อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13 วันที่ 28 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13 วันที่ 28 ต.ค. 58

คุณยายครุ่นคิด “แล้วนี่พี่ศรีเขารู้หรือเปล่า เรื่องที่คุณชายมาสนิทสนมกลมเกลียวกับหนู”
สาลินตาเบิกโพลง “ใครบอกคะว่าเขามาสนิทสนมกลมเกลียว วันนี้น่ะเป็นครั้งแรกเชียวนะคะที่เขาพูดดีๆ กับหนู....และหนู...ไม่จิกกัดเขา”
คุณยายตบอกผาง “นี่แม่คุณ พูดจาให้มันสมกับเป็นลูกผู้หญิงหน่อยได้ไหม”
“แต่ลงท้ายก็อดไม่ได้ค่ะ ก็เลยแขวะกันอีก” สาลินนิ่งนึกและทำปากเจ่อ “หนูคงชอบทะเลาะกับเขา”
“เออ ดีจริง แม่ เดี๋ยวก็....”

“เดี๋ยวก็อะไรคะ” สาลินไม่รู้จริงๆ ว่าคุณยายกังวลเรื่องอะไร
คุณยายตัดสินใจไม่พูด “ไม่มีอะไร สวดมนต์ แล้วนอนเถอะลูก” คุณยายลูบหัว สาลินจูบแขนเหี่ยวลายพร้อยอย่างรักใคร่


คุณยายออกไป สาลินหันมาดูกระจกเงา รื้อค้นหยิบลิปสติก 1 แท่ง ลิปมัน 1 แท่ง ออกมา แล้วชะงักที่ก้นกระเป๋าอันรกเรื้อ มีผ้าอะไรอย่างหนึ่งซุกอยู่ สาลินดึงมันออกมาคลี่ดู พบว่าเป็นผ้าเช็ดหน้าผู้ชายผืนใหญ่ มีรอยด่างของน้ำมันจางๆ สาลินอ้าปากค้าง นึกได้
ในร้านผ้าไหมคุณชายรองส่งผ้าเช็ดหน้าให้ สาลินรับมาเช็ดมืออย่างประชดประชัน
“ว้าย ซุกอยู่ในนี้ชาตินึงแล้ว” สาลินเอามาดมดู “ยังมีกลิ่นไข่นกกระทาอยู่เลย อี๊”

ชานเรือนบ้านสวน มือยายพิณวางขดยากันยุงลงใกล้ๆ คุณตานั่งพิงหมอนขวานฟังวิทยอยู่ คุณยายเดินลายพร้อยมานั่งลง คุณตามองดู อดเปรยไม่ได้ “ฉันว่ามันแปลกๆ นะคุณ”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรให้มันมากความเลย ไม่มีอะไรหรอก” สองยายตาคลายใจ
ยายพิณยื่นหน้ามา ลายพร้อยกว่าคุณยายและสาลิน “งามสมกันนะคะ งามเหมือนสุริยันจันทรา”
คุณตาปราม “เฮ้ย ยายพิณ แกจะบ้าเหรอ”
คุณยายเตือน “พี่เขยกับน้องเมีย แกจะมาจับคู่อะไร”
“อุ๊ย แหมอิฉันลืมไปเลยค่ะ” ยายพิณตบอกผาง ผ้าแถบหย่อนต้องขยับเหน็บใหม่ สองตายายพลันกังวลขึ้นมาอีก

