อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 11/6 วันที่ 16 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 11/6 วันที่ 16 ต.ค. 58

“เมื่อก่อนจุ๊บไม่ค่อยชอบน้องอัมก็เลยแกล้งน้องอัม แต่จุ๊บก็โดนหุ่นมาเตือนครับ แต่ไม่ได้ถึงกับทำร้าย” หลวงตาพยักหน้า “ตอนนั้นผมไม่เชื่อคิดว่าจุ๊บนึกไปเอง”
“ถ้าพิไลขายหุ่น หุ่นอาจไม่พอใจ ตรงนี้ล่ะที่หลวงตากลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับพิไล”

“เอ๊ะหลวงตาครับ..แต่ตอนนี้น้องอัมโดนแกล้งตั้งหลายครั้ง ขนาดนายเทิดรังแกน้องอัมในห้องหุ่น ทำไมไม่เห็นโดนหุ่นเล่นงานเลยครับ”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วยรึ”

“ครับเมื่อวันก่อนนี้เอง โชคดีที่ผมไปที่บ้านนั่นแต่เช้าเลยช่วยน้องอัมไว้ได้ทัน”
หลวงตานิ่งคิดแปลกใจ “หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับหุ่นพวกนั้น”
สันติกับหลวงตาสบตากันอย่างสงสัย



หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์หลับตาทำสมาธิอยู่ลืมตาขึ้น หุ่นทั้งหมดต่างดีใจ
หุ่นนางพยาบาลถาม “ท่านเจ้าคุณติดต่อหลวงตาได้แล้วใช่มั้ยคะ”
หุ่นทุกตัวมองหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์อย่างรอคำตอบ หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ถอนใจ “ฉันทำไม่ได้ ถึงดวงจิตจะสงบแต่ก็ไม่อาจผ่านอาคมของไอ้หมอผีไปได้”
หุ่นทุกตัวมองหน้ากันอย่างหมดหวัง
“นี่พวกเราต้องกลายเป็นทาสรับใช้ไอ้หมอผีชั่วคนนั้นเหรอครับ ไม่ผมไม่ยอม” วิญญาณพีทพยายามพุ่งร่างออกจากหุ่นแต่ทำไม่ได้ วิญญาณพีทพยายามอีกแต่ก็ต้องร้องด้วยความเจ็บ
หุ่นอารีย์ปราม “ใจเย็นๆก่อนพีท ยิ่งทำแบบนั้นเธอจะยิ่งเจ็บปวด”
“แต่ผมไม่อยากเป็นทาสมัน ผมไม่อยากเป็นทาสมัน” หุ่นพีทร้องไห้เสียใจ ทุกคนอึ้ง ต่างนิ่งใช้ความคิดอย่างเคร่งเครียด

หลวงตาปัดเสื่อที่เตรียมตัวจะนอน หลวงตาชะงักนั่งครุ่นคิด “เกิดอะไรขึ้นกับหุ่นพวกนั้นกันแน่” หลวงตาเปลี่ยนท่าเป็นนั่งสมาธิ สีหน้าหลวงตาสงบ นิ่ง ครู่หนึ่งเห็นวิญญาณหลวงตา ลุกออกจากร่างที่ยังนั่งสมาธิอยู่ หลวงตามองร่างตัวเอง ก่อนเดินทะลุฝาผนังห้องหายไป

หน้าบ้านเดชตอนกลางคืนร่างหลวงตาปรากฏขึ้นหน้าบ้าน หลวงตามองตัวบ้านก่อนจะเดินเข้าไป แต่หลวงตาต้องชะงัก ปรากฏร่างอสูรดำพุ่งออกมาขวางหลวงตา ส่งเสียงแหบกร้าว “เจ้าเป็นใคร”
หลวงตามองอย่างสงบไม่มีท่าทางหวาดกลัว “เจ้าคงเป็นวิญญาณที่โดนปลุกเสกมาเพื่อให้เป็นทาสรับใช้”
“ไม่ต้องพูดมาก นายข้าสั่งไว้ห้ามใครหน้าไหนเข้ามาในเขตบ้านนี้เด็ดขาด”
“นายของเจ้าเป็นใคร”
“ไม่ต้องมาถามจะไปดีๆ หรือจะให้ข้าจัดการเจ้า”
“หลีกทางให้อาตมาเถอะ อาตมาเองก็ไม่อยากทำร้ายเจ้า”

