ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 7 วันที่ 3 ก.ย. 58

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 7 วันที่ 3 ก.ย. 58

ที่สนามไดรฟ์กอล์ฟนั่นเอง ชงโชคเรียกนักสืบที่เคยใช้ บอกว่ามีบางอย่างผิดปกติที่ฮ่องกงให้ไปช่วยสืบให้หน่อย นักสืบถามว่าเขาอยากรู้มากแค่ไหน ชงโชคบอกว่า ทุกเรื่องที่ตนควรรู้

นักสืบคนนั้นพยักหน้า เดินไปที่โต๊ะด้านหลังหยิบซองสีน้ำตาลที่วางอยู่เดินออกไปเงียบๆ

ชงโชคหยิบลูกกอล์ฟลูกใหม่ออกมาวางบนที แล้วหวดออกไปเต็มแรง!!

เมื่อปูรณ์ฟังคุณย่าพริ้มเพราพูดอย่างชัดเจนแล้ว คืนนี้เอากระเป๋าเดินทางที่ใช้ประจำมาเก็บเสื้อผ้า ระหว่างนั้น เสียงคุณย่าที่ถามว่า “แกจะทำตามที่ฉันต้องการใช่ไหม” ยังแว่วอยู่ และเขาก็ตอบไปอย่างสำรวมอ่อนน้อมตามเคยว่า



“ผมมาอยู่บ้านหลังนี้ ได้รับความเมตตาจากคุณพ่อจรัล และคุณอามากมายจนชีวิตนี้คงใช้หนี้ไม่หมด ถ้าการออกจากบ้านไปของผม ทำให้คุณอามีความสุขและสบายใจ ผมก็จะออกไปครับ” แล้วปูรณ์ก็ก้มกราบที่พื้นเสมือนกราบเท้าคุณย่า

“ดี! รีบเก็บข้าวของซะ ออกไปพรุ่งนี้เสียได้เลยยิ่งดี ฉันจะได้ให้เด็กขนของเข้ามาอยู่ที่นี่!” พูดจบก็เดินออกไปทันที

ปูรณ์ยังคงก้มกราบนิ่งอยู่อย่างนั้น...

เก็บเสื้อผ้าเสร็จปูรณ์หิ้วกระเป๋าออกไป เขาเงยหน้ามองที่หน้าต่างห้องวีว่าเหมือนทุกครั้งที่จะออกไป แต่ครั้งนี้เขากำลังจะจากไปและไม่กลับมาอีก โดยไม่ได้เอ่ยลาและเห็นหน้าเลยแม้แต่แว่บเดียว...

ใจเด็ดและวารุณีรู้เรื่องที่คุณย่าไล่ปูรณ์ออกจากบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองตกใจมาก ใจเด็ดบอกว่าปูรณ์อยู่ตึกหลังเล็กมานานแล้วและตึกนั้นคุณพ่อเป็นคนยกให้ปูรณ์เอง

คุณย่าพริ้มเพราพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ที่จริงตนไม่เห็นด้วยแต่แรกแล้วแต่เห็นแก่คุณพี่ที่เจ็บป่วยจึงยอม แต่นี่คุณพี่ก็จากไปแล้ว ปูรณ์ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ที่ตึกนั้นอีกต่อไป ใจเด็ดแย้งว่าปูรณ์เป็นผู้จัดการมรดก เป็นคนดูแลวรรณดำรง ก็ถูกคุณย่าโต้ว่า

“แล้วยังไง? เพราะตำแหน่งของมันเราถึงต้องยอมให้มันชูคออยู่ในนี้งั้นเหรอ ถ้ายอมมันขนาดนั้น ไม่ประเคนตึกใหญ่นี่ให้มันอยู่ด้วยเลยล่ะ” คุณย่าถามใจเด็ดอย่างไม่พอใจว่าในเมื่อปูรณ์เองยอมออกไปแต่โดยดี

แล้วเขาจะมาโวยวายทำไมอีก ทั้งยังบอกว่า “ความจริงเธอสองคนควรขอบคุณฉันด้วยซ้ำ”

ใจเด็ดถามว่าต้องขอบคุณเรื่องอะไร คุณย่าจึงเผยความคิดลึกๆของตัวเองว่าไม่ไว้ใจปูรณ์กลัวจะมาทำหลานสาวตนเสียหาย พูดอย่างเกลียดชังว่า

“ฉันจะไม่ยอมให้หลานสาวของฉันต้องพลาดท่าเสียทีไอ้คนอย่างมันแน่ๆ!”

“พอกันที!” ใจเด็ดทนฟังไม่ได้ เขาชี้ว่าคุณย่าชักจะไร้สาระเกินไปแล้วเพราะว่า...

“สองคนนี้เป็นอาหลานกันนะครับ ถึงจะเป็นอาหลานต่างสายเลือด แต่ผมรู้ดีว่าคนอย่างปูรณ์มีความคิดพอที่จะไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้น ถ้าการที่คุณอาไล่ปูรณ์ออกจากบ้านไปเพียงเพราะเหตุผลบ้าๆนี้เท่านั้น ผมก็จะไปตามปูรณ์มาคุยให้มันรู้เรื่อง ให้คุณอาได้เข้าใจเสียทีว่าปูรณ์มันไม่ได้คิดแบบที่คุณอาคิด!!”

