อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 12/4(ตอนอวสาน) วันที่ 17 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 12/4(ตอนอวสาน) วันที่ 17 ต.ค. 58

สันติขับรถเข้ามาจอดหน้าตึกอย่างรีบร้อน สันติลงจากรถอย่างรวดเร็ว เสียงอัมรากรีดร้องดังออกมาอย่างตกใจมาก สันติมองเข้าไปในตัวบ้าน ตะโกนอย่างตกใจมาก “น้องอัม...” สันติวิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วงอัมรา
สันติเปิดประตูวิ่งเข้ามาชะงักแทนสายตาเห็นอัมรานั่งปิดหน้าร้องตัวสั่นอยู่ปลายบันได ถัดไปเป็นศพเทิดนอนตายไม่มีหัว สันติผงะ สันติรีบวิ่งลงบันไดมาถึงตัวอัมราอย่างรวดเร็ว “น้องอัม”

อัมราเงยหน้ามองด้วยความดีใจมาก “พี่อาร์ต..”
อัมราโผเข้าหาสันติอย่างกลัวมาก สันติกอดอัมราไว้แนบอก “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”


อัมราส่ายหน้าพูดทั้งๆที่ตัวสั่นเสียงสั่น “ลุงเทิดไล่ปล้ำอัม อัมหนีเข้ามาในห้องหุ่น ลุงเทิดก็ตามมาแต่อัมตกบันไดลงมาแล้วจากนั้นอัมก็จำอะไรไม่ได้อีก พอ..อัมฟื้นขึ้นมาก็เห็น....ลุงเทิดเป็นแบบนี้แล้วค่ะ” อัมราร้องไห้อย่างตกใจ ละล่ำละลัก “อัมกลัว พี่อาร์ตช่วยอัมด้วยค่ะ”
สันติกอดอัมราแน่นเข้า ปลอบอ่อนโยน “ไม่ต้องกลัวนะครับน้องอัม พี่อยู่ตรงนี้แล้ว พี่จะปกป้องน้องอัมด้วยชีวิตของพี่ พี่จะไม่ทิ้งน้องอัมไปไหน”
พิไลกับพรรณรายวิ่งเข้ามาในห้องหุ่น ลงบันไดมาสองคนชะงัก เห็นศพเทิดนอนไม่มีหัว สองคนตกใจ “พี่เทิด/ลุงเทิด”
พิไลแค้น “นังอัมราแกฆ่าพี่เทิดใช่มั้ย”
อัมราตกใจ “เปล่านะคะ อัมไม่ได้ทำอัมไม่รู้เรื่อง”
พิไลชี้หน้า “แกฆ่าพี่เทิด ฉันจะเอาแกเข้าคุกให้ได้คอยดู”
“อัมราไม่ได้เป็นคนฆ่าไอ้สารเลวนั้น” ทุกคนชะงัก เสียงหุ่นเคลื่อน ทุกคนหันไปมองต่างตกตะลึง หุ่นเดชลงจากแท่นเดินมา
พิไลอ้าปากค้างถอยกรูด “พะ..พี่เดช”
“คุณพ่อ”
“คุณอา”
หุ่นเดชจ้องพิไลอย่างเจ็บใจ “เธอเลวมากที่คิดทำร้ายลูกฉัน”
หุ่นอารีย์เคลื่อนตัวลงมาด้วยจ้องพิไล “เสียแรงที่ฉันหวังดีกับเธอ ให้โอกาสเธอแต่เพราะความโลภความอิจฉาริษยาทำให้เธอทำเรื่องที่ฉันจะไม่มีวันอภัยให้เธออย่างเด็ดขาด”