หน้าห้องนอนคุณชายรองมีเสียงฮัมเพลงดังมา คุณชายเล็กเดินผ่านชะงัก ค่อยๆ แง้มประตูห้องคุณชายรองดู
คุณชายรองอยู่ที่เครื่องเล่นแผ่นเสียงเปิดเพลงเบาๆ แล้วฮัมคลอตาม คุณชายเล็กโผล่เข้ามา
คุณชายรองเหลือบดู “แต่ก่อนเคาะสามทีแล้วเข้ามาเลย เดี๋ยวนี้ถึงขั้นไม่เคาะเลยหรือ”
“โธ่ ผมได้ยินเสียงฮัมเพลงดังแว่วมา คิดว่าผีหลอก เลยเข้ามาดู”
คุณชายรองทำตาปริบๆ “เสียงฉันฮัมเพลง ไม่ใช่เสียงผี”
“ก็ร้อยวันพันปี พี่รองเคยฮัมเพลงที่ไหน เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ นี่เพิ่งกลับหรือครับ”
“ฮื่อ”
“ไปไหนมาฮะ”
“ไปเมืองนนท์” คุณชายรองเดินไปนั่งเก้าอี้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ
คุณชายเล็กอ้าปากค้างนิดๆ เดินตาม “นี่พี่รองไปพบคุณสา เอ้อ สาลินมาแล้วหรือครับ”
“ทำไม ไม่เรียกว่าว่าที่น้องสาวภรรยาในอนาคตอีกล่ะ”
คุณชายเล็กอ้อมมาข้างโต๊ะ มองหน้า “คุณสา..ลินมีธุระอะไรกับพี่รองหรือฮะ”
“ไม่มีอะไร นอกจากพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า ไม่อยากให้ฉันเป็นพี่เขยในอนาคตของเขา”
บนโต๊ะมีบิสกิตกับนม คุณชายเล็กคว้ามาแทะกินหมับๆ “แล้วพี่รองว่ายังไง”
“ก็บอกว่าฉันจะคิดดูให้ดีก่อนซี เออ นี่เพื่อนนายเขาไปติดพันแม่คนนี้อยู่เหรอ”
คุณชายเล็กจิบนม “เพื่อนผม ใครกันฮะ”
“ก็เพื่อนนายที่ชื่อพลไง”
คุณชายเล็กสำลักนมพรวด เกือบโดนคุณชายรองๆนิ่วหน้า “พี่รองไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน”
“จากแม่ค้าปั๊มน้ำมันน่ะซี”
“โอ๊ยโย่ นี่พี่รองเจอยายพุดซ้อนแล้วหรือ”
“ยังไง เพื่อนนายไปติดพันเขาอยู่ใช่ไหม”
“ง่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่มีข้อมูลครับ”
“เอ๊ะ แล้วทำไมนายรู้จักคุณนายพุดซ้อน”
“ผมก็เคยไปตรวจปั๊มแถวนั้นเหมือนกันแหละ” คุณชายเล็กหาว “ผมไปนอนแล้ว” คุณชายเล็กเดินพรวดพราดออกไป
คุณชายรองนิ่งแล้วเปิดไดอารี่ออก ดอกปีปสองดอกนั้น กลายเป็นที่คั่นไดอารี่ไปแล้ว คุณชายรองลงมือเขียนไดอารี่ เหมือนดอกไม้แห้งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รูปของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงถูกคว่ำหน้าลงกับโต๊ะเสียแล้ว

ห้องนอนศรีจิตรา ศรีจิตรานั่งอ่านนิทาน Beauty and the Beast อยู่บนเตียง ใบหน้ายิ้มน้อยๆ แล้วปิดลงวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ลุกมาที่หน้าต่าง ศรีจิตรามองไป เห็นคุณชายรองเดินว่อบแว่บไป ศรีจิตราขยับเข้าแอบหลังม่านเมินหน้าไป กลัวเห็นสิ่งที่ไม่ควร
ไฟที่ห้องคุณชายรองดับวูบลง เหลือแต่ที่ระเบียงบน ที่ตรงกับห้องของศรีจิตราพอดี ศรีจิตราขยับม่านมองดูท้องฟ้า ศรีจิตรายิ้มมีแววสุขใจ ลดสายตาลง ที่ระเบียงห้องคุณชายเล็ก คุณชายเล็กยืนอยู่มองตรงมา คุณชายเล็กมองไป เห็นศรีจิตรายืนอยู่ที่หน้าต่าง คุณชายเล็กยิ้มแป้น โบกไม้โบกมือให้ ศรีจิตรายิ้มแหยๆ เพราะยังไงก็ไม่ควร แล้วยกมือโบกตอบนิดหนึ่ง คุณชายเล็กยิ้มร่า ศรีจิตรายิ้มน้อยๆ โบกมืออีกเป็นทำนองลา แล้วปิดม่านลง คุณชายเล็กยิ้มชมดาวเดือนต่อ ศรีจิตรากลับมาที่หน้ากระจกเงา มองดูเงาสะท้อนของตนเอง แล้วถอนใจนิดๆ

