเข้าทำลายหุ่นอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ถูกหุ่นทั้งหลายช่วยกันต้านช่วยกันแกล้งคืน จนพรรณรายแปลกใจ มองไปเห็นหุ่นทุกตัวจ้องมาที่ตนเขม็งก็ตกใจร้องว้ายแล้ววิ่งหนีออกจากห้องหุ่นไป

พรรณรายออกไปบอกอารีย์กับเดชว่าที่ห้องหุ่นมีผี เดชหาว่าเธอทำตัวเป็นเด็กเลี้ยงแกะ เดชก็ยังไม่เชื่อหาว่าเธอโกหกบอกว่าไม่ยอมอยู่ในห้องหุ่นก็ไม่เป็นไรงั้นให้ไปล้างรถของเพทายแทน อารีย์จะติงก็ถูกเดชตัดบทว่าอย่าเข้าข้างพรรณรายอีกเลย ถ้าเธอไม่อยากให้ลูกนิสัยเสียไปกว่านี้ ต่อไปตนจะจัดการเอง ทำให้อารีย์เริ่มเขวเหมือนกัน อัมราถามว่าคุณแม่เชื่อที่พี่

พรรณพูดหรือเปล่า จึงได้รับคำตอบแปลกๆว่า

“สงสัยแม่คงเลี้ยงยัยพรรณมาผิด ถึงได้เป็นอย่างนี้ เฮ้อ...”

ooooooo

สันติเอารถของเดชไปส่งเพทายที่คอนโด เพทายพยายามอ่อยสันติแต่เขาระมัดระวังตัวส่งเธอแล้วก็รีบกลับ พอลิฟต์มาสันติเห็นชายฉกรรจ์สองคนเดินเถียงกันออกจากลิฟต์ เขามองตามเห็นด้ามปืนโผล่จากกระเป๋าหลังของคนหนึ่ง

ปรากฏว่าชายสองคนนี้เป็นลูกน้องเมียของเสี่ยที่มาติดพันเลี้ยงดูเพทาย ทั้งสองเข้าไปคุกคามเพทายในห้องว่าถ้าอยากเป็นดาราต่อไปก็ให้เลิกยุ่งกับเสี่ยเสีย พวกมันคิดกันว่าถ้าเรา “จัดการ” เพทายได้ ต่อไปเสี่ยก็คงไม่สนใจเธออีก

โชคดีที่สันติฉุกคิดเฉลียวใจกับการพูดคุยและท่าทางผิดปกติของทั้งสองซ้ำมีปืนด้วย เขารีบขึ้นไปที่ห้องเพทาย เจอเธอกำลังถูกพวกมันสองคนกลุ้มรุมเพทายอยู่ สันติช่วยเพทายไว้ได้ ทำให้เพทายซาบซึ้งใจมากยอมที่จะเป็นแบบให้ต่อไป

สันติกลับมาเจอเดชกำลังคาดคั้นหาว่าพรรณรายเป็นคนแกล้งเอาเลือดไปเขียนที่หน้ากระจกรถของเพทาย สันติมาเล่าเรื่องลูกน้องเมียเสี่ยไปคุกคามเพทายรวมทั้งเรื่องเอาเลือดไปเขียนที่หน้ารถด้วย พรรณรายต่อว่าเดชว่าพ่อเอาแต่เชื่อคนอื่นไม่เชื่อตนและไม่รักตน เธอวิ่งหนีไปอย่างน้อยใจ อารีย์รีบตามไป
เดชจึงให้อัมราไปส่งสันติที่หน้าบ้าน

ระหว่างเดินไปส่งสันตินั้น อัมราถามอาร์ตว่าเคยวาดรูปให้จุ๊บด้วยใช่ไหม พอเขายอมรับทำให้อัมรายิ่งมั่นใจว่าเขากับจุ๊บสัมพันธ์กันไม่ปกติ เธอจึงยิ่งห่างเหินเขา อาทรผิดสังเกตกับท่าทีของสองคนนี้ อาทรถามว่าเกิดอะไรขึ้น นุชนารถจึงเล่าให้ฟังว่า มีคนทำให้เกิดปัญหาขึ้น