“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ นี่ฉันต้องฝันไปแน่ๆ พวกแกโดนสะกดไว้แล้วนี่นา” พิไลตบหน้าตัวเองหลายที แล้วร้องลั่น “โอ๊ยเจ็บๆๆ” หุ่นทุกตัวหัวเราะหันมาจ้องพิไลเป็นตาเดียว พิไลตะลึง “นี่ฉันไม่ได้ฝัน พวกแกมีชีวิตอีกแล้วเหรอมันเป็นไปได้ยังไง”
ท่านเจ้าคุณนรบดินทร์เฉลย “คาถามนต์ดำที่เธอให้ไอ้หมอผีมันสะกดพวกเรา มันเสื่อมไปหมดแล้ว”
“ไม่จริง”
“จริงสิไม่งั้นฉันจะฆ่าไอ้เทิดได้เหรอ” หุ่นทับลับมีดเสียงดังน่ากลัว
พิไลกรี๊ด รีบวิ่งหนีออกจากห้องหุ่น พรรณรายร้องเสียงหลง “คุณแม่..รอพรรณด้วย” พรรณรายวิ่งหน้าตื่นตามพิไลไปอย่างรวดเร็ว
หุ่นทั้งหมดมองตามไปยกเว้นหุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ หุ่นหายไป หุ่นเดชกับหุ่นอารีย์หันมามองอัมรา อัมราลุกขึ้นเข้าไปกราบ พลางร้องไห้ “คุณพ่อ คุณแม่”
หุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ทรุดลงกอดอัมรา สามพ่อแม่ลูกกอดกัน สันติยิ้มมองภาพตรงหน้าอย่างตื้นตันแทน
พิไลวิ่งหน้าตื่นมา พรรณรายตามติดๆตะโกนไปด้วย “คุณแม่รอพรรณด้วย..คุณแม่”
พรรณรายวิ่งกวดมาดึงมือพิไลจนทัน พิไลสะบัด “โอ๊ยจะมาดึงแม่ทำไม ชักช้าเดี๋ยวก็โดนพวกมันหักคอเอาหรอก”
“นี่มันอะไรกันคะคุณแม่ หุ่นมีชีวิตได้ยังไงทำไมคุณแม่ไม่เคยบอกพรรณซักคำ”
“โอ๊ย อย่าเพิ่งมาซักมาไซ้ตอนนี้ได้มั้ย รีบหนีก่อนเถอะ” พิไลวิ่งไปที่ประตู แต่ประตูตีปิดเข้ามาอย่างแรง พิไลตกใจ พิไลวิ่งไปอีกประตู พรรณรายตามติดๆ ประตูถูกลมตีปิดปังเข้ามาอีก พิไลหน้าตาตื่น “มันเอาเราแน่ ไม่อยู่แล้วโว้ย”
พิไลวิ่งไปที่หน้าต่างห้องรับแขกปีนออกไปอย่างทุลักทุเล
พรรณรายวิ่งตามไปดึงขาไว้ “คุณแม่รอพรรณด้วยสิคะ”
พิไลสะบัดขาอย่างแรง แสดงความเห็นแก่ตัวทันที “ปล่อยฉัน แกอยากมัวอืดอาดก็อยู่ให้พวกมันหักคอไปเถอะ”
พิไลออกไปได้ พรรณรายล้มลงกับพื้น ร้องตกใจ “คุณแม่อย่าทิ้งพรรณ คุณแม่” พรรณรายตะกายจะลุก ชะงัก เงยหน้ามองตกใจสุดขีด
หุ่นนางรำ หุ่นนางพยาบาล หุ่นพีท ยืนจ้องอยู่อย่างน่ากลัวต่างก้มหน้าลงมาหาพรรณราย “พรรณราย..”
พรรณรายกรี๊ดสุดเสียง “ว้าย..” พรรณรายสลบไปทันที
หุ่นทั้งสามมองพรรณราย
“เพราะเธอเป็นลูกคุณเดชและคุณอารีย์พวกเราจะปล่อยเธอสักครั้ง”
หุ่นทั้งหมดมองพรรณรายนิ่งๆ

