อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 11/5 วันที่ 16 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 11/5 วันที่ 16 ต.ค. 58

อัมรามองพรรณรายอย่างผิดหวัง “อัมก็ทำให้แล้วนะคะถ้าอยากทานอะไรที่นอกเหนือจากนี้ก็คงต้องทำเอง” อัมราท่าทางเอาจริง
พรรณรายมองพิไล พิไลสบตาเทิดมองไปที่จานอ๊อด เทิดเข้าใจ หันไปคว้าจานอ๊อดมาเทไส้กรอก ไข่ดาวใส่จานตัวเองหน้าตาเฉย “ไม่ต้องทำก็ได้ เอาของไอ้อ๊อดมา ฉันจะกินเอง ปากดีนักก็ไม่ต้องกิน”
เทิดลงมือกินของอ๊อด อ๊อดโวย “แล้วอ๊อดจะกินอะไรล่ะ”

อัมรามองเจ็บใจ แต่ข่มไว้ หยิบจานของตัวเองมาให้อ๊อด พูดเรียบๆ “อ๊อดกินของพี่ก็ได้จ้ะพี่ยังไม่หิว พี่ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ” อัมราลูบหัวอ๊อด ก่อนเดินออกไป
พิไล พรรณราย เทิดยิ้มให้กันอย่างสะใจ


พรรณรายแต่งชุดไปเที่ยวเดินออกมาจากบ้านกับพิไล พรรณรายดีใจเห็นสันติยืนหันหลังรออยู่ “อาร์ต”
สันติหันกลับมาตามคำเรียกพร้อมกับไหว้พิไล ยิ้มให้พรรณรายก่อนทำหน้าแปลกใจ “ทำไมคุณพรรณแต่งตัวแบบนี้ละครับ ไหนว่าจะให้ผมไปส่งที่มหาลัย”
“พรรณเปลี่ยนใจแล้วล่ะ เช้านี้อารมณ์ไม่ค่อยดี เลยขอคุณแม่หยุดวันหนึ่ง เราไปเที่ยวกันดีกว่านะ”
สันติอึ้งได้ยินคำชวนแต่แล้วรีบยิ้มรับ “ตามใจคุณพรรณสิครับ”
พรรณรายคล้องแขนสันติซบหน้าประจบ “อาร์ตน่ารักที่สุดในโลกเลย”
อัมราแต่งชุดนักศึกษา เดินออกมามองสันติ พรรณ พิไล แล้วทำท่าจะเลี่ยงไปเรียน
พิไลกระชากเสียงถาม “จะไปไหนอัมรา”
“ไปเรียนค่ะ”
“ไม่ต้องไป” อัมราหันมามองงๆ พิไลพูดเน้น “เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ตั้งแต่วันนี้เธอไม่ต้องไปเรียนอีกแล้ว”
สันติตกใจ แต่ฝืนนิ่งไว้ อัมรามองพิไลอย่างไม่ยอมเหมือนกัน “ทำไมคะ ทำไมอัมจะไปเรียนไม่ได้”
“เพราะว่าตอนนี้บ้านเราไม่มีรายได้อะไร เราต้องช่วยกันประหยัด ตัดรายจ่ายอะไรได้เราก็ต้องตัด”
“อัมรู้ค่ะว่าตอนนี้ไม่มีรายได้ แต่เงินที่คุณพ่อคุณแม่สะสมไว้ก็เชื่อว่าน่าส่งลูกๆทุกคนเรียนได้จนจบ ถ้าไม่มีใครมาช่วยใช้”
“นี่แกจะว่าฉันใช่มั้ย”
พรรณรายเดินไปตรงหน้าอัมรา ตบหน้าเต็มแรง อัมราอึ้งมองอย่างผิดหวัง สันติพูดไม่ออก “นี่คือโทษที่กล้าพูดจาก้าวร้าวคุณแม่ ได้ถ้าเธออยากจะเรียนก็เรียนไปฉันจะให้ตาอ๊อดเป็นคนออกมาเอง”
“ไม่นะคะพี่พรรณ”

