อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/3 วันที่ 28 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/3 วันที่ 28 ต.ค. 58

“อร่อยนะคะ ไข่แดงก็ฮ้อมหอม ทำยังไงไม่รู้ ไม่มีคาวเลย เดี๋ยวสาจะให้ชิม”
มาลาออกอาการอี๋ “ว้าย ไม่เอาคะ”
วรรณาปฎิเสธ “มันบัดสีปาก”
ศรีจิตราท้วง “แหม ชื่อมันพิลึกนะสา”
“อ๋อ สารู้แล้ว” สาลินหัวเราะคิก “วันหลังสาซื้อไปฝากคุณป้าสร้อยดีกว่า ฮิฮิฮิ” มาลา วรรณา ทำท่าทุกข์ทน กระซิบบอกสาลิน สาลินทวนคำ “อ๋อ ส้วมหรือคะ” สองนางข้าหลวงสะดุ้งเฮือก อุปาทานคิดว่าคนทั้งร้านมองดู “อยู่ข้างหลังค่ะ”

ศรีจิตราเตือน “สาพูดเบาๆซี” มาลา วรรณาเดินก้มหน้างุดไปหลังร้าน ไอศกรีมมาเสิร์ฟ ศรีจิตรากินอย่างมีความสุข “อร่อยจังอาทิตย์หน้าสามาอีกนะ”


“ขา ที่ขนซื้อมานี่ยังไม่พอหรือคะ”
“ใครว่าล่ะ พี่จะให้สามากินข้าวด้วยต่างหาก”
สาลินรู้ทัน “แค่กินข้าว หรือจะวางแผนให้สาเจอใครอีกคะ”
ศรีจิตราชะงักแล้วยิ้มถอนใจน้อยๆ “พี่ก็กะแล้ว ว่าสาต้องเดาได้”
“ฮึ อีตาคุณาเล็กอะไรนี่ ทำไมต้องเจอด้วย พี่ศรีเลยมาทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักกับคุณป้าใหญ่”
“พี่ก็ไม่อยากทำหรอก แต่เสด็จทรงเห็นพ้องด้วย”
“ทำไมทุกคนต้องมาคอยจับคู่ให้คนอื่นด้วยนะ”
“ไม่ใช่จับคู่แค่อยากให้รู้จักกันไว้ คุณชายเล็กเป็นคนดีนะสา ฉลาด รื่นเริง ช่างพูด ช่างคุย ตลก เวลาเห็นพี่อยู่คนเดียวก็มาคอยดูแล”
“งั้นก็ดีกว่าว่าที่พี่เขยสาซีนะ” ศรีจิตราทำตาดุ “ก็ได้ค่ะ สาจะยอมรู้จัก” ศรีจิตรายิ้มออก “ถ้าพี่ศรีจะยอมไปรู้จักเพื่อนสา”
“เพื่อนที่ไหนกัน”
“เพื่อนสา ชื่อพลค่ะ”
ศรีจิตราขมวดคิ้ว “ผู้ชายหรือสา”
“สมัยนี้แล้ว ผู้ชายกับผู้หญิงเป็นเพื่อนกันได้มีถมไป คุณพลเป็นคนดีนะพี่ศรี ฉลาด รื่นเริง ช่างพูด ช่างคุย ตลก เวลาเห็นสาอยู่คนเดียวก็มาคอยดูแล ดีไปหมด เอ๊ะ ทำไมคุณสมบัติดีเหมือนคุณชายเล็กของพี่ศรีเลย”
ศรีจิตราหน้าแดง “ใครบอกของพี่ สานี่ พูดจาเซี้ยวจริง” ศรีจิตราแหนบแขนสาลินอีก สาลินโอดโอย มาลา วรรณเซซังกลับมา 2 พี่น้องสงสัย
มาลาเร่ง “กลับวังด่วนค่ะ”
วรรณาเสริม “ไม่งั้นขายหน้าแน่ค่ะ”
สาลินบ่น “ว้า สาอยากดูหนังสืออีกนิด”
ศรีจิตราสงสัย “อ้าว พี่สองคนไม่ได้เข้าห้องน้ำหรือคะ”
มาลาโอด “เข้าแล้วค่ะ ฮือ ไปร้านโน้นเจอกลิ่นแขก”
วรรณาครวญ “มาร้านนี้ก็เจอแขกอีก”
