อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 12/5(ตอนอวสาน) วันที่ 17 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 12/5(ตอนอวสาน) วันที่ 17 ต.ค. 58

เพทายขู่ “ถ้าพวกแกไม่อยากเดือดร้อนก็ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้”
หุ่นนางพยาบาลท้วง “ปล่อยไม่ได้นะค่ะถ้าปล่อยไปเพทายต้องกลับไปบอกให้ไอ้หมอผีคนนั้นกลับมาเล่นงานพวกเราอีกแน่”
“เราจะปล่อยหรือไม่ปล่อยเพทายก็มีค่าเท่ากัน”
หุ่นทั้งหมดมีสีหน้าตกใจ

หุ่นทับถาม “ท่านเจ้าคุณหมายความว่าไอ้หมอผีมันจะมาที่นี้อีกอย่างนั้นหรือครับ”
“คนมีอาคมแก่กล้าขนาดนั้นป่านนี้คงรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเราเตรียมรับมือมันให้ดี”
หุ่นทั้งหมดมองหน้ากันต่างมีสีหน้าไม่สบายใจ



เวทย์หลับตานั่งสมาธิอยู่ เวทย์ลืมตาทันทีสีหน้าท่าทางเจ็บใจ “ขนาดผีนังโหงพรายเพทายยังแพ้พวกมัน เห็นทีงานนี้ข้าจะต้องไปจัดการด้วยตัวเองซะแล้ว”

พิไลเดินคอตกหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าออกมา พิไลเดินไปสามสี่ก้าวก็หยุดหันไปมองที่หน้าตึก หุ่นเดช หุ่นอารีย์ สันติ อัมรา พรรณ อ๊อดยืนมองอยู่
หุ่นอารีย์น้ำเสียงไม่สบายใจ “พี่เดชจะไม่ให้โอกาสพิไลอีกแล้วจริงๆเหรอจ้ะ”
“อย่าใจอ่อนอีกเลยอารีย์ เธอก็รู้ว่าคนอย่างพิไลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้”
หุ่นอารีย์หันไปมองพรรณรายอย่างสงสาร “แต่ลูกพรรณ”

พรรณรายชิงพูดขึ้นน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง “ไม่ต้องห่วงพรรณหรอกค่ะคุณแม่ พรรณเชื่อว่าคุณพ่อทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว” หุ่นเดชมองพรรณอย่างพอใจ พรรณรายยิ้มตอบ “ต่อไปนี้พรรณจะไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจ พรรณจะเชื่อทุกอย่างที่คุณพ่อพูดเพราะพรรณรู้แล้วว่าคุณพ่อเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพรรณ”
“ขอบใจมากลูกที่เชื่อใจพ่อ”
ทุกคนมองไปที่พิไล พิไลจำใจหันกลับเดินต่อไป พิไลชะงักสีหน้าดีใจสุดขีดเมื่อเห็นเวทย์ยืนอยู่หน้าบ้าน พิไลตะโกนเสียงดัง “พี่เวทย์”
เวทย์เดินเข้ามาช้าๆท่าทางน่าเกรงขาม “เธอไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นพิไล ฉันจะช่วยเธอเอง” เวทย์จ้องไปที่ทุกคนที่ยืนอยู่หน้าตึกรับ
หุ่นเดช หุ่นอารีย์ สันติ อัมรา พรรณราย อ๊อด ต่างมีสีหน้าตกใจ

หุ่นทั้งหมดหันขวับมองไปทางหน้าบ้าน “มันมาแล้ว”
เพทายสีหน้าดีใจ “นายท่าน” เพทายมองหุ่นทุกตัวอย่างสะใจ “อีกไม่กี่นาทีพวกแกทั้งหมดจะต้องกลายเป็นทาสรับใช้นายท่านอย่างแน่นอน” เพทายหัวเราะเสียงดังน่าเกลียดน่ากลัว
หุ่นทั้งหมดมองหน้ากัน ต่างมีสีหน้าท่าทางเตรียมพร้อมที่จะรับมือเวทย์

