อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 10/2 วันที่ 23 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 10/2 วันที่ 23 ต.ค. 58

อุ่นเรือนหมั่นไส้ลูก เลยอ้างถึงนิทานพื้นบ้านอีสานที่ต้องอ่านให้ศรีจิตราฟังเพราะคุณสร้อยสั่งห้าม
ตา ยาย ยายพิณ ตาผลสะดุ้งเฮือก
“ ทำไมว่าลูกอย่างนั้น”
อุ่นเรือนหน้าซีด สาลินหัวเราะขำ
“มันเป็นคำอีสานค่ะ แปลว่าเฉลียวฉลาด”
ทุกคนถอนใจเฮือก ยายหันมาทางหลานสาว
“เดี๋ยว แล้วแกเอาเรื่องตายเรื่องเป็นฉันไปหลอกคุณป้าทำไม”

“ถ้าไม่บอกอย่างงี้ คุณป้าจะยอมให้แม่มาหรือคะ”


อุ่นเรือนถอนใจ แต่ก็หายโกรธลูกสาว ตา ยายมองอย่างอ่อนโยน
“ดีแล้วลูก จะได้คุยกันให้หายคิดถึง”
สาลินยิ้มแป้น “คืนนี้ยังคุยไม่ได้ค่ะ เพราะแม่กับคุณยายมีงานสำคัญ”
“งานอะไรของแกอีก”
“เสด็จพระองค์หญิงโปรดให้หนูเข้าเฝ้าพรุ่งนี้ แม่กับคุณยายต้องเทรนหนูให้เต็มที่เลยนะคะ”
ยายทำหน้างง “เทรนอะไรยะ”
“แปลว่าฝึกซ้อมเข้มข้นค่ะ เอาแบบส่งอาภัสราเข้าประกวดงานวชิราวุธเลยนะคะ”
“งั้นไป เทรนกัน”
ยายขยับจะลุก แต่ฉ่งซำรัดติ้วจึงยักแย่ยักยัน สาลินกับอุ่นเรือนช่วยประคองขึ้น จนยายทรงตัวได้ ทันใดมีเสียงดังควาก ฉ่งซำปริแยกตั้งแต่รักแร้ 2 ข้างมาถึงสะโพก ยายตะลึงจังงัง สาลินกับแม่ร้องวี้ด ยายค่อยๆ หันไปสบตา ตายิ้มประกาศชัย
“ฉันชนะ”

ยายกับอุ่นเรือนช่วยกัน “เทรน” สาลิน ที่ทำท่าทางกระโดกกระเดก จนเริ่มมีทีท่าอ่อนช้อยขึ้น
สาลินค่อยๆ คลานมาถึงหน้าตั่ง พลางลดตัวลงพับเพียบเก็บเท้า แล้วโน้มกายลง ตั้งมือข้างหนึ่งก่อนแล้วก้มลง เพื่อจะนำมืออีกข้างประกบกราบ
ตา อุ่นเรือนมองแล้วคำนวณวิถี ปากจะร้องห้าม แต่ไม่ทัน หน้าผากสาลินโขกตั่งดังสนั่น ตัวผงะหงายหลังมานั่งแผ่ ผ้าถุงถลกอ้าคล้ายลำยอง เอามือคลึงหัว