เมื่อเจอจุ๊บ อาทรถามตรงๆว่าสนุกมากนักหรือที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดกัน จุ๊บทำไขสือ อาทรจึงเท้าความเรื่องที่สันติวาดรูปให้เธอว่า จำได้ว่าตอนนั้นเธอเป็นคนรบเร้าอ้อนวอนให้สันติวาดรูปเธอเอง แต่เธอไปพูดให้คนอื่นเข้าใจผิดกัน

“เข้าใจผิดตรงไหน ฉันช่วยไม่ให้น้องอัมของนายเข้าใจผิดคิดเพ้อฝันไปข้างเดียวต่างหาก”

“ใช่ นายอาร์ตชอบน้องอัม” อาทรยืนยัน จุ๊บโต้ว่าไม่จริง สันติเดินมาข้างหลังพูดแทรกขึ้นว่าไม่จริง แล้วชี้แจงกับอาทรว่า อย่าไปต่อว่าจุ๊บเลย ตนผิดเองที่ทำอะไรไม่คิดให้ดี ชี้แจงว่า

“ความจริงฉันไม่ควรไปสนิทสนมหรือวาดรูปให้น้องอัม มันไม่เหมาะ เพราะอาจทำให้เขาเข้าใจผิด” สันติยืนยันว่าตนชอบอัมราแบบน้องสาวเท่านั้น แล้วรวบรัดตัดบทว่า “เอาล่ะฉันว่าเราจบเรื่องนี้กันเถอะ ถึงเวลาเรียนแล้ว”

สันติเดินไปกับจุ๊บ อาทรยังยืนงงอยู่ พอหันไปก็เห็นอัมรายืนน้ำตาคลอเพราะเธอได้ยินการสนทนาทั้งหมดแล้ว

ooooooo

อารีย์เข้าไปในห้องหุ่นเห็นเดชยืนมองรูปปั้นเพทายเหม่อๆ จึงจะกลับขึ้นไป เดชเรียกไว้บอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย อารีย์ถามว่าเรื่องพิไลใช่ไหม

เดชถามงงๆว่าเธอรู้? อารีย์บอกว่าเราอยู่ด้วยกันมายี่สิบกว่าปีแล้วทำไมตนจะดูไม่ออก ตนรู้ตนเข้าใจแค่รอเวลาที่เขาจะเล่าให้ฟังเองเท่านั้น

เดชขอโทษอารีย์บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น กับเธอคือความรักแต่กับพิไลคือความสงสาร อารีย์ถามว่าแล้วเขาจะจัดการอย่างไรต่อไป เดชสัญญาว่าจะไม่ไปพบพิไลอีก อารีย์ถามว่าแล้วพิไลจะยอมหรือ เดชไม่ทันตอบอะไร ชิ้นก็เข้ามาบอกเดชว่ามีโทรศัพท์จากคุณพิไล บอกว่าให้มารับสายให้ได้ เธอมีเรื่องด่วนมากๆเลย

“ไปรับเถอะค่ะ ถ้าพี่เดชแน่ใจว่าจะตัดขาดจากพิไลได้จริงๆ ก็พูดกับเขาให้รู้เรื่อง หลบหน้าแบบนั้นมันไม่เกิดประโยชน์อะไร” พอเดชออกไป อารีย์หันมองหุ่นในห้อง ถามอย่างปวดร้าวว่า “ช่วยบอกฉันทีได้ไหมคะว่าฉันควรทำยังไงดี”

พิไลหลอกเดชว่าถ้าเขาไม่มาตนจะฆ่าตัวตาย เดชตกใจคว้ากุญแจรถได้ก็รีบออกไป อารีย์เห็นความเร่งร้อนของเขาแล้วก็เสียใจจนโรคหัวใจกำเริบ อัมรากับพรรณรายต้องรีบเรียกรถพยาบาล

พิไลชะเง้อมองอยู่หน้าบ้านพอเห็นรถเดชมาก็แกล้งทำท่าจะตายให้ได้ เดชตกใจรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาล

เดชเจออัมรากับพรรณรายจึงรู้ว่าอารีย์โรคหัวใจกำเริบจนหมดสติ อัมราถามว่าแล้วทำไมคุณพ่อถึงมาอยู่ที่นี่ เดชบอกว่าเพื่อนไม่สบายพอดีตนไปเจอเลยต้องพามาโรงพยาบาล