อัมรามองหุ่นเดชกับหุ่นอารีย์อย่างดีใจ สันติอยู่ข้างๆ
“อัมไม่อยากเชื่อเลยว่าอัมจะมีโอกาสได้กอดคุณพ่อ คุณแม่ได้พูดคุยด้วยอีกครั้ง”
หุ่นเดชมองไปที่สันติ “ต้องขอบใจเธอมากนะอาร์ตที่ช่วยให้อาและหุ่นทั้งหมดพ้นจากอาคมของหมอผี”
“ผมยินดีและเต็มใจครับคุณอา”
อัมรามองสันติงงๆ “นี่พี่อาร์ตก็รู้เรื่องทุกอย่างเหรอคะ”
“ครับ พี่ต้องขอโทษน้องอัมด้วยที่ต้องปิดเป็นความลับ แล้วก็ต้องขอโทษที่ทำให้น้องอัมเสียใจหลายครั้งเรื่องคุณพรรณ”
“หมายความว่ายังไงคะ”
สันติอึกอัก หุ่นอารีย์ตอบแทนยิ้มๆ “หมายความว่าอาร์ตไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากลูกอัมเลยนะสิจ้ะ”
อัมราอึ้งหน้าแดง แต่ยังพูดงอนๆ “แสดงว่าพี่อาร์ตเล่นละครเก่งมาก ขนาดอัมยังเชื่อเลยว่าพี่อาร์ตชอบพี่พรรณจริงๆ”
หุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ยิ้มขำๆที่เห็นอัมรางอนอาร์ต
“ไม่นะครับตอนนั้นพี่โดนมนต์น้ำมันพรายต่างหาก”
“น้ำมันพรายเหรอคะ”
“ครับ แต่หลังจากที่หลวงตาช่วยพี่ให้พ้นจากมนต์น้ำมันพราย พี่ก็เลยต้องแกล้งแสดงต่อเพื่อสืบหาความจริงว่าใครเป็นคนทำเรื่องนี้”
“ใครคะ”
หุ่นเดชตอบแทนแค้นๆ “พิไลเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดรวมทั้งเอาหมอผีมาสะกดวิญญาณในห้องหุ่น” เดชมองไปทางหน้าบ้าน “ถึงเวลาแล้วที่พิไลต้องรับผลกรรมของตัวเองซะที”

พิไลวิ่งหน้าตื่นมาถึงสนาม ก็ต้องชะงักเมื่อเจอหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ยืนขวางหน้าไว้ “ว้าย..” พิไลยกมือไหว้ “ฉันไหว้ล่ะปล่อยฉันไปเถอะจ้ะ”
“พวกเราเคยปล่อยเธอไปแล้ว แต่เธอก็กลับมาทำร้ายพวกเราจนได้”
“ฉันสำนึกผิดแล้วจ้ะ ฉันจะไม่มาที่นี่อีก ปล่อยฉันไปเถอะน่ะ”
หุ่นชาวนากับหุ่นทับปรากฏร่างขึ้นขนาบข้างหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์
หุ่นชาวนาเอ่ย “ผู้หญิงคนนี้เหมือนงูพิษ ถ้าเราปล่อยไปหล่อนก็ต้องย้อนกลับมาทำร้ายพวกเราแน่นอน”
หุ่นทับเห็นด้วย “พี่ทวนพูดถูก พวกเราต้องจัดการกับหล่อนนะครับท่านเจ้าคุณ”
พิไลตาเหลือกถอยกรูด ล้มลงไปพยายามจะหนี “ไม่นะอย่า..อย่าฆ่าฉัน”
หุ่นหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ หุ่นทับ หุ่นชาวนาเดินช้าๆตรงเข้าหาพิไลอย่างน่ากลัว พิไลจนมุมติดต้นไม้ หุ่นทับยกดาบขึ้น พิไลตาเหลือก เกิดลมพายุผิดปกติอย่างแรง พัดดาบในมือหุ่นทับหลุดไป หุ่นทับ หุ่นชาวนา หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์แปลกใจ เมื่อหันไปมอง เพทายปรากฏร่างขึ้น
พิไลดีใจสุดขีด “เพทาย..เพทายช่วยฉันด้วย”
“ก็บอกว่ามีอะไรให้เรียกไง ทำอวดเก่งปล่อยให้ตายซะเลยดีมั้ย”
พิไลรีบวิ่งไปหลบหลังเพทาย “ก็ฉันมัวตกใจ ช่วยฉันด้วยนะแล้วฉันจะทำบุญให้เธอเยอะๆเลย”
เพทายทำหน้าเบื่อๆ ก่อนหันไปมองหุ่นทั้งสาม
หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์เจรจากับเพทาย “เธอกับพวกเราไม่เคยมีความแค้นต่อกันหลีกไปซะ”
“แต่ฉันมีหน้าที่ต้องปกป้องพิไลตามคำสั่งนายท่าน พวกแกต่างหากที่ต้องถอยไป”
หุ่นทับยื่นมือไปข้างหน้าดาบลอยกลับมาเข้ามือ “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหาว่าพวกเรารังแกเธอก็แล้วกัน”
เพทายแสยะยิ้มยืดตัวขึ้นเหมือนเปรต ยกมือขึ้นโบกไปมา ก็เกิดลมพายุพัดแรงอย่างน่ากลัว เพทายท่าทางดุร้าย
“ถ้าคิดว่าจะสู้โหงพรายอย่างฉันได้ก็เข้ามาเลย”
หุ่นทั้งสามเงยหน้ามองเพทายอย่างตกใจ