“งั้นเธอก็ต้องเป็นคนที่เสียสละ ให้เค้าตัดสินใจเองก็แล้วกันคะคุณแม่ พรรณจะออกไปกับอาร์ตนะคะ”
“จ้ะ”
“เอ้อ ผมขอตัวไปห้องน้ำสักครู่ได้มั้ยครับ”
“ได้สิคะงั้นพรรณรอตรงนี้นะ”
“ครับ”
สันติรีบเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้อัมรา เผชิญหน้าอยู่กับพิไล พรรณราย อัมรามองตามสันติอย่างผิดหวัง

สันติรีบเข้ามา เดินไปที่โทรศัพท์บ้าน สันติมองซ้ายมองขวา ไม่มีใคร สันติรีบเดินไปโทรศัพท์ ท่าทางร้อนใจ “ออย..นี่ฉันเอง..” สันติกระซิบสรุป “นายต้องรีบหาทางช่วยน้องอัมนะ ไม่งั้นน้องอัมแย่แน่ ขอบใจมาก แค่นี้ก่อนนะ” สันติรีบวางโทรศัพท์ สันติหันกลับมาตกใจ แทนสายตาเห็นอ๊อดมองอยู่อย่างสงสัย “อ๊อด...”
“อ๊อดคิดว่าพี่อาร์ตอยู่ข้างพี่พรรณซะอีก”
สันติตกใจมองซ้ายขวารีบดึงตัวอ๊อดมากระซิบ “อ๊อดครับ สัญญากับพี่ได้มั้ยว่าจะไม่บอกใครเรื่องนี้”
อ๊อดมองอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมครับ ถ้าพี่อาร์ตอยากช่วยพี่อัมทำไมต้องทำแบบนี้ อ๊อดหลงไม่ชอบพี่อาร์ตด้วยนะ”
“คือเรื่องมันยาว แต่พี่รับรองว่าพี่นะอยู่ข้างเดียวกับน้องอัมกับอ๊อดครับ ไว้ให้พี่ช่วยได้สำเร็จก่อนแล้วพี่จะบอกอ๊อดเป็นคนแรกเลยว่าทำไมพี่ต้องทำแบบนี้” อ๊อดยังคงทำหน้าแปลกใจ สันติยื่นมือไปตรงหน้า “สัญญากันแบบลูกผู้ชายนะครับ จะเป็นความลับระหว่างเราสองคน ตกลงมั้ย”
อ๊อดพยักหน้ายื่นมือออกไปจับมือกับสันติ “ตกลงครับ แค่รู้ว่าพี่อาร์ตอยู่ข้างเดียวกับเราอ๊อดก็ดีใจแล้ว”
สันติเขย่ามืออ๊อด ก่อนถอนใจโล่งอก

อัมรานั่งเศร้าอยู่ที่ศาลาในสวนหลังบ้าน คิดหนัก เสียงพรรณราย เข้ามาในความคิด “ได้ถ้าเธออยากจะเรียนก็เรียนไป ฉันจะให้ตาอ๊อดออกมาเอง ......งั้นเธอก็ต้องเป็นคนที่เสียสละ” อัมราน้ำตาไหล
“ความจริงนังพิไลกับหนูพรรณก็ใจร้ายไปหน่อยนะ” อัมราสะดุ้ง รีบเช็ดน้ำตาหันมามอง เห็นเทิดเดินเข้ามาในศาลา อัมรีบลุกขึ้นจะออกไป แต่เทิดกางแขนขวางไว้ “ทำไมเห็นลุงต้องทำท่าอย่างกับเห็นผี ลุงมาดีนะ” อัมรามองระแวง “ลุงเองเกะกะเกเรก็เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ ลุงอยากให้หนูกับน้องได้เรียนหนังสือต่อ”
“จริงเหรอคะ”
“จริงสิ..บอกตรงๆที่พิไลมันไม่ให้หนูกับน้องเรียนก็เพราะอยากจะแกล้งนั่นแหละ แต่นังพิไลยังไงๆมันก็ไม่กล้ากับลุง เอาอย่างนี้นะลุงจะช่วยพูดให้ดีมั้ยล่ะ” อัมรามองอย่างไม่ค่อยไว้ใจ “ลุงพูดจริงๆ ถ้าลุงออกหน้ารับรองหนูกับน้องต้องได้เรียนต่อแน่ๆ”
อัมราลังเล แต่แล้วตัดสินใจยกมือไหว้ “ถ้าลุงเทิดช่วยพูดให้จริงๆอัมก็ต้องขอบคุณมากค่ะ”