อสูรดำมองโมโห หลวงตาทำท่าจะเดินเข้ามา อสูรดำอ้าปากพ่นไฟอาคมใส่หลวงตา หลวงตาหลับตา พึมพำภาวนาเกิดเป็นฝนอาคมตกลงมา ดับไฟอาคมทันที อสูรดำตะลึง แต่ยังไม่ยอมแพ้ อสูรดำพุ่งร่างเข้าล้อมรัดหลวงตาทันที
หลวงตาแผ่เมตตาเสียงดังกังวาน “สัพเพ สัตตา..อะเวรา โหนตุ..อัพะยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆาโหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ” ระหว่างที่หลวงตาแผ่เมตตา เกิดเป็นรัศมีล้อมร่างอสูร อสูรร้ายร้องโหยหวน ก่อนค่อยๆสลายกลายเป็นอากาศธาตุไป หลวงตาถอนใจ “เราปลดปล่อยเจ้าแล้ว จงไปสู่ภพภูมิที่เจ้าควรไปเถิด”

เวทย์ยังนั่งนิ่งหลับตาบริกรรมคาถาปลุกเสก ตุ๊กตาโหงพรายอยู่บรรยากาศที่สงบเยือกเย็น กลับแปรเปลี่ยนเป็นมีลมพายุ พัดรุนแรงนกกลางคืนส่งเสียงร้องรับกันน่ากลัว หมาหอนโหยหวน เสียงอสูรดำกรี๊ดร้องดังแหวกความมืดน่าขนหัวลุก เวทย์ลืมตาขึ้นทันที สีหน้าแปลกใจมาก “ใครบังอาจปลดปล่อยทาสของข้า” เวทย์รีบหลับตาบริกรรมคาถาอย่างโกรธแค้น เห็นเหงื่อซึม ครู่หนึ่งเวทย์ลืมตา “บารมีมันแก่กล้าจนบังตาไม่ให้ข้าเห็นมันได้ หึข้าเจอคู่ปรับที่น่ากลัวเข้าแล้วละสิ” สีหน้าเวทย์เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “ข้าต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร”

วิญญาณที่ซ้อนอยู่ในหุ่นทุกตัวนั่งคุกเข่าลงพากันกราบหลวงตา หลวงตามองอย่างเห็นใจ “เป็นอย่างที่หลวงตาคิดไว้จริงๆ”
หุ่นเดชตื้นตัน “ผมดีใจเหลือเกินที่ได้พบหลวงตาอีกครั้ง”
หุ่นอารีย์ขอร้อง “หลวงตาโปรดช่วยพวกเราและช่วยลูกของดิฉันด้วยเถิดค่ะ”
“หลวงตาจะพยายาม แต่ไม่ใช่แค่หลวงตาคนเดียวที่จะช่วยได้พวกเจ้าก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย”
หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์รับคำ “พวกเราจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ขอให้หลวงตาบอกมาว่าพวกเราต้องทำยังไงบ้างครับ”
หลวงตาพยักหน้าพอใจ หุ่นทุกตัวมองหน้ากันอย่างมีความหวัง

