อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 1 วันที่ 5 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 1 วันที่ 5 ต.ค. 58

คุณสร้อยค้อนตาคว่ำ อยากจะหยิกหลานสาวคนเล็กให้เนื้อเขียว แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้

“แล้วนี่ขนอะไรมา ไหว้เจ้าไหว้ก๋งองค์ไหนกันยะ”

“หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่าไหว้กี่อย่างก็ขนมาให้คุณป้าหมดเลยค่ะ”

พูดจบก็ยกชะลอมผลไม้และถุงข้าวของไหว้มาอวด กลิ่นหอมของอาหารคาวหวาน และสีสันสดใสของผลไม้จากสวน ทำให้คุณสร้อยกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะกลบเกลื่อน ทำท่าเหม็นเบื่อ



“แต่ก็อย่างว่า ของไหว้ก็เท่านี้ ซ้ำๆซากๆ ซ้ำยังขนมาท่วมหัวท่วมหู”

อุ่นเรือนส่งสายตาปรามลูกสาว ก่อนจะพยายามไกล่เกลี่ย ให้นำไปแจกเพื่อนบ้าน คุณสร้อยนึกขวาง แหวลั่นด้วยความลืมตัว ออกอาการเป็นหวงข้าวของทันที

“เรื่องอะไร เดี๋ยวเขาจะหาว่าประจบประแจง พวกนั้นน่ะ ท้องยุ้งพุงกระสอบ ของแค่นี้ไม่ครนามันหรอก”

บรรดาสาวใช้ในบ้านมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะหัวเราะ ไม่ถือสาหาความเจ้านายสาว ที่ช่างค่อนแคะแดกดันไปตามประสา เช่นเดียวกับสาลิน กลั้นยิ้มแทบแย่เมื่อเห็นท่าทางขี้หวงของป้า อยากจะแหย่ให้หายคิดถึงอีกหลายยก แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงเสียก่อน เมื่อเห็นศรีจิตราเดินออกจากกระโจมอบผิว

“อุ๊ย...พี่ศรีเป็นอะไรคะ ตัวเหลืองอย่างกับสูบฝิ่น”

ศรีจิตรายิ้มเจื่อน อธิบายเสียงอ่อน “พี่เพิ่งออกจากกระโจมอบตัว เหลืองนี่เหลืองขมิ้นยายสา”

สาลินคว้ามือพี่สาวมาดม ก่อนจะหัวเราะ “พี่ศรีกลิ่นเหมือนไก่ย่างหน้าสถานีเลย”

คุณสร้อยไม่ขำด้วย เอ็ดลั่น “ดูปากมัน แม่คนนี้ ของดีว่าเน่า ขี้เต่าว่าหอม พี่สาวหล่อนน่ะ เขาต้องอบร่ำตามตำรับชาววัง เพราะอีกหน่อยก็ต้องถวายตัวเข้าวังเสด็จแล้ว”

สาลินตาโต “ถวายตัว เข้าวังทำไมคะ”

“จะทำไม ก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมน่ะสิ”

“เตรียมตัวให้พร้อม พร้อมทำไมคะ”

“ก็พร้อมจะเป็นสะใภ้จ้าวน่ะสิยะ ไม่เหมือนนังบางคน อย่างดีก็เป็นได้แค่สะใภ้ไพร่!”

ooooooo

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ นั่งมองเวลาในห้องอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกไปคุยกับพี่ชายตามนัด แต่กลับต้องถอยแทบไม่ทัน เมื่อแอบเห็นจรวยเข้าไปในห้องพี่ชาย...

คืนเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินอยู่ค้างกับแม่และพี่สาว เบื่อจะเล่าเรื่องงานของตนเต็มที แต่อยากรู้เรื่องคู่หมั้นคู่หมายของพี่สาว ราชนิกุลหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์มากกว่า

“คุณชายคนไหนคะ ที่จะมาเป็นคู่หมายของพี่ศรี”

“พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าคนไหน”

“หา...แล้วจะแต่งกันไปได้ยังไง”

“ก็อีกหน่อย คงจะได้เจอตัวทำความรู้จักกัน”

“โธ่...ใครก็ไม่รู้ หน้าตายังไงก็ไม่รู้ ถ้าเกิดปากเบี้ยว ตาเหล่ ฟันเหยินล่ะ”