ใจเด็ดทำท่าจะลุกไป คุณย่าพูดเยาะว่าช้าไปแล้ว ตนเห็นปูรณ์ขนของออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าแล้ว ใจเด็ดนั่งลงอย่างหมดแรง แต่ที่ประตู เจ้าขามาฟังอยู่ เธอวิ่งไปที่ตึกเล็ก เห็นว่าอาปูรณ์ไปแล้วจริงๆ จึงโทร.ไปบอกวีว่า ที่วรรณวิวาห์เวดดิ้ง

พอฟังเจ้าขาเล่า วีว่าเดินอ้าวออกจากร้านขับรถออกไปทันที ทั้งพี่หมีและอีโนได้แต่มองกันงงๆ

มือปืนสองคนที่มาดักรอจังหวะอยู่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามรถวีว่าไปทันที

ooooooo

เมธีได้เงินจากปูรณ์ไปใช้หนี้เฮียสามล้าน เขานึกถึงคำเตือนของปูรณ์เรื่องห้ามทำร้ายหรือทำลายวีว่าอีก เขารีบไปหาวิคที่เคยว่าจ้างให้ฆ่าวีว่าแก้แค้นที่เล่นงานตนทางกฎหมายอย่างหนัก ถามวิคว่าจะไปจัดการวรรณวิวาห์วันไหน

วิคทำเป็นจำไม่ได้ ถูกเมธีตวาดใส่เลยบอกว่าวันนี้ เมธีถามว่ายกเลิกได้ไหมตนไม่อยากให้ยิงวีว่าแล้ว วิคมองหน้าบอกว่าอย่าล้อเล่น เมธียืนยันว่าตนไม่ต้องการให้วีว่าตาย เข้าใจไหม

“แล้วถ้ากูบอกว่าไม่เข้าใจ มึงจะมีปัญหาไหม!”

ระหว่างที่วีว่าขับรถไปนั้น เธอพยายามโทร.หาปูรณ์ เขากำลังทำงานอยู่มองมือถือแล้วลังเลว่าจะรับหรือไม่รับดี ครั้งแรกไม่รับ แต่ไม่นานก็โทร.เข้ามาอีกเขาตัดสินใจปิดเครื่อง พอดีรถติดไฟแดงวีว่าจึงฝากข้อความว่า

“นี่วีว่านะคะอาปูรณ์ วีว่าไม่ยอมให้อาปูรณ์ย้ายออกไปจากบ้านเด็ดขาด มันไม่มีเหตุผลเลย เดี๋ยววีว่าจะไปคุยกับคุณย่าแล้วก็ไปหาอาปูรณ์ ถ้าไม่เจออาปูรณ์ รออยู่ที่บ้าน เป็นเรื่องแน่ เข้าใจตรงพอยต์แล้วนะคะ”

พอดีไฟเขียว รถคันหลังกดแตรไล่เสียงดัง วีว่าจึงต้องขับรถออกไป มือปืนเสียจังหวะจึงต้องไล่ตามไปอีก

เวลาเดียวกัน เมธีกับวิคยังโต้เถียงกัน วิคด่าเมธีว่าโลเล ทีแรกก็จะให้ฆ่าเสียให้สะใจ แต่พอถึงเวลาเข้าจริงๆก็กลัวผิด กลัวบาป ด่าว่านี่เป็นการฆ่าคนไม่ใช่ขายกล้วยทอดถึงคิดจะเลิกก็เลิกง่ายๆ

เมื่อเมธีให้วิคยกเลิกไม่ได้เลยขู่ว่าตนมีเรื่องกับวีว่าอยู่ ถ้าตำรวจจับได้ตนจะซัดทอดเขา ถึงเวลานั้นเราก็คงโดนจับทั้งคู่ แต่แล้วเมธีก็ผงะเมื่อวิคเอาเทปที่แอบอัดการว่าจ้างและต่อรองให้ฆ่าวีว่าที่อัดไว้มาเปิดให้ฟัง เมธีแค้นใจมากที่ถูกดัดหลัง ด่าวิค

“มึงมันปีศาจชัดๆ”

“มีคนชมผมแบบนี้มาหลายคนแล้วครับ” วิคพูดอย่างภูมิใจ

เวลาเดียวกัน มือปืนตามรถวีว่าที่เลี้ยวเข้าซอยทางลัดแต่รถติด วีว่าหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.อีก พลัน ก็เห็นคุณลึกลับที่เคยพบกันแต่ในความฝันแต่วันนี้ได้เห็นในโลกแห่งความจริง วีว่าเห็นคุณลึกลับพยายามพูดอะไรแต่เธอมัวมองอึ้ง เป็นจังหวะที่มือปืนเข้าประชิดหน้าต่างรถและลั่นไกทันที!

กระสุนทะลุกระจก วีว่าถูกแรงปะทะของกระสุนจนล้มลงไป แล้วมือปืนก็บึ่งมอเตอร์ไซค์หนีไปทันที

ขณะที่ปูรณ์กำลังประชุมพนักงานอย่างเคร่งเครียดอยู่นั้น ชั้นฉัตรเปิดประตูพรวดเข้าไปบอกเขาว่าเมื่อกี๊ตำรวจที่สนิทกับพ่อโทร.มาบอกว่าวีว่าถูกยิง!