ดวงจันทร์กลมโตส่องสว่างเต็มท้องฟ้า แต่จู่ๆเหมือนมีเมฆดำบดบังให้ท้องฟ้ามืดครึ้มขึ้นมาอย่างน่ากลัว ฟ้าแลบก่อนผ่าเปรี้ยงลงมาที่ตุ๊กตาโหงพราย ตุ๊กตาสั่นก่อนตาแดงวาบ เห็นควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากตุ๊กตารวบรวมเป็นร่างเพทาย เพทายเห็นเวทย์ยังนั่งบริกรรมคาถา จึงเดินเข้าหา แล้วทรุดลงนั่งด้วยท่าทางจงรักภักดี “นายท่าน..”
เวทย์ลืมตามองเพทายอย่างพอใจ “ในที่สุดข้าก็ปลุกเสกเจ้าสำเร็จ” เวทย์ล้วงเข้าไปในย่าม กำมือออกมา “เรามาลองทดสอบกันดูหน่อย” เวทย์เป่าคาถาที่มือแล้วขว้างออกไป
ปีศาจหลายตัว ต่างท่าทางน่ากลัว พุ่งเข้าจะทำร้ายเพทาย เพทายยืดตัวขึ้นเหมือนเปรต ใช้มือใหญ่โตเท่าใบลานตบปีศาจแต่ละตัวที่พุ่งเข้ามากระเด็นร้องโหยหวน ล้มไปที่พื้น เพทายยกเท้าใหญ่โตเหยียบปีศาจจนจมดิน ท่าทางเพทายเหี้ยมโหดมาก
“ดีมาก..เจ้าจะเป็นโหงพรายที่เหนือโหงพรายทุกตัว จะไม่มีผีตัวไหนสู้เจ้าได้ฮ่ะๆๆๆๆ”
เพทายหดตัวลงมาเท่าเดิม หมอบลงตรงหน้าเวทย์ “ฉันจะรับใช้นายท่านด้วยความซื่อสัตย์”
“ดี..ดีฮ่ะๆๆๆๆๆ” เวทย์มองเพทายอย่างพอใจมาก

สันติเปิดประตูห้องเข้ามาในกุฏิ เห็นหลวงตานั่งสมาธิอยู่บนเสื่ออย่างสงบ สันติค่อยๆคลานเข้าไปใกล้ๆ มองหลวงตาพิจารณาแน่ใจว่าหลวงตาไม่ได้เป็นอะไร สันติกำลังจะคลานถอยกลับออกไป
“เจ้าอาร์ต..” สันติเงยมองเห็นหลวงตาลืมตาหันมามอง “มานานแล้วรึ”
สันติคลานกลับมาหา “หลวงตาไปไหนมาครับ”
“ห้องหุ่น” สันติตกใจมองหน้าหลวงตาเชิงถาม “หุ่นทุกตัวโดนสะกดไว้ด้วยม่านอาคม”

“หลวงตามีทางช่วยมั้ยครับ”
“มีแต่คงต้องให้เจ้าช่วยหลวงตาด้วย”
“หลวงตาจะให้ผมทำอะไรครับ”
“เจ้าต้องเข้าไปในห้องหุ่น นำสิ่งของของหุ่นแต่ล่ะตัวมาให้หลวงตาให้ได้”

ในห้องนอนพิไล พิไลเพิ่งตื่นหันมาเห็นพรรณรายยังนอนร้องไห้อยู่ พิไลถอนใจ “นี่ไม่ได้หลับทั้งคืนเลยเหรอพรรณราย”
พรรณรายแค้น พูดสะบัด “เป็นคุณแม่ คุณแม่จะหลับลงมั้ยคะ พรรณอุตส่าห์หลงดีใจอยู่ตั้งนานเพราะคิดว่าอาร์ตรักพรรณจากใจของเขาจริงๆ แต่นี่เค้ารักพรรณเพราะไอ้น้ำมันพรายบ้าบอนั่น”
พิไลรำคาญ “แทนที่ลูกจะมานั่งร้องไห้เสียใจ แม่ว่าเรามาหาทางป้องกันไม่ดีกว่าเหรอ”
พรรณรายงง “ป้องกันอะไรคะ”
“เท่าที่แม่รู้ผีตายทั้งกลมที่ถูกสะกดให้มาควบคุมจิตใจของนายอาร์ตได้ถูกคนมีอาคมปลดปล่อยไปแล้ว”
พรรณรายตกใจ “หมายความว่าฤทธิ์ของน้ำมันพรายจะเสื่อมเหรอคะ”
พิไลพยักหน้า “ถึงตอนนั้นนายอาร์ตก็คงกลับไปรักยัยอัมราเหมือนเดิม”
“ไม่..พรรณไม่ยอม พรรณไม่ยอมเสียอาร์ตให้อัมราเด็ดขาด”
“ถ้าอย่างนั้นลูกก็ต้องรีบกำจัดนังอัมราไปให้พ้นทางซะ”
พรรณรายคิดตาม สีหน้าท่าทางเห็นด้วยกับที่พิไลบอก