อุ่นเรือนกับศรีจิตรายิ้มขัน อ่อนอกอ่อนใจเหลือเกินกับวาจาเปรียบเปรยของสาลิน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ ถึงกับหูผึ่งและแทบเต้นเมื่อได้ยินคำพูดแดกดันของหลานสาวคนเล็ก

“ถึงแม่กับพี่ศรีจะบอกว่าคุณชายวังนั้นงามกันทุกคน...แต่นิสัยใจคอล่ะคะ ถ้าเกิดใจทมิฬหินชาติ หรือขี้เหล้าเจ้าชู้เป็นไฟ หรือว่ามีเมียเก็บซุกไว้แล้วละคะ”

ในที่สุดสร้อยก็ทนไม่ไหว ต้องโผล่ไปแหวใส่หลานสาวคนเล็ก “ว้าย...นังสู่รู้ ไปว่าคุณชายเขา พี่เราน่ะเขาจะได้เป็นสะใภ้จ้าว แทนที่จะดีใจ ติดใบบุญพี่เขาไปอบร่ำเป็นผู้ดิบผู้ดีชาววัง กลับมาเสี้ยมพี่สาวไม่ให้แต่งเสียนี่”

“คุณป้าขา...หนูไม่อยากไปอบร่ำเป็นชาววังหรอกค่ะ เจ้าเดี๋ยวนี้ขายวังกินถมถืดไป อีกอย่าง...นี่มันยุคอวกาศแล้วนะคะ มันหมดยุคคลุมถุงชนแล้ว”

“แม่อุ่น...ดูลูกสาวหล่อนนะ นี่คงอ่านหนังสือพวกหัวรุนแรงมาแน่ๆ ถึงได้มีความคิดขวางโลกแบบนี้”

“สาไม่ได้ขวางโลก แต่สาเชื่อว่าคนเราแต่งงานกัน ก็ต้องแต่งกันเพราะความรัก ไม่ใช่ถูกบังคับแต่ง”

“แหม...แม่หัวสมัย แก่แดดนักนะ รู้จักด้วยเหรอความรักน่ะ”

“ก็อ่านในหนังสือไงคะ”

“อ้อ...นิยายประโลมโลกทั้งนั้น ไม่ต้องมาเถียงฉัน ฉันน่ะผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านโลกมามากกว่าแก”

“แล้วคุณป้ารู้จักความรักด้วยเหรอคะ”

คุณสร้อยอ้าปากค้าง เพราะตัวเองก็เป็นสาวโสดไม่ได้แต่งงาน อุ่นเรือนกลัวจะเป็นเรื่อง ร้องสั่งให้ลูกสาวคนเล็กขอโทษพี่สาวสามี แต่คุณสร้อยก็โบกมือห้ามเสียก่อน

“ไม่ต้องขอโทษ แต่ฉันจะสำเร็จโทษมัน ไม้เรียวอยู่ไหน ไม้แขวนเสื้อก็ได้!”

จบคำก็คว้าไม้แขวนเสื้อใกล้มือไล่ตีสาลิน แต่สาวแสบบ้านสวนก็ไวเหลือเชื่อ หนีไปได้ทุกครั้ง จนคุณสร้อยถอดใจ ล้มเลิกความคิดจะลงโทษหลานสาวคนเล็ก อุ่นเรือนโกรธมาก ร้องเรียกให้ลูกสาวคนเล็กเอ่ยคำขอโทษ สาลินรู้สึกผิดไม่น้อย จึงยอมคลานมากราบใกล้ๆ แต่ไม่วายเถียงแทนพี่สาว

“แต่แหม...หนูเห็นว่าเราเข้ายุคอวกาศไปเดินดวงจันทร์กันแล้ว ทำไมเรายังติดธรรมเนียมโบราณกันอยู่”

“อย่ามาเห่อเรื่องเหยียบดวงจงดวงจันทร์เลยเขาเหยียบกันมานมนานกาเลแล้ว”

สาลินทำหน้างงๆ คุณสร้อยก็ตกหลุมพราง อธิบายเสียงห้วน “จะใคร...ก็คนไทยน่ะสิ เราถอดจิตไปดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์มาแต่ไหนแต่ไร อย่าได้เห่อเชื่อฝรั่งมันเชียว”

