อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/5 วันที่ 29 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/5 วันที่ 29 ต.ค. 58

มาลา วรรณา คิกคัก เสด็จทรงเดินนำ 3 คนออกไป มาลา วรรณา เยี่ยมหน้ามามองคุณชายรองและศรีจิตราอีกครั้ง พลางกิ๊กกั๊ก ก่อนปิดประตูลง
คุณชายรองมองดูศรีจิตราที่นั่งพับเพียบก้มหน้าดูแบบบ้านนิ่งอยู่ นึกถึง สาลินพูดจ๋อยๆ กับคุณชายรอง พลางกินกล้วยไปด้วย คุณชายรองอมยิ้มเกือบหัวเราะออกมา “ไม่เหมือนกันเลยซักนิดเดียว”
“อะไรนะคะ” ศรีจิตราเงยหน้าขึ้น
คุณชายรองยิ้มนิดๆกลบเกลื่อน “หมายถึงแบบบ้านพวกนี้น่ะ มันไม่เหมือนกันซักแบบนึง นี่...น้องสาวมาเยี่ยมอีกหรือเปล่า”

“มาเมื่อวันอาทิตย์ค่ะ”


“แล้วไปไหนกัน”
“ก็ไปซื้อพวกผ้าน่ะค่ะ แต่ช่วงบ่าย ยายสาเข้าร้านหนังสือแล้วไม่ยอมออก” คุณชายรองยิ้มนิดๆ ศรีจิตราพูดคล่องขึ้น “ยายสาชอบอ่านหนังสือค่ะ อ่านได้ตลอดวันตลอดคืน วันนั้นก็ขนซื้อมาหลายเล่ม”
“มิน่า ถึงได้ทำงานเป็นบรรณารักษ์”
“ยายสาบอกว่าเป็นบรรณารักษ์จะได้อ่านหนังสือฟรีค่ะ”
“คนชอบอ่านหนังสือน่ะหูตากว้างไกล มีความคิดความอ่าน เธอน่าจะพาเขามาดูห้องสมุดของเด็จป้าบ้าง”
“ค่ะ”
คุณชายรองหยิบหนังสือข้างตัวศรีจิตรามาดู เห็นหน้าปก Beauty and the Beast “นี่หนังสือห้องสมุดที่...น้องสาวทำงานหรือ”
“ค่ะ ยายสาชอบขนนิทานมาให้ดิฉัน”
“นายเล็กก็ชอบฟังนิทาน นมย้อยน่ะ รู้เรื่องนิทานเป็นพันๆ เรื่อง นายเล็กนอนหนุนตัก ฟังนมย้อยเล่านิทาน จนหลับคาตักทุกวัน”
ศรีจิตราอมยิ้ม “สมัยเด็กดิฉันก็ทำอย่างนั้น”
“ไม่ใช่แค่สมัยเด็ก เมื่อวันก่อนเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นนายเล็กหนุนตักนมย้อยฟังนิทานอยู่”
ศรีจิตรายิ้มมากขึ้น “หรือคะ ตายจริง คุณชายเล็กบางครั้งก็ทำตัวเป็นเด็กเหมือนยายสาไม่มีผิดเลยค่ะ” ศรีจิตรายิ้มดวงตาพราว แต่ก็อยู่ในกรอบที่ฝึกไว้
คุณชายรองมองดูความเย็นตาเย็นใจนั้น ทั้งสองคลายใจลง แต่ไม่ได้สังเกตว่า เรื่องที่สนทนากลับเป็นเรื่องน้องสาว น้องชายของอีกฝ่าย

มาลา วรรณา แอบฟังอยู่ด้านนอกโถง คุณสอางค์เดินเข้ามา “นี่ แม่เมียตะเข้ มายืนแอบฟังอีกแล้วนะ”
“แหม คุณแม่บ้านขา น่ารักกระหนุงกระหนิงออกอย่างนี้ มาลาอดใจไม่ไหวหรอกค่ะ”
“แล้วเขาคุยอะไรกัน”
“คุณเรื่องคุณชายเล็กกับคุณสาน่ะค่ะ น่ารักจริง ๆ”
“เอ๊ะ ทำไมไปคุยเรื่องน้องของทั้งคู่ล่ะ ทำไมไม่คุยเรื่องของเขากันเอง อย่าง....แบบบ้านเรือนหอ หรือไม่ก็....เรื่องงานวิวาห์ เรื่องฮันนีมูน เทือกนี้”