เวทย์ล้วงเข้าไปในย่ามหยิบตุ๊กตาดินปั้นสองตัวออกมาเวทย์พึมพำบริกรรมคาถา ก่อนขว้างตุ๊กตาดินออกไปที่สนาม ตุ๊กตาดินสองตัวกลายเป็นผีดิบหน้าตาดุร้ายน่ากลัว เวทย์ออกคำสั่ง “จงไปจัดการกับพวกมันให้หมดเดี๋ยวนี้” ขาดคำเวทย์ผีดิบสองตัวเดินตรงทื่อเข้าหาพวกเดชทันที
หุ่นเดชตกใจรีบหันไปบอกสันติ “อาร์ตรีบพาทุกคนหลบไปก่อน ทางนี้อาจะสู้กับมันเอง รีบไปเร็วเข้า”
สันติพยักหน้ากับอัมรา พรรณราย อ๊อด ทั้งสี่คนพากันวิ่งไป
หุ่นเดชหันกลับมา ผีดิบพุ่งเข้าบีบคอหุ่นเดชและหุ่นอารีย์พร้อมๆ กัน หุ่นเดชพยายามสู้กับผีดิบจนหลุดออกมาได้ หุ่นเดชตรงเข้าช่วยหุ่นอารีย์ที่ถูกบีบคอจนตาเหลือก หุ่นเดชกระชากผีดิบให้หลุดออกมาจากหุ่นอารีย์ได้ หุ่นอารีย์ซวนเซล้มลง หุ่นเดชเข้าประคอง “เป็นยังไงบ้างอารีย์”
หุ่นอารีย์เงยหน้ามองหุ่นเดชแล้วตกใจ เห็นเวทย์เข้ามายืนอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ใช้บ่วงอาคมคล้องตัวหุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ไว้ทันที หุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ร้องอย่างเจ็บปวด
เวทย์มองอย่างดุร้าย “เสร็จข้าทั้งผัวทั้งเมีย”
พิไลเข้ามายืนอยู่หลังเวทย์มองหุ่นอารีย์และหุ่นเดชด้วยสีแววตาสะใจ

หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ สีหน้าตกใจ “พ่อเดชกับแม่อารีย์เสียท่ามันซะแล้ว”
หุ่นทับอาสา “ผมจะไปช่วยเองครับ”
หุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ สีหน้าตระหนก “มันมาแล้ว”
ขาดคำหุ่นท่านเจ้าคุณนรบดินทร์ อีกาดำตัวใหญ่หลายตัวบินทะลุกำแพงห้องหุ่นเข้ามาอย่างมากมายต่างรุมจิกหุ่นทุกตัวอย่างดุเดือด หุ่นทั้งหมดพยายามสู้ หุ่นทับใช้ดาบฟาดฟันอีกาได้อย่างจังๆ แต่มันก็ไม่เป็นอะไร หุ่นชาวนาใช้เคียวตวัดจนคออีกาขาด แต่หัวมันก็กลับมาต่อกับตัวได้เหมือนเดิม ยังรุมจิกหุ่นต่อไป
ร่างเวทย์ปรากฏขึ้นที่ประตูห้องหุ่นพร้อมกับพิไล เวทย์มองลงมา
เพทายเห็นเวทย์ตะโกนอย่างดีใจ “นายท่านช่วยฉันด้วย”
เวทย์ยื่นมือออกไปตรงหน้าปรากฏมีดสั้นในมือ เวทย์พึมพำคาถาเป่าลงไปที่มีด เห็นมีดเรืองแสงวาบขึ้น มีดลอยออกจากมือเวทย์พุ่งเข้าหาเพทาย ตัดเชือกที่รัดร่างเพทายอยู่ขาดสะบั้นออกจากกันทันที ร่างเพทายลุกขึ้นด้วยท่าทางน่ากลัว เวทย์ออกคำสั่ง “จับพวกมันให้หมด”
“ค่ะนายท่าน” เพทายตรงเข้าช่วยอีกาเล่นงานพวกหุ่นทันที เวทย์กับพิไลยืนมองอย่างสะใจ