“ไฮ้ขอบคุณอย่างเดียวได้ยังไง ลุงช่วยหนูอัม หนูก็ต้องช่วยลุงสิ”
“จะให้อัมทำอะไรละคะ ถ้าอัมทำได้อัมก็จะทำ”
“หนูอัมยอมเป็นเมียลุงสิ ลุงรับรองจะออกหน้าให้ทุกอย่างเลย” เทิดยิ้มหื่นๆ
อัมราเจ็บใจ ลืมตัวตบหน้าเทิดเต็มแรง “คนเลว..คิดแต่เรื่องชั่วๆ ฉันไม่น่าหลงคุยกับคนอย่างแกเลย”
อัมราจะออกไปแต่เทิดกระชากแขนไว้ “เฮ้ยตบไอ้เทิดแล้วจะเดินหนีไปหน้าตาเฉยแบบนี้มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”
อัมราเงื้อมืออีกข้างจะตบอีกเทิดจับไว้ทันกระชากเข้ามาหา อัมราตะโกนเสียงดัง “ปล่อยฉันนะ”
“ตะโกนให้คอแตกก็ไม่มีใครมาช่วยหรอก ป่านนี้ไอ้อาร์ตมันไปเที่ยวกับหนูพรรณสนุกไปแล้ว อย่าดีดดิ้นนักเลยเรามาสนุกกันบ้างดีกว่า รับรองว่าหนูจะติดใจลุงไปอีกนาน”
เทิดลงมือปลุกปล้ำอัมรา แต่มีมืออาทรเข้ามากระชากคอเสื้อเทิดอย่างแรง เทิดผงะหงายหันมาเจอหมัดอาทรเข้าเต็มหน้า เทิดกระเด็นล้มกลิ้งออกไปนอกศาลา อาทรตามไปซ้ำอย่างโกรธจัด “ไอ้สารเลว” เทิดพยายามจะสู้แต่สู้ไม่ได้อาทรคร่อมบนตัวเทิดไว้ ชกอย่างไม่นับ
อัมราวิ่งเข้ามาห้ามอย่างตกใจ “พอแล้วค่ะพี่ออย”
อาทรชะงัก อัมรารีบเข้ามาดึงตัวอาทรออกไป “ปล่อยพี่น้องอัม พี่จะฆ่ามัน”
“ใจเย็นๆค่ะพี่ออย อัมไม่ได้เป็นอะไร พอเถอะค่ะ” อัมราพยายามดึงอาทรไป
อาทรชี้หน้าเทิด สำทับอย่างดุดัน “ถ้าแกยังคิดทำเลวๆกับน้องอัมอยู่ คราวหน้าฉันไม่เอาแกไว้แน่”
อัมราดึงอาทรไป เทิดพยายามจะลุกขึ้นแต่ไม่ไหวค่อยๆล้มลุกคลุกคลานไป เทิดเห็นขวดพรายตกอยู่ข้างหน้า เทิดแทบจะหายเจ็บหยิบขวดน้ำมันพรายขึ้นมามอง “นี่มันขวดน้ำมันพรายที่พี่เวทย์ให้นังพิไลมานี่หว่า”

อาทรกับอัมราเดินมาด้วยกัน อาทรยังมีท่าทางโมโหไม่หาย “น้องอัมไม่น่าห้ามพี่เลย คนเลวอย่างมันโดนแค่นี้ยังน้อยไป ที่จริงควรจะลากคอมันเข้าตะรางด้วยซ้ำ”
อัมรามองอาทรอย่างขอบคุณ “ช่างเถอะค่ะพี่ออย อัมไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต อัมขอบคุณพี่ออยมากนะค่ะที่มาช่วยอัมไว้ “
“ไม่เป็นไรจ้ะ แต่ถ้ามันมาทำรุ่มร่ามกับน้องอัมอีกน้องอัมต้องบอกพี่นะ”
“ค่ะ ว่าแต่พี่ออยมาหาอัมมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่มากับคุณพ่อ ตอนนี้คุณพ่อคุยกับน้าพิไลอยู่จ้ะ”
อัมรามีสีหน้าแปลกใจ