อัมรากับพรรณรายถามเดชว่าคุณแม่จะเป็นอะไรไหม เดชบอกว่า “แม่ต้องไม่เป็นอะไร...” เขาพยายามมองเข้าไปในห้องฉุกเฉินภาวนา “อารีย์ เธออย่าเป็นอะไรไปนะ...”

ooooooo

อาทรรู้เรื่องสันติกับอัมราจากนุชนารถ เขาเรียกสันติไปคุยกันที่หลังตึกคณะ สันติบอกว่าถ้าเป็นเรื่องอัมราตนไม่มีอะไรจะคุย

“นายเป็นบ้าอะไร ทำไมต้องทำแบบนี้ รู้ไหมตอนนี้น้องอัมต้องการกำลังใจอย่างมาก คุณอารีย์เข้าโรงพยาบาลเมื่อคืน แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว” สันติเชื่อว่าอัมราคงตกใจมากถามว่าตอนนี้เป็นอย่างไรแล้ว “เห็นไหมนายเองก็ห่วงน้องอัม ฉันรู้ว่านายไม่ได้แค่ห่วง นายรู้สึกดีๆกับน้องอัม แล้วทำไมต้องทำร้ายจิตใจน้องเขาแบบนี้ เราเป็นเพื่อนกันมานาน อย่ามาโกหกฉันเลยนายอาร์ต”

สันติยอมรับว่าตนชอบน้องอัม ถามว่าแล้วเขาล่ะจะยอมรับไหมว่าตัวเองก็ชอบน้องอัม อาทรยอมรับว่าตนชอบแต่ไม่แสดงออกเพราะรู้ว่าน้องอัมชอบเขา สันติถามว่าแล้วจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อตนเป็นแค่เด็กวัดจนๆคนหนึ่งไม่คู่ควรกับน้องอัมเลย คนที่เหมาะกับน้องอัมควรจะเป็นเขามากกว่า

อาทรชกหน้าสันติเต็มๆ สันติเซไปนั่งกับพื้น มองหน้าอาทรงงๆ

“ตั้งแต่เป็นเพื่อนกับนาย ฉันไม่เคยทำร้ายนาย แต่หมัดนี้เพื่อเตือนสตินายให้รู้ว่า น้องอัมไม่ใช่สิ่งของที่นายจะมายกให้คนโน้นคนนี้ได้ตามความคิดบ้าๆของตัวเอง ถ้านายรักน้องอัมจริงนายก็ควรจะถีบตัวเองขึ้นมาให้คู่ควรกับน้องอัมสิ ไม่ใช่ถอยตั้งแต่ยังไม่เริ่มแบบนี้”

สันติมองหน้าอาทรอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาพูด อาทรยังคงพูดต่ออย่างมีอารมณ์ว่า

“คนที่เสียใจไม่ใช่นายคนเดียว แต่น้องอัมก็เสียใจไม่แพ้นาย นายคิดว่านายทำถูกแล้วเหรอ?”

พูดแล้วอาทรผละไป ทิ้งให้สันตินิ่งคิดใคร่ครวญสิ่งที่ตนพูดอยู่ตรงนั้น

ooooooo

จุ๊บยังหาทางที่จะทำให้สันติกับอัมราแตกกันให้ได้ วันนี้ก็ทำทีเป็นเพื่อนที่จริงใจต่อสันติ บอกว่าตนรู้ว่าเขาคิดเรื่องน้องอัม และน้องอัมก็น่ารัก แต่ตนไม่อยากให้เขาเจ็บเพราะน้องอัมเปรียบเสมือนดอกฟ้า สันติเติมให้ว่าตนเหมือนหมาวัด

จุ๊บทำเป็นขอโทษ สันติบอกว่าไม่เป็นไรเพราะมันเป็นความจริง จุ๊บยังทำให้สันติสับสนไขว้เขวว่า

“อาร์ตน่ะเป็นคนดี แต่สังคมของพวกคนรวย แค่เป็นคนดีคงไม่พอหรอก อาร์ตลองกลับไปคิดๆดูก็แล้วกัน จุ๊บกลับก่อนล่ะ”