สันติพาอัมรา พรรณราย อ๊อดวิ่งหนีมา ทุกคนชะงักเห็นผีดิบสองตัวปรากฏร่างขวางหน้าอยู่ สันติตั้งสติรีบหันมาบอกทุกคน “น้องอัม พาคุณพรรณกับอ๊อดหลบไปทางอื่นก่อนพี่จะสู้กับพวกมันเอง”
อัมราตกใจ “พี่อาร์ตจะสู้กับมันได้ยังไงมันไม่ใช่คนนะคะ”
“ยังไงก็ต้องลองดูครับ ทุกคนรีบหนีไปก่อนเร็ว”
อัมราส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ถ้าจะสู้ก็ต้องสู้ด้วยกัน” อัมราหันไปมองพรรณราย
พรรณรายพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่เราจะไม่ทิ้งกัน ผีก็ผีเถอะ”พรรณรายหันไปมองอ๊อด “อ๊อดก็ไม่กลัวใช่มั้ย”
“กลัวครับแต่อ๊อดก็จะสู้ด้วย พวกเราลุยกันเถอะ”
ทั้งหมดพยักหน้าร่วมใจกัน ผีดิบตรงทื่อๆเข้ามา ทั้งสี่ต่างมองหาอาวุธหยิบได้ข้าวของแถวนั้น ต่างช่วยกันรุมตีผีดิบที่เดินทื่อเข้ามาแต่ข้าวของกลับแตกหัก ผีดิบไม่เป็นอะไรเลย ทุกคนตกใจ
พรรณรายตื่นกลัว “เราทำอะไรมันไม่ได้จริงๆ”
ผีดิบพุ่งเข้าบีบคออัมรา อีกตัวบีบคอพรรณราย สันติ อ๊อดตกใจ สันตินึกได้ดึงสร้อยพระออกมา ยกมือไหว้ สันติวิ่งเข้าไปหาอัมราจี้สร้อยพระเข้าด้านหลังผีดิบ ผีดิบผงะร้องเสียงหลง ผละจากอัมราล้มนอนดิ้นพราดๆแล้วหายวับไป สันติรีบวิ่งไปที่พรรณราย ทำแบบเดียวกัน ผีดิบผละจากพรรณราย ล้มลงร้องโหยหวนก่อนหายไปเหมือนกัน
อ๊อดกระโดดดีใจ “ไชโย..พี่อาร์ตเก่งที่สุดเลย”
อัมรา กับพรรณรายก็ดีใจต่างมองสันติอย่างขอบคุณ เสียงหุ่นพากันร้องอย่างเจ็บปวดดังมาจากห้องหุ่น อัมราตกใจ “หุ่นต้องโดนหมอผีเวทย์เล่นงานแน่ๆเลย เราต้องไปช่วยนะคะ”
สันติอึ้งคิดหนัก พรรณรายรีบพูด “แต่คุณพ่อคุณแม่บอกให้พวกเราหนีไปนะ”
ทั้งสี่คนมองหน้ากันอย่างลังเล เสียงหุ่นอารีย์และหุ่นเดชร้องอย่างเจ็บปวด อัมรา พรรณรายมองหน้ากันอย่างตกใจ พูดพร้อมกัน “คุณพ่อคุณแม่” สองคนพากันวิ่งไปที่ห้องหุ่นทันที
สันติตกใจตะโกนตาม “น้องอัม คุณพรรณ” สันติรีบวิ่งตาม อ๊อดวิ่งตามไปด้วย