การ “เทรน” ดำเนินมาจนคืนค่ำ ก่อนจะจบลงที่ท่ากราบอย่างอ่อนช้อยงดงามของสาลิน ยายพยักหน้าว่าใช้ได้ อุ่นเรือนตบมือชมเชย
ยายลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสายเข้าห้องใน อุ่นเรือนหันมาหายายพิณที่ขึ้นบันไดมา
“ขมิ้น ดินสอพอง ละลายไว้แล้วค่ะ อ้อ มะกรูดเผาไว้แล้ว 3 ลูก คงพอนะคะ ส้มมะขาม เปลือกมะนาวมีพร้อมค่ะ”
“ดีจ้ะ”
ตาผลขึ้นเรือนตามมา “น้ำเดือดแล้วครับ วันนี้หนาว ผมเลยต้มไว้ 2 กา”
อุ่นเรือนยิ้มรับ “ขอบใจจ้ะ เฮ้อ”
ตาเดินกลับมาแล้วชะงัก อุ่นเรือนมองพ่อแล้วมองตามสายตา ยายพิณ ตาผลมองตาม เห็นสาลินยังตะแคงกราบซบอยู่อย่างนั้น มีอาการเหมือนถึงวิสัญญีภาพไปแล้ว
ตากลั้นหัวเราะ อุ่นเรือนดุ
“ยายสา”
สาลินไม่ติงไหว อุ่นเรือนเข้าไปข้างตัว ตีก้นเผียะ
“นี่แน่ะ”
สาลินค่อยลุกมานั่งพับเพียบ เอาสองมือวางซ้อนกันบนตัก เก็บเท้าปิดไว้ใต้สะโพก ไม่ให้ชี้โด่ออกมา
เงยหน้าน้อยๆ ทำหน้าเสงี่ยมหงิม ท่าทางเรียบร้อยกว่าศรีจิตราเจ็ดเท่า พูดเสียงเย็นยะเยือก
“คุณแม่มีกระไรกับลูกหรือค้า”
ตาหัวร่อคิก “นั่นมันเกินไป เหมือนผีอีนากพักโขนงแล้ว”
สาลินถอนใจ ลดท่าทีลงให้เป็นปรกติขึ้น พลางบ่นอุบ
“เข่าหนูด้านไปหมดแล้วค่ะ”
อุ่นเรือนรีบบอก “ไม่เป็นไร ยายพิณเตรียมเปลือกมะนาวกับส้มมะขามไว้ ขมิ้น ดินสอพอง มะกรูดเผา มีครบ”
“ไม่เอาค่ะแสบ ใช้แค่สบู่กับแชมพูก็พอค่ะ”
“ไม่ได้ลูก เดี๋ยวแพ้ยายศรี”
สาลินงง ตางง ยายหันมาถาม
“อ้าวยังไง แม่อุ่นพูดจาพิลึก”
“หนูไปสู้พี่ศรีได้ยังไงคะ”
อุ่นเรือนยิ้มพราย “แม่พูดผิดไป แม่ต้องพูดว่า ไม่ได้ เดี๋ยวแม่จะแพ้คุณป้าสร้อย”
สาลินตาโต “งั้นหนูจะไม่ขี้เกียจแล้วค่ะ เดี๋ยวขัดสีฉวีวรรณหนูสามรอบก็ได้”

ยายพูดต่อ “เดี๋ยวก็ได้ ก่อนอาบมาเจอยายก่อน”

สาลินนั่งอยู่ตรงหน้า ยายใช้ 2 มือกางดึงเส้นด้ายเป็นกากบาท

ปลายเส้นหนึ่งเอาปากคาบไว้ ทำมือขยับ เส้นด้ายเข้าเสียดสีกัน คล้ายเป็นวิชาลึกลับในคัมภีร์ทานตะวัน ตา อุ่นเรือน ยายพิณ เจ้าแกะ และตาผลนั่งดูด้วยความทึ่ง
ตาหันมาถาม “เขาเรียกอะไรน่ะคุณ”
“เขาเรียกว่าหมั่งหมิ่ง ภูมิปัญญาจีนใช้ด้ายกับแป้งเอาไว้ถอนขนบนหน้าให้เนียน กระทั่งสิวเสี้ยนก็หลุดออกหมด”
สาลินยิ้มแหยๆ อุ่นเรือนไม่แน่ใจ ยายพิณตบเข่าฉาด
“ทีนี้แหละ นางสาวไทยที่เขาประกวดที่งานวัดก็สู้ไม่ได้”
“นางสาวไทยอะไรฮึ ยายพิณ ถึงไปประกวดที่งานวัด”
“ก็เขาประกาศออกโครมๆ ไงคะ ว่ามีประกวดนางสาวไทยที่งานวัดชิราวุธ”
สาลินทำตาปริบ ๆ