ปูรณ์ลุกออกจากห้องประชุมจนพนักงานพากันงง เขาวิ่งมาถึงชั้นล่างรถประจำตำแหน่งก็เข้ามาเทียบรับเขาพุ่งออกไปทันที ระหว่างนั้นปูรณ์โทร.บอกวารุณี พอรู้ว่าวีว่าถูกยิงวารุณีตกใจจนเป็นลมไป

วีว่าถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพร่างโชกเลือด เธอถูกนำตัวมาถึงโรงพยาบาลในสภาพต้องมีเครื่องช่วยหายใจ

ooooooo

ลมเป็นห่วงมุกริน เมื่อโทร.ไม่ติดและส่งข้อความก็ไม่ได้รับคำตอบ สุดท้ายได้รับข้อความจากมุกรินว่า

“GOOD BYE from Your R”

ลมตกใจมากรีบไปหาเธอที่คอนโด ปรากฏว่าประตูห้องปิด จึงไปบอกเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยเปิดให้ แต่คีย์การ์ดเกิดมีปัญหาเปิดไม่ได้อีก พยายามอยู่หลายครั้งลมร้อนใจแทบเป็นบ้าจึงเปิดได้ ลมพุ่งเข้าไปในห้องทันที มองหาเดินหาไปทั่วก็ไม่เจอ จนไปถึงห้องน้ำ เขาแทบช็อก เมื่อเห็นมุกรินนอนแช่อยู่ในอ่างที่น้ำเป็นสีเลือด!

มุกรินปรือตามองลม พูดอะไรเบาๆกับเขา แล้วหมดสติไป ลมรีบอุ้มเธอขึ้นจากอ่าง เอาผ้าห่มสีขาว ห่อร่างเธอนำส่งโรงพยาบาลทันที

ที่โรงพยาบาลเดียวกัน วีว่าถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินหมอสองคนในชุดผ่าตัดเข้ามา ผู้ช่วยพยาบาลรายงานว่า

“คนไข้ถูกยิงที่บริเวณอกขวา 1 นัดครับ หัวใจหยุดเต้นไป 4 นาที ปั๊มกลับขึ้นมาได้แต่ชีพจรตกไปอีกแล้ว”

หมออีกคนพลิกแฟ้มประวัติคนไข้พบว่า วรรณวิวาห์ วรรณดำรง มีประวัติรักษาที่นี่

“อาจารย์ช่วยดูอย่าให้เธอ Deep ไป ผมจะทำ SCAN ผ่ากระสุน” หมอคนแรกบอก

หมอคนที่สองพยักหน้าแล้วหันสั่งพยาบาลขอยากระตุ้นหัวใจและเลือดกรุ๊ป B Positive ให้ก่อนเลย ตนจะสอดท่อหายใจให้ก่อนแล้วค่อยย้ายไป OR
ทั้งหมอและพยาบาลทำงานแข่งกับเวลาอย่างเต็มที่

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ใจเด็ด วารุณี และเจ้าขาเฝ้าอยู่อย่างกระวนกระวายใจ ใจเด็ดคุยโทรศัพท์กับป้าแอ๊ว

“ฝากป้าแอ๊วดูด้วยแล้วกันครับ อย่าให้ใครเปิดทีวีหรืออะไรที่ทำให้คุณอาพริ้มเพราเห็นข่าวของวีว่าเด็ดขาด...ใช่...ผมกลัวอาการหัวใจของคุณอาจะทรุดลงไปอีก แล้วจะโทร.ไปหาเป็นระยะนะครับ ขอบคุณครับ”

จังหวะนั้นหมอที่ผ่าตัดออกมาบอกญาติๆที่รีบไปถามอาการว่า คนไข้ถูกกระสุนสองที่ อาการเลือดตกภายใน เราจะย้ายขึ้นไปผ่ากระสุนออกที่ห้องผ่าตัด วารุณีอ้อนวอนหมอให้ช่วยลูกสาวตนด้วย หมอได้แต่ยิ้มให้กำลังใจ

ปูรณ์กับชั้นฉัตรมาถึงพอดี แล้วทุกคนก็ชะงักเมื่อเห็นลมเดินเข้ามาทัก บอกว่า

“ผมเห็นข่าววีว่าจากในเน็ต ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลนี่แล้วเหมือนกันใช่ไหมครับ เป็นยังไงบ้าง?”

“หมอกำลังผ่าอยู่ค่ะ ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง” เจ้าขาบอก

“ใครนะที่ทำเรื่องแบบนี้กับวีว่าได้” ลมทำท่าไม่พอใจ ปูรณ์มองลมแล้วพูดขึ้นว่า

“เราจะตามหาคนทำต่อไป ว่าแต่คุณลาภิศมาทำอะไรที่นี่ครับ? ดูจากเสื้อที่เปื้อนเหมือนคุณก็เจอเรื่องมาเหมือนกัน”

ลมชะงักอึกอัก ชั้นฉัตรกับเจ้าขาจ้องมอง ลมบอกว่า

“คือ...เพื่อน...ผมประสบอุบัติเหตุน่ะครับ นี่ก็อยู่ในห้องผ่าตัดเหมือนกัน งั้น...เดี๋ยวผมขอไปโทร.บอกแม่ก่อนนะครับว่าวีว่าอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ เผื่อแม่จะมาเยี่ยม”