คำยุแหย่ของจุ๊บได้ผล ทำให้สันติคิดมากจนเช้านี้ถูพื้นกุฏิก็ถูซ้ำซากจนหลวงตาบอกว่าถูจนพื้นมันจะเปื่อยหมดแล้ว ถามว่ามีอะไรหนักอกหนักใจมากนักรึ สันติเงียบ หลวงตาเดาว่า “สงสัยจะไปหลงรักใครเข้าล่ะสิ”

“ผมแย่มากใช่ไหมครับหลวงตา ตัวเองยังเอาไม่รอด ริจะมีความรัก”

“ความรักไม่ใช่เรื่องแย่ ถ้ารู้จักรักให้เป็น เจ้าเองก็ไม่ใช่เด็ก จะเรียนจบอยู่ปีนี้แล้ว ถ้าไม่รู้จักรักใครเลยน่ะสิถึงแปลก” สันติเงยหน้าถามหลวงตาว่าจริงหรือครับ? “ว่าแต่ลูกสาวบ้านไหนล่ะที่เอาชนะใจเจ้าได้ หลวงตารู้จักไหม”

สันติบอกว่าน้องอัมราลูกคุณอาเดช หลวงตาชมว่าเป็นเด็กน่ารัก เรียบร้อย สันติบอกว่าตนรู้ตัวดีว่าไม่คู่ควรกับเธอเลย

“ใช่...ถ้าพูดถึงเรื่องทรัพย์สินเงินทอง แต่ของเหล่านี้เจ้าสามารถหาได้ถ้าเจ้ารู้จักทำมาหากิน ขยันขันแข็ง มีมานะอดทน คนอย่างเจ้าคงสร้างเนื้อสร้างตัวได้ไม่ยาก”

“แต่คุณอาทั้งสองอาจไม่คิดแบบหลวงตา”

“โยมเดชกับโยมอารีย์สองคนนี้หลวงตาเห็นมานาน เชื่อว่าเขาคงต้องการคนดีมาดูแลลูกเขามากกว่าคนร่ำรวยแน่ๆ ถ้ารักเขาจริงก็จงพิสูจน์ให้เขาเห็นสิ”

สันติคิดตามที่หลวงตาพูด ทำให้เขามีกำลังใจ ขอบคุณหลวงตาที่ทำให้ตนตาสว่าง ขออนุญาตหลวงตาว่า

“ผมทำงานในวัดเสร็จหมดแล้ว ผมขอไปเยี่ยมคุณอาอารีย์ที่โรงพยาบาลนะครับ” หลวงตาจึงรู้ว่าอารีย์ไม่สบายจึงฝากไปเยี่ยมด้วย หลวงตานั่งทำสมาธิพึมพำคนเดียว “คนเราไม่ว่าจะรวยหรือยากจนก็หนีความตายไม่พ้นจริงๆ”

ooooooo

หมอแนะนำอารีย์ว่าโรคหัวใจอาการจะกำเริบได้ทุกเวลา โชคยังดีที่มาถึงมือหมอทัน

อารีย์ถามว่าตนคงอายุไม่ยืนแน่ใช่ไหม หมอบอกว่าขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง ถึงเธอจะทานยาตามหมอสั่ง แต่ถ้าเอาแต่เครียด คิดมาก อาการมันก็กำเริบได้ทุกเมื่อ อารีย์รับปากว่าตนจะระวังตัวให้มากกว่านี้

หมอเห็นลูกๆของอารีย์มาเยี่ยมจึงขอตัวไป พรรณรายเดินบ่นเข้ามาทันทีว่ารถติดมาก อัมราเดินกะเผลกๆเข้ามาถามอารีย์ว่าคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง อารีย์บอกว่าหายแล้ว ถามว่าขาอัมราเป็นอะไรไป อัมราไม่ทันตอบพรรณรายก็โพล่งขึ้นว่า

