อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/4 วันที่ 29 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/4 วันที่ 29 ต.ค. 58

แว่นสะดุ้ง ลลิตา บราลีช่วยกันทากาวกดสันหนังสือเล่มหนา “นี่เรื่องอะไรยะหนาตั้งคืบนึง”
บราลีแขวะ “พระอภัยมณี ที่มีเธอเป็นนางเอกไง”
“ใคร นางละเวงหรือ”
“ไม่ใช่ นางผีเสื้อสมุทร”
“ก็ยังดีกว่าหล่อน นางวาลี” สองนางสะบัดพรืดใส่กัน

ทันใดมีเสียงรองเท้าสูงย่ำพื้นหินอ่อนมา ดังเป็นจังหวะ ในความเงียบของห้องสมุด เสียงนั้นเลยกลายเป็นเสียงกึกก้องกัมปนาท คนในห้องสมุด เงยหน้าหาต้นเสียง แว่นหันมามอง ตะลึงไปกับความงามของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง บราลี ลลิตาหันขวับมา ตะลึงไปเช่นกัน กาวสันหนังสือหลุดเผยอ


ไนเจล จิตริณีหันขวับมาดู ไนเจลยังกุมมืออยู่อย่างนั้น คนในห้องสมุดค่อย ๆทะยอยลุก เสียงก๊อกๆๆๆดังต่อเนื่อง ทุกคนมองไปที่ประตู สาลินมองไปเป็นคนสุดท้าย คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงในชุดดำม่วง มีคอเสื้อสูง ผมเกล้า ตระหง่านยืนอยู่ สาลินตาเบิกกว้าง คนทั้งห้องสมุดทุกกลุ่มรู้สึกร่วมกัน คือ พิศวง อัศจรรรย์ใจ คนทั่วไปอัศจรรย์ในความงาม ลลิตาอัศจรรย์ที่สาวในข่าวมาถึงนี่ บราลีอัศจรรย์ในความอลังการของฝ่ายขวา จิตริณีอัศจรรย์ใจว่า คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงลดตัวมายังที่นี่ ไนเจลอัศจรรย์ที่มีหญิงสาวที่งามพิลาสกว่าจิตริณี แต่กลับน่ากลัวจนไม่น่ารัก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเชิดหน้าที่แต่งมาเพิ่มจนเข้มข้น มีเครื่องประดับวูบวับราวรังสีเหนือมนุษย์ยังคงก้าวเดินมา คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงก้าวมาหยุดตรงหน้าสาลิน จ้องนิ่งราวจะกินเลือดกินเนื้อ

ที่ห้องสมุด คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงก้าวมาหยุดตรงหน้าสาลิน จ้องนิ่งราวจะกินเลือดกินเนื้อ ลลิตา บราลี ถลาพรวดมาหลังตู้บัตรเพื่อเงี่ยหูฟังทุกคำ จิตริณีขยับก้าวมา มีอาการจะช่วยสาลิน ไนเจลรีบตาม แว่นก้าวมาด้วย ไม่รู้เรื่อง แต่รู้สึกว่าสาลินถูกคุกคามเลยจะมาปกป้อง
สาลินฉีกยิ้มต้อนรับ “สวัสดีค่ะ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง มีอะไรให้รับใช้คะ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ปากแย้มยิ้มเยาะ “ขอบใจ แต่ฉันไม่ต้องการการช่วยเหลือจากเธอ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงพูดพลางกรายตัว สาลินมองเพลิน คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหันขวับมาพูดต่อสาลินเกือบสะดุ้ง “ฉันแค่มาดูหน้าเธอว่าเธอทำหน้าที่บรรณารักษ์ ให้ยืมหนังสือเป็นรายอาทิตย์หรือให้ยืม “ตัว” เป็นรายวันหรือรายชั่วโมงกันแน่”