สองสามวันต่อมา โถงชั้นบนตำหนักเล็ก หม่อมอำพันหน้าดำคร่ำเครียดเป็นนางบ่อนอยู่ที่วงไพ่ตองวงหนึ่ง ที่อีกวงก็กำลังวิกฤตเช่นกัน เห็นน้อม เจียม ข้าหลวงใหม่ทั้ง 3 คอยดูแลของกิน ของดื่ม
หม่อมอำพันได้ไพ่ขานเสียงก้อง “เจ็ดนกอินทรี”

ที่โต๊ะกลางศาลา สวนตำหนักใหญ่ มีถาดวางชามโคมมีฝาปิด จรวยวางลง ศรีจิตรา นมย้อย จรวยนั่งลงพร้อมกัน
นมย้อยบอก “กรูหม่าไก่ค่ะ หนูศรี”
จรวยออกตัว “วันนี้เห็นคุณนมไม่มีคนช่วยก็เลยช่วยถือมาค่ะ”
“ค่ะ แต่ก่อนร่อนชะไรก็ไม่เคยช่วย” นมย้อยเปรย จรวยเกือบสะดุ้ง “เอ้ย ไม่เคยต้องช่วย แต่วันนี้ เอ้อ”
จรวยต่อให้ “วันนี้บ่อนเปิด ใครต่อใครก็เลยไปอยู่ที่วงหมด”
ศรีจิตรายิ้มน้อยๆ “ค่ะ”
“เฮ้อ คุณศรีทราบไหมคะ ว่าเมื่อคืนคุณชายรองเป็นยังไง”
“ยังไงหรือ เมื่อวานฉันกินข้าวหมาก เลยต้องนอนตั้งแต่หัวค่ำ” นมย้อยพูดอายๆ
จรวยพูดชัด “ค่ะ ตอนที่คุณนมเมาน้ำหมาก คุณชายก็เมาเหล้ากลับมา เมาแอ๋เชียวค่ะ ถึงขั้นร้องเพลงโหวกเหวกตามประสาคนเมานะค่ะ” ศรีจิตราเบิกตากว้าง จรวยเชิดหน้า

จรวยมโน - โถงตำหนักเล็ก คุณชายรองเดินเซเข้ามาในตำหนัก เชิ้ตรุ่ยร่ายแบบคนเมาหนีบขวดเหล้ากลมแบบเหล้าขาวใต้แขนเข้ามาด้วย แหกปากร้องเพลงลั่น “ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน” คุณชายรองร้องแล้วเซแซ่ดหัวคะมำ
คุณชายโตวิ่งเข้ามาประคอง “นายรอง เมามายอะไรกันขนาดนี้ “
“ผม....ผมเจ็บครับพี่โต เจ็บตรงนี้” คุณชายรองชี้ที่กลางอก คุณชายรองเซอีก
คุณชายโตประคองไว้ “อ้าว....นี่หมายความว่านายเลิกกับหญิงก้อยแล้วเหรอ”
“ก็ต้องเลิก เขากลับไปหาผัวเก่าเขาแล้วนี่”
“นายก็ต้องตัดใจให้ได้ละ”
“ครับ ผมต้องตัดใจให้ได้ ด้วยเหล้านี่ล่ะครับ ผมไปนอนกอดเหล้าดีกว่า อย่างน้อยมันก็ไม่ทรยศผม กู้ดไนท์พี่โต” คุณชายรองแยกไปที่บันไดยังแหกปากร้องเพลงอยู่ “ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป แต่เมาใจนี้ประจำทุกค่ำคืน” คุณชายโตถอนใจ คุณชายรองเซขึ้นบันได
จรวยเดินออกมา “น่าสงสารคุณรอง อกหัก ดื่มเหล้าเมามายเลยค่ะ”
ความจริง - คุณชายรองเดินเข้ามาในตำหนักขณะนั้นนาฬิกาบอกเวลาราว 23 นาฬิกา คุณชายรองมีท่าทางสบายใจ ฮัมเพลงมาตลอด คุณชายโตเดินออกมาจากห้องนั่งเล่น อุ้มตาตุ้มมาด้วย “ยังไม่นอนเหรอครับพี่”
“ตาตุ้มฉี่น่ะ เลยเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ แล้วเลยงอแงไม่ยอมนอน”
คุณชายรองเล่นกับหลาน จรวยจะเดินออกมา ชะงักไป “ไงครับ ตาตุ้มหลานอา งอแงเหรอครับ หล่อวันหล่อคืนนะเรา” คุณชายรองร้องเพลงกล่อมหลาน
คุณชายโตมองขำๆ “เป็นอะไรน่ะนายรอง วันนี้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ”
“ครับ ช่วงนี้รู้สึกปลอดโปร่ง”
“ตัดสินใจบางเรื่องได้แล้วงั้นเหรอ”
“ใช่ครับ”
“ยินดีด้วย”
“ขอบคุณครับพี่โต กู้ดไนท์ครับ” คุณชายรองฮัมเพลงแล้วขึ้นบันไดไป
จรวยออกมา “อะไรกันคะ คุณโต เลิกกับคุณหญิงก้อยแล้วอารมณ์ดีงั้นเหรอ”
“คงอย่างนั้นมั้ง” คุณชายโตอุ้มตาตุ้มกลับเข้าห้องนั่งเล่น จรวยคิดแผนร้ายต่อ