ลมทำท่าควักมือถือเดินเลี่ยงออกไป ที่แท้แล้วเขาต้องการไปให้พ้นจากสถานการณ์ตรงนี้ เขาเดินไปกดลิฟต์ก็พอดีลิฟต์มา เขารีบเข้าไปในลิฟต์ที่ว่างเปล่าตัวนั้น

ชั้นฉัตรมองตามลมไป หันมองใจเด็ดกับวารุณีที่นั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง เขากระซิบกับเจ้าขาว่า

“ขนาดเจอตัวลูกชาย พ่อของเจ้าขายังออกอาการฟึดฟัดขนาดนั้น เกิดตัวแม่มาที่นี่ พ่อเจ้าขาคงโมโหเอารถถังมาระเบิดกลางโรงพยาบาลแน่”

เจ้าขาบอกว่าพ่อไม่ทำอย่างนั้นหรอก บอกชั้นฉัตรว่า “เค้าอยากรู้มากกว่าว่า ‘เพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุ’ ของพี่ลมนี่เป็นใคร ดูท่าทางเป็นห่วงเป็นใยออกนอกหน้าขนาดนี้ มันดูมีพิรุธนะ ตัวคิดเหมือนเค้ารึเปล่า?”

ชั้นฉัตรบอกว่าไม่ทันได้สังเกต ถามว่าแล้วเป็นใครล่ะ??

“จะเป็นใครก็ช่างเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของเราไม่ใช่เหรอ เรื่องของเราคือรอดูอาการวีว่าแค่นั้นก็พอ” ปูรณ์ขัดขึ้นแล้วเดินไปนั่งกับใจเด็ดและวารุณีที่อีกฟากหนึ่ง

ลมเข้าไปในลิฟต์แล้ว คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่มีเขารู้เพียงคนเดียว นึกถึงตอนที่เขาเข้าไปเจอมุกรินนอนจะหมดสติอยู่ในอ่างที่มีน้ำสีเลือด พอเธอเห็นเขา ก็ยิ้มให้เขาอย่างเจ็บปวด กระซิบแผ่วเบาก่อนสลบไปว่า

“กอดรินแน่นๆนะ...รินหนาวจังเลย...”

ลมทรุดลงอย่างหมดแรงอยู่ในลิฟต์ร้องไห้ฟูมฟาย โทษตัวเอง...

“ผมขอโทษ...ผมขอโทษที่กลับไปหาคุณช้าไป...ผมขอโทษ...”

ooooooo

วันนี้ขณะคุณหญิงแขอุไรนั่งดูเครื่องเพชรอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจนั้น สวัสดิ์ก็หน้าตาตื่นมาบอกว่าวีว่าถูกยิง

“แล้วไง ฉันไม่คิดจะสนใจนังนั่นตั้งแต่มันไม่มีมรดกแล้วล่ะ จะอยู่หรือตายมันก็ไม่ใช่เรื่อง อย่างมากก็แค่ปั้นหน้าไปโยนดอกไม้จันทน์!”

“แต่ผมอยากให้พี่แขคิดใหม่ ก่อนหน้านี้มรดกอาจจะอยู่ในความดูแลของนายปูรณ์ก็จริง แต่มันเป็นแค่ ‘คนดูแล’ แต่ถ้าเกิดวรรณวิวาห์ วรรณดำรง ตายไปจริงๆ อะไรก็เป็นไปได้หมด นายปูรณ์อาจขยับจากแค่คนดูแลมาเป็นเจ้าของมรดกจริงก็ได้ แล้วถ้ามันฮุบไปได้ทุกอย่างแม้กระทั่งไทยธนกิจล่ะ?”

“แปลว่าแผนซื้อหุ้นที่เราวางไว้ก็อาจจะพังได้!” คุณหญิงตาเบิกโพลง

“พี่ก็รู้ว่าคนอย่างปูรณ์มันฉลาดล้ำลึก เราไม่รู้หรอกว่าคนอย่างมันคิดจะทำอะไร เกิดมันคิดจะออกลายฮุบสมบัติวรรณดำรงเข้าจริงๆ มันอาจจะตัดหน้าเรา ทำให้ความฝันเราหายไปพริบตาก็ได้”

คุณหญิงแทบเต้นบอกว่าไม่ได้ เราต้องให้ไทย-ธนกิจเป็นของเราให้ได้ ถามสวัสดิ์ว่าเขาเริ่มงานไปถึงไหนแล้ว

“โบรกเกอร์ที่ฮ่องกงพร้อมแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อาทิตย์หน้าทุกอย่างก็จะเริ่มต้นขึ้น”

“ดี! กำชับให้ทางโน้นเริ่มไวๆ อย่าช้าจนใครที่ไทยธนกิจมันจับพิรุธได้ เราจะต้องทำทุกอย่างให้จบสิ้นก่อนที่ไอ้ปูรณ์จะไหวตัวทัน” ทั้งคุณหญิงและสวัสดิ์มองหน้ากันด้วยแววตาโลภและเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

ooooooo

วีว่ายังอยู่ในห้องผ่าตัด ปูรณ์ที่นั่งอยู่กับใจเด็ด วารุณี เจ้าขาและชั้นฉัตร เขาลุกขึ้นบอกว่าจะไปดูที่เกิดเหตุ ชั้นฉัตรให้เขาอยู่เพราะเป็นผู้ดูแลตระกูลวรรณดำรง ส่วนเรื่องตำรวจกับการตามหาว่าใครเป็นคนทำ ตนจัดการให้เอง