สาลินเป็นอึ้ง “คุณพูดอะไร”
ทุกคนอ้าปากค้าง ไนเจลจะเข้าไปห้าม จิตริณีรั้งไว้ แว่นฮึดฮัด บราลี ลลิตา หอบเครียด
ลลิตาตื่นเต้น “พูดไว้ไม่มีผิด”
บราลีกังวล “จะมีตบกันแบบนิยายคนชั้นกลางไหม”
“จะทำหน้าซื่ออีกนานไหม ทำหน้าไร้เดียงสาแบบนี้ใช่ไหม คุณชายเขาถึงติดใจนัก”
“เฮ้ คุณ พูดอะไรให้เกียรติกันหน่อยนะครับ” แว่นปกป้องเต็มที่
สาลินควบคุมสติ รู้ความต้องการของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงแล้ว ตั้งรับเต็มที่ “อ้อ คุณหมายถึงคุณชายกิตติน่ะเอง คุณชายเคยมาหาฉันที่นี่ หรือแถวๆนี้ สามสี่หน เอ๊ะ หรือห้า หก หน” สาลินพยายามนึกทั้งที่รับขึ้นรถกับที่เจอกันตามบาทวิถี
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเกือบเต้นเร่า แต่ยิ่งเชิด ดวงตาคล้ายจะพ่นไฟได้ “นี่คงภูมิใจมากซีนะ ที่จับคุณชายรองไว้ได้อยู่มือน่ะ”
“จับ...อยู่มือ”
“แต่ฉันสงสัยว่าเธอจะจับเอาไว้ให้พี่สาว หรือจับเอาไว้ให้ตัวเองกันแน่” สาลินตาโต ยิ่งงุนงงกับความเข้าใจของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง “แย่งได้แม้แต่พี่สาวตัวเองงั้นเหรอ”
สาลินตาวาวโรจน์ขึ้นทันที “ที่นี่เป็นห้องสมุดนะคะต้องการความสงบ ไม่ใช่ที่ที่คุณหญิงจะมาพูดเรื่องอะไรที่ต่ำหยาบ และทุเรศขนาดนี้”
ลลิตา บราลี ตาโตมองหน้ากัน จิตริณีกำหมัดคล้ายเชียร์มวยนักศึกษา แว่นร้อง “จริงครับ!”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงโกรธจนตัวสั่น
“คนที่มาที่นี่เขามาอ่านหนังสือนะคะ ไม่ได้มาดูละครตอนหึงหวงแย่งผู้ชาย ตบกันตกบันได” สาลินถอนใจโทสะจางลงตามประสา “เพราะที่จริงแล้ว ฉันอยากจะช่วยให้คุณกับคุณชายคืนดีกันต่างหาก”
“ไม่ต้องมาพูดเอาดีเข้าตัว ฉันรู้จักกำพืดผู้หญิงอย่างหล่อนดี พวกหญิงบ้านสวน อยากใต่เต้ามาเป็นสะใภ้ผู้ดี สะใภ้จ้าว จำไว้ให้ขึ้นใจ คุณชายต้องซานกลับมาหาฉันแน่ๆ” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองสาลินตั้งแต่หัวจรดเอว ไม่ถึงเท้าเพราะเคาน์เตอร์บังอยู่ “เพราะคนอย่างเธอ ไม่มีอะไรเทียบเคียงฉันได้”
สาลินอึ้งไป คนอื่นๆมองดู แว่นก้าวมา “ไม่จริงครับ!”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงชูคอขึ้นคืบหนึ่ง มองแว่นตั้งแต่หัวจรดเท้า “นายรู้จักฉันรึเปล่า ฉันคือใคร ฉันคือหม่อมราชวงศ์หญิงเท..”