อัมรากำลังตากผ้าที่เพิ่งซักเสร็จอยู่ที่ราวตากผ้าหลังบ้าน เสียงตะกร้าผ้าวางกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง อัมราชะงักหันมามองเห็นพิไลกับพรรณรายเป็นคนวางตะกร้าผ้าอีกสองตะกร้า
อัมรามองพิไลกับพรรณรายอย่างรู้ทัน “อย่าบอกนะคะว่าจะเอาผ้าพวกนี้มาให้อัมซัก”
พิไลเสียดสี “ไม่โง่นี่ ถ้าอย่างนั้นคนฉลาดอย่างเธอก็คงรู้ว่าต้องทำยังไง”
“แต่อัมเพิ่งซักผ้าเสร็จเดี๋ยวนี้เอง”
“แล้วไงซักแล้วก็ซักอีกได้ ในเมื่อผ้ามันยังมีให้ซัก”
อัมราข่มใจเดินมาหยิบเสื้อพิไลจากตะกร้าขึ้นมาชู “นี่มันเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ใส่เลยนี่คะ”
พิไลมองไม่แคร์ “ใช่ฉันยังไม่ได้ใส่ แต่ฉันอยากให้ซักมีปัญหาอะไรมั้ย”
“แบบนี้ก็แกล้งกันชัดๆ อัมไม่ซักค่ะถ้าน้าพิไลอยากซักก็คงต้องซักเอง” อัมราโยนเสื้อพิไลลงตะกร้าเหมือนเดิม จะเดินไป
พรรณรายตวาด “เดี๋ยว..” อัมราชะงักหันกลับมา พรรณรายพูดจริงจัง “ฉันสั่งให้เธอซักผ้าทั้งสองตะกร้านี้เดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะ..อัมช่วยทำงานในบ้านก็เพราะไม่มีน้าชิ้นแล้ว แต่ถ้าจะแกล้งกันอัมไม่ทำค่ะ” อัมราหันกลับไป

พรรณรายพุ่งเข้ากระชากแขนกลับมา “เธอต้องทำ”
“ไม่ค่ะ” พรรณรายตบหน้าอัมราฉาดใหญ่ อัมราตะลึงมองพรรณอย่างน้อยใจ “พี่พรรณ”
พรรณรายกระชากอัมรา เหวี่ยงไปล้มที่ตะกร้าผ้า ผ้ากระจายออกมา พรรณรายตะคอก “ซักผ้านี่ให้หมด ถ้าเธอไม่ทำก็เตรียมเก็บเสื้อผ้าทั้งของเธอกับตาอ๊อดออกไปจากบ้านนี้ได้เลย” พรรณรายเดินกลับเข้าบ้านไป อัมรามองตามอย่างเสียใจ
พิไลยืนมองก้มลงหยิบผ้าที่หล่นจากตะกร้าโยนใส่หน้าอัมรา พูดเยาะๆ “ซักให้สะอาดนะจ้ะ ถ้ายังไม่อยากไปนอนอยู่ข้างถนน” พิไลเดินลอยชายไป
อัมราพยายามข่มใจตัวเอง

พรรณรายเดินเข้ามาในบ้านรู้สึกเหมือนมีอะไรค่อยๆ ตามมา พรรณรายชะงักหันกลับมามอง ไม่มีใคร พรรณรายเดินต่อ แต่ก็รู้สึกเหมือนมีใครตาม พรรณรายชะงักหันมามองด้วยความแปลกใจหันกลับแต่ก็ต้องตกใจสุดขีดที่เห็นอารีย์ยืนมองหน้าตาน่ากลัว “คุณ..คุณแม่..”
พรรณรายจะหันกลับชะงักตกใจมาก เดชยืนดักอยู่หน้าตาน่ากลัวไม่แพ้กัน “คุณพ่อ”
เดชกับอารีย์เคลื่อนเข้าหาพรรณอย่างน่ากลัว “ทำไมทำกับน้องแบบนี้”
“อย่า..ค่ะ..พรรณกลัวแล้ว”
“แกล้งน้องทำไมพรรณราย”
พรรณรายยกมือไหว้ทรุดลงอย่างหวาดกลัว เดชกับอารีย์ก้มลงหาพรรณราย ยื่นมือเหมือนจะบีบคอ พรรณรายกลัวสุดขีด “ไม่ค่ะอย่า..อย่า...”