“นั่นซีคะ จริงด้วย” มาลา วรรณามองหน้ากันงงๆ คุณสอางค์ยิ่งงงกว่า
คุณชายรองและศรีจิตราหัวเราะกัน ทั้งสามนางเลยฟังกันต่อ
“ใช่ครับ นายเล็กทะลึ่งเสียจนหม่อมแม่ต้องกำราบ กลับมาจากเมืองนอกวันแรกก็แกล้งหม่อมแม่จนวงไพ่แตก”
“ทราบมาเหมือนกันค่ะ”
“แล้ว....เออ...สาลินล่ะครับ ชอบแกล้งเหมือนนายเล็กไหม”
“ขานั้น ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ แถมคนที่ถูกแกล้งยังเป็นคนที่ดุที่สุดในบ้านด้วย”
“คุณป้าสร้อยเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ สาเคยแกล้งคุณป้าจนทำกับข้าวผิดสูตร เสียรสไปเลย คุณป้าโกรธถึงขั้นห้ามยายสามาบ้านราชดำริเป็นอาทิตย์”
คุณชายรองหัวเราะดังๆ ออกมา ศรีจิตราหัวเราะตาม คุณสอางค์ มาลา วรรณามองหน้ากันงงๆ
คืนนั้น ห้องนั่งเล่นตำหนักเล็ก หม่อมอำพัน คุณชายรอง คุณชายโตนั่งอยู่บนโซฟา ที่พื้นจรวยดูแลตาตุ้มอยู่กับเจียม ป้าน้อมยืนนวดหลังหม่อมอำพันอยู่ หม่อมอำพันนั่งถอดไพ่ไปด้วย นมย้อยอยู่อีกโซฟาหนึ่งมองอย่างอ่อนใจ คุณชายรอง คุณชายโตกำลังดูหนังสือแบบบ้านอยู่ด้วยกัน
“อุ๊ย อาทิตย์ก่อนไม่รู้ยังไง ไพ่ดีทุกตา”
ป้าน้อมว่า “มีพญาหงส์ทองบินมาจับตำหนักมั้งคะ หม่อม”
“ท่าจะจริง” หม่อมอำพันเหลือบดูจรวย “แต่ตั้งแต่ต้นปีก่อนจนถึงปีนี้ อีกาดำตัวซวยมันพาเคราะห์มาให้” จรวยคอแข็ง คุณชายโตไม่ได้สนใจมัวคุยกับคุณชายรอง “ฉันเสียยุบเสียยิบเสียยับมาจะสองปีเต็มๆ แล้ว”
“ค่ะ เป็นคนอื่นเขาคงถอดใจเลิกเล่นไปนานแล้วนะคะ หม่อม” นมย้อยประชด
หม่อมอำพันยิ้มชื่น “ดีนะ ที่ฉันไม่เลิก โชคคงเปลี่ยนมาเข้าข้างฉันแล้วล่ะ ว้ายยย” คุณชายเล็กลงมาจากชั้นบน เข้ามาทิ้งตัวนั่งใกล้อำพัน หม่อมอำพันตกใจไพ่กระจาย “ว้าย.....เบาๆ ซียะ ลูกทโมนอะไรอย่างนี้ ไพ่ฉันกระจายบวนหมด”
“หม่อมทำอะไร ทำเครื่องหมายหลังไพ่หรือฮะ”
“แกว่าฉันโกงไพ่หรือ ถ้าโกงจริงก็คงไม่ซวยมาสองปีหรอก”
คุณชายรองเอาหนังสือแบบบ้านกองใหญ่ส่งให้คุณชายเล็ก “นายเล็ก”
“ครับ”
“เด็จป้าทรงให้ฉันเลือกแบบเรือนหอ แต่ฉันไม่มีเวลา นายช่วยฉันทีซี”
คุณชายโตหันมามอง จรวยหันมามอง หม่อมอำพันรวบไพ่ขวับ
“อ้าว ไหงงั้นล่ะฮะ เรือนหอของพี่รอง มาให้ผมเลือกได้ยังไง”
“ฉันอยู่ง่าย อยู่ยังไงก็อยู่ได้”
“ความจริงถ้าพี่รองไม่มีเวลา ทำไมไม่ให้คุณศรีเลือก”
“ฉันจะให้นายเลือกกับคุณศรีต่างหาก เพราะนายสนิทกับเขามากกว่าฉัน”
“ใครว่าผมสนิท”
“ก็ฉันว่าอยู่นี่ไง เขาคุยกับฉันน่ะ ทุกคำมีแต่เรื่องนาย”
คุณชายเล็กอึ้งทำตาปริบๆ นมย้อยมองสองพี่น้อง รู้สึกผิดฝาผิดตัว