“จะเทพี เทพิน หรือเทโพ ถ้านิสัยไพร่ มันก็ไพร่อยู่วันยังค่ำล่ะค่ะ” บราลีไม่ยอมเหมือนกัน
ลลิตาเสริม “ยศฐาบรรดาศักดิ์คงไม่เกี่ยวกับนิสัยล่ะมังคะคุณหญิง”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองบราลี ลลิตา เหมือนจะจำได้ว่าเคยเจอมาแล้วครั้งหนึ่ง
ไนเจลและจิตริณีก้าวมาสมทบ “ถ้าไม่ได้มาอ่านหนังสือแต่มาหาเรื่องพนักงานของผม เชิญคุณออกไปได้ ที่นี่ไม่ต้อนรับ Get out of here เชิญ”
“แล้วตอนออกไป ช่วยเดินเบาๆ ด้วยนะคะ เพราะห้องสมุดห้ามใช้เสียง” จิตริณีปิดท้าย
“อ้อ หล่อนเองซีนะ นัง...อี...กาคาบข่าว”
“ฉันเป็นแค่เพื่อนผู้หวังดีเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ทั้งนังและอี...กา”
“ฉันหวังว่าความดีที่เธออ้างจะตอบสนองเธอเข้าซักวัน” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยิ้มเยาะ ปรายตามองเหยียดทุกคน แล้วสะบัดเดินเยื้องกายออกไป
ไนเจลมองสาลิน “โอ มายก็อด ห้องสมุดผมกลายเป็นเวทีละครเมโลดราม่าไปแล้ว”
บรรดาสมาชิกวิจารณ์กันแซ่ด สาลินน้ำตารื้น บราลี ลลิตาเข้ามาปลอบ
“ร้องไห้ทำไม อย่าร้องนะ ดูซิขนาดฉันปลื้มเจ้า ฉันยังทนนังคุณหญิงไพร่นี่ไม่ได้เลย”
“เออจริง เพิ่งเห็นเธอด่ายายคุณหญิงวันนี้แหละ”
จิตริณีเข้าใจ “ไม่ใช่ความผิดของเธอนะสาลิน เธอพยายามช่วยเขาต่างหาก”
“อย่าร้องนะครับ เข้มแข็งไว้นะ” แว่นช่วยปลอบ
สาลินปล่อยโฮ “ฉันไม่ได้ร้องเพราะโดนคุณหญิงด่า”
“อ้าว....แล้วร้องทำไมครับ” ไนเจลงง
“ฉันปลื้มใจ”
ทุกคนตะลึง “ปลื้มใจ!”
“ก็ทุกคนช่วยปกป้องฉันจากยายคุณหญิงน่ะซีคะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณทุกคนเลย” สาลินเข้ากอดทุกคน ทีละคน ทุกคนหัวเราะขำ แว่นขอกอดซ้ำอีกครั้ง
ร้านเสียโป สาลินกับคุณชายเล็กนั่งอยู่โต๊ะหนึ่งตรงหน้ามีน้ำอัดลม 2 ขวด สาลินยังครุ่นคิด คุณชายเล็กเอาหลอดจิ้มเกลือคนขวดสาลินให้ คุณชายเล็กนั่งหันหน้าเข้าร้าน แต่สาลินนั่งหันหน้าออกถนน
“คุณรู้ใช่ไหม เรื่องที่ฉันพยายามทำให้คุณชายรองกับคุณหญิงก้อยคืนดีกัน”
“ฮะ คุณชายรองเลยถึงมาหาคุณที่นี่บ่อยๆ”
“ใช่”
คุณชายเล็กอมยิ้ม “แล้วยังไงต่อไป”
“พอวันนี้ คุณหญิงก้อยก็เดินปึงๆ มาหาฉันที่ห้องสมุด”
คุณชายเล็กตาโต “ฮ้า”
“แล้วเขาก็ว่า ว่า ว่า”
“เขาว่าอะไรคุณ”
“เขาว่า ว่าฉันกำลังจะจับคุณชายรองเอาไว้เพื่อตัวเอง แย่งได้แม้แต่พี่สาวตัวเอง” สาลินโพล่งออกมา