ศาลากลางสวนตำหนักใหญ่ จรวยส่ายหน้า “คุณชายไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน โธ่เอ๋ย....น่าเวทนาจริง”
ศรีจิตราก้มหน้าดวงตาหลุบต่ำ จรวยยิ้มสะใจ
นมย้อยทุกข์ใจ มองศรีจิตรา “เอ แต่ฉันเห็นุคณชายสบายอกสบายใจมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ”
“แกล้งหลอกให้คนอื่นเชื่อนะซีคะ โธ่เอ๋ย ตัดไม่ตายขายไม่ขาด”
“ค่ะ คงแกล้งหลอกให้คนอื่นเชื่อมาหลายครั้งแล้ว” ศรีจิตรามองจรวย พูดพลางยิ้มเศร้า จรวยไม่รู้ว่าศรีจิตราหมายถึงตัว ยิ้มพยัก “หนูขอตัวก่อนนะคะ คุณนม คุณจรวย” ศรีจิตราเชิญถาดไป
จรวยช่วยส่งให้แล้วมองตามยิ้มสะใจ นมย้อยหยิกต้นขาจรวยสุดแรงเกิด “นี่แน่ะ....จะเอามาเล่าทำไมนะ”
“โอ้ย คุณนม เจ็บค่ะ”

วังวุฒิเวสม์กว้างใหญ่ไพศาล รถแท็กซี่ของตาผลแล่นมา ตรงไปยังตำหนักใหญ่ที่งดงามราวปราสาทยุโรป ในรถตาผลรู้สึกตัวลีบ สาลินแต่งตัวสายเรียบร้อย แต่ดูหรูแพงกว่าปกติ เพราะคุณสร้อยกำชับมา สาลินชักคุ้นเค้ยไม่ตื่นเต้นแล้ว
สาลินลงจากรถ จะขึ้นตำหนัก ตาผลตามลงมา ที่หน้าต่างวังชั้นบน คุณสอางค์มองอยู่ เห็นสาลิน ยิ้มดีใจแล้วรีบกลับเข้าไป
“ลุงผล”
“ครับคุณหนู”
“สวนสวยเหลือเกิน สาเข้าไปชมสวนก่อนนะ ตาผลอย่าบอกใคร”
“อ้าว ไม่ขึ้นไปกราบเสด็จก่อนล่ะครับ”
“ขึ้นไปก่อน เดี๋ยวท่านไม่ทรงอนุญาตให้ชมสวนน่ะซี สาดูสวนแป๊บเดียวล่ะ”
“งั้นผมไปดูต้นทางให้ครับ”
สาลินและผลเดินแยกไปทางสวน คุณชายเล็กเดินมาหน้าตึกพอดี ไม่ทันเห็นกัน “แท็กซี่มาส่งใครหว่า เอ๊ะ รถคุ้น ๆ” คุณชายเล็กไม่ใส่ใจนัก ขึ้นตึกไป