สาลินงง “แขกอะไรคะ”
วรรณาบอก “แขกตี้ค่ะ”
มาลาอธิบาย “ใครก็ไม่รู้ ทิ้งบอมบ์ไม่ตรงเป้าค่ะ ฮือ”
ศรีจิตรา สาลิน ถือช้อนไอศกรีมค้าง

คืนนั้น ในห้องนอน ศรีจิตรามองดูผ้าที่วางเรียงรายบนเตียง สีหน้าไม่สบาย เพราะมันคือผ้าที่จะใช้ในงานหมั้นและอาจมีไปถึงงานแต่งงาน ศรีจิตราคลี่ผ้าลูกไม้ผืนหนึ่งออก ทาบตัวหน้ากระจกเต็มตัวแล้วถอนใจ เอาผ้าพาดพนักเก้าอี้ไว้ เดินไปที่หน้าต่างมองออกไปอย่างสับสนเศร้าสร้อย
“ฮึบ” ศรีจิตราชะงักมองไป ที่มุมหนึ่งของเทอเรซข้างตำหนักเล็ก มีชุดออกกำลังวางไว้ มีไม้นอน ดัมเบลล์ คุณชายเล็กนุ่งกางเกงวอร์มตัวเดียวกำลังนอนหงายยกน้ำหนัก มีนายยอดที่ใส่เสื้อกางเกงวอร์มครบ เป็นคู่พาร์ทเนอร์คอยช่วย
ศรีจิตราเลิกเศร้า หน้าแดงซ่านรีบเมินหน้าหนี
“ฮึบ”
ศรีจิตราอดไม่ได้แอบมองอีก คุณชายเล็กยกน้ำหนัก กล้ามขึ้นเป็นลูก หน้าแดงเกร็ง เหงื่อท่วมตัว ศรีจิตราค่อยหายหน้าแดง มองอย่างชื่นชม คุณชายเล็กครบเซ็ท นายยอดช่วยยกเวทวางบนที่วาง คุณชายเล็กลุกมาซับเหงื่อหอบแฮ่กๆ ศรีจิตรารูดม่านปิดเดินไปนั่งที่กระจก เอาผ้าลูกไม้มาทาบตัวใหม่ นั่งลงดวงตามีแววฝัน นึกถึงที่
สาลินโปรโมท “พล”
“ดีไปหมด เอ๊ะ ทำไมคุณสมบัติดี เหมือนคุณชายเล็กของพี่ศรีเลย”
“ฮึ นายพลของสาจะมาดีเท่าคุณชายเล็กได้ยังไง” ศรีจิตราแอบมองต่อ
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จากกระทรวงต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น บรรดาแขกในงานแต่งแบลกไทและราตรียาวหรูหรา ขนเพชร มาประกวดแข่งกัน บ้างถือแก้วเหล้ากรีดกรายไปมา ทางหนึ่งอัศนีย์แต่งสูทหรู ยืนอยู่กับคอลัมน์นิสต์วิรงรอง ที่สวมชุดราตรีแหวกเห็นใจน้อง จิตตินในชุดสูทไม่เป็นทางการนักถือกล้องติดแฟลช ดวงไฟใหญ่ยักษ์เป็นผู้ติดตาม
อัศนีย์เปรย “แปลกจริง งานขนาดนี้ หญิงก้อยไม่ยักมา”
“พอรู้ว่าคุณมา พริ้นเซสก็เลยขอบาย” วิรงรองแจง
“มาโกรธอะไรฉัน ฉันควรจะโกรธเธอมากกว่า เธอใช้ฉันเป็นเครื่องมือโดยที่ฉันไม่รู้ตัวนะ จูบนั่นน่ะฉันไม่รู้เรื่องด้วย”
จิตตินงง “หญิงก้อยเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด แล้วจะมาโกรธนายทำไมวะ”
อัศนีย์อธิบาย “คนกำลังหึงหน้ามืดตามัว เลยพาลไปหมด”
“หญิงก้อยหึงใคร หึงคุณ หรือคุณชายรออง” วิรงรองซัก