อ๊อดสลบอยู่ในห้องนั่งเล่น สันติเข้าไปเขย่าตัวอ๊อด “อ๊อด..อ๊อดครับ”
“พี่อาร์ต” อ๊อดชะงักมองไปเห็นอัมรายืนอยู่ข้างๆ มีหุ่นอารีย์กับหุ่นเดชด้วย อ๊อดดีใจ “คุณพ่อ คุณแม่” อ๊อดวิ่งเข้าไปหาหุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ สองคนโอบกอดอ๊อด “นี่อ๊อดไม่ได้ฝันไปใช่มั้ยครับ”

“อ๊อดไม่กลัวพ่อกับแม่เหรอลูก”
“ไม่ครับ..อ๊อดไม่กลัวเลย อ๊อดดีใจที่ได้เจอคุณพ่อคุณแม่อีก”
อัมราหันไปเห็นพรรณรายที่นอนสลบอยู่ริมหน้าต่างอย่างตกใจ “พี่พรรณ..ทำไมพี่พรรณไปนอนสลบอยู่ตรงนั้นคะ”
อัมราวิ่งเข้าไปประคองพรรณราย หุ่นเดชกับหุ่นอารีย์มอง
หุ่นเดชเปรย “ในที่สุดพิไลก็แสดงธาตุแท้ของตัวเอง”
หุ่นอารีย์เข้าไปนั่งลงข้างๆ ลูบผมพรรณรายอย่างอ่อนโยน “พรรณราย...”
พรรณรายค่อยๆรู้สึกตัว พรรณรายลืมตาเห็นหุ่นอารีย์ตรงหน้า พรรณรายตกใจ ทำท่าจะหนี “ว้าย คุณแม่..”
อัมรารีบปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะคะพี่พรรณ”
“อัมช่วยด้วยคุณแม่จะฆ่าพี่”
หุ่นอารีย์บอกอ่อนโยน “อย่ากลัวแม่เลยพรรณราย แม่ไม่มีวันทำร้ายลูกหรอกจ้ะ”
พรรณรายยังเถียงเสียงสั่นๆ “แต่พรรณไม่ใช่ลูกของคุณแม่”
“แม่ไม่เคยคิดว่าพรรณไม่ใช่ลูก แม่รักลูกเท่าๆกับอัมราและอ๊อด”
หุ่นเดชเสริม “สิ่งที่พิไลบอกลูกมันไม่ใช่เรื่องจริง”
“แล้วเรื่องจริงมันคืออะไรล่ะคะ”
หุ่นเดชมองออกไปที่สนาม “พ่อจะเอาตัวพิไลมาพูดความจริงให้ลูกฟังทั้งหมด” หุ่นเดชหายตัวไป
พรรณรายยังกอดอัมรามองหุ่นอารีย์อย่างกลัวๆ สันติดูแลอ๊อดอยู่ใกล้ๆ หุ่นอารีย์ยิ้มให้พรรณรายอย่างอ่อนโยน

