อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 14 วันที่ 29 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 14 วันที่ 29 ต.ค. 58

คุณชายเล็กเอามือชี้ “ผมลองวาดมาให้ดูแล้วครับ ตรงนี้ทำเป็นสวนญี่ปุ่นดีไหมครับ”
“ไม่เอาค่ะ มันดูแห้งแล้วจะตาย”
“โธ่ เขาออกจะมีปรัชญาลึกซึ้งนะครับ”
“ช่างเขาเถอะค่ะ ดิฉันอยากได้สวนที่มีดอกไม้เยอะๆมากกว่า”
คุณชายเล็กมองดูศรีจิตรา เห็นท่าทางมั่นใจมากขึ้น “ดีจัง”
“คะ?”

“นี่เป็นครั้งแรกที่คุณศรีออกความเห็นจริงๆจังๆนะซีฮะ ไม่งั้นก็” คุณชายเล็กทำท่าทำเสียงศรีจิตรา เสียงนั้นแหลมปรี๊ดยิ่งกว่ากะเทยรุ่นแรก “อะไรก็ได้ ตามใจคุณชายเถอะค่ะ แล้วแต่คุณป้าค่ะ แล้วแต่จะทรงโปรดเพคะ”


ศรีจิตราเกือบหัวเราะ แล้วทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง “นี่ดิฉันพูดอยู่แค่นี้จริงๆ หรือคะ”
“ฮะ หัดทำอะไรตามใจตัวบ้างซีครับ”
“ค่ะ”
“นั่นไง คุณศรีรับคำตามใจผมอีกแล้ว”
ศรีจิตราค้อนนิดๆ คุณชายเล็กใจกระตุก เห็นว่าสวยจับใจ
ศรีจิตราคิดถึงสิ่งที่คุณสอางค์วาน
คุณสอางค์ประกาศิต “แม่ศรีสาสะ ทำไม ไม่คุยเรื่องยายสา”
ศรีจิตรายิ้มน้อยๆ “คุณชายเล็กทำท่าเมื่อกี้ เหมือนยายสาไม่มีผิด ยายสาชอบทำท่าล้อดิฉันบ่อยๆ”
คุณชายเล็กอมยิ้ม “ผมก็เลียนแบบเขามาอีกที”
“เลียนแบบยายสาเหรอคะ”
“เออ ไม่ใช่ครับ เลียนแบบคนที่เขาชอบเลียนแบบนั่นแหละ”
“ถ้ายายสามาอยู่ช่วยออกความเห็นเรื่องแบบบ้านก็จะดีหรอก”
“ก็พิลึกตายซีฮะ ผมเป็นตัวแทนพี่รอง คุณสาเป็นตัวแทนคุณศรี ทั้งๆที่บ้านเนี่ยคนอยู่คือพี่รองกะคุณศรีนะฮะ”
“ยายสามีความคิดแปลกๆ ดีน่ะค่ะ”
คุณชายเล็กถอนใจมองหน้าศรีจิตรา “นี่คุณป้าใหญ่ใช้คุณศรีมาเป็นกรมโฆษณาการ โฆษณาคุณสาอีกแล้วใช่ไหมฮะ”
ศรีจิตราพยักหน้า เจื่อนไป “ค่ะ แต่ดิฉันไม่ได้อยากทำเลยนะคะ”
“ดีออกฮะ คอยจับคู่ให้คนโน้นคนนี้สนุกจะตายไป” ศรีจิตรายิ้มนิดๆ คุณชายเล็กมองเพลินแล้วรีบบอกตัวเอง
ในใจ “เฮ่ย เฮ่ย ชอบคนน้อง ไม่ใช่พี่”
มีลมพัดกรูเกรียวมา คุณชายเล็กร้องเฮ้ยลุกขึ้นกดแบบแปลนที่จะปลิวไปไว้ ศรีจิตราช่วยสองคนหัวเราะกัน

ที่ระเบียงตำหนักใหญ่ เสด็จประทับยืนมองลงมา ยังคุณชายเล็กและศรีจิตรา ลมแรงนั้นพัดภูษาทรงปลิวไสว
เมฆมหึมาเคลื่อนไหวอยู่เหนือตำหนัก เสด็จทรงครุ่นคิดแล้วแย้มสรวลนิด ๆ

หน้าห้องสมุด รถสปอร์ตของอัศนีย์มาจอดอีก อัศนีย์ก้าวลงมา หยุดยืนพิงรถก่อน ผู้คนแถวนั้นชะงัก วันนี้อัศนีย์แต่งตัวออกแนวลำลอง เสื้อคอเต่าสีเข้ม ทับด้วยสูทลำลองขาว กางเกงขาว รองเท้าสีดำ หมวกแบเร่ต์ขาว ผู้คนทั้งละแวกประทับใจ
มวยมณีแหวกคนมา หอบอกฟองน้ำสะท้อนสะท้าน “หล่อ วันนี้หล่อลำลอง โอย ต้องไปวิ่งสวนลุมอีกแล้วเรา”