สาลินนั่งตาปรือบนเตียง ผิวเหลืองเรืองรอง ผมที่สระด้วยมะกรูดดำวาววับ คิ้วเรียว ไรขนรอบหน้าหายไปจนเกลี้ยง เห็นกรอบผมกรอบหน้าคมชัด
อุ่นเรือนอยู่ตรงหน้า มีหนังสือราชาศัพท์บนตัก นาฬิกาบอกเวลา 2.00 น.
“เรื่องราชาศัพท์หนู่น่ะ แม่ไม่ห่วง”
สาลินทำหน้าล้อ “ เกล้ากระหม่อมฉันเป็นลิเกเก่าเพคะ เสด็จแม่”
อุ่นเรือนจุ๊ปาก “อย่ามาทำเป็นเล่นนะลูก เดี๋ยวติดไปตอนเฝ้าจริงๆ ไปนอนได้แล้ว ตอนเช้าต้องตื่นมาขัดผิวอีกรอบ”
“ตัวหนูเปื่อยหมดแล้วนะคะ”
สาลินพูดพลางเอาเสื้อนอกของชายรองจากตู้มาแขวนเตรียมเอาไปคืน อุ่นเรือนมองตาม
”เสื้อสูทอะไรของใครลูก ตัวยังกะยักษ์ปักหลั่น”
“เสื้อเพิ่งซักแห้งมาค่ะ ต้องเอาไปคืนเขา เขาให้หนูยืมใส่”
“เขาให้หนูยืมทำไม”
“ฝนมันตกค่ะ เขาให้หนูใส่...เอ้อ...กันฝน”
อุ่นเรือนยังไม่หายสงสัย “ แล้วเขานี่ใคร”
“แม่ขา หนูง่วงแล้ว”
สาลินตัดบทด้วยการตะแคงตัวนอน แล้วหลับตา
“จ้ะ จ้ะ นอนเถอะลูก”
อุ่นเรือนคลี่ผ้าห่มให้ลูกสาว “ เดี๋ยวนี้นายพลมาบ่อยขึ้นหรือลูก”
“ค่า”
“แล้วคุณชายรองเคยมาส่งหนูที่นี่เชียวหรือลูก”
สาลินหาวหวอดๆ “ หนูไม่ไหวแล้วค่ะ”
อุ่นเรือนเดินไปปิดไฟ แล้วมานอนข้างลูก
“เออ คุณยายบอกว่าหนูฝันว่างูรัดหรือลูก”
สาลินทำเสียงดุ “ แม่”

รถจากบ้านราชดำริแล่นสู่ตำหนักใหญ่วังวุฒิเวสม์ ที่งดงามดังปราสาทในเทพนิยาย นายทิมเป็นคนขับทางตอนหลังคุณสร้อยนั่งอยู่กับสาลิน ที่แต่งตัวงดงาม มีเครื่องเพชรชิ้นเล็กน้อยชิ้นประดับประดา
คุณสร้อยไม่วายหันมาบ่น “บอกให้มาแต่เช้า ดันมาเอาจวนเพล แทนที่จะได้ซักซ้อมนัดแนะกันก่อน
ไม่มีเวลา”
สาลินเอามือเขี่ยกรวยดอกไม้บนตักเล่น
“ดีแล้วค่ะ เดี๋ยวไม่เป็นธรรมชาติ”
“ธรรมชาติของลิงน่ะซียะ โอ๊ยตายๆ นี่ฉันต้องอับอายขายหน้าขนาดไหนนี่ โธ่ โธ่ โธ่”
“เดี๋ยวคุณป้าก็ทราบค่ะ”
คุณสร้อยค้อนจนตากลับ “ อย่ามาพูดดีนะยะ นี่เวลากราบเสด็จพระองค์หญิงน่ะ อย่าได้ทำกระผลุบกระผลับ เป็นนางสวาหะนะยะ”
“ค่ะ“
“แล้วเวลาคลานน่ะ อย่าให้กระดกกระด่นโด่เป็นนางแก้วหน้าม้า”
สาลินแอบถอนใจ “ค่ะ”
“ตอนเปิดกรวยก็เบาๆ นะยะ อย่าให้ดอกไม้ทะลายเป็นนางแมวเย้ยซุ้ม”
“ค่ะ แต่เป็นนางในวรรณคดีทุกคนเลยนะคะ”
สาลินยิ้มเห็นฟันสามสิบสองซี่ คุณสร้อยรับเอาสองมือจับบีบปากให้หุบ