เวทย์ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจ “ในที่สุดพวกแกก็เสร็จข้าจนได้”
หุ่นทั้งหมดถูกบ่วงอาคมรัดร่างไว้รวมกลุ่มอยู่กลางห้องหุ่นมีเพทายเฝ้ามองอยู่อย่างระแวดระวัง
พิไลยืนอยู่ข้างเวทย์รีบถาม “แล้วเราจะทำยังไงกับพวกมันต่อดีจ้ะพี่เวทย์”
เวทย์กำลังจะตอบ อัมรา พรรณรายวิ่งเข้ามาในห้องหุ่นมีสันติกับอ๊อดตามมาติดๆ “คุณพ่อคุณแม่”
หุ่นเดชกับหุ่นอารีย์ตกใจ หุ่นเดชตะโกน “ออกไป”
อัมราสีหน้าเด็ดเดี่ยว “ไม่ค่ะ พวกเราจะไม่ทิ้งคุณพ่อคุณแม่อย่างเด็ดขาด”
พรรณรายมองพิไลพูดจริงจัง “พอซักทีเถอะค่ะคุณแม่ พรรณขอร้องคิดเสียว่าเห็นแก่พรรณได้มั้ยค่ะ”
พิไลระเบิดเสียงหัวเราะดังก้องห้องหุ่น “ทำไมฉันต้องเห็นแก่แกด้วยพรรณราย แกก็รู้ความจริงทั้งหมดแล้วก็น่าจะรู้แล้วว่าฉันไม่เคยรักแกเลย”
“คุณแม่”
สันติก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเวทย์และพิไล “คุณสองคนต้องการอะไร สิ่งที่คุณทำอยู่มันผิดมากแต่ถ้าพวกคุณหยุดตอนนี้มันก็ยังไม่สายนะครับ”
“หุบปากของแกซะเถอะไอ้หน้าอ่อน” เวทย์พึมพำคาถา ครู่เดียวสันติ อัมรา พรรณราย อ๊อดโดนมัดด้วยเชือกเหมือนกัน ทั้งสี่คนตกใจ

ชิ้นนอนสลบอยู่ในครัวค่อยๆ รู้สึกตัว ชิ้นลุกขึ้นนั่งมองรอบๆอย่างงงๆพึมพำ “ทำไมเรามานอนอยู่ที่นี่” สีหน้าชิ้นเหมือนนึกขึ้นมาได้ตกใจ
ที่หน้าเพทายเส้นเลือดดำแผ่กระจายเต็มหน้า ตาดำหายไปเหลือแต่ตาขาว แสยะยิ้มปากกว้างถึงหู เห็นเลือดซึม แล้วค่อยๆไหลออกมาจากปากที่ฉีกออก ชิ้นตาค้างตะกุกตะกัก “ผะ..ผะ..ผะผี...”
ชิ้นร้องเสียงดัง “ใช่แล้วผีหลอก ว้าย คุณอัมขาช่วยน้าด้วย” ชิ้นวิ่งออกจากห้องครัวอย่างกลัวมากๆ

ชิ้นวิ่งหน้าตื่นร้องโวยวายเข้ามาในห้องนั่งเล่น “คุณอัมขาช่วยน้าด้วยน้าโดนผีหลอก “ ชิ้นชะงักแทนสายตาในห้องนั่งเล่นว่างเปล่าไม่มีอัมราและอ๊อด ชิ้นสีหน้าหวาดกลัว “หายไปไหนกันหมดเนี่ย “
เสียงร้องของหุ่นนางรำดังขึ้นอย่างโหยหวนชิ้นตกใจสุดขีดมองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก ได้ยินเสียงอัมรารอดมา “อย่าทำร้ายคุณครูเลยค่ะอัมขอร้อง”
สีหน้าชิ้นจากตกใจเป็นแปลกใจ พึมพำ “เสียงคุณอัม” ชิ้นมองไปทางห้องหุ่น ชิ้นลังเลก่อนตัดสินใจค่อยๆย่องไปที่ห้องหุ่นอย่างกล้าๆกลัวๆ