พิไลมองดำเกิงถามเยาะๆ “คิดจะเอากฎหมายมาเล่นงานฉันอย่างงั้นเหรอ”
ดำเกิงมองตอบพูดหนักแน่น “มันเป็นความยุติธรรมที่หนูอัมและตาอ๊อดควรจะได้รับ”

“ถ้าฉันเป็นคุณฉันจะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องของคนอื่น”
“ผมไม่เคยคิดว่าหนูอัมกับตาอ๊อดเป็นคนอื่นเด็กสองคนนี้ก็เหมือนลูกหลานแท้ๆ ถ้าถูกรังแกเมื่อไรผมก็ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยอย่างแน่นอน” ดำเกิงลุกขึ้นยืนก่อนที่จะพูดสำทับอีกครั้ง “ผมเชื่อว่าคนฉลาดอย่างคุณพิไลน่าจะรู้ว่าควรจะทำยังไง” ดำเกิงเดินออกไป
พิไลมองตามอย่างโกรธแค้นพึมพำ“ไอ้แก่อยู่ดีๆไม่ว่าดีรนหาที่ซะแล้ว”

อัมราและอาทรเห็นดำเกิงเดินออกมาจากตัวบ้านอัมราเข้ารีบเข้าไปหา มีอาทรเดินตามติดๆ อัมรารีบยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะคุณลุง”
“ไหว้พระเถอะหลาน”
“เป็นไงบ้างครับคุณพ่อ”
ดำเกิงยิ้มอย่างมั่นใจ “เจอเข้าแบบนี้เป็นใครๆก็ต้องคิดหนัก ลุงเชื่อว่าพิไลคงไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองแน่ คงไม่มีใครอยากเสี่ยงขึ้นโรงขึ้นศาลโดยไม่จำเป็นหรอกเพราะเค้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเค้าไม่มีสิทธิ์อะไรเลย”
“หมายความว่าอัมกับตาอ๊อดจะได้เรียนต่อใช่มั้ยคะ” ดำเกิงพยักหน้า อัมรายกมือไหว้ “ขอบคุณมากค่ะคุณลุง ถ้าไม่ได้คุณลุงกับพี่ออยอัมคงแย่”
“จำไว้นะว่าหนูอัมยังมีลุงกับป้าและตาออยอยู่เคียงข้างเสมอถ้ามีอะไรที่ลุงช่วยได้ลุงจะช่วยทันที”
อัมราน้ำตาซึมมองดำเกิงกับอาทรอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ แต่แล้วนึกอะไรได้ “เอ๊ะ แล้วคุณลุงกับพี่ออยรู้ได้ยังไงคะว่าน้าพิไลจะไม่ให้อัมเรียนต่อ”
ดำเกิงกับอาทรมองหน้ากันอึ้งๆ ไม่ยอมตอบ อัมรารู้สึกแปลกใจ

พิไลมองหน้าเทิดที่อยู่ในสภาพที่โดนอาทรซ้อมมาอย่างตกใจ “ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาอีกล่ะพี่เทิด”
“ก็ไอ้อาทรนะสิ”
“มันรนหาที่ทั้งพ่อทั้งลูก ฉันกำลังคิดจะให้พี่จัดการมันอยู่ทีเดียว”
“เรื่องไอ้สองพ่อลูกเอาไว้ก่อนเถอะ พี่ว่าตอนนี้เราจัดการเรื่องนี้ก่อนดีกว่า”
เทิดยื่นขวดน้ำมันพรายไปตรงหน้าพิไล พิไลมองแปลกใจ “นี่มันขวดน้ำมันพรายที่ฉันทำหายไป พี่ไปเจอที่ไหน”
“มันตกอยู่ในสวนหลังบ้าน”
“งั้นก็เก็บเอาไปคืนพี่เวทย์ก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ฉันก็ไม่รู้จะเอาไปใช้กับใคร”
“เธอดูให้ดีๆสิพิไล”
พิไลหยิบขวดน้ำมันพรายจากมือเทิดมามองอย่างพิจารณา “เหมือนมีคนเอาไปใช้”
“ใช่เลยล่ะแล้วก็ต้องเป็นคนในบ้านนี้ด้วย”

พิไลมองหน้าเทิดสองคนสบตากัน พิไลตกใจ “หรือว่าคนที่โดนน้ำมันพรายก็คือ….”