อัศนีย์เลิกคิ้ว ยิ้มนิด ๆ นึกถึงตอนที่พาคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไปร้านผ้าไหมคุณชายรอง เห็นคุณชายรองกับสาลินนัวเนียกัน “อย่ารู้เลย”
“อ้อ นี่เธอ รู้อะไรดีๆแล้วอุบไว้ใช่ไหม”
“ใช่ ไม่งั้นเธอก็เอาไปเขียนข่าวหมด”
จิตตินมองไปทางหนึ่งแล้วสะดุ้ง “ให้ตายชัก โน่น.... ข่าวใหญ่ของเธอกำลังมาแล้ว”
อัศนีย์ วิรงรองมองตามแล้วตาโต คุณชายรองและศุภร กำลังเดินทักทายแขกในงาน
“หลบก่อนไหม อาร์นี่”
“ทำไมฉันต้องหลบ”
“งั้นก็อย่าเข้าไปยุ่งกับคุณชายเลยนะ ฉันขอ”
วิรงรองแยกตัวไปหาคุณชายรอง จิตตินตามไปถ่ายรูป อัศนีย์มองตาม

วิรงรองเข้ามาหาคุณชายรอง และศุภร จิตตินตามมา ศุภรเห็นจิตตินตั้งท่าทันที “เฮ้ย ไอ้หม่อม ไอ้กุ๊ยตากล้อง อย่าเข้ามานะโว้ย ได้ชกกันกลางงานแน่”
“วันนี้ผมมาถ่ายรูปครับ ไม่คิดจะมาชกกับใคร แล้วคิดจะชกกลางงานทรงเกียรติแบบนี้ ใครกันแน่ครับที่เป็น “ไอ้กุ๊ย”“
“ไอ้จิต เอ๊ย จิตตินคะ พอเถอะค่ะ ถ่ายรูปไป สวัสดีค่ะ คุณชาย คุณศุภร”
“สวัสดีครับ คุณติ่ง”
“ดิฉันขอโทษด้วยนะคะ ที่เกิดเรื่องน่าอับอายขึ้นในงานวันนั้น ว็อท อะ เชม”
“คนที่น่าอับอายน่าจะเป็นคนอื่นมากกว่านะครับ” คุณชายรองไม่ระบุว่าคนอื่นหมายถึง ตน หรือคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง
อัศนีย์เข้ามาสมทบ “ผมก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน” คุณชายรอง ศุภรหันมามองอัศนีย์ ที่อ้อมมาด้านหลัง
อัศนีย์ก้าวมาประจันหน้า สองชายมองตากัน วิรงรองอกสั่นขวัญหนี จิตตินยิ้มชอบใจ คุณชายรองมีแววเย็นชา อัศนีย์ยิ้มมุมปาก ดูยียวนกวนเท้า คุณชายรองก้าวไปอีกก้าว อัศนีย์ก็ก้าวเข้าไปอีกก้าว “สวัสดีครับ คุณชาย”
“สวัสดีคุณอัศนีย์” คุณชายรองหันมาหาวิรงรอง “คุณติ่ง ช่วยแนะนำเราหน่อยซิครับ”
วิรงรองเลิกลั่ก “ง่า จะดีหรือคะ”
“ดีซีครับ อย่างน้อยเราจะได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการซะที ไม่ใช่เจอหน้ากันแล้วแลกหมัดกันอย่างเดียว”
วิรงรองยังมึนแต่ก็ก้าวมา แนะนำคุณชายรองกับอัศนีย์ กรายมือไปด้วย “คุณชายคะ นี่คุณอัศนีย์ เถลิงการ อาร์นี่คะ นี่คุณชายกิตติ หม่อมราชวงศ์กิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์”
“ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยที่วันนั้นชกคุณอย่างไม่ให้คุณตั้งตัว”
อัศนีย์ยิ้ม “ไม่เป็นไรครับ เพราะผมก็ชกตอบไม่ให้คุณชายตั้งตัวเหมือนกัน”