ห้องสมุดตำหนักใหญ่ ชั้นบน เสด็จประทับอยู่ที่โต๊ะหนังสือกำลังจดโน้ตจากหนังสือเล่มต่างๆ ลงสมุดส่วนพระองค์ นางข้าหลวงสองสามนางทำงานกันอยู่ คุณสอางค์อยู่ใกล้ประตู มีเสียงเคาะประตู คุณสอางค์หันมายิ้มกับเสด็จ เสด็จพยักพักตร์ “มาแล้วทั้งคู่เพคะ” คุณสอางค์หันไปเปิดประตู
คุณชายเล็กเข้ามา “หวัดดีฮะ คุณสอางค์”
คุณสอางค์ยิ้มคิกคัก พาคุณชายเล็กไปหาเสด็จ “ค่ะ คุณชายเล็กมาแล้วเพคะ”
“นั่งซี”
คุณชายเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม “เด็จป้าให้เกล้ามาเฝ้า ทรงมีอะไรให้เกล้าทำพะยะค่ะ”
เสด็จสบตาคุณสอางค์ “หมู่นี้แกหายไปก็เลยอยากเห็นหน้า”
“โธ่ หมู่นี้ เกล้าไม่ได้ไปเที่ยวไหนซักหน่อย”
คุณสอางค์มากระซิบข้างพระกรรณ “มาแล้วเพคะ”
เสด็จพยักพระพักตร์ คุณชายเล็กยังตาแป๋วไม่รู้เรื่อง

สวนตำหนักใหญ่ สาลินเดินลึกเข้าไปในสวนสวย นายผลรออยู่ที่ทางเข้า สาลินตะลึงงันกับความงาม เดินลึกไปจนถึงศาลากลางสวน เห็นมีข้าวของวางอยู่ สมุดบันทึกของคุณชายรองเปิดอยู่ มีดอกปีบวางคั่นหน้า สมุดวาดภาพเล่มเล็กๆ ปากกาด้ามหรู หนังสือภาษาอังกฤษสองสามเล่ม ซองใส่กล้องส่องนก ชุดกาแฟ กาแฟในถ้วยยังควันกรุ่น
สาลินเดินขึ้นมาบนศาลา แล้วมองดูในสมุดภาพ เห็นวาดภาพนกน่ารัก พร้อมรายละเอียด เขียนสายพันธุ์ตระกูลนก “ของใครนะ วาดภาพสวยเสียด้วย” สาลินมองไปที่สมุดบันทึก เห็นเขียนอะไรบางอย่างแต่สิ่งที่น่าสนใจคือดอกปีบสองดอกที่กลายเป็นดอกไม้แห้งไปแล้ว วางคั่นหน้าอยู่
พุ่มไม้ไม่ห่างจากสาลินนัก คุณชายรองกำลังใช้กล้องส่องนก เห็นสาลินยืนอยู่ คุณชายรองสะดุ้ง ลดกล้องทันที สาลินในศาลามองดูดอกปีบอย่างสนใจ รู้สึกคุ้นๆ คุณชายรองรีบตรงมาทันที “แอบดูอีกแล้วนะ ไม่เลิกนะนิสัยถ้ำมองเนี่ย”
สาลินตกใจ มองคุณชายรองแล้วมองข้าวของบนโต๊ะ “ฉันเปล่านะ ฉันเดินเล่น เห็นของวางอยู่ก็เข้ามาดู นี่ของของคุณเหรอ”
“ใช่....และเธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งย่าม”
“ฉันก็แค่ดู ทำไมเหรอคะ มีอะไรซุกซ่อนอยู่เหรอ”
คุณชายรองหน้ามึนไปเพราะดอกปีบสองดอกนั้นวางทนโท่อยู่ คุณชายรองรีบปิดสมุดบันทึก สาลินมองสังเกต คุณชายรองทำหน้าเฉยอย่างที่สุด “มีธุระอะไรถึงมาที่นี่ มารบกวนความสงบของฉัน อ้อ หรือตั้งใจมาหาฉัน”
“ตั้งใจมาหาคุณเรื่องอะไรไม่ทราบ”
“อ้อ มาพูดซ้ำๆ ซากๆ เรื่องไม่ให้ฉันแต่งงานกับพี่สาวเธอไง”
สาลินค้อน “ถ้าพูดเรื่องนั้นฉันไม่ต้องมาถึงที่นี่หรอก เสด็จรับสั่งให้ฉันเข้าเฝ้าวันนี้ต่างหาก ฉันจะพาพี่ศรีไปช็อปปิ้ง ตามที่คุณแนะนำไง”
“แล้วมาเดินเที่ยวอยู่อย่างนี้ทำไม ทำไมไม่รีบไปเข้าเฝ้า”
“ก็สวนที่นี่สวยอย่างกับสวนสวรรค์ ฉันก็เลยมาเดินชมเสียหน่อย ถ้ารู้ว่ามารบกวนความสงบของคุณ ฉันก็คงไม่เข้ามา ...งั้น...ดิฉันไปนะคะ คุณชาย” สาลินทำท่าถอนสายบัวอย่างเสแสร้ง แล้วเดินระเหิดลงจากศาลา “อ้อ ลืมบอกไป ถ้ารูปวาดนกนั่นเป็นฝีมือของคุณชายจริงก็นับว่ามีฝีมือเข้าทีทีเดียว ส่วนดอกปีบอัดแห้งนั่นก็น่ารักดีนะเจ้าคะ” คุณชายรองสะดุ้ง สาลินเดินลอยหน้าทำระเหิดระหงจากไป คุณชายรองยิ้มนิด ๆ