หม่อมอำพันดึงแมกกาซีนมา “เกี่ยงกันนัก ฉันดูให้เอง” หม่อมอำพันพลิกแมกกาซีน คุณชายโตพลิกดูหนังสือที่หน้าตักตัวเอง จรวยชูคอดูอยู่ข้างๆ “สวยๆ ทั้งนั้นเลยนะครับหม่อม”
“ตาโต ตารอง แม่ชอบแบบนี้”
คุณชายโตตกใจ “หา....นี่มันวังมหาราชาแล้วนะครับหม่อมแม่”
“จะแต่งทั้งทีมันก็ต้องใหญ่เป็นวัง มันถึงจะสมฐานะ ตารอง ชอบไหมวังแบบนี้”
“ใหญ่เกินไปฮะ ผมอยากได้ตึกขนาดสี่ห้องนอนก็พอ”
“อุ๊ย ชายรองเธอพูดอะไร เด็จป้าทรงออกเงินให้ทั้งที เราก็ตองสนองพระประสงค์ มามัวเขียม กัดก้อนเกลือกินอยู่ก็เหมือนไม่เกรงพระทัยท่าน” ตรรกะของหม่อมอำพันฟังแล้วพิลึก คุณชายรอง คุณชายเล็กทำตาปริบ ๆ
คุณชายโตคล้อยตาม “จริงครับหม่อมแม่”
“ทรงโปรดเธอขนาดนี้ เราก็ต้องถลุง เอ๊ย ถนอมน้ำพระทัยเด็จป้าลูก”
คุณชายรอง คุณชายเล็กสบตากันทำนองว่าซวยแล้ว จรวยมองคุณชายโตค้อนวงใหญ่

ห้องนอนคุณชายโต ตาตุ้มนอนยิ้มเผล่อยู่ในเปลที่ไกวไปมา คุณชายโตนั่งอยู่บนเตียงกำลังดึงเชือกไกวเปลลูก อีกมือจับหนังสืออ่าน จรวยนั่งหน้าบึ้งอยู่หน้ากระจกเงา แล้วหันมาเห็นคุณชายโตท่าทางสบายใจกับความเป็นอยู่ก็ยิ่งเบื่อ
จรวยลุกขึ้นเดินมา “คงกลัวใครเขาไม่รู้ว่าเป็นตัวโปรด ถึงกับต้องเอาแบบบ้านมาอวด” คุณชายโตเงยหน้ามองงงๆ “คุณชายก็ไม่รู้อะไรเลย ยังมีหน้าไปช่วยเขาเลือกแบบบ้านอีก”
“จะเป็นไรไป ก็เรือนหอน้องฉัน”
จรวยเชิดหน้าเดินมาใกล้อีก “ฮึ จะสร้างเรือนหอใหม่ ความจริงจะให้ย้ายไปอยู่ตำหนักใหญ่ก็ได้ ห้องนอนเก่าคุณชายรองก็อยู่ที่นั่น ห้องนอนแม่ศรีสะใภ้ก็อยู่ที่นั่น ต้องมาสร้างมหาลดาปราสาทอะไรกันอีก”
ความจริงของชิ้นนั้นชื่อ “มหาลดาปสาสน์” เป็นเครื่องประดับ แต่จรวยอ่านหนังสือปีละน้อยกว่าเจ็ดบรรทัด
“อ้าว... พอนายรองแต่งงานก็ควรจะแยกบ้านไปซี”
คำของคุณชายโตเข้าล็อก จรวยยิ้มเยาะ “ค่ะ เขาเป็นชาวฟ้า ชาวสวรรค์ อยู่ร่วมกับมนุษย์เดินดินไม่ได้ต้องแยกบ้าน” คุณชายโตพยักหน้า “ผิดกับคุณชายกับรวย ต้องมาคุดอุดอู้อยู่ในห้องใต้ถุน”
คุณชายโตชะงักไหวหวั่นพอควร “นี่เธอก็พูดเกินไป นี่มันแค่ห้องนอนชั้นล่าง” คุณชายโตเริ่มของขึ้น ไกวเปลตาตุ้มแรงขึ้น เปลตาตุ้มพุ่งหวือไปเกือบชนผนังอีกด้าน
“ค่า เขาเดินขี้ตีนร่วงกราวๆ พรั่งพรูใส่หัวก็ยังไม่สะดุ้งสะเทือนอีกหรือคะ”
“นี่ฉันไม่ชอบฟังเธอพูดแบบนี้นะ” คุณชายโตลุกพรวดขึ้น
จรวยรีบเข้าไปกอดเอาอกถูแขนผัว “ฮึ รวยพูดก็เพราะรักคุณชาย รวยไม่อยากให้พี่ชายคนโตต้องมาเหมือนลูกเมียน้อย แล้วยังตาตุ้มอีก จะให้ตาตุ้มโตขึ้นมาเป็นลูกขี้ครอกในวังหรือคะ”