หุ่นเดชมาปรากฏร่างขึ้นเห็นเพทายกำลังสู้กับ หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ หุ่นทับ หุ่นชาวนา
พิไลมองอย่างพอใจ “มันต้องแบบนี้สินังเพทาย จัดการพวกมันให้หมด”
เพทายใช้มือใหญ่เท่าใบลานตบกวาดไปทีเดียว หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ หุ่นทับ หุ่นชาวนา พากันล้มกลิ้งไปคนล่ะทาง
หุ่นเดชมองตกใจ “ทำไมคุณเพทายถึงมีฤทธิ์มากขนาดนี้”
หุ่นนางรำ หุ่นนางพยาบาล หุ่นพีทปรากฏร่างขึ้นข้างๆ หุ่นเดช
หุ่นนางพยาบาลอธิบาย “เพราะเพทายถูกไอ้หมอผีปลุกเสก อำนาจของอาคมทำให้เพทายมีฤทธิ์เดชมากกว่าวิญญาณธรรมดา”
“ให้มันรู้ไปว่าพวกเราทั้งหมดจะสู้ไม่ได้” หุ่นนางรำหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ไปปรากฏร่างอยู่ด้านหลังเพทาย หุ่นนางรำตะโกนท้าทาย “ฉันอยู่นี่”
เพทายหันกลับมา ยกขาใหญ่โตจะเหยียบหุ่นนางรำ หุ่นนางรำยกมือรับ แต่พลังของเพทายมากมาย กดตัวหุ่นนางรำจนค่อยๆทรุดลงไปในดิน
“หยุดนะคุณเพทาย” เพทายชะงัก หันไปมองหุ่นเดช “คุณอย่ายอมเป็นเครื่องมือของคนชั่ว คุณจงตั้งสติให้ดี อย่าทำบาปกรรมอีกเลย”

“อย่ามากล่อมฉันเสียให้ยาก คนที่ฉันจะฟังก็คือนายท่านคนเดียวเท่านั้น” เพทายเป่าลมพายุออกจากปาก หุ่นทั้งหมดพากันล้มตั้งตัวไม่ติด
หุ่นชาวนาปรึกษาหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ “ถ้าใช้พลังสู้กันพวกเราคงสู้ไม่ได้แน่”
“ทวนพูดถูก พวกเราถอยออกมา”
หุ่นทั้งหมดพากันถอยมาอยู่ด้านหลังหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์
เพทายมองสะใจ “รู้แล้วใช่มั้ยว่าพวกแกไม่มีทางสู้ฉันได้”
พิไลตะโกนสั่งเสียงดัง “ฆ่าพวกมันเลยเพทาย อย่าให้เหลือซักตัวเดียว”
“ฉันจะลองใช้ไม้ตะพดของท่านฤาษีดู เชื่อว่าบารมีของท่านน่าจะกำราบเพทายได้” หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ยกไม้ตะพดขึ้นพนมมือสวดคาถา ก่อนขว้างออกไปไม้ตะพดกลายเป็นเชือกพันรอบร่างเพทายไว้อย่างรวดเร็ว
เพทายตะลึง “โอ๊ย..นี่มันเชือกอะไรกันเนี่ย” เพทายพยายามดิ้นแต่เชือกกลับรัดแน่น ร่างเพทายค่อยๆหดเล็กลงเป็นปกติ หุ่นทั้งหมดดีใจ หุ่นพีทกระโดดตัวลอย
พิไลเหวอแต่ยังตะโกนสั่ง “เพทายสู้มันสิ ถ้าแกยอมแพ้พวกมันง่ายๆฉันจะฟ้องพี่เวทย์เร็วๆเข้า”
“ฉันทำแล้วแต่ทำไม่ได้ โอ๊ยยิ่งดิ้นฉันก็ยิ่งเจ็บโอ๊ย...ช่วยฉันด้วยสิพิไล”
พิไลเห็นท่าไม่ดี รีบหันกลับจะวิ่งหนีเอาตัวรอด แต่พิไลต้องชะงัก เมื่อเจอหุ่นเดชปรากฏร่างขวางอยู่หน้าตาท่าทางน่ากลัว “ว้าย พี่เดช”
“เธอหนีไม่พ้นแล้วพิไล”
พิไลหน้าซีดเผือด หุ่นเดชจ้องน่ากลัว

ในห้องนั่งเล่น พิไลสีหน้าหวาดกลัวมองหุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ที่จ้องอยู่ สันติ อัมรา พรรณราย อ๊อดอยู่ด้วย
หุ่นเดชย้ำ “พูดออกมาสิพิไล ..”
พิไลอึกๆอักๆ “จะให้ฉันพูดอะไรละพี่เดช”
“พูดความจริงว่าทำไมเราถึงเลิกกัน ทำไมฉันถึงไม่ให้เธอกลับมาเจอลูกอีก” พิไลหันไปมองพรรณราย ที่จ้องอยู่อย่างรอคำตอบ พิไลอึ้ง ลังเล “ถ้าเธอโกหกแม้นแต่คำเดียวฉันจะหักคอเธอด้วยมือของฉันเอง”
พิไลสะดุ้ง รีบยกมือไหว้ “อย่านะพี่เดช ฉันจะพูดทุกอย่างจ้ะจะพูดแล้ว...” พิไลมองหน้าพรรณรายอย่างละอายใจ