เวทย์พึมพำบริกรรมคาถาอยู่ตรงหน้าหุ่นทั้งหมด พิไลกับเพทายอยู่ข้างๆ สันติ อัมรา พรรณราย อ๊อดโดนมัดรวมกันอยู่มุมหนึ่ง เห็นร่างหุ่นนางรำกำลังถูกพลังอาคมของเวทย์ดูดเข้าหม้อดินตรงหน้าเวทย์อย่างช้าๆ หุ่นนางรำส่งเสียงร้องโหยหวน หุ่นทุกตัวต่างมีสีหน้าเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ร่างหุ่นนางรำหายเข้าไปในหม้อดิน เวทย์มอง

พอใจ เวทย์มองไปที่หุ่นนางพยาบาล เวทย์พึมพำคาถา ร่างหุ่นนางพยาบาลถูกพลังอาคมดูดเข้าหม้อดินไปอีก ชิ้นแอบดูอยู่ที่หน้าประตูห้องหุ่นด้วยความตกใจ

ดำเกิงกับบุญเรือนมองหน้ากันแล้วหันไปมองชิ้นอย่างแปลกใจ “ฝันไปหรือเปล่าชิ้น หุ่นในห้องหุ่นจะมีชีวิตได้ยังไง”
“นั้นซิ แถมยังมีหมอผีมาสะกดวิญญาณลงหม้ออีก”
“แต่ผมเชื่อว่าเรื่องที่น้าชิ้นพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริงครับ” เสียงอาทรดังเข้ามาก่อนที่อาทรจะเดินเข้ามา
ดำเกิงถามแปลกใจ “หมายความว่ายังไง”
“เรื่องมันยาวครับคุณพ่อไว้ผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง”
“รีบไปช่วยคุณอัมเถอะค่ะคุณออย”
“ถ้าลองน้าพิไลพาหมอผีเข้ามาถึงที่นี่พวกเราคงช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับน้าชิ้น” ชิ้นสีหน้าผิดหวัง “แต่ผมเชื่อว่ามีคนคนหนึ่งที่จะช่วยได้” สีหน้าท่าทางอาทรมั่นใจมาก ดำเกิง บุญเรือนมองอาทรอย่างไม่เข้าใจ

ในกุฏิหลวงตา หลวงตามองอาทรด้วยสีหน้านิ่งสงบ “คิดอยู่แล้วว่าต้องเกิดเรื่องร้ายเพราะปกติเจ้าอาร์ตไม่เคยไปค้างอ้างแรมที่อื่น”
“ฟังจากน้าชิ้นเล่าไอ้หมอผีคนนี้มันคงเป็นคนเดียวกับที่ทำน้ำมันพรายแน่ๆครับ”
หลวงตาพยักหน้าช้าๆ “หลวงตาก็คิดอย่างนั้น”
“คงจะมีแต่หลวงตาคนเดียวแล้วละครับที่จะช่วยทั้งคนและหุ่นทั้งหมดได้”
หลวงตานิ่งสีหน้าหนักใจ

มือเวทย์ปิดผ้ายันต์อาคมลงบนปากหม้อดิน เวทย์พึมพำบริกรรมคาถาเป่าลงไปบนผ้ายันต์เห็นผ้ายันต์ติดแน่นบนปากหม้อดิน เวทย์หันมาพูดกับพิไล “เรียบร้อย”
“หมายความว่าไอ้หุ่นผีพวกนี้มันจะออกมาอีกไม่ได้แล้วใช่ไหนจ้ะพี่เวทย์”
“ใช่ เดี๋ยวข้าจะเอาพวกมันไปฝังไว้ที่ป่าช้ารอวันพระจันทร์เต็มดวง ข้าจะปลุกเสกพวกมันมาไว้เป็นทาสรับใช้”
พิไลลุกเดินเข้าไปหาสันติ อัมรา พรรณรายและอ๊อดที่โดนมัด และมีเพทายยืนคุมเชิงอยู่
พรรณรายพูดอย่างไม่พอใจ “คุณแม่จะทำบาปไปถึงไหนกันคะ ที่ผ่านมาคุณแม่ก็ทำแต่เรื่องที่เลวร้ายกับคุณพ่อและคุณแม่อารีย์ พรรณว่ามันน่าจะพอได้แล้ว”
“แกหุบปากไปเลยพรรณราย อย่าคิดว่าแกเป็นลูกฉันแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแกนะ”
“คุณแม่อยากจะทำอะไรพรรณก็เชิญ แต่ขอให้ปล่อยคุณพ่อคุณแม่และก็หุ่นทั้งหมดก็พอ”
“ได้ไหมคะน้าพิไล อัมขอร้องนะคะ” พิไลมองอัมราอย่างสมเพชหันหลังจะเดินกลับ “น้าพิไลจะให้อัมทำอะไรอัมจะยอมทำทุกอย่าง”
พิไลชะงักสีหน้าเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้หันกลับไปมองอัมราอีกครั้ง “แกพูดจริงหรอว่าแกจะยอมทำได้ทุกอย่าง”