ภายในห้างสันติยิ้มอ่อนโยนพยักหน้าเห็นด้วยกับพรรณรายทุกครั้งที่พรรณรายหยิบเสื้อผ้ามาถาม ที่มือสันติก็เต็มไปด้วยถุงเสื้อผ้าหลายถุง แต่พรรณรายก็ยังส่งเสื้อผ้าให้พนักงานตัวแล้วตัวเล่าโดยไม่สนใจราคา พรรณรายหยิบเสื้อตัวสุดท้ายให้พนักงาน “คิดเงินได้เลยค่ะ” พรรณรายหยิบเงินออกมาเป็นปึกส่งให้ พนักงานรับนอบน้อมรีบไปที่เคาท์เตอร์แคชเชียร์ พรรณรายหันมาคล้องแขนสันติ “มีความสุขจัง อยากซื้ออะไรก็ซื้อ อยากได้อะไรก็ได้ เมื่อก่อนตอนคุณพ่อคุณแม่ยังอยู่พี่อาร์ตรู้มั้ยถ้าพรรณซื้อแบบนี้ต้องโดนดุตายแน่ๆ”
“แล้วตอนนี้คุณพรรณไม่กลัวน้าพิไลดุเอาเหรอครับ”
“ไม่มีทางหรอกค่ะคุณแม่พิไลใจดีจะตาย”
“แต่เมื่อกี้นี้ ผมยังได้ยินน้าพิไลบ่นเรื่องค่าใช้จ่าย ขนาดน้องอัมยังไม่ให้เรียนเพราะต้องการประหยัด”
“โธ่เอ๊ย เงินทองทรัพย์สมบัติที่คุณพ่อมีกินใช้ไปอีกสิบชาติก็ไม่หมด”
“อ้าว..ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่ให้น้องอัมเรียนละครับ”
“โธ่อาร์ต ก็แค่อยากจะแกล้งยัยอัมนะสิคะ อยากทำเป็นหัวแข็งไม่ยอมลงให้คุณแม่ ก็ต้องเจอแบบนี้ล่ะ “
สันตินิ่งอึ้งแต่ฝืนทำหน้าปกติ พรรณรายพูดต่อโดยไม่ได้ระแวง “นี่แค่เริ่มต้นนะคะ คอยดูเถอะต่อไปยัยอัมต้องโดนหนักกว่านี้” พนักงานนำถุงเสื้อผ้ามาส่งให้ พรรณรายรับมารีบเปลี่ยนเรื่อง “เราอย่าไปสนใจเรื่องนี้กันเลยค่ะปล่อยให้คุณแม่พิไลจัดการไปเถอะ เราไปดูตรงที่ขายพวกเครื่องประดับเถอะค่ะพรรณอยากได้ต่างหูกับพวกสร้อยคอ”
สันติพยักหน้าตามใจ “ไปสิครับ”
ทั้งสองคนพากันเดินไปสีหน้าพรรณรายรื่นเริง แต่สันติแอบเครียดลอบถอนใจ