บ้านเดชสมัยก่อน ยังเก่าซอมซ่อ เดชปั้นหุ่นอย่างตั้งใจ พรรณรายนั่งเล่นของเล่นอยู่ใกล้ๆ พรรณรายร้องไห้หิวนม พิไลนั่งอยู่ข้างๆแต่นั่งกอดเข่าเฉยเหม่อๆท่าทางเบื่อๆเซ็งๆ พรรณรายร้องดังขึ้น
เดชหันมาถาม “ทำไมไม่หาข้าวหาปลาให้ลูกกินล่ะพิไล”
“จะเอาข้าวที่ไหนล่ะ ข้าวสารหมดหม้อตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” เดชอึ้ง พรรณรายร้องไม่เลิก พิไลโมโห หันไปตีพรรณราย “นี่แน่ะ ร้องเก่งนักใช่มั้ย“ พรรณรายร้องดังขึ้น พิไลตีอีก “เอ้า ร้องเข้าไป จะร้องหาสวรรค์วิมานอะไรว่ะ แค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”

เดชวางมือจากปั้นหุ่นวิ่งมาดึงพรรณรายจากพิไล “เธอจะบ้าเหรอพิไล ไปตีลูกทำไม”
“ฉันจะตีมันจะทำไม ก็มันอยากร้องเก่งนักนี่”
เดชดึงพรรณรายมาอีก ผลักพิไลกระเด็นไปล้มลง “เธอมันบ้าไปแล้ว ไม่พอใจอะไรก็ไปลงที่ลูก”
“เออฉันมันบ้า บ้าที่มาอยู่กินกับพี่ไง วันๆ ปั้นแต่ไอ้หุ่นสับปะรังเค ไม่ทำมาหากินอย่างอื่น ฉันเบื่อจะเป็นบ้าจริงๆแล้ว” พิไลวิ่งออกไปชนกับอารีย์ที่เดินสวนเข้ามาพอดี
“จะไปไหนนะพิไล” พิไลไม่ตอบรีบวิ่งออกไป อารีย์หันมามองเดช “เกิดอะไรขึ้นจ้ะพี่เดช เสียงพรรณรายร้องดังไปถึงบ้านฉันแน่ะ” เดชยืนอึ้งมองตามพิไลไปอย่างโกรธๆ พรรณรายยังร้องไม่หยุด อารีย์รีบวิ่งเข้ามาอุ้มพรรณรายจากเดช “โอ๋ๆ นิ่งซะนะพรรณรายหิวเหรอจ้ะ มาๆไปกะน้านะเดี๋ยวน้าจะทำอะไรอร่อยๆให้กินนะจ้ะ อย่ากวนพ่อน่ะ” อารีย์หอมแก้มพรรณซ้ายขวาด้วยความรัก พรรณรายหยุดร้องทันที อารีย์หันไปพูดกับเดช “พี่เดชไปทำงานต่อเถอะจ้ะฉันจะดูแลพรรณรายเอง”
อารีย์อุ้มพรรณรายออกไป เดชมองตามถอนใจโล่งอก

พิไลอ้อมแอ้มพูดกับพรรณราย “ตอนนั้นแม่บอกตรงๆว่าทนความลำบากไม่ไหว แม่ก็เลยพลอยหงุดหงิดใส่ลูก แม่ขอโทษ”
พรรณรายมองพิไลอย่างผิดหวัง เดชต่อว่าดุๆ “เล่าต่อสิพิไล เล่าไปให้หมด นอกจากเธอจะตีลูกอย่างไม่มีเหตุผลทุกวันแล้วเธอทำเรื่องอะไรอีกเราถึงต้องเลิกกัน”
ทุกคนมองพิไล พิไลอึกอัก “แม่....” พิไลมองเดชอย่างกลัวๆ