ตาตุ้มลุกเกาะเปล ยิ้มเผล่มีความสุขเปลเริ่มลดความเร็วลง คุณชายโตไหวหวั่นมากขึ้นเพราะจรวยมาตรงหน้าเสื้อ แขนตกจากไหล่ไปเมื่อไรไม่รู้ได้ จรวยแหงนเงยยั่ว คุณชายโตมอง จรวยเผยอปาก คุณชายโตไฟปรารถนาลุกโชน ทันใดก็มีฝุ่นผงราวแป้งครึ่งกระป๋อง ร่วงกราวมาเต็มหน้าจรวย และหัวคุณชายโต คุณชายตกใจปล่อยจรวยลงไป
จรวยอุทาน “อ้ายยยย ขี้ตีน!”
สองสามวันต่อมา ศรีจิตรายืนอยู่ข้างศาลากลางสวน กำลังเก็บดอกไม้ข้างๆ คุณชายเล็กหอบหนังสือตั้งหนึ่งมา เอาคางกดไว้มาหยุดดูศรีจิตรา ศรีจิตราลมพัดผมปลิว ผมนั้นดำวาววับ ผ้าคลุมไหล่บาง พลิ้วไหวดูราวหมอกลอยอยู่รอบตัว
คุณชายเล็กยิ้ม หนังสือทั้งตั้งเอน “เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย” คุณชายเล็กพยายามบาลานซ์ตั้งหนังสือ ศรีจิตราหันมาถลาเข้ามาประคองหนังสือที่เอนถูกจับดันได้ทัน ทั้งสองเบียดกัน คุณชายเล็กคว้าเอวของศรีจิตราประคองไว้ คล้ายกอดกัน ศรีจิตราหน้าแดง คุณชายเล็กรีบคลายออก “โทษครับ อุบัติเหตุอีกแล้ว”
ศรีจิตรายิ้มอายๆ “แบ่งมาครึ่งนึงเถอะค่ะ มา ดิฉันช่วย” ศรีจิตรารับหนังสือมาครึ่งตั้ง คุณชายเล็กถอนใจเฮือก ศรีจิตราและคุณชายเล็กเอาหนังสือมาวางบนศาลา “คุณชายจะขนหนังสือไปไหนคะ”
“เอามาให้คุณศรีตามสัญญาไงครับ”
ศรีจิตรามองดูเห็นเป็นนิทานทุกเรื่อง ทั้งไทย ทั้งฝรั่ง ทั้งเรื่องเก่า เรื่องใหม่ เรื่องแปล ทั้งร้องแก้ว ร้อยกรองคละกัน ก็ยิ้ม “ขอบคุณมากค่ะ คุณชายเล็ก”
“แต่ไม่รู้ว่า ซ้ำกับที่คุณศรีเคยอ่านหรือยัง”
ศรีจิตราหยิบมาทีละเล่มมาเรียงเป็นตั้งใหม่ หนังสือถูกจัดวางใหม่ทีละเล่ม เช่น เทพนิยายกริมส์ นิทานแอนเดอร์สัน เจ้าหญิงนิทรา อาหรับราตรี ศรีจิตรานิ่งคิด “อุ๊ย อ่านแล้วทุกเล่มเลย” ศรีจิตรามองคุณชายเล็ก คุณชายเล็กมองตาแป๋ว ศรีจิตราโกหกตาใส “อ๋อ ไม่เคยอ่านซักเล่มเลยค่ะ”
“ดีจัง”
“ยายสายังไม่เคยยืมมาให้ค่ะ”
“เหรอครับ กลัวจะเอามะพร้าวมาขายสวน”
“เอาแป้งนวลมาขายชาววัง” ศรีจิตรากล้าพูดเล่นมากขึ้น
คุณชายเล็กหัวเราะ “หรือไม่ก็ต้องใช้สำนวนว่า “สอนหนังสือพระสังฆราช””
“หรือ “สอนตะเข้ให้ว่ายน้ำ” ใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ” คุณชายเล็กพยักหน้าทำท่าจระเข้ว่ายน้ำป๋อมแป๋ม
ศรีจิตราหัวเราะกิ๊กอย่างลืมตัว แล้วรีบปิดปาก ทำสำรวมใหม่ คุณชายเล็กมองเพลิน ยิ้มค้าง นึกไปถึงสาลิน
สาลินหัวเราะเต็มเสียง ปากกว้าง ยังดีไม่เห็นไปถึงลิ้นไก่ ไม่ปิดปากสักนิด
“ไม่เหมือนกันเลยซักนิดนึง”
“คะ?”