เจ้าขาขอไปด้วย บอกใจเด็ดกับวารุณีว่ามีอะไรให้โทร.บอกด้วย แล้วชั้นฉัตรกับเจ้าขาก็พากันออกไป

คุณย่าพริ้มเพรายังไม่รู้เรื่องวีว่าถูกยิง ไปยืนที่หน้าตึกเล็กที่ไล่ปูรณ์ออก พยายามโทร.หาวีว่าแต่ก็ติดต่อไม่ได้ พอหันมาเห็นชงโชคก็ตกใจ ชงโชคบอกว่าตนเอาเอกสารมาให้ใจเด็ดเซ็น

ชงโชคพลั้งปากว่า “คุณยังไม่รู้จริงๆด้วย” คุณย่าถามทันทีว่ารู้เรื่องอะไร ชงโชคก็ยังพึมพำต่อ “ใจเด็ดคงยังไม่กล้าบอกสินะ” คราวนี้คุณย่าตวาดว่า ตกลงตนไม่รู้เรื่องอะไร! “ก็ยังไม่รู้ว่าผมน่ะเป็นคนชอบแกล้งพูดผิดไงครับ”

คุณย่าทำหน้าเซ็งกับคู่ปรับปากกล้าว่าเรื่องแค่นี้เอง ในขณะที่ชงโชคมองตึกหลังเล็กแกล้งบ่น

“ส่วนคุณพริ้มเพราก็แกล้งไล่ปูรณ์ออกจากตึกนี่ ทั้งๆที่คุณและผมต่างก็รู้ดีว่าคุณไม่มีทางเหยียบเข้าไปในตึกหลังที่คนบางคนเคยอยู่หรอก...คนที่คุณเกลียดเขายิ่งกว่าปูรณ์น่ะ”

ถูกชงโชคพูดจี้ใจดำ คุณย่าทำเฉไฉกดมือถือหาวีว่าอีกแล้วบ่นว่าทำไมไม่รับสาย ระแวงขึ้นมาอีกว่าวีว่าอาจไปไหนกับปูรณ์ มโนเลยเถิดไปว่า

“หรือว่าไอ้ปูรณ์มันไปบอกเรื่องที่มันถูกไล่ออกจากบ้านให้วีว่าฟัง แล้วหลอกปั่นหัวให้หลานสาวฉันไปกับมัน แล้วมันก็ทำมิดีมิร้ายกับวีว่าเป็นการแก้แค้น”

ชงโชคมองคุณย่าพูดอย่างสมเพชว่าสงสัยจะอ่านนิยายมากไป พูดเป็นนัยว่า “เชื่อผมเถอะว่า นิยายที่คุณพริ้มเพราอ่านมา ไม่มีเล่มไหนที่หนักหนาสาหัสเท่ากับความจริงที่คุณจะเจอหรอก” พูดแล้วเดินผละไป คุณย่างุนงง บ่นว่าพูดอะไรไม่เข้าใจ เรียกเขาจะถาม แต่ชงโชคเดินไปไม่สนใจ คุณย่าจึงก้มหน้าก้มตากดมือถือโทร.หาวีว่าอีกครั้ง

ooooooo

ชั้นฉัตรกับเจ้าขาไปถึงที่เกิดเหตุ ตำรวจกันไว้ไม่ให้เข้า แต่ผู้กองวริทรู้จักชั้นฉัตรจึงบอกตำรวจอนุญาตให้เข้าไป

ผู้กองวริทบอกว่าวรรณวิวาห์มีคดีเกี่ยวกับร้านถูกบุกทำลายอยู่เรื่องนี้อาจเกี่ยวกันด้วย เวลานี้เจอปลอกกระสุนสองปลอกแล้ว ดูจากร่องรอยและวิถีการยิงน่าจะเป็นพวกมือปืนอาชีพ ถามชั้นฉัตรว่าวีว่ามีศัตรูอื่นอีกไหม?

“ถ้ามีมือปืน ก็ต้องมีผู้จ้างวาน เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นฝีมือของนายเมธี?”

“เขาคือบุคคลแรกที่ผมนึกถึง...เดี๋ยวลูกน้องผมคงจะตอบคำถามของคุณได้”

ที่โรงพยาบาล มุกรินอยู่ในสภาพที่หมอต้องช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน ใช้เครื่องช็อตหัวใจถึงสามครั้ง เธอก็เพียงแต่ผวาเฮือกขึ้นมาแล้วแน่นิ่งเหมือนเดิม
วีว่าอยู่ในห้องผ่าตัด หมอผ่าตัดเอาหัวกระสุนนัดที่สองออกมาแล้ว พยาบาลแจ้งว่าความดันคนไข้ต่ำลง หมอและพยาบาลจึงช่วยกันยื้อชีวิตวีว่าอย่างเร่งด่วน

วีว่าในสภาพนอนแน่นิ่ง แต่ในอีกมิติหนึ่ง เธอรู้สึกว่าตัวเองตกลงไปในผืนน้ำสีดำร่างจมดิ่งลงสู่เบื้องล่างที่มืดมิด...แต่ในความมืดนั้น วีว่าเห็นคุณลึกลับเอื้อมมือมาดึงร่างเธอพาขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยกัน ขึ้นสู่แสงสว่างที่ส่องลงใต้ผิวน้ำอาบร่างเธอแสงสว่างขึ้นทุกที จนกลายเป็นเจิดจ้า จนทุกอย่างพร่าเลือนไปหมด...