พรรณรายร่าเริงเปิดห้องเข้ามาพร้อมถุงข้าวของมากมาย พรรณรายชะงักเห็นพิไลนั่งรออยู่ “คุณแม่อยู่นี่เอง ดูสิคะพรรณไปช้อปปิ้งมาซะเหนื่อยเลย”
“พรรณรายแม่มีเรื่องอยากคุยด้วย”
พรรณรายชะงัก “คะ”
พิไลเดินเข้ามาหายื่นขวดน้ำมันพรายให้ดู “ลูกใช้น้ำมันในขวดนี้ใช่มั้ย”
พรรณรายหยิบขวดมามองคิด
พรรณรายเดินกลับมาจากเรือนพิไล ผ่านสวนมาเรื่อยๆ พรรณรายฮัมเพลงอารมณ์ดี พรรณรายเหยียบขวดน้ำมันพราย พรรณรายชะงักก้มมอง “ขวดอะไรนะ” พรรณรายเก็บขึ้นมามองพิจารณา เปิดออกดมอย่างสงสัย “กลิ่นประหลาดๆเหมือนอะไรน๊า..” พรรณรายเทใส่มือสองสามหยดดมอีกนึกไม่ออก

พรรณรายทำท่านึกได้ “อ๋อ..ใช่ค่ะ”
“นี่ลูกใช้มันจริงๆเหรอ”
“พรรณไม่ได้ใช้นะคะ พรรณแค่สงสัยว่าอะไรพรรณขว้างทิ้งไปแล้วด้วยซ้ำ ทำไมคุณแม่ต้องทำท่าตกใจขนาดนั้นด้วยคะมันคืออะไรเหรอคะ”
“มันคือน้ำมันพราย เค้าใช้ในการทำเสน่ห์ให้คนมารักมาหลง มิน่าแม่สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมนายอาร์ตถึงเปลี่ยนใจมารักลูก”
“อะไรนะคะ นี่คุณแม่จะบอกว่าที่อาร์ตมารักพรรณเพราะน้ำมันพรายเหรอคะ”
“ใช่”
“ไม่จริงค่ะพรรณไม่ได้เอาไปใช้กับอาร์ตสักหน่อยพรรณไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นอะไร”
“คิดดูให้ดีๆหลังจากมือลูกเปื้อนน้ำมันพรายลูกเจอใครเป็นคนแรก เพราะแค่แตะตัวเขานิดเดียวน้ำมันพรายก็จะแสดงอิทธิ์ฤทธิ์ของมันทันที”
พรรณรายอึ้งคิดหนักแล้วชะงักเหมือนคิดอะไร
พรรณรายเดินเร็วๆตรงมา อัมราเห็นรีบชวน“พี่พรรณมาพอดี เดี๋ยวทานของว่างด้วยกันนะคะน้าชิ้นกำลังไปเตรียมอยู่เห็นว่ามีขนมปังหน้าหมูของโปรดพี่พรรณด้วย”
“ไม่ล่ะพี่ไม่อยากอ้วน พี่จะไปซื้อผ้าดำที่พาหุรัดมาตัดเสื้อเพราะยังต้องไว้ทุกข์ให้คุณแม่อีก” พรรณรายมองสันติ “นายช่วยขับรถให้หน่อยสิ ตอนนี้ฉันใจคอยังไม่ค่อยดีไม่อยากขับรถเอง”
สันติเตรียมตัวปฏิเสธ “ผม...”
พรรณรายเข้ามาจับแขนสันติ อ้อน “นะฉันขอร้องล่ะ”
ทันทีที่มือพรรณรายโดนแขนสันติ ลมพัดแรงเหมือนจะมีพายุ ท้องฟ้าดำมืดขึ้นมากะทันหัน สันติสะดุ้งเหมือนโดนไฟช็อต
“ใช่ค่ะพรรณเจออาร์ตเป็นคนแรกแล้วยังจับแขนเค้าด้วย”
“นั่นไง แม่คิดอยู่แล้วเชียว”
“มิน่า ทำไมอยู่ๆอาร์ตถึงเปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนล่ะคน นี่นายรักฉันเพราะอิทธิฤทธิ์ของน้ำมันพรายหรอกเหรอ” พรรณรายเซไปนั่งที่เตียงอย่างหมดแรง สีหน้าผิดหวังอย่างที่สุด