สามแม่ลูกกลั้นหัวเราะกันแทบแย่ ปล่อยให้คุณสร้อยโอ่เรื่องวาสนาของศรีจิตราด้วยความภาคภูมิใจ

“ยายศรีน่ะ ได้เป็นสะใภ้วังวุฒิเวสม์ก็เพราะฉัน ฉันอบรมขัดเกลายายศรีมากับมือ จนเป็นผู้รากมากดี เป็นแม่ศรีเรือน เสด็จทรงเล็งเห็นถึงได้ทรงเลือกยายศรี”

“เป็นพระคุณเหลือเกินค่ะ แล้วตกลงพี่ศรีจะเป็นคู่หมายใครคะ”

“คุณชายโตไงยะ เป็นข้าราชการอนาคตไกล ต่อไปก็จะได้เป็นคุณชายปลัด เป็นคุณชายเจ้ากระทรวง โก้หร่าน เหมาะกับยายศรีราวกิ่งทองใบหยก”

คุณสร้อยวาดฝันคนเดียวอย่างมีความสุข โดยมีสามแม่ลูกมองมาอึ้งๆ ถึงบางอ้อสักทีว่าว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็คือคุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์นั่นเอง!

ooooooo

หลังชวดคุยกับพี่ชายเมื่อคืน เพราะถูกจรวยตัดหน้าเข้าไปบำเรอสวาทก่อน คุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ตัดสินใจพูดเรื่องหมั้นหมายกับพี่ชายในเช้าวันรุ่งขึ้น

คุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโตถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อน้องชายคนรองเสนอให้เลิกกับจรวย และเตรียมตัวแต่งงานกับเจ้าสาวที่เสด็จพระองค์หญิงจัดหาให้

“นายจะให้ฉันไปรักกับยายหลานสาวคุณสอางค์อะไรนั่น ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตางั้นหรือ”

“พี่จะขัดพระประสงค์ของเสด็จหรือครับ”

“ฉันยอมแต่ง แต่ฉันก็ต้องมีเมียรองไว้ปรนนิบัติส่วนตัวฉันเหมือนกัน”

คุณชายรองถึงกับกุมขมับ แต่ยังพยายามเจรจาอย่างใจเย็น “หมายความว่าพี่จะไม่เลิกกับจรวย...ถ้าอย่างนั้นผมเห็นว่าพี่ก็ควรกราบทูลความจริงเด็จป้าทั้งหมด เรื่องการหมั้นหมายจะได้ล้มเลิกไป”

“ชายรอง...เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่พี่ตัดสินใจดีกว่านะ ถึงเสด็จจะทรงมอบหมายให้นายเป็นคนดูแลคนในตำหนักเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะมาควบคุมเรื่องส่วนตัวของพี่ได้”

ขาดคำจรวยซึ่งแอบฟังตลอด ก็ถลาออกไปพร้อมรองเท้าขัดใหม่เอี่ยมในมือ คุณชายรองหัวเสียมาก ที่สาวใช้เจ้าปัญหาโผล่มาขัดจังหวะ แต่ก็ทำได้แค่ฮึดฮัดจากไป ทิ้งคุณชายโตให้มองไปทางสาวใช้ทรงอวบอย่างรู้ทัน

“ตั้งใจใช่ไหมเนี่ย...เธอนี่ร้ายไม่ใช่เล่น”

จรวยวางรองเท้า ก่อนโผกอดเขาแน่น “ไม่มีใครมาพรากจรวยไปจากคุณชายได้หรอกค่ะ”

การเจรจากับพี่ชายล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหงุดหงิด แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ ปรับสีหน้าให้เข้าที่เข้าทาง เพราะต้องไปง้องอนหญิงคนรักถึงวังรัชนีกุล

คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคนเดียวของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง หรือคุณหญิงก้อย รีบมาต้อนรับราชนิกุลหนุ่ม ก่อนจะผายมือให้เข้าไปด้านใน ที่ซึ่งน้องสาวจอมเอาแต่ใจของตนนั่งเล่นอยู่

คุณหญิงก้อยแกล้งโกรธได้ไม่นาน ก็ต้องใจอ่อน เมื่อเจอลูกอ้อนของชายคนรัก

“ได้โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ เรื่องการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับนักการทูต”

“หญิงเข้าใจค่ะคุณรอง แต่คุณรองทำเหมือนหญิงไม่มีหัวจิตหัวใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของหญิงเลย”