“เฮียมีอะไรจะขอโทษผมบ้างไหม” จิตตินถามศุภกร
“ไม่มีว่ะ”
จิตตินหัวเราะหึ ๆ
“อ้อ ก็ต้องขอโทษคุณชายด้วย ที่ประทับจูบหญิงก้อยต่อหน้าคุณชายแบบนั้นโดยที่ผมเองก็ไม่ทันรู้ตัว”
คุณชายรองมองอัศนีย์อย่างประเมินว่าพูดจริงหรือเท็จ ศุภรไม่อยากเชื่อ คุณชายรองคิดว่าอัศนีย์พูดจริง ที่อคติอยู่ก็หายไปกว่าครึ่ง “ขอบคุณที่บอก” คุณชายรองยื่นมือมา อัศนีย์ยื่นมือไป สองชายจับมือกันเขย่า ดวงตาสบกัน มีแววสงบศึกในสายตาของทั้งคู่
“ยินดีที่ได้รู้จัก คุณอัศนีย์”
“ยินดีเช่นเดียวกันครับ คุณชาย”
แสงแฟลชสว่างแวบ ทั้งคู่หันไปมองแสงแฟลช สว่างอีกแวบ จิตตินถ่ายรูปขมักเขม้น

วันรุ่งขึ้น ภาพสองหนุ่มจับมือกันกลายมาเป็นภาพข่าวในหน้าสังคมของหนังสือพิมพ์ ศศิรัชนีอ้าปากค้างเงยหน้าจากหนังสือพิมพ์ หม่อมวาณีอยู่ตรงข้ามบนโต๊ะอาหารจัดอาหารเช้าไว้เต็มที่ หม่อมวาณีบิขนมปังเอาเนยทาแล้วใส่ปาก “อะไรหรือลูก”
“หม่อมแม่ดูนี่ซีคะ” ศศิรัชนีส่งหนังสือพิมพ์ให้
หม่อมวาณีเหยียดแขนดูหนังสือพิมพ์สุดหล้าเพราะกลัวแต่เลยไม่ยอมใส่แว่น แล้วยิ้มละไม “นึกว่าอะไร แหมชายรองใส่สูทราตรีอย่างนี้โก้เหลือเกิน รูปก็งาม ยศถาพร้อมพรักอัครฐาน เฮ้อ หญิงนะหญิง”
“หม่อมแม่คะ หญิงให้ดูคนข้างๆต่างหาก”
“ต๊าย คนข้างๆ นี่ก็ดูดี ทอลล์ ดาร์ก แอนด์ แฮนซั่ม แหมยังกะดาราลูกเต้าเหล่าใครรู้ไหมลูก”
ศศิรัชนีเซ็งสุด “รู้ค่ะ”
“ใครจ๊ะ”
“ลูกนายอรรถ เถลิงการ”
“ชื่อคุ้นๆ อรรถ เถลิงการ เหมือนเคยเจอกันหนหนึ่ง”
ศศิรัชนีเซ็งเพิ่มเป็น 3 เท่า “ค่ะ สงสัยว่าจะเจอในงานแต่งหญิงก้อยที่นิวยอร์ก”
หม่อมวาณีนึกทบทวน “นิวยอร์ก งานแต่งหญิงก้อย เถลิงการ อัศนีย์ เถลิงการ ว้ายยยยยยย”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสวมชุดอยู่บ้านยางกรุยกรายสลิปเปอร์ปักพลอยก้าวมาชะงัก รื่นกับโรยตกใจ “อะไรกันคะ หม่อมแม่ร้องซะหญิงตกใจ”
“อุ๊ย แม่ขอโทษค่ะ ลูก”
“ไม่เป็นไรค่ะ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมานั่งลง “มีอะไรหรือคะ”
หม่อมวาณีลังเล สบตาศศิรัชนี แล้วสั่นหัวบุ้ยใบ้ไม่ให้ศศิรัชนีบอก พับหนังสือพิมพ์ส่งให้ “อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”
ศศิรัชนีรับหนังสือพิมพ์มา หม่อมวาณีถอนใจโล่งอก ศศิรัชนีพลันพับหนังสือ เอาหน้าข่าวสังคมมาไว้หน้า พับครึ่งให้ไม่ต้องมองหา ส่งให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง
“ว้าย ลูกหญิง” หม่อมวาณีทำท่าเหมือนอยากกระชากไป
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงก้มดูภาพตรงหน้า ภาพอัศนีย์กับคุณชายรองกำลังจับมือกัน คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตกใจลุกขึ้นช้าๆ ปล่อยให้หนังสือพิมพ์กระจายตกจากตักไปเกลื่อนพื้น รื่นโรยคว้าไว้ดูแล้วยกมือปิดปาก หม่อมวาณีลุกขึ้นคว้าแขนคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงปลอบโยน ศศิรัชนีทำไม่รู้ไม่ชี้ หม่อมวาณีค้อนศศิรัชนี ศศิรัชนีแอบยิ้มสะใจ

ที่ห้องอาหารหรูแห่งเดิม วิรงรองนั่งอยู่ที่โต๊ะพยายามอธิบายให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง อัศนีย์นั่งเอนตัวสบายอารมณ์ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสวมชุดม่วงขลิบดำปกเสื้อสูง ผมเกล้ามวยสูง
“ฉันแค่ลงภาพข่าวเท่านั้นน่ะหญิง คำบรรยายอะไรก็ไม่มี”
“ผมแค่ถ่ายรูปตามคำสั่งนะครับ จะมาว่าผมไม่ได้”
“แต่ภาพ ภาพเดียว มันตีความเป็นคำพูดเห็นร้อยเป็นพันนะครับ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเชิด ปรายตาดูอัศนีย์ พูดเยาะ “และคำคำหนึ่งที่รูปนั้นพูดออกมาก็คือ ที่นั่น ไม่ใช่ที่ของคุณ เพราะที่นั่นเป็นที่ของผู้มีเกียรติ ไม่ใช่แค่ผู้มีเงินอย่างคุณ”
“แต่สมัยนี้ เกียรติไม่ได้วัดกันที่สายเลือด แต่วัดกันที่สายป่านของธุรกิจต่างหาก การที่สถานทูตเขาเชิญผมไปร่วมงาน ก็เลยเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุด”
“แต่มันไม่ธรรมดาสามัญก็ตรงที่ คุณกับเขาไปจับมือกันสนิทแนบแน่นขนาดนั้น”
อัศนีย์ยิ้ม พูดยั่วบ้าง “ท่าทางคุณหวังให้ผมกับคุณชายฟาดปากกันทุกครั้งที่เจอหรือไง”
“ใช่ นั่นยังเมกเซนส์กว่า”
“ไม่หรอก แต่มันแปลว่า เขาหึงหวงคุณหญิงน้อยกว่าที่คุณหญิงวาดหวังไว้ต่างหาก” คราวนี้ได้ผล คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงโกรธตาวาวลุกขึ้น อัศนีย์ลุกอย่างเกียจคร้านตาม ยั่วต่อ “โธ่เอ๋ย อุตส่าห์จูบผมต่อหน้าคุณชายสุดที่รัก แต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือน”
“นี่อย่ามาทำเป็นรู้ดีนักเลย”
“โธ่ มีอะไรบ้างเกี่ยวกับคุณหญิงที่ผมไม่รู้ อย่าลืมว่าผมรู้จักคุณหญิงดีกว่าใครในโลกนี้ ทุกคน”
“อัศนีย์ !”