รถยังจอดไม่สนิทดี สาลินก็เปิดประตูรถผลุบลงมา คุณสร้อยร้องเสียงหลง
“ว้าย รอให้รถจอดก่อนซียะ แม่ชะนีพิกุลทอง”
สาลินไม่สนใจ รีบพุ่งไปจับมือศรีจิตรา
“พี่ศรี คิดถึงจังเลย”
“พี่ก็คิดถึงเธอ ยายสา”
สองพี่น้องมองตากันด้วยความรัก สาลินผละออกมายิ้มทักมาลา วรรณา
“หวัดดีค่ะ พี่มาลา พี่วรรณา”
“ค่ะ แหมวันนี้ สวยเช้งวับไปเลยนะคะ คุณสา”
สาลินเอียงหน้ากระซิบ “พอกไปตั้งหลายขนานแน่ะค่ะ”
วรรณายิ้มรับ “สวยผุดผาดบาดตาจริงๆ นะคะ”
คุณสร้อยก้าวตามมา มือถือกรวยดอกไม้ หน้างอดำตัดกับดอกไม้
“ย่ะ สวย สวยเหมือนนังสำมะนักขาแปลง ไป เข้าไปได้แล้ว”

พูดพลางเดินนำไป ศรีจิตราเดินตาม มาลา วรรณาคิกคักขนาบสาลินเดิน
ที่สวนตำหนักเล็ก ชายรองถือกล้องส่องทางไกล มีสายคล้องคอดูอยู่

ภาพสาลินที่มองผ่านกล้องดูงามพิลาส เข็มกลัดเพชร ต่างหูเล็กทอแสงพราวพร่าง
เขารีบลดกล้องลง มีอาการเหมือนกลัวถูกจับได้ แล้วก็สงบนิ่งดังเดิม เปรยเสียงขุ่น
“มาแล้วซิ แม่ตัวยุ่ง”
“สวยไหมครับ คุณชาย”
ชายรองเกือบสะดุ้ง พอหันไปตามเสียง ก็เห็นนายยอดยืนอยู่ในระยะประชิด
“หืมม์ ยังไง อะไร ยอด”
“คุณชายดูนกอพยพมาอยู่ไม่ใช่หรือครับ มาหากินวังเราเต็มเลย”
“สวยก็สวยอยู่หรอก แต่ชอบส่งเสียงจ๊อกแจ๊ก น่ารำคาญเป็นที่สุด”
พูดพลางยกกล้องส่องดูต่อ เห็นสาลินยังคงเหลียวดูโน่นดูนี่ แล้วเข้าประตูใหญ่ตัวตำหนักไป

เสด็จประทับบนตั่งดูงดงาม คุณสอางค์อยู่บนพื้นใกล้ๆ บรรดานางข้าหลวงทุกวัยทำงานดอกไม้กันอยู่ แต่มีอาการชัดว่ามารอดู
ศรีจิตรากับคุณสร้อยกราบลง คุณสอางค์หันสบตาน้องสาว
“นั่งสิแม่สร้อย ไหนล่ะ หลานสาวคนเล็ก” เสด็จตรัสถาม
คุณสร้อยตอบอย่างขมขื่น “อยู่ข้างนอกเพคะ”
“อ้าว แล้วทำไมไม่เข้ามาด้วยกัน”
“ให้แม่วิมาลากับแม่เลื่อมลายวรรณซักซ้อม เอ้ย ตรวจดูความเรียบร้อยอยู่เพคะ”
“วังนี้ปรกติเรียบร้อยกันนักซีนะ”
เสด็จประชด นางข้าหลวงคิกคัก
“ให้พาเข้ามาได้แล้ว”
คุณสร้อยหน้าเผือด คุณสอางค์พยักหน้า เสียงเครือ
“เอาเถอะ ยังไงก็หลาน ค่อยขัดค่อยเกลากันไป”
เสด็จทอดพระเนตรมองไปยังประตู นางข้าหลวงมองตาม คุณสอางค์กับคุณสร้อยกัดริมฝีปาก ก้มหน้ามองด้วยหางตา ศรีจิตรามอง ยิ้มกว้างกว่าปรกติ มีแววเชื่อมั่นน้องสาว
นางข้าหลวง 2 นางแง้มประตู เห็นมาลา วรรณายืนอยู่หน้ายิ้มแย้ม ก้าวเข้ามาแล้วแยกออกยอบกายลง เผยให้เห็นสาลินที่ยืนถือกรวยดอกไม้ ก่อนจะทรุดลงคุกเข่าอย่างนุ่มนวล
“เข้ามาซี”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 10/2 วันที่ 23 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