พิไลกำลังพลอดรักอยู่กับเทิดในสวน “แหม พี่เทิด..พี่ซนแบบนี้ฉันก็ช้ำหมดสิจ้ะ”
“ก็แม่พิไลสวยบาดจิตบาดใจพี่จนพี่ทนไม่ไหวแล้วล่ะ มามะมาให้พี่เทิดจูบหน่อยนะ”
พิไลทำดีดดิ้นแต่ก็อ่อนโอนผ่อนตาม พิไลตาเหลือกตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเดชยืนมองกัดกรามจนนูนเป็นสัน กำมือแน่นอย่างระงับอารมณ์เต็มที่ “ว้าย พี่เดช”
พิไลกับเทิดผละออกจากกัน เทิดตกใจรีบวิ่งหนีไปหน้าตาเฉย พิไลนั่งตะลึง เดชมองสุดแค้น

พรรณรายฟังอยู่มีสีหน้าตกใจ “ไหนคุณแม่บอกว่าลุงเทิดเป็นพี่ชายไงค่ะ”
หุ่นเดชหัวเราะเยาะ “พี่ชายร่วมโลกไงล่ะ” พรรณรายมองพิไลอย่างผิดหวัง หุ่นเดชจ้องพิไลและพูดต่อ “ขนาดฉันให้อภัยเธอเพราะเห็นแก่ลูก แต่ผู้หญิงกากีอย่างเธอก็ยังหนีตามไอ้เทิดไปจนได้”
“ฉันผิดไปแล้วพี่เดช” พิไลค่อยๆเอื้อมมาจับมือพรรณรายแต่พรรณรายถอยหนีสีหน้าผิดหวังสุดๆ “แม่ขอโทษจริงๆนะพรรณราย”
“คุณแม่โกหกพรรณทุกอย่าง แทบยังโยนความผิดให้คุณแม่อารีย์” พรรณรายลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอารีย์ ก้มลงกราบ “พรรณขอโทษค่ะคุณแม่ ที่พรรณหลงโกรธเกลียดคุณแม่เพราะเข้าใจว่าคุณแม่มาแย่งคุณพ่อไปจากคุณแม่พิไล”

หุ่นอารีย์ก้มลงประคองพรรณรายขึ้นมายิ้มอ่อนโยน “แม่ไม่เคยโกรธลูกเลยพรรณรายที่ลูกทำไปทั้งหมดเพราะความเข้าใจผิด แม่ขอให้ลูกเริ่มต้นใหม่นะจ้ะ เป็นพี่ที่ดีของน้องๆเหมือนเดิม”
“ค่ะคุณแม่”
พรรณรายหันไปหาอัมราและอ๊อด “อัม อ๊อดพี่ขอโทษนะ”
อัมราและอ๊อดต่างโผเข้าก่อนพรรณสามคนพี่น้องกอดกันและพากันร้องไห้อย่างดีใจ
“อัมก็ไม่เคยโกรธพี่พรรณเลยค่ะ”
“อ๊อดเคยโกรธครับ แต่ตอนนี้อ๊อดไม่โกรธแล้ว”
พรรณรายหัวเราะทั้งน้ำตา สันติ หุ่นเดช หุ่นอารีย์มองภาพสามพี่น้องอย่างตื้นตัน ส่วนพิไลมองอย่างเจ็บใจ

เพทายนั่งอยู่กลางห้องหุ่นในสภาพที่โดนไม้ตะพดอาคมที่เปลี่ยนเป็นเชือกมัดเอาไว้ หุ่นทั้งหมดเฝ้ามองอยู่ เพทายมองหุ่นทุกตัวอย่างเคียดแค้น
หุ่นชาวนาถามหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ “เราจะทำยังไงกับแม่ดาราคนนี้ดีครับ”
เพทายขู่ “ถ้าพวกแกไม่อยากเดือดร้อนก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”
หุ่นนางพยาบาลท้วง “ปล่อยไม่ได้นะค่ะถ้าปล่อยไปเพทายต้องกลับไปบอกให้ไอ้หมอผีคนนั้นกลับมาเล่นงานพวกเราอีกแน่”

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 12/4(ตอนอวสาน) วันที่ 17 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