“รู้ดี ทุกสัดส่วน ทุกตารางนิ้วบนเรือนกายคุณหญิงเชียวล่ะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตบฉาด อัศนีย์หน้าสะบัด
จิตติน/ วิรงรองร้องพร้อมกัน “เฮ้ย ! / ว้าย”
“หุบปากหยาบคายของคุณเดี๋ยวนี้นะ”
อัศนีย์ยิ้ม “เฮ้อ อุตส่าห์ลงทุนถึงขนาดนี้ เขายังไม่วิ่งมาหา แปลว่าอะไรรู้ไหม” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหน้าเชิด “แปลว่าคุณผู้หญิงแพ้เด็กผู้หญิงคนนั้นเสียแล้ว” วิรงรองและ จิตตินหูผึ่ง หันมามองหน้ากันอย่างอยากรู้ “เมื่อไม่กี่วันมานี่ เขาก็ยังมารับมาส่งกันอีก ทั้งๆ ที่เพิ่งมีเรื่องกับคุณหญิงไปหยก ๆ เห็นว่าไปสวีทกันในสวนสาธารณะเลยนะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงโกรธตัวสั่น เกือบจะร้องกรี๊ด วิรงรอง จิตติน ฟังอย่างรวบรวมเรื่อง อัศนีย์ยิ้มกริ่ม คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเหลือบดู วิรงรองและ จิตตินที่ฟังอย่างใจจดใจจ่อ รีบระงับท่าที เชิดหน้าน้อยๆ “ผู้หวังดีคนเดิมรายงานมาอีกแล้วซี”
“เยส แมม”
“ขอบใจ ขอบใจที่อุตส่าห์สนใจเรื่องของฉันขนาดนั้น ขอบใจในความสาระแนของเธอต้วยยายติ่ง นายจิตติน และฝากขอบใจนังผู้หวังดีจอมแส่นั่นด้วย”

ห้องทำงานไนเจล จิตริณีกรีดนิ้วหยิบกระดาษจะพิมพ์งาน “อุ๊ย”
ไนเจลเงยหน้าจากโต๊ะทำงานตัวเอง “อะไรครับ”
“กระดาษบาดนิ้วน่ะค่ะ”
ไนเจลลุกถลามา คว้ามือจิตริณีไปดู จิตริณีทำตาปริบๆ ไนเจลรีบดูแล “ไม่ต้องห่วงนะ ไปเข้าส้วมกับผมเดี๋ยวนี้เลย”
“อุ๊ย....เข้าไปทำไมคะ”
“ล้างแผลไงครับ ที่อ่างล้างมือในส้วมไง”
“อ๋อ ค่ะ”
โถงนอกห้องอาหารหรู วิรงรองวิ่งตามคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงออกมาจากห้องอาหาร ให้หมั่นไส้ยังไงก็ยังรักเพื่อนผู้สูงศักดิ์ “หญิง ฟังก่อน เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงตวัดสายตามองอย่างเอาเรื่อง “งั้นเหรอ แต่เรื่องมันบานปลายเพราะข่าวของเธอทุกครั้ง” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสะบัดไป
อัศนีย์ จิตตินตามมา จิตตินสงสัย “มันดีว่ะ แต่แกปั่นหัวหญิงไปทำไมวะ”
“สนุก ๆ จัสท์ ฟอร์ ฟัน ทายซิว่าคุณหญิงจะไปไหนต่อ” วิรงรอง จิตตินมองหน้ากัน นึกไม่ออก

ห้องสมุดสุรวงศ์ สาลินอยู่ที่เคาน์เตอร์ แว่นมาช่วยทำอะไรกระจุกกระจิกเช่นเคย ลลิตา บราลี ซ่อมหนังสืออยู่ทางหนึ่ง อีกมุมหนึ่งไนเจลกำลังพันผ้าก๊อซพลาสเตอร์ให้ที่นิ้วจิตริณีอย่างทะนุถนอม
“เมื่อไหร่นิยายเรื่อง “รักแรกพบ” จะคืนเสียทีล่ะครับ ผมอยากอ่านจะแย่แล้ว”
“งั้นคุณต้องลงชื่อจองไว้ค่ะ”
“แล้วถ้าไม่ใช่หนังสือล่ะครับ ผมจองได้ไหม”
สาลินแกล้งถาม “จะจองอะไรดีล่ะคะ”
ลลิตาแทรก “เตียงคนไข้”
บราลีเสริม “หรือศาลาสวดศพ”
แว่นสะดุ้ง ลลิตา บราลีช่วยกันทากาวกดสันหนังสือเล่มหนา “นี่เรื่องอะไรยะหนาตั้งคืบนึง”
บราลีแขวะ “พระอภัยมณี ที่มีเธอเป็นนางเอกไง”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/3 วันที่ 28 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