“ขอต้อนรับกลับมาวีว่า” คุณลึกลับเอ่ยยิ้มแย้มยินดี วีว่าหันมองถามว่านี่ตนฝันอีกแล้วใช่ไหม “ไม่ใช่ฝัน...แต่ก็ใกล้เคียงกัน หรือถ้าที่นี่เป็นฝัน มันคงเป็นฝันที่ไร้กาลเวลา ฝันที่แสนยาวนาน”

“คุณลึกลับพูดอะไร วีว่าไม่เข้าใจ”

“เธอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าที่เธอจะมาอยู่ที่นี่”

“วีว่ากำลังขับรถไปหาอาปูรณ์ วีว่าจะไปห้ามคุณย่าไม่ให้ไล่อาปูรณ์ออกจากบ้าน แล้วรถก็ติดไฟแดง ...แล้ว...” วีว่าจำได้ถึงนาทีที่ถูกยิง เธอตกใจถามคุณลึกลับว่า “อย่าบอกนะว่า...” คุณลึกลับพยักหน้าบอกว่าใช่ วีว่าโวยวายอย่างตระหนกว่า “ไม่จริงใช่ไหมคะ...มันไม่จริงใช่ไหม...วีว่าตายแล้วงั้นเหรอคุณลึกลับ”

“กรณีของเธอนั้น อยู่ระหว่างการเดินทางต่างหาก เดินทางไปเรียนรู้อะไรบางอย่าง เธอเป็นคนโชคดีมาก เป็นหนึ่งในล้านที่จะได้โอกาสนี้ ปกติคนเราจะเกิด-เจ็บ-ตาย หนึ่งคนหนึ่งครั้งเท่านั้น”

คุณลึกลับหยุดเดินชูนิ้วชี้ขึ้นตรงหน้าวีว่า “คนเดียว ครั้งเดียว โอกาสเดียว ช่วงเวลาเดียวนี่แหละ ที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้คนเราเรียนรู้ บางคนได้เรียนรู้ก่อนจะตาย แต่ก็น่าเสียดาย เพราะมีอีกหลายคนที่ตายไปโดยไม่เคยได้เรียนรู้อะไรเลย แต่เธอคือหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้โอกาสเป็นครั้งที่สอง...”

“โอกาสอะไร? แล้วอยากให้วีว่าเรียนรู้อะไรคะ”

“แล้วอะไรคือสิ่งที่เธอหาคำตอบมาตลอดล่ะ? เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก เธอเล่นเกมเกี่ยวกับมัน เธอเติบโตขึ้นทำงานเกี่ยวกับมัน แต่เธอก็ยังไม่ได้พบเจอหรือได้เรียนรู้เกี่ยวกับมันอย่างแท้จริงเสียที เธอตอบได้ใช่ไหมวีว่า ว่าสิ่งนั้นคืออะไร?”

“ความรักไง” เสียงมุกรินตอบจากข้างหลังแทนวีว่า พอวีว่าหันมองมุกริน คุณลึกลับก็หายไปแล้ว กลายเป็นวีว่ากับมุกรินยืนอยู่ด้วยกันในห้องสีขาว
ณ ที่นี้ มุกรินแสดงความยินดีกับวีว่าที่เธอเกิดมาบนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรก็สมหวังทุกอย่าง ผิดกับตนที่แม้ทุกวันนี้จะเป็นดาราแถวหน้า แต่ทุกอย่างต้องแลกมาด้วยความยากลำบากและเปลืองเนื้อเปลืองตัวทั้งสิ้น วีว่าติงว่าแต่เธอก็เลือกได้ที่จะทำหรือไม่ทำ

“ใครบอกคุณไม่ทราบว่าทุกคนเลือกจะทำหรือเลือกจะเป็นอะไรก็ได้อย่างคุณ? ชีวิตฉันเลือกไม่ได้ตั้งแต่มีพ่อเลี้ยงขี้เมา...” แล้วมุกรินก็เล่าถึงชีวิตที่เลือกไม่ได้ของตน ที่ถูกพ่อเลี้ยงขี้เมาข่มขืนและตนก็ต้องรับกับความเจ็บปวดสาหัสไม่กล้าแม้แต่จะบอกแม่...

ทันใดนั้นมุกรินร้องโอ๊ย...อย่างเจ็บปวด ยกมือกุมหัวใจ ครู่เดียวก็ร้องอีกครั้ง คราวนี้เธอล้มลง วีว่ารีบประคองไว้

เป็นเวลาที่ห้องผ่าตัด พยาบาลและหมอกำลังช่วยให้ยากระตุ้นหัวใจช่วยชีวิตเธอเต็มที่ ใช้เครื่องช็อตหัวใจอีกครั้ง แต่ร่างเธอก็ผวาเฮือกแล้วนอนนิ่งเหมือนเดิม...