ที่ห้องนั่งเล่น พรรณรายนอนหลับอยู่ร้องโวยวายก่อนลุกพรวดขึ้นนั่ง “ไม่ค่ะ..อย่า”
พิไลนั่งทาสีเล็บอยู่ข้างๆตกใจ “เป็นอะไรไปลูก”
พรรณรายหันมามองพิไลทำหน้างงๆ “พรรณเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย”
“ฝันละสิท่า ฝันอะไรกันจ้ะร้องซะแม่ตกใจหมด”
พรรณรายกระโดดไปนั่งข้างๆพิไลด้วยทีท่าหวาดๆ “พรรณฝันเห็นคุณพ่อกับคุณแม่อารีย์ค่ะ” พิไลชะงัก พรรณรายเล่าอย่างกลัวๆ “น่ากลัวมากทำเหมือนจะบีบคอพรรณอย่างนั้นแหละ คุณพ่อคุณแม่คงโกรธที่พรรณแกล้งยัยอัมแน่ๆ”
“โกรธแล้วจะทำอะไรได้”
“แต่ถ้าวิญญาณคุณพ่อคุณแม่มาเล่นงานพรรณจริงๆ ล่ะคะ”
พิไลหัวเราะ โอบพรรณรายเข้ามากอดไว้ “ไม่มีทาง เชื่อแม่สิมันก็แค่มาในฝันเท่านั้นล่ะมันไม่มีทางมาทำอะไรเราได้หรอก” สีหน้าท่าทางพิไลมั่นใจมาก พรรณรายค่อยโล่งอก
เทิดเข้ามาถามแปลกใจ “อ้าว นายอาร์ตไปไหนล่ะ”
พรรณรายงง “อาร์ตมาเหรอคะลุงเทิด”

“ใช่..เจอกันที่หน้าบ้านก่อนลุงออกไปซื้อบุหรี่”
พิไลแปลกใจ “เอ๊ะ แล้วหายไปไหน”
พรรณรายลุกขึ้นฉุนๆ “พรรณรู้แล้วว่าอาร์ตอยู่ที่ไหน”
พรรณรายรีบออกไป พิไลกับเทิดรีบตามไปด้วย

อัมรานั่งซักผ้าอย่างเหนื่อยมากๆ เหงื่อซึมเต็มหน้า พรรณรายเดินเร็วๆเข้ามา มีพิไล เทิดตามติดๆ อัมราเงยหน้ามอง พรรณรายมองรอบๆ ตะคอก “อาร์ตอยู่ไหน”
“ทำไมมาถามอัมละคะ”
พิไลจิกด่า “ไม่ถามแกแล้วจะถามใคร แกนี่มันมารยาร้อยเล่มเกวียนจริงๆนะ เห็นยัยพรรณหลับเลยอ้อนให้นายอาร์ตมาช่วยซักผ้าใช่มั้ย พอพวกฉันมาก็รีบให้หลบไป”
อัมราถอนใจสุดเบื่อ “อย่าเอาอัมไปเปรียบกับน้าพิไลสิคะ ที่น้าพิไลพูดมาทั้งหมดคนอย่างน้าพิไลคงทำได้ แต่อัมแม้นแต่คิดก็ยังไม่เคยคิด”
“นี่แกด่าฉันเหรอ”
อัมราเฉยก้มหน้าซักผ้าต่อ พิไลพุ่งเข้ามายกกะละมังคว่ำไปต่อหน้าต่อตาผ้ากระจายลงพื้นเลอะเทอะหมด ตัวอัมราก็เปียกปอน อัมราตะลึงลุกขึ้นโมโห “จะแกล้งกันไปถึงไหนคะ อัมจะทนไม่ไหวแล้วนะ”
พิไลมองเกลียดชังมาก “ทนไม่ไหวก็ไม่ต้องทน นังกาฝากจะไปไหนก็ไปเลยไป”
“แน่ใจเหรอคะว่าคนที่เป็นกาฝากคืออัม ไม่ใช่น้าพิไล”
“แก..”
พิไลแค้น ตบหน้าอัมซ้ายขวาจนอัมราล้มไป พรรณรายมองสะใจ พิไลเข้าคร่อมตัวอัมราเตรียมจะกระหน่ำตบให้สะใจ
“อะไรกันครับ” พิไลชะงัก ทุกคนหันไปมองเห็นสันติเดินเข้ามา พรรณรายรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขน สันติมองอัมราอย่างตกใจ
พรรณรายรีบถามคาดคั้น “อาร์ตไปไหนมาคะลุงเทิดบอกว่าอาร์ตมาตั้งนานแล้ว”
สันตินิ่งมองภาพที่เห็นตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง

สันติ พรรณราย พิไล เทิด มานั่งคุยกันที่โต๊ะสนามหน้าบ้าน พิไลมองสบตาเทิดก่อนจะหันมาถามสันติอย่างสงสัย
“เธอเข้าไปทำอะไรในห้องหุ่น”

ก่อนหน้านี้ สันติรีบเข้ามาในห้องหุ่น สันติมองหุ่นทั้งหมดนึกถึงคำสั่งหลวงตา
“การจะทำลายม่านอาคมต้องใช้พลังจิตที่รวมเป็นหนึ่งของหุ่นทั้งหมด ประสานกับพลังแห่งธรรมที่หลวงตาจะแผ่ไปให้ แต่ต้องมีสิ่งของ ของหุ่นแต่ละตัวเป็นสื่อกลางจะทำให้จิตของหุ่นกับหลวงตาสื่อกันได้ง่ายขึ้น”

สันติมองหุ่นแต่ล่ะตัวยกมือไหว้ “ผมขอโทษนะครับที่ต้องล่วงเกิน” สันติหยิบกรรไกรอันเล็กที่ห่อผ้าเตรียมไว้ อยู่ในกระเป๋ากางเกง ตรงเข้าหาหุ่นเดช สันติตัดผมหุ่นเดชเล็กน้อย แล้วใส่ในห่อผ้า ก่อนตรงไปที่หุ่นอารีย์ตัดปลายผมอารีย์ใส่ห่อผ้า สันติตรงไปที่หุ่นนางรำ และหุ่นตัวอื่นๆทำเหมือนกัน

สันติยิ้มให้พิไลตอบเรียบๆ “ผมเข้าไปดูหุ่นคุณเพทายครับ”
พิไลงงๆ “ฉันก็เข้าไปในห้องหุ่นทำไมไม่เคยเห็นหุ่นยัยเพทายล่ะ”
“พวกเรายังปั้นไม่เสร็จ คุณอาเดชก็เลยเอาผ้าคลุมแล้วเก็บไปไว้หลังฉากในห้องหุ่นครับ”
พรรณรายนึกขึ้นได้ “พูดถึงยัยเพทาย ก็แปลกนะคะจู่ๆ ก็หายไปไม่ยอมมาเป็นแบบให้ปั้นอีกเลย เห็นลงข่าวซุบซิบว่ามีคนใหญ่คนโตเอาไปเลี้ยง”
พิไลกับเทิดแอบสบตากัน “พวกนี้ก็แบบนี้ล่ะ ว่าแต่เธออยู่ๆทำไมเกิดสนใจหุ่นเพทายขึ้นมา”
“อ๋อ..ผมแค่เสียดายที่ปั้นไม่เสร็จกำลังคิดว่าจะชวนออยกับจุ๊บเอามาปั้นกันอีกครั้ง ถึงไม่มีตัวคุณเพทายเป็นแบบให้ ใช้ดูจากรูปของเธอก็น่าจะพอเก็บรายละเอียดได้”
“แล้วทำไมไม่มาหาพรรณก่อนละคะอยู่ๆอาร์ตก็หายไป พวกเราก็เลยคิดว่า...” พิไลกระแอมให้หยุดพูด พรรณรายคิดได้เลยหยุด
“ผมผ่านมาที่ห้องรับแขกเห็นคุณพรรณหลับอยู่ คุณน้าก็กำลังทาเล็บ ผมก็เลยไม่อยากรบกวน” พรรณรายกับพิไลมองหน้ากันอึ้งๆ สันติรีบถาม “ว่าแต่เมื่อครู่นี้มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ”
พรรณรายอึ้งๆ พิไลรีบอธิบาย “ไม่มีอะไรหรอก ยัยอัมซุ่มซ่ามทำกะละมังซักผ้าหก ฉันก็หวังดีเข้าไปช่วยเกิดลื่นล้มไปทับยัยอัมเข้าอีกเลยชุลมุนกันอย่างที่เห็นนั่นล่ะ”
พรรณรายรีบเสริม “ใช่ค่ะ ไม่มีอะไรหรอก”
สันติพยักหน้าเหมือนจะเชื่อ แต่ในใจรู้ว่าสองแม่ลูกโกหก