“จริงค่ะ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตอัม อัมก็ยอม”
สันติหันมามองอัมราอย่างตกใจ “น้องอัม”
พรรณราย อ๊อด ก็มองอัมราอย่างตกใจ

ในห้องนั่งเล่น พิไลวางกระดาษกับปากกาวางตรงหน้าอัมรา เวทย์ยืนมองข้างๆ สีหน้าแปลกใจ “เขียนลงไปสิ ว่าแกขอมอบทรัพย์สินทุกอย่าง ที่เป็นส่วนของแกและไอ้อ๊อดให้ฉันเป็นคนดูแลแล้วฉันจะยอมปล่อยไอ้หุ่นผีพวกนั้น”
เวทย์ดึงพิไลถอยห่างออกไป กระซิบ “เธอจะให้ฉันปล่อยหุ่นพวกนั้นจริงหรอพิไล”
“พี่เวทย์ยังไม่รู้จักฉันดีพออีกเหรอ” พิไลมองเวทย์สีหน้าร้ายกาจเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เวทย์มองตอบ พยักหน้ายิ้มร้ายพอๆกัน พิไลเดินกลับมาที่อัมราเห็นอัมรายังนั่งนิ่ง “เกิดลังเลเสียดายทรัพย์สมบัติขึ้นมาหรือไง”
“อัมไม่เคยสนใจกับสมบัตินอกกายหรอกค่ะ แต่อัมจะแน่ใจได้ยังไงว่าถ้าอัมยกทุกอย่างให้น้าพิไล แล้วน้าพิไลจะปล่อยคุณพ่อคุณแม่และหุ่นทั้งหมดจริงๆ”
พิไลหันไปมองเวทย์ก่อนหันกลับมาตอบอย่างรวดเร็วเหมือนไม่ใส่ใจ “เอ้า ฉันสาบานก็ได้”
“สาบานว่าอะไรคะ”
“ให้ฉันตายเลยเอ้า” เวทย์สะกิดตกใจ พิไลหันมากระซิบ “ไม่ต้องตกใจไปหรอกพี่เวทย์มีใครเกิดมาแล้วไม่ตายบ้างล่ะ” เวทย์อึ้งๆพิไลหันไปพูดกับอัมรา “ฉันสาบานแล้วไง ที่นี้แกจะเขียนได้หรือยัง”
อัมรานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจหยิบปากกาขึ้นมามองหน้าพิไล สลับกับมองที่กระดาษตรงหน้า

ในห้องหุ่น สันติ พรรณราย อ๊อดปรึกษากันอย่างไม่สบายใจ เพทายยืนเฝ้าหม้อดินอยู่ห่างๆ สันติกระซิบกับพรรณราย “คุณคิดว่าคุณน้าพิไลจะให้น้องอัมไปทำอะไรครับ”
พรรณรายกระซิบตอบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หวังว่ายัยอัมคงจะไม่ทำอะไรโง่ๆนะ”
“จะต้องมากระซิบกระซาบกันทำไม ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันไม่ใช่คน”
พรรณรายจ้องเพทายอย่างเกลียดชัง “ฉันไม่ลืมหรอกว่าแกเป็นผีไปแล้ว และก็ไม่ลืมด้วยว่าไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นผีก็เลวเหมือนเดิม”
เพทายตาเขียววาบขึ้นมาอย่างโกรธแค้นเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมายืนตรงหน้าพรรณราย “ปากดีมากนักนะแก”
เพทายบีบคอพรรณรายทันที พรรณรายตาเหลือก สันติกับอ๊อดตกใจมาก