ร่างวีว่าก็กำลังได้รับการช่วยชีวิตจากหมอเต็มที่ พยาบาลรายงานว่า หัวใจคนไข้หยุดเต้นแล้ว!

ภายในห้องสีขาว กลายเป็นวีว่ากับมุกรินนอนมองหน้ากันด้วยความเจ็บปวดทั้งคู่ มุกรินค่อยๆเอื้อมมือมาแตะที่มือของวีว่า วีว่านอนมองด้วยความสงสัยว่ามุกรินต้องการอะไร จนมุกรินเอ่ยขึ้นว่า

“ฉันไม่ใช่คนที่โชคดีอย่างคุณ...และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่ดี...ฉันฆ่าได้แม้กระทั่งลูกในท้องของฉันเอง แต่ถึงฉันจะเลวแค่ไหน ฉันก็มีความฝันเหมือนกัน...ได้โปรด...ได้โปรดช่วยทำความฝันแทนฉันที...ได้โปรดแก้ไขสิ่งที่ฉันทำผิดพลาดไว้...ได้โปรด...ได้โปรดดดด...”

ขณะวีว่ากำลังงุนงงนั้น คุณลึกลับปรากฏให้เห็นอีกครั้ง เอามือลูบผมวีว่าบอกเธอว่า

“ถึงเวลาแล้ววีว่า...ทำให้ดีที่สุดนะ” แล้วคุณลึกลับก็เลือนหายไปท่ามกลางแสงที่สว่างจ้าขึ้น...

พอวีว่าปรือตาขึ้น พบตัวเองนอนอยู่ในชุดคนไข้บนเตียงห้องพักคนไข้ ที่แขนมีสายน้ำเกลือ เธอมองตัวเองด้วยความงุนงง...

ooooooo

ที่ห้องพักคนไข้ของมุกริน ลมเห็นเธอรู้สึกตัวเขาดีใจรีบเข้าไปหา

“ลม” ร่างนั้นเรียกเขาเบาๆ ลมบอกว่าใช่...ตนเอง เขาบอกเธอว่า

“ต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมให้คุณทิ้งผมไปไหนอีกแล้วนะริน”

ที่แท้วีว่าอยู่ในร่างของมุกริน เธอมองเขางงๆ ที่เรียกตนว่าริน ถามว่าเขาเรียกตนว่าอะไรนะ

“รินไง...อย่าบอกนะว่าคุณฟื้นขึ้นมาแล้วจำไม่ได้ว่าคุณคือใครนะมุกริน”

วีว่าอึ้งไปทันที!!

ความจริงคือ หมอแจ้งแก่วารุณีและใจเด็ดว่า วีว่าเสียเลือดมากชีพจรหยุดเต้นไปหลายนาที เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ แม้ร่างกายจะปลอดภัยจากบาดแผลกระสุน แต่ก็ทำให้เธออยู่ในสภาพโคม่า สมองของคนไข้ซับซ้อนมาก คนไข้จะฟื้นจากอาการโคม่าเมื่อไร ไม่ว่าหมอหรือใครก็ไม่สามารถตอบได้

“หมายความว่าดิฉันต้องทนเห็นลูกนอนอยู่แบบนี้ โดยไม่รู้ว่าเมื่อไรที่แกจะตื่นฟื้นขึ้นมาหรือคะ” วารุณีถามตระหนกพอหมอพยักหน้า เธอร้องไห้โฮโผซบบ่าใจเด็ด ปูรณ์มองภาพตรงหน้าอย่างเจ็บปวด...ยิ่งเมื่อพบว่าตนไม่ได้รับมิสคอลจากวีว่าก่อนเกิดเหตุ ปูรณ์น้ำตาร่วงด้วยความรู้สึกผิดมากที่ไม่ยอมรับสายวีว่าจนเธอต้องเป็นอย่างนี้...

ooooooo

วีว่าในร่างมุกริน เธอตกใจสุดขีดเมื่อเห็นหน้าตัวเองในกระจกที่สะท้อนมากลายเป็นหน้ามุกริน เธอหวีดร้องล้มลงเสียงโครมครามทำให้ลมที่เฝ้าอยู่วิ่งเข้ามาดู เขาตกใจเมื่อเห็นมุกรินล้มกองอยู่กับพื้น เขารีบเข้าประคอง บ่น...

“ผมบอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งลุก รินก็ไม่เชื่อ”

“ปล่อยเรานะลม!!” วีว่าสะบัด ลมชะงักอึ้งแต่ยังประคองร่างนั้นไว้บ่นอย่างเป็นห่วงว่า

“จะปล่อยได้ไงล่ะ ปล่อยแล้วรินก็มาล้มแบบนี้ ไป...ผมจะพารินกลับไปที่เตียง” เมื่อพาไปที่เตียงแล้วเขากำชับ “รินนอนเสียนะ ถ้ามีอะไรก็เรียกผม ผมจะเฝ้ารินอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนอีก”

วีว่าในร่างมุกรินยอมนอนแต่โดยดี แอบหวังว่านั่นคงเป็นแค่ความฝันตลกๆ ตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะเหมือนเดิม

ฝ่ายลม...เมื่อไปนั่งที่โซฟา เขามองร่างที่นอนอยู่บนเตียงเห็นเป็นมุกรินชัดๆ แต่มีบางสิ่งบางอย่างที่เขารู้สึกว่าไม่ใช่ แต่ก็บอกไม่ได้ว่า...มันคืออะไร??
คืนนี้วีว่าในร่างมุกรินฝันว่า เธอได้พบกับคุณลึกลับ คุณลึกลับย้ำกับเธอว่าถึงเวลาแล้ว ให้เธอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด...