“มาช้าเพราะรถติดก็หงุดหงิดพออยู่แล้ว ยังจะต้องมาเดินรอยัยอัมเขยกๆ เหมือนคนพิการอยู่ได้ โตจะตายยังจะเดินหกล้มอีกน่ารำคาญ น่าจะขาหักให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย” พอถูกอารีย์ปรามว่าทำไมว่าน้องแบบนั้น พรรณรายก็ยิ่งของขึ้นโต้ว่า “ก็มันจริงนี่คะ เดินประสาอะไรก็ไม่รู้ โอ๊ย...พรรณหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”

อารีย์บอกหิวก็ไปกินเสียเพราะชิ้นซื้อมาตั้งหลายอย่าง ชิ้นกระวีกระวาดจัด บอกว่ามีทั้งข้าวเกรียบปากหม้อ สาคูไส้หมู กุยช่ายทอด แล้วก็ยังมีข้าวตังหน้าตั้งอีก น่ากินทั้งนั้น พรรณรายเบ้ปากเอามือปัดของจนหกบอกว่ามีแต่ของมันๆ กินแล้วเดี๋ยวอ้วนเป็นหมู อัมราบ่นพี่สาวว่าไม่ทานก็ไม่เห็นต้องปัดจนมันหกเลอะเทอะอย่างนี้เลย

พรรณรายโต้ว่าหกก็เก็บสิหน้าที่ของน้าชิ้นอยู่แล้ว ถ้าอัมอยากช่วยก็ช่วยไปไม่ต้องพูดมาก ตนจะลงไปหาอะไรอร่อยๆกินดีกว่าแล้วสะบัดไปเลย อารีย์ขอโทษชิ้น ชิ้นบอกว่าไม่เป็นไรตนชินแล้ว

“ถ้ายัยพรรณยังโมโหร้ายแบบนี้ ต่อไปอยู่กับใครก็คงลำบาก ฉันล่ะห่วงจริงๆ”

“นั่นสิคะ ถ้าเจอคนยอมก็แล้วไป แต่ถ้าเจอคนเอาจริงเข้าละก็...บ้านแตกแน่ๆ” ชิ้นเองก็อดกังวลไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

พรรณรายออกมาเจอสันติ เขาบอกว่าจะมาเยี่ยมน้าอารีย์ พรรณรายมองแต่หัวจดเท้า เหยียดปากพูดว่ามาเยี่ยมคนไข้มือเปล่า คราวที่แล้วก็ทำแบบนี้ทีหนึ่งพูดอย่างสมเพชว่า

“ฉันว่านายอย่าลำบากเลย เก็บค่ารถเมล์ไว้กินข้าวกลางวันก่อนดีกว่าไหม” พูดแล้วหัวเราะร่วนผ่านไป

สันติอึ้ง ชาไปทั้งตัว พยายามข่มใจไม่ให้โกรธ เขาเดินกลับออกไป เจอลุงชาวนาคนหนึ่งเดินย่องแย่งมาสะดุดอะไรล้มลงชะลอมส้มร่วงหล่นกระจาย สันติรีบเข้าไปช่วยพยุงลุงคนนั้นขึ้นถามว่าเจ็บตรงไหนไหม บ้านอยู่ไหนตนจะไปส่ง แล้วเก็บส้มเขียวหวานใส่ชะลอมให้

ลุงคนนั้นขอบใจบอกว่าตนกลับเองได้ ส่วนผลไม้ยกให้สันติ บอกไม่ต้องเกรงใจเพราะเป็นผลไม้จากสวนลุงเอง

สันติไหว้ขอบคุณ รับชะลอมไปถือ แต่พอมองไปอีกทีลุงคนนั้นก็หายไปแล้ว เขาบ่นอุบอิบว่าหายไปไหนเร็วจัง แล้วสันติก็ได้ผลไม้ชะลอมนั้นไปเยี่ยมอารีย์ และลุงคนนั้นก็คือหุ่นชาวนานั่นเอง!

พรรณรายเห็นผลส้มอยู่ในชะลอมก็เบ้ปากว่าน่าจะซื้อแอปเปิ้ลหรือสาลี่ ไม่ใช่แค่ส้มเขียวหวาน อารีย์ติงว่าผลไม้ไทยๆเรานี่แหละดีแล้ว ส้มหวานชื่นใจออก ขอบใจสันติมากที่อุตส่าห์เอามาฝาก

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 6 วันที่ 30 ก.ย. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