รถอาทรขับเข้าบ้านมาดำเกิง บุญเรือน ชิ้นรออยู่รีบวิ่งออกมาทั้งสามคนเห็นอาทรเปิดประตูรถลงมาคนเดียว ดำเกิงถามแปลกใจ “ไหนล่ะคนที่บอกพ่อว่าจะมาช่วยได้”
บุญเรือนชะเง้อมองไปที่รถอีก “ไม่เห็นมีใครมากับลูกสักคน”
ชิ้นรู้สึกร้อนใจ “โธ่เอ๊ย คุณอัม คุณอ๊อดของน้าต้องแย่แน่ๆ”
“คุณคะ ฉันว่าเรารีบไปแจ้งตำรวจดีกว่า”

อาทรรีบบอกทุกคน “ใจเย็นๆครับ คนที่จะมาช่วยตอนนี้เข้าไปในบ้านสัตยาภาแล้ว ผมเชื่อว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะเรียบร้อย ตอนนี้พวกเราคงมีหน้าที่แค่รอ”
ดำเกิง บุญเรือน ชิ้นได้แต่มองหน้ากัน สงสัยว่าเป็นใคร อาทรมีสีหน้ามั่นใจมาก

ในห้องหุ่น สันติร้องอย่างตกใจ “อย่านะครับคุณเพทาย อย่าทำร้ายคุณพรรณเลย”
เพทายยังบีบคอพรรณราย “จะขอชีวิตมันทำไม มันเคยร้ายกับนายแค่ไหนนายจำไม่ได้เหรอ”
“ผมไม่สนใจหรอกครับ ถ้าเรามัวแต่ยึดติดว่าใครจะร้ายกับเราแล้วเอาแต่อาฆาตแค้นชีวิตเราก็จะไม่มีความสุขนะครับ”
เพทายสวนทันควัน “ไม่ต้องมาสอนฉัน นังนี่มันร้ายกาจมาก” เพทายจ้องพรรณราย “ว่าฉันเลวแกก็เลวไม่ต่างกับฉันหรอก ฉันไม่แปลกใจเลยที่แม่แท้ๆของแกยังไม่เอาแก จะบอกให้เอาบุญว่าแม่แกกำลังหลอกให้อัมรายกสมบัติให้และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยพวกแกนั้นแหละจะโดนฆ่าทิ้งทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าฉันฆ่าแกตอนนี้มันก็มีค่าเท่ากัน” เพทายเค้นคอพรรณรายแรงขึ้น พรรณรายตาเหลือก
สันติพยายามดิ้นจะให้เชือกหลุดร้องตะโกนอย่างตกใจ “อย่านะครับคุณเพทาย อย่า”
เพทายหัวเราะอย่างดุร้าย
“อย่าก่อกรรมทำบาปอีกเลย” เพทายชะงักหันมามองหลวงตาที่ยืนอยู่กลางห้องหุ่น หลวงตามองมาที่เพทายด้วยสายตาสงบนิ่ง สันติอุทานอย่างดีใจ

ในห้องนั่งเล่น พิไลกับเวทย์มองหน้ากันแล้วมองอัมราอย่างลุ้นๆ อัมรายังไม่เขียนลงไปเหมือนยังลังเล พิไลพูดอย่างโมโห “ถ้าแกมัวแต่ลีลาฉันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ”
อัมรามองหน้าพิไล ในที่สุดอัมราตัดสินใจเขียนลงบนกระดาษ พิไลหันมามองเวทย์ต่างคนต่างยิ้มให้กันอย่างสมใจ