โถงล่างตำหนักใหญ่ คุณชายเล็กลงบันไดมา มาลารออยู่แล้ว “คุณชายขา เชิญที่เทอร์เรซข้างค่ะ”
“มีอะไรเหรอมาลา”
“อาหารเช้ารออยู่ค่ะ”
คุณชายเล็กยิ้ม แต่งงๆ “เอ....วันนี้มีอะไรแปลกๆ นะ”
มาลาพาคุณชายเล็กออกเทอร์เรซข้าง จังหวะเดียวกับคุณสอางค์พาสาลินเข้ามาพอดี เฉียดกันนิดเดียว
“ป้าก็นึกว่าหนูหายไปไหน”
“เดินชมสวนค่ะคุณป้า สวนสวยจังเลย”
“สวนยุโรปเชียวนะลูก ไว้ป้าจะพาชม” คุณสอางค์พาสาลินขึ้นชั้นบน

ที่เทอเรซข้างจัดอาหารเช้าไว้ที่เครื่องเรือนหวาย ศรีจิตราเลื่อนนั้นเลื่อนนี่บนโต๊ะให้สมบูรณ์แบบ ดอกไม้ในสวนเบื้องหลังออกดอกชูช่องดงาม ถัดไปน้ำพุพุ่งเป็นสาย ละอองน้ำเป็นสายรุ้ง
มาลารีบบอก “มาแล้วค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปตามคุณสอางค์กับคุณสานะคะ”
ศรีจิตราผวารีบนั่งลง เฉือนไส้กรอกเข้าปาก ตาเหลือบดู วรรณาพาคุณชายเล็กเดินเกาหัวเข้ามา เห็นศรีจิตราก็ยิ้มร่าเดินมา ศรีจิตรายิ้มตอบวางหน้าไม่สนิทนัก คุณชายเล็กมานั่งปุบลง มาลา วรรณาทำทีตัดดอกไม้อยู่ห่างๆ “หวัดดีฮะ”
“สวัสดีค่ะ เข้าเฝ้าแล้วหรือคะ”
“ฮะ แปลกจัง ทรงเรียกให้มาเฝ้าแต่เช้า ไม่เห็นทรงใช้อะไรเลย ทรงถามสารทุกข์สุกดิบได้ 2-3 คำ ก็ไล่ผมลงมา”
ศรีจิตรามีพิรุธ “หรือคะ คุณชายรับประทานอาหารเช้าหรือยังคะ”
“ยังเลยฮะ วันนี้วันอาทิตย์กะจะตื่นซักเที่ยง แต่นมย้อยมาเรียกตอนเก้าโมงว่าโปรดให้มาเฝ้า เลยไม่ได้กินอะไรเลย โอ้โฮ” คุณชายเล็กกวาดตาดู เห็นอาหารเช้าแบบอเมริกันเบรกฟาสท์ชนิดเต็มเปี่ยม มากมายหลากหลายจนผิดปกติ แต่คุณชายเล็กมัวตะกละจนไม่สังเกตเห็นจานที่วางเผื่อไว้อีก 1 ที่

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13 วันที่ 28 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