กุฏิหลวงตาตอนกลางคืน ในกุฏิสันตินั่งอยู่กับหลวงตา หลวงตามีสีหน้ากังวล “ฟังจากที่เจ้าเล่ามา ตอนนี้หนูอัมรากับอ๊อดกำลังลำบากมาก”
“ครับ..อีกเรื่องหนึ่งก็คือน้าพิไลคิดจะขายหุ่นในห้องหุ่นด้วยครับหลวงตา”
“อะไรนะ...ถ้าพิไลขายหุ่นไปจริงๆต้องเกิดเรื่องยุ่งแน่ๆ”
“น้องอัมคงไม่มีทางคัดค้านได้หรอกครับหลวงตา เพราะตอนนี้อำนาจตัดสินใจต่างๆคุณพรรณเธอยกให้น้าพิไลจัดการทั้งหมด”
“เรื่องยุ่งที่หลวงตาพูดไม่ได้หมายถึงหนูอัมรา”

“ถ้าอย่างนั้นหลวงตาหมายถึงใครครับ”
หลวงตานิ่งไปครู่หนึ่งลังเล ก่อนมองสันติถามจริงจัง “เจ้าเชื่อเรื่องวิญญาณหรือเปล่า”
“เมื่อก่อนผมไม่เชื่อครับ แต่พอโดนเข้ากับตัวเอง ผมถึงเข้าใจว่าเรื่องที่เหนือธรรมชาติมีอยู่จริง” หลวงตาพยักหน้า สันติถามอย่างสงสัย “หลวงตาถามทำไมครับ”
“หุ่นในห้องหุ่นทุกตัวมีวิญญาณสิงอยู่”
“อะไรนะครับ”
หลวงตาพยักหน้า สันติตกใจมาก

ในห้องหุ่น วิญญาณซ้อนอยู่ในหุ่นทุกตัวต่างร้อนใจ
หุ่นทับอึดอัดใจ “ผมจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว พวกเราต้องทำอะไรซักอย่าง”
หุ่นชาวนาเห็นพ้อง “พ่อทับพูดถูก เราต้องพยายามหาใครมาช่วยพวกเรา”
หุ่นนางรำขอความเห็น “ใครล่ะคะที่จะมีบารมีมากพอที่จะช่วยปลดปล่อยพวกเราได้”
ทั้งหมดนิ่งคิด หุ่นเดชนึกได้ “หลวงตา...หลวงตาไงครับ”
หุ่นทั้งหมดดีใจ หุ่นอารีย์แย้ง “แต่ไม่มีใครออกจากหุ่นได้ แล้วจะติดต่อหลวงตาได้ยังไงคะ”
ทั้งหมดอึ้งไปอีก ต่างพยายามคิดแต่คิดไม่ออก
หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์แนะนำ “เราต้องสื่อด้วยด้วงจิตที่สงบและมีสมาธิมากพอ เชื่อว่าหลวงตาจะรับสื่อจากเราได้”
หุ่นทุกตัวมองหน้ากันแล้วหมดหวัง หุ่นอารีย์เศร้า “พวกเราคงไม่มีใครสามารถทำได้หรอกค่ะท่านเจ้าคุณ”
“ตอนฉันยังมีชีวิตอยู่ได้เคยปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด ฉันจะลองดูก็แล้วกัน” หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์หลับตาทำสมาธิ สีหน้าสงบ หุ่นทุกตัวเฝ้ามองเจ้าคุณอย่างมีความหวัง

หลวงตายังเล่าให้สันติฟังต่อ “แต่เจ้าไม่ต้องตกใจกลัวไปหรอกนะ หุ่นพวกนั้นไม่ทำร้ายใครพวกเค้าแค่อยู่คอยปกป้องคุ้มครองคนในครอบครัวสัตยาภาเท่านั้น”
“มิน่า...”
“มีอะไรรึ”
“จุ๊บครับ จุ๊บเคยพยายามบอกผมว่าหุ่นมีชีวิตแต่ผมไม่เชื่อ”
“ทำไมจุ๊บถึงรู้ล่ะ”
“เมื่อก่อนจุ๊บไม่ค่อยชอบน้องอัมก็เลยแกล้งน้องอัม แต่จุ๊บก็โดนหุ่นมาเตือนครับ แต่ไม่ได้ถึงกับทำร้าย” หลวงตาพยักหน้า “ตอนนั้นผมไม่เชื่อคิดว่าจุ๊บนึกไปเอง”

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 11/5 วันที่ 16 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