“ใครว่า...หญิงก้อยคือคนที่ผมแคร์มากที่สุด แต่หญิงต้องเข้าใจด้วยว่าถ้าเราแต่งงานกัน หญิงคือภริยาท่านทูตในอนาคต มีหน้าที่ต้องสนับสนุนงานของสามีในทุกๆด้าน หญิงจะเอาตัวเป็นที่ตั้งแบบนี้ไม่ได้”

คุณหญิงก้อยชะงัก ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องพยายามระงับ และตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด

“หญิงต้องตามผมไปอยู่ต่างประเทศ และอาจจะย้ายไปหลายประเทศด้วยซ้ำ หญิงต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คน หรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปให้ได้ เข้าใจใช่ไหมครับ”

“ค่ะ...เข้าใจค่ะ หญิงต้องหมุนไปตามโลกของคุณชายท่านทูต”

“ไม่เอาน่ะ อย่าพูดประชดแบบนี้ หญิงต้องเลิกทำตัวเหมือนเด็กๆที่ต้องให้ใครต่อใครมาพะเน้าพะนอเอาใจตลอดเวลา หญิงเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ”

คุณหญิงก้อยข่มความไม่พอใจอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้ม เมื่อชายคนรักเกริ่นถึงเรื่องแต่งงาน พร้อมกับมอบแหวนเกลี้ยงมีหัวฝังพลอยซึ่งเขาใส่ติดตัวเสมอให้

“นี่ยังไม่ใช่แหวนหมั้น แต่เป็นแหวนที่ผมรักมากที่สุด ขอให้แหวนนี้เป็นแหวนแทนใจผม”

“นี่แหวนผู้ชายนี่คะ”

“แหวนนี้ท่านพ่อทรงสวมติดนิ้วเสมอ แล้วท่านพ่อประทานให้ผมก่อนท่านสิ้น”

ooooooo

แหวนแทนใจของคุณชายกิตติราชนรินทร์ ไม่ได้ทำให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงซาบซึ้งใจ แต่ทำให้อึดอัดมากกว่า เพราะเหมือนเป็นการผูกมัดแบบสมถะที่เธอแสนจะไม่ชอบ วิรงรองรู้นิสัยใจคอเพื่อนสาวดี แต่ก็ไม่อยากให้คิดมาก เพราะราชนิกุลหนุ่มก็มีดี เป็นถึงว่าที่ท่านทูตอนาคตไกล

“ภริยาทูตงั้นหรือ ตกลงแต่งงานกันไป ฉันต้องกลายเป็นยายเมียทูต เดินตามผัวต๊อกๆ ไปอยู่ประเทศโน้น ประเทศนี้ ต้องทำพินอบพิเทากับทุกคนทุกสังคมที่ผัวพาไปรู้จัก”

“นั่นแหละหน้าที่ภริยาผู้เพียบพร้อม เธอไม่ต้องการหรอกเหรอ”

“แล้วชีวิตฉันอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตของฉันเองบ้างสิ นี่มันยุคเสมอภาคทางเพศแล้วนะ”

“หญิงก้อยขา หัวสมัยใหม่มากไม่ได้นะคะ เพราะหญิงกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายหัวเก่าอย่างคุณชายรอง”

คุณหญิงก้อยส่ายหน้าเนือยๆ เบื่อและเซ็งเต็มทีกับจารีตและขนบธรรมเนียมบ้าๆของประเทศบ้านเกิด ที่ทำให้เธอสูญเสียอิสรภาพ วิรงรองเห็นใจราชนิกุลสาวมาก เลยคิดช่วยด้วยการชวนไปปาร์ตี้แก้เครียดกับกลุ่มเพื่อนของเธอ

กลุ่มเพื่อนของวิรงรองประกอบด้วย อัศนีย์ เถลิงการ เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย จิตติณ หนุ่มสังคมผู้รักสนุก จิตริณี นักเรียนนอกคนสวย ซึ่งแอบรักอัศนีย์มานาน...ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นครั้งแรก หลังกลับจากเมืองนอกเมื่อไม่กี่วันก่อน และคืนนี้วิรงรองก็นัดเดตอัศนีย์ ให้แก่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย สาวสังคมคนดังแห่งพระนคร

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 1 วันที่ 5 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