หลวงตามองเพทายด้วยแววตาอ่อนโยน “ปล่อยโยมพรรณรายเสียเถอะ”
เพทายหัวเราะอย่างน่ากลัวก่อนปล่อยพรรณรายอย่างแรง พรรณรายล้มลงไป จับรอบคอตัวเองอย่างเจ็บมาก
“เป็นยังไงบ้างครับคุณพรรณ”
“คอเกือบหักสิ ถามได้” พรรณรายโมโห หันไปจ้องเพทาย “ขอให้มันโดนหลวงตาจับถ่วงน้ำซะเลย”
“หลวงตาท่านมีเมตตา ท่านไม่ทำร้ายคุณเพทายหรอกครับ”
พรรณรายตกใจ “ถ้าไม่ฆ่ามัน มันก็จะฆ่าพวกเรานะ”
สันติไม่ตอบมองไปที่หลวงตากับเพทาย พรรณรายกับอ๊อดมองตาม
เพทายจ้องหลวงตาอย่างดุร้าย เดินเข้าไปหาท่าทางน่ากลัว “เป็นพระไม่อยู่ส่วนพระ อยากลองดีกับฉันก็ได้เลย” เพทายแสดงอิทธิฤทธิ์เกิดลมพายุอย่างรุนแรงในห้องหุ่น

หลวงตากลับยืนสงบนิ่งเปล่งคำพูดก้องกังวานด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน “สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพะยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ อาตมาขออุทิศบุญกุศลที่ได้เคยทำไว้ทั้งในอดีตและปัจจุบันให้แก่โยนเพทาย ขอโยมจงรับบุญกุศลที่อาตมาอุทิศให้เพื่อวิญญาณของโยมจะได้หลุดพ้นจากอาคมอันชั่วร้ายและได้ไปสู่ภพภูมิที่โยมควรไป”
ระหว่างที่หลวงตาพูดเกิดแสงสว่างส่องสู่ร่างเพทาย พร้อมละอองแห่งบุญโปรยปรายลงมาต้องร่างของเพทาย
เพทายตกตะลึงคลายจากอาการดุร้าย ค่อยๆสงบทรุดลง มองหลวงตาอย่างคาดไม่ถึงน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันจะทำร้ายท่าน แต่ท่านกับแผ่เมตตาเพื่อปลดปล่อยวิญญาณของฉัน”
“เพราะอาตมาไม่ได้คิดจะมาทำร้ายโยม โยมได้รับความทุกข์ทรมานมามากแล้ว ขอจงหยุดความแค้นความอาฆาตทำใจให้สงบนิ่ง อาตมาจะปลดปล่อยวิญญาณให้โยมเอง”
เพทายนิ่งคิดก่อนหันไปมองสันติ พรรณราย อ๊อด “ฉันขอโทษที่ทำร้ายพวกเธอ อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะ”
“พวกผมขออโหสิกรรมให้คุณเพทายครับ”
เพทายยิ้มพอใจหันกลับมาหาหลวงตา นั่งพับเพียบพนมมือน้ำเสียงอ่อนโยน“ดิฉันพร้อมแล้วค่ะ” เพทายหลับตาสีหน้าสงบนิ่ง หลวงตามองพอใจหลับตาพึมพำสวดคาถาปลดปล่อยวิญญาณเพทายทันที ที่ร่างเพทายค่อยๆเลือนก่อนจางหายเป็นอากาศธาตุ สันติ พรรณราย อ๊อด มองอย่างตกตะลึง

อัมรากำลังเขียนรายละเอียดในการยกทรัพย์สินให้พิไล เวทย์กับพิไล ยืนดูอยู่ เวทย์มีสีหน้าแปลกใจหันไปมองทางห้องหุ่น เวทย์จะเดินไปพิไลหันมาถามแปลกใจ “พี่เวทย์จะไปไหน”
เวทย์ตอบเคร่งขรึม “ห้องหุ่น”

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 12/5(ตอนอวสาน) วันที่ 17 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