คุณชายเล็กผิวปากวิ้ว “แล้วคุณหญิงก้อยรู้ได้ยังไงว่าคุณสนิทสนมกับคุณชายรอง”
“ฉันไม่ได้สนิทสนม ฉันไปกับเขาเพื่อทะเลาะกัน”
คุณชายเล็กรำพึง “ทะเลาะกันนี่แหละตัวดี”
“อะไรนะ”
“เปล่าฮะ”

ทางเท้าหน้าร้านเสี่ยโป คุณชายรองถือกุญแจรถเดินมากับศุภร
“ทำไมหมู่นี้มาร้านบ่อยนักวะ ไอ้หม่อม”
“อ้าว แล้วใครกันบ่นอยู่ทุกวันว่าไม่มีคนช่วยดูแลร้าน”
“ก็แต่ก่อนบ่นจนปากฉีก ก็ไม่เห็นนายมานี่หว่า” ศุภกรมองอย่างจับพิรุธ “แน่ใจนะ ว่าไม่มีอะไรดี ๆ แถวนี้”
คุณชายรองนิ่งไปนิดหนึ่ง “เลิกถามได้แล้ว ฉันจะมากินข้าว ไม่ใช่ให้นายมาถามเพ้อเจ้อ”
“เอาร้านนี้ไหม ที่นายเคยชอบไง” ทั้งคู่มองเข้าไปในร้าน สาลินนั่งเซ็งอยู่กลางร้าน กำลังคุยกับคุณชายเล็กที่ใส่ชุดหมี หมวกแก๊ปบริษัท นั่งหันหลังให้ เห็นตราบริษัทที่หลังเสื้อ “เฮ้ย นั่นคุณสา”
“เรียกซะสนิทสนมเชียวนะ”
ศุภรเห็นท่าทางคุณชายรอง เลยทำเป็นชอบสาลิน คุณชายรองทำไม่มอง “อ้าว ก็รู้จักกันแล้ว ก็น่าจะสานต่อ” ศุภรแกล้ง “แนะนำหน่อยซีวะ” ศุภรดูท่าทีคุณชายรอง
“คงยาก ต้องฝ่าอีกหลายด่าน”
“ด่านอะไรวะ”
“อ้าว ก็เขามีทั้งนายฝรั่ง ทั้งลูกเศรษฐีมาชอบ” คุณชายรองตัดสินใจไม่บอกว่า ลูกเศรษฐีนั่นคือใคร
ศุภรดูสาลินอีก “แต่คราวนี้เขามากินข้าวกับไอ้หนุ่มบริษัทน้ำมันว่ะ”
คุณชายรองหลุดปาก “นายพล” สาลินเอากระดาษทิชชู่ที่เสียบแก้วไว้เช็ดแก้มให้คุณชายเล็ก
“หา...อะไรนะ”
“ไปกินร้านอื่นเถอะ ร้านนี้ไม่อยากกิน น้ำราดมันหวานจนเลี่ยน”
“เฮ้ย กินร้านนี่แหละ ฉันยิ่งชอบว่ะ มีคู่แข่งแบบนี้ท้าทายดี”
“ไหน แกบ่นถึงหญิงกลางอยู่บ่อยๆ ไง ตั้งแต่งานวันเกิดคุณติ่ง มาเปลี่ยนใจแล้วทีนี้”
“ใครบอกว่าเปลี่ยนใจ ยังอยากทานเค้กของคุณหญิงอยู่เลย หาโอกาสนัดทานข้าวให้ฉันหน่อยซีวะ”
“เฮ้อ.... แกนี่มันกะล่อนทองจริง ๆ” คุณชายรองดึงศุภรไป
คุณชายเล็กหันมาดู เห็นหลังคุณชายรองและศุภรไว ๆแต่จำไม่ได้

ร้านเสี่ยโป สาลินเช็ดแก้มคุณชายเล็กช้าๆ คุณชายเล็กหลับตาพริ้ม สาลินถอนมือมาเอาทิชชู่มาพิศดู “ฉันรู้แล้วว่าอะไร”
คุณชายเล็กเคลิ้ม “ครับ”
“ขี้นก ขี้นกพิราบ อี๊ย์”
คุณชายเล็กหมดมู๊ด สาลินร้องขยะแขยง เอาทิชชู่เช็ดมือซ้ำทิ้งลงกระโถนใต้โต๊ะ
“กลับมาเข้าเรื่องต่อ แปลว่ามีคนเห็นคุณตอนนั่งรถไปกับพี่ เออ ..คุณชายรองน่ะ แล้วคนนั้นก็เอาไปบอกคุณหญิงก้อย”
“บราลีเกลียดพวกเจ็ทเซ็ทตัดออกไปได้ ส่วนยายลลิตาถึงจะบ้าคนดังแต่ก็แค่ชะเง้อคออยู่วงนอก”
“แล้วใครล่ะ อยู่วงใน”