“อ๋อ เอ้อ นิทานที่เอามาน่ะครับ เรื่องไม่ซ้ำกันเลย”
ศรีจิตรายิ้มนิดๆ เอามือกรีดผมที่โดนลมตีไปทัดหู แล้วเริ่มพิจารณาทีละเล่ม ศรีจิตราลืมตัว “ใช่ค่ะ ไม่ซ้ำเลย แต่...เล่มนี้เล่มเดียวที่ยังไม่ได้อ่าน”
“อ้าว ไหนว่ายังไม่เคยอ่านสักเล่มไงครับ”
ศรีจิตราอึ้ง “เออ...ค่ะ ยังไม่ได้อ่านสำนวนแปลของนักเขียนพวกนี้ไงคะ เคยอ่านแต่สำนวนคนอื่น”
“อ้อ ครับ” คุณชายเล็กมอง ศรีจิตราไม่ติดใจอะไร แต่ยิ่งมองยิ่งเพลิน
ศรีจิตราเห็นหนังสือแบบบ้านปนมาด้วย “มีหนังสือแบบบ้านด้วยนะคะ”
“ใช่ครับ พี่รองวานให้ผมช่วยดูให้ ผมเลยมาปรึกษาคุณศรีน่ะครับ”
ศรีจิตราเจื่อนไปนิดหนึ่ง รู้สึกว่าคุณชายรองไม่อยากปรึกษาตนหรืออย่างไร แต่ก็ยิ้มให้คุณชายเล็กเพราะคิดว่าปรึกษาคุณชายเล็กก็ดีเหมือนกัน

ในห้องทรงงานคุณสอางค์กับศรีจิตราช่วยกันจัดพานบายศรีเป็นบายศรีใหญ่ ห่างออกมาบรรดานางข้าหลวงทั้งวัง
ก็จัดพานบายศรีอยู่ แปลว่าจะต้องส่งไปร่วมงานราชพิธีใหญ่
คุณสอางค์ยื่นหน้ามากระซิบกระซาบ “นี่ตอนที่หนูคุยกับคุณชายเล็กน่ะ คุยอะไรกันบ้าง”
“ก็คุยทั่วๆไป น่ะคะ เรื่องแบบบ้าน เรื่องนิทาน”
“อุ๊ย” คุณสอางค์ร้องเสียงสูง ศรีจิตราเกือบสะดุ้ง บรรดาข้าหลวงอื่นหันมามอง คุณสอางค์ตาเขียวแต่เป็นแบบสวยไม่เอาเป็นเอาตายแบบคุณสร้อย คุณสอางค์กระซิบต่อ “นิทง นิทานไปคุยทำไม แม่ศรีสาสะ ทำไมไม่คุยเรื่องยายสาล่ะจ๊ะ”
“หนูไม่รู้จะพูดเรื่องอะไรดีนี่คะ”
“มันจะยากอะไร ก็คุยเรื่องคุณงามความดีของยายสา เรื่องใจบุญ รักเด็กอะไรก็ได้ แต่ไอ้เรื่องแก่นกระโหลกโลดโผนโจนทะยานก็ตัด ๆ ซะนะจ๊ะ อย่าไปเล่า เดี๋ยวราคาจะตก ขายไม่ออกเสียเปล่าๆ”
ศรีจิตราทำตาปริบๆ “ค่ะ แล้วแต่คุณป้าค่ะ”
“หนูศรี แล้วเวลาคุยกับชายรองน่ะ ก็ไม่ต้องไปคุยเรื่องชายเล็กกับยายสาหรอกนะ”
“ทำไมคะ”
“มีเรื่องคุยของเรากับคุณรองที่สำคัญกว่าตั้งเยอะ”
“อย่างเช่นอะไรคะ”
“ก็อย่างเรื่องเรือนหอ เรื่องงานวิวาห์ เรื่องเป็นภริยาทูตในอนาคตไง ชายรองชอบอะไรไม่ชอบอะไร ทำนองนี้ล่ะ”