ตื่นขึ้นมาตอนเช้า วีว่าในร่างมุกรินเห็นลมนั่งสัปหงกอยู่ที่โซฟา เธอลุกขึ้นเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจกเป็นหน้ามุกรินอีกตามเคย เธอไม่อยากรับรู้กับสิ่งประหลาดที่เกิดขึ้น มือป่ายปะไปถูกรีโมตทีวีเข้า ทีวีเปิดเห็นผู้สื่อข่าวยืนรายงานอยู่หน้าโรงพยาบาลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วีว่าเบิกตาโพลงเมื่อเห็นรถของตนอยู่ในที่เกิดเหตุหลังถูกยิง นักข่าวยังรายงานว่า

“อย่างไรก็ตาม นักข่าวได้สืบทราบข่าวเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลบางคนว่า ขณะนี้นางสาววรรณวิวาห์ วรรณดำรงนั้น อาการปลอดภัยแล้ว แต่เนื่องจากเสียเลือดมากและสมองขาดออกซิเจนไปนาน ทำให้นางสาววรรณวิวาห์ อยู่ในอาการโคม่า และเป็นไปได้ว่าจะอยู่ในลักษณะของเจ้าหญิงนิทราและยังไม่ทราบว่าเมื่อไรเธอถึงจะฟื้น โดยเฉพาะขณะนี้ ทางแพทย์ได้นำตัวเธอเข้าไปพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วยชั้น VIP หมายเลข 1201 ของโรงพยาบาล BMC ค่ะ”

วีว่ามองตัวเองเห็นอยู่ในชุดโรงพยาบาลนี้ เธอลุกพรวดดึงสายน้ำเกลือทิ้ง เดินออกไปทันที เข้าลิฟต์ กดไปชั้น 12

ลมตื่นขึ้นมาไม่เห็นมุกรินนอนที่เตียง เขารีบไปหาที่ห้องน้ำก็ไม่มี วิ่งออกจากห้องไปที่ลิฟต์ พอดีลิฟต์ปิด ลมยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้น และมุกรินกำลังจะไปไหน

ooooooo

วีว่าในร่างมุกรินขึ้นถึงชั้น 12 มองหาห้อง 1201 พอเจอก็พรวดเข้าไปจนพวกตำรวจที่เฝ้าอยู่ห้ามไม่ทัน

ภายในห้องเงียบเชียบ ได้ยินแต่เสียงอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางจากร่างบนเตียง วีว่าเดินเข้าไปใกล้ พอเห็นร่างตัวเองนอนอยู่บนเตียง เธอชะงัก ทำอะไรไม่ถูก เธอสับสนเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ทันใดนั้นประตูห้องเปิด ตำรวจเข้ามาถามว่าคุณเป็นใคร เข้ามาทำไม แต่พอเห็นหน้าชัดๆ ตำรวจอุทาน

“มุกริน เวลแม็กซ์?!!”

วารุณีอยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงตำรวจ พอออกมาก็งุนงงเมื่อเห็นมุกรินยืนอยู่ใกล้ร่างของวีว่า พอมุกรินหันมาเห็นวารุณีก็โผเข้ากอดร้องไห้ดีใจ ร้องเรียก

“แม่...”

วารุณีปล่อยให้วีว่าในร่างมุกรินกอด เธอยืนนิ่ง งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก

ชั้นฉัตรคุยกับปูรณ์ขณะอยู่ในลิฟต์ว่า ตำรวจบอกว่าเมธีหายไปจากห้องหลายวันแล้ว แต่เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศ ตอนนี้กำลังประสานกับทางตำรวจภูธรอยู่ ปูรณ์เชื่อว่าถ้าเมธีหนีก็แสดงว่าเป็นคนสั่งยิงวีว่า มองหน้าชั้นฉัตรถามว่านี่หรือคนที่เขาเคยขอให้ตนช่วยชีวิตไว้

“ก็ใครจะไปคิดว่าคนมันจะชั่วได้ขนาดนี้ เออ... ฉันผิดเอง” ชั้นฉัตรยอมรับ พอดีมาถึงชั้น 12 ออกจากลิฟต์ยังคุยกันต่อ ปูรณ์บอกว่าถ้าเขาผิดตนก็ผิดเหมือนกัน บ่นว่าเมธีไม่น่าจะเลวได้ขนาดนี้

ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ตอนที่ 7 วันที่ 3 ก.ย. 58

อ่านละครย่อเรื่อง ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ บทประพันธ์โดย วรรณวรรธน์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจบทโทรทัศน์โดย พฤกษ์ เอมะรุจิ
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจกำกับการแสดงโดย รัญญา ศิยานนท์
ละครขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจผลิตโดย บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ขอเป็นเจ้าสาวสักครั้งให้ชื่นใจ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