“ใช่แล้ว คุณเลขาจินนี่”
“ใช่แล้ว เธอเป็นเพื่อนนายอัศนีย์และรู้จักคุณหญิงก้อยด้วย”
“เป็นไปได้เพราะคุณหญิงเรียกคุณจินนี่ว่าอีกาคาบข่าว แต่เธอจะบอกคุณหญิงไปทำไม ในเมื่อเธอก็ไม่ค่อยชอบหน้าหญิงก้อย แถมยังช่วยฉันต่อกรยายคุณหญิงด้วย”
“เรื่องชักยุ่งเป็นยุ่งตีกันแล้วซี”
“ฉันอยากให้คุณชายรองคืนดีกับยายคุณหญิงนี่เร็วๆ เรื่องมันจะได้หายยุ่ง”
“แต่ผมชักสงสัยว่า...นายคุณชายรองน่ะ อยากกลับไปคืนดีกับคุณหญิงหรือเปล่าน่ะซี”
สาลินไม่รู้ตัวเลย คุณชายเล็กมองดวงตาใสแจ๋ว หน้าแอร่มนั้นยิ้มๆ “ทำไมเขาถึงจะไม่อยากล่ะ”
“ใครจะรู้ฮะ สันดาน เอ้ย นิสัยผู้ชายก็เหมือนผึ้ง ไม่หยุดอยู่แค่ดอกไม้เพียงดอกเดียวหรอก” สาลินทำตาปริบๆ
คืนนั้น ห้องนั่งเล่นตำหนักเล็ก คุณชายรองนั่งอยู่บนโซฟาดูข่าวโทรทัศน์ จึงไม่มีนางข้าหลวงใดมาเสนอหน้าดูด้วย คุณชายเล็กเอาชุดหมีพาดแขนเดินหล่อเข้ามา คุณชายเล็กโยนชุดหมีลงบนโซฟาข้างตัวคุณชายรอง
คุณชายรองมองดู เห็นตราบริษัทแล้วอารมณ์เสีย “อ้าว ไม่ได้นัดสาวที่ไหนไว้หรือ”
“แค่จะไปส่งบ้านเขายังไม่ยอมเลย ยอมให้ไปส่งแค่ป้ายรถเมล์เอง” เจียมมาคุกเข่า เสิร์ฟน้ำเย็นแล้วเอาชุดหมีไป คุณชายเล็กนั่งลงจิบน้ำ “พี่รอง พี่รองอยากคืนดีกับหญิงก้อยหรือเปล่า”
“มันเรื่องอะไรที่นายต้องมาถามฉันอย่างนี้”
คุณชายเล็กถอนใจ “เรื่องมีอยู่ว่ามีคนเขาเห็นพี่รองไปรับน้องเมียในอนาคตจากที่ทำงานหลายครั้ง” คุณชายรองชะงัก “เขาก็เลยสงสัยว่าพี่รองอาจจะตัดสินใจเลิกทั้ง 2 ทาง แล้วหันไปหาทางสายที่ 3 แทน”
“หมายความว่ายังไง”
“ก็หมายความว่า มีคนเขาสงสัยว่าพี่รองเกิดไปติดใจน้องเมียในอนาตคเข้าให้น่ะซี”
“บ้า!” คุณชายรองลุกพรวดขึ้น จรวยโผล่แอบมอง
คุณชายเล็กลุกตาม “อย่าเตะผมเลยนะ พี่รอง”
“ฉันจะเตะนายทำบ้าอะไร แต่ฉันอยากรู้ว่าไอ้บ้าคนไหนคิดอะไรเพ้อเจอแบบนี้ ใช่..ฉันไปรับเขาบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เจอกันก็มีเรื่องต้องเจรจา ไม่มีเรื่องพิศวาสอะไร แม้แต่ซักนิด” คุณชายรองพูดในใจคิดตามนั้น แต่มีเสี้ยวหนึ่งของใจรู้สึกตงิดๆขึ้นมา
คุณชายเล็กมองอย่างจับท่าที “หรือฮะ”
“แต่ไอ้คนที่ไปหาเขาบ่อยๆ น่าจะเป็นเพื่อนแกมากกว่า”
คุณชายเล็กยิ้มวางมาด “ไอ้พลรูปหล่อน่ะหรือครับ”
“ใช่ อย่างวันนี้ ฉันก็เห็นไอ้เพื่อนรูปหล่อของแกไปกินข้าวอยู่กับแม่นั่น”
คุณชายเล็กหุบยิ้ม หน้าซีด “ตอนไหนฮะ”
“ก็ตอนเย็นไง แต่ว่าไอ้เจ้านั่นมันนั่งหันหลังให้ เลยไม่รู้ว่ามันหล่อเหลาขนาดไหน”