ศรีจิตราหน้าแดงขึ้นทันที “ค่ะ คุณป้าช่วยแนะนำด้วยก็แล้วกันค่ะ”

วันต่อมา ที่ร้านกาแฟหน้าห้องสมุด แว่นทำท่าชกลมไปมาอยู่ตรงหน้าสาลิน บราลี ลลิตา
สาลินบ่น “ไม่นึกเลยในชีวิตต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำไมคุณหญิงก้อยเขาต้องทำอย่างนี้ด้วยนะ”
บราลีเข้าใจ “จะทำไม ก็แรงเงาแรงหึงน่ะซี”
ลลิตาเกริ่น “เจ้าหล่อนไม่ได้หึงแค่คนเดียว”
“หมายความว่ายังไงครับ”
ลลิตาอธิบาย “นอกจากเจ้าหล่อนจะหึงคุณชายรองคิตตี้ ที่ปัจจุบันกลายเป็นอดีตของหล่อนไปแล้ว แต่....”
บราลีเสริม “.....หล่อนยังหึงนายอาร์นี่ อดีตที่อาจหวนคืนมาเป็นปัจจุบันของหล่อนอีกครั้ง”
“ผมจะชกทั้งไอ้คุณชายคิตตี้ ทั้งไอ้เศรษฐีอาร์นี่ ชกให้คว่ำเลย อ้อ...แล้วถ้าเจอหน้าไอ้พอลลี่ เด็กปั๊ม ผมจะแลกหมัดกับมันอีกคน คอยดูจังหวะฮุกของผม แว่น กิ่งเพชร”
สาลิน บราลี ลลิตามองแว่นอย่างเบื่อๆ จิตริณีเดินผ่านร้าน สาลินรีบออกไปหาทันที

นอกร้านกาแฟ สาลินเข้าประชิดจิตริณี “ได้เรื่องอะไรเพิ่มเติมบ้างไหมคะคุณจินนี่”
“ค่ะ อาร์นี่เป็นคนบอกหญิงก้อยเรื่องคุณกับคุณชายรองไปด้วยกันค่ะ”
“แล้วคุณเป็นคนบอกอาร์นี่อีกทีใช่ไหม คุณหญิงถึงเรียกคุณว่าอีกาคาบข่าว”
“ฉันก็ต้องขอโทษด้วย ฉันหลุดปากเรื่องที่คุณไปร้านผ้าไหมของคุณชายวันนั้น อาร์นี่เลยพาคุณหญิงไปแอบดูคุณอยู่กับคุณชายรอง”
“เป็นอย่างนี้นี่เอง คุณอัศนีย์ทำไปทำไมคะ”
“ฉันกำลังหาคำตอบอยู่นี่แหละ”
สาลินถอนใจ

เทอเรซข้างตำหนักใหญ่ บนโต๊ะมีแบบบ้าน เป็นภาพเพอร์สเปคทีฟฝีมือคุณชายเล็ก เป็นแค่ลายเส้นคร่าวๆ ศรีจิตรา คุณชายเล็กดูอยู่ และมีภาพแปลนบ้านอยู่ข้างๆ
คุณชายเล็กเอามือชี้ “ผมลองวาดมาให้ดูแล้วครับ ตรงนี้ทำเป็นสวนญี่ปุ่นดีไหมครับ”
“ไม่เอาค่ะ มันดูแห้งแล้วจะตาย”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13/5 วันที่ 29 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