ในห้องหุ่น วิญญาณอารีย์ซ้อนอยู่ในหุ่นร้อนใจ ถามหุ่นเดช “อาร์ตก็เอาของแทนตัวพวกเราไปแล้ว เมื่อไรหลวงตาจะช่วยเราสักทีละคะพี่เดช”
“หลวงตาคงเริ่มทำพิธีคืนนี้ล่ะ”
“แต่ฉันจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ยิ่งเห็นลูกโดนแกล้งแบบนี้ ฉันร้อนใจเหลือเกิน"
หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์เตือน “ใจเย็นๆแม่อารีย์ ต่อให้ร้อนใจยังไงตอนทำพิธีเธอก็ต้องข่มใจให้ได้ อย่าลืมที่หลวงตาสั่ง พวกเราต้องทำใจให้สงบ ให้นิ่งห้ามคิดห้ามหวั่นไหวไปกับสิ่งรอบข้าง ไม่เช่นนั้นจิตพวกเราจะรับพลังแห่งธรรมที่หลวงตาจะส่งมาช่วยไม่ได้”
หุ่นอารีย์อึ้งก่อนรับคำเสียงเบา “ฉันจะพยายามค่ะท่านเจ้าคุณ”

หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์พยักหน้าพอใจ หุ่นอารีย์มองหุ่นเดช หุ่นเดชมองตอบอย่างให้กำลังใจ หุ่นทุกตัวรอเวลาอย่างมีความหวัง

เวทย์เปิดประตูเข้ามาในห้อง เวทย์ชะงักเห็นหัวกะโหลกตกลงมาจากโต๊ะหมู่ อยู่ที่พื้นห้อง เวทย์เข้าไปหยิบขึ้นมาดู เวทย์สีหน้าแค้น “อสูรดำของข้าถูกปลดปล่อยไปอีกแล้ว” เวทย์คิด “มันเป็นใครกัน คิดจะมาลองดีกับข้างั้นเหรอ” เวทย์ตะโกนเรียก “นังโหงพรายเพทาย...”
ขาดคำเวทย์เห็นกลุ่มควันลอยอยู่เบื้องหน้าก่อนรวมเป็นร่างเพทายท่าทางน่ากลัว นายท่านเรียก..”
“ใช่..จงไปที่บ้านสัตยาภาคอยเฝ้าไว้ให้ดี มันมีคนกำลังท้าทายอำนาจของข้าถ้าเจอมันจัดการได้ทันที”
“ฉันจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง” เพทายหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

หน้าบ้านเดชพลบค่ำ เพทายปรากฏร่างขึ้นมองบริเวณหน้าบ้านด้วยท่าทางน่ากลัว เสียงรถแล่นมา เพทายหันแต่คอไปมอง เพทายตาลุกวาวเห็นรถเสี่ยกวงกำลังวิ่งมา เพทายจ้อง แววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้น “แก....” ร่างเพทายหายไปทันที

เสี่ยกวงขับรถมาเรื่อยๆ เมียเสี่ยนั่งมาข้างๆ เห็นกลุ่มควันดำรวมร่างเป็นเพทายที่เบาะด้านหลังจ้องเมียเสี่ยอย่างน่ากลัว เสี่ยกับเมียไม่เห็นคุยกันอารมณ์ดี
“แหมโชคเข้าข้างเราจริงๆ นะคะเสี่ย ที่คุณเดชมาตายตอนนี้”

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 11/6 วันที่ 16 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