คุณชายเล็กโล่งใจทะเล้นขึ้นมาใหม่ “ก็บอกแล้วไง ว่าหล่อพอๆ กับผม”
คุณชายรองทำหน้ายิ้มหยัน “ฉันน่ะไม่สนิทสนมกับแม่คนนั้นเท่าเพื่อนแกหรอก อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยไปกินข้าวกับเขาสองต่อสองเหมือนไอ้เจ้าพลนั่น นี่....ฉันรู้แล้ว ไอ้เพื่อนแกน่ะซีที่ใช้ให้แกมาถามฉัน”
คุณชายเล็กทำปากจู๋ “มันก็แค่สงสัย”
“มันหึงล่ะซี”
คุณชายเล็กเล่นลิ้น “หวงมากกว่า” คุณชายเล็กรู้สึกครึกครื้นในใจใหม่
คุณชายรองเมินไป แล้วหันมามองหน้า “แล้วถ้าฉันเกิดชอบผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วจะว่ายังไง”
คุณชายเล็กตาเบิกโพลง จรวยตาเบิกโพลง แทบจะทิ้งลูก “แล้ว แล้ว แล้วแล้ว พี่รองจะเอาคุณหญิงกะคุณศรีไปไว้ที่ไหนฮะ”
“ก็ช่างปะไร”
จรวยยืนหอบ “ใคร...มีนังมือที่สามที่ไหนโผล่มาอีก”
คุณชายรองกับคุณชายเล็กหันไปมอง เห็นจรวยอุ้มลูกวิ่งจู๊ดไป

วันต่อมาที่ตำหนักใหญ่ ห้องทรงพระสำราญ เสด็จประทับกับพื้น คุณสอางค์ ศรีจิตรานั่งถัดมา คุณชายรองนั่งพับเพียบตรงข้ามเสด็จ ทั้งสี่ล้อมดูภาพแบบบ้าน เสด็จทรงพลิกไปทีละหน้า คุณชายรองดูอย่างสงบนิ่ง ศรีจิตราอึดอัดเล็กน้อย คุณสอางค์พยักเพยิด มาลา วรรณา คิกคักอยู่เบื้องหลัง
“แบบบ้านนี่ ก็คงแค่เอามาดูเป็นตัวอย่างนะชายรอง”
“พะยะค่ะ เกล้าว่านี่มันแบบบ้านเมืองหนาวทั้งนั้น คงต้องมาปรับอีกเยอะ”
“เธอมีความรู้ทางนี้บ้างก็ดีแล้วจะได้บอกสถาปนิกเขาถูก” เสด็จตรัสยิ้มๆ ดวงเนตรจับท่าทีคุณชายรอง คุณชายรองซ่อนความลำบากใจไว้สุดความสามารถ “ศรีจิตรา เธอชอบแบบไหนบ้างล่ะ”
“เอ้อ หม่อมฉันไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยเพคะ”
“ต่อไปเราต้องเป็นคนอยู่ รีบๆ หาความรู้เอาไว้นะจ๊ะ”
“รีบๆ เรียนจากคุณชายไว้ก็แล้วกัน” คุณสอางค์วานคุณชายรอง “ดิฉันฝากด้วยนะคะคุณชาย”
เสด็จสบตาคุณสอางค์ “ป้ามีธุระ ชายรองกับแม่ศรีดูแบบบ้านไปก่อนก็แล้ว ไปสอางค์” เสด็จทรงลุกขึ้นพร้อมกับคุณสอางค์ แต่มาลา วรรณายังหมอบกระแตอยู่
คุณสอางค์ไล่ “อ้าว แม่เมียตะเข้ หล่อนสองคนก็ออกไปด้วยย่ะ”
มาลา วรรณา คิกคัก เสด็จทรงเดินนำ 3 คนออกไป มาลา วรรณา เยี่ยมหน้ามามองคุณชายรองและศรีจิตราอีกครั้ง พลางกิ๊กกั๊ก ก่อนปิดประตูลง

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/4 วันที่ 29 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