ที่ห้องสมุด นาฬิกาบอกเวลาเที่ยง สาลินนั่งครุ่นคิดอยู่ ทางด้านหลังลลิตา บราลี เก็บของคว้ากระเป๋าเตรียมไปกินข้าว ลลิตาคว้าลิปสติกมาเติมปากให้เยิ้มฉ่ำ บราลีมองอย่างดูแคลน มีเงามาบังแสง สาลินเงยหน้าขึ้นดู เห็นอัศนีย์อยู่ตรงหน้า วางท่านายแบบอยู่ สาลินสะดุ้ง “เอ๊บ”
“ฮัลโหล สวัสดีครับ”
“ค่ะ”
“ทำไมต้องสะดุ้งเมื่อเห็นผมด้วย”
สาลินยิ้มหวาน “ฉันอาจจะกำลังคิดถึงคุณอยู่ก็ได้”
อัศนีย์เลิกคิ้วยิ้ม ดวงตาเจ้าชู้พราวแสงออกมา สาลินยังคงยิ้มพริ้มพราย “ผมถือว่าเป็นเกียรตินะฮะ”
“แต่ว่าฉันอาจจะคิดถึงคุณในแง่ไม่ดี โดยเฉพาะเรื่องที่คุณเอาเรื่องของฉัน ไปโพนทะนาให้ใครต่อใครเข้าใจผิด”
อัศนีย์ยิ้มอย่างรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว “ขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ แต่ยังไง ผมก็ดีใจที่คุณมีผมอยู่ในใจ ถึงจะแง่ไม่ดีก็เถอะ”
สาลินคลื่นไส้หน้าบึ้งขึ้นมานิดหนึ่ง ลลิตาสวัสดี อัศนีย์โบกมือให้ ลลิตาหัวเราะระริก บราลีทำท่ารังเกียจนายทุน แว่นมองอย่างชังน้ำหน้า
“คุณแสดงความยินดีกับผมหน่อยซีครับ แปลนตึกของผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“ขา แปลนตึกอะไรคะ”
“ก็แปลนไนท์คลับที่หรูที่สุดในประเทศไทยไง ข่าวสังคมวันนี้ก็ลง”
สาลินยิ้มเย็นชา “ข่าวแบบนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับชีวิตฉัน เอ้า ฉันขอให้คุณเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆขึ้นไปก็แล้วกัน”
“โอ ขอบคุณล้านครั้ง แธงค์สมิลเลี่ยน”
จิตริณีเดินกรายมายิ้มแย้มแจ่มใส ไนเจลเดินตามมีอาการว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน เห็นอัศนีย์เข้าก็ชะงักกึก
“มิสเตอร์แอสนี่อีกแล้ว”
“ฮัลโหล อาร์นี่ มาหาลินซี่หรือคะ”
“อ๋อ เปล่าค่ะ ฉันคิดว่าคุณอาร์นี่น่าจะมารับคุณจินนี่ไปกินข้าว” ไนเจลหันมองจิตริณีทำหน้างงๆ
อัศนีย์เนียน “จริงซี แล้วก็ขอเชิญคุณลินซี่ด้วยนะครับ ไปกันทั้งสองคนแหละดี”
“ต้องขอตัวค่ะ เที่ยงนี้ฉันมีนัดแล้ว”
อัศนีย์ระแวงระวัง “กับใครหรือครับ”
“กับเพื่อนค่ะ”
“เพื่อนคนนี้มีฐานันดรหรือเปล่าครับ”
“อ๋อ มีค่ะ” อัศนีย์ชะงัก สาลินยิ้ม “เป็นฐานันดรที่ 4 กิตติมศักดิ์ค่ะ เพราะเป็นนักข่าวสมัครเล่น สนใจแต่ข่าวสังคมชั้นสูงโดยเฉพาะ” สาลินผายมือไป “โลลิต้ากับแบลลี่ และนายแว่น”
ลลิตาไม่สนว่าโดนกัดถลามา บราลีหน้าบึ้ง แว่นตามมาด้วย ทำท่ากำหมัด
“งั้นผมขอเชิญคุณโลลิต้ากับแบลลี่ด้วย อ้อ นายแว่นไม่ต้อง”
ลลิตาถลามายืนข้างยืดนมยิ้มกับอัศนีย์ “ค่ะ ยินดีค่ะ...ว้าย”
“แต่แถวนี้ดูเหมือนจะมีผู้สื่อข่าวและกาคาบข่าวเต็มไปหมด เลยไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ” สาลินยิ้มดวงตาวาว
อัศนีย์ จิตริณีรู้ว่าโดนกัด ทำหน้าเจื่อนไปนิด แล้วยิ้มกลบเกลื่อน ไนเจลก้าวมามองจิตริณีอย่างร้าวราน จิตริณีสงสารทำหน้าไม่ถูก อัศนีย์ยิ้มหรูก้มหัวให้แต่ไม่ทัก
“ลินซี่ โลลิต้า แบลลี่ ต้องไปกินผม ไอ้แว่นไม่ต้อง” ไนเจลพูดเย็นชา สาลินสะดุ้ง ลลิตามองพลางแลบลิ้นเลียริมฝีปาก บราลีเซ็งนายจ้าง
จิตริณีแก้ “กินกับผมค่ะ”
“ใช่ๆ กินกับผม ห้ามกินคนอื่น”
“งั้นผมขอยืมตัวจินนี่ไปก่อนนะ”
“คุณไม่จำเป็นต้องขออนุญาต จินนี่ไม่ใช่ไอ้นั่นของผม” ทุกคนสะดุ้ง
อัศนีย์ถาม “ไอ้นั่น น่ะมันอะไรครับ”
“สมบัติ เธอไม่ใช่สมบัติของผม” ไนเจลพยักหน้าให้สาลิน ลลิตา บราลี แล้วเดินนำไป 3 สาวถลาตาม “Enjoy Your Meal”
อัศนีย์ตอบกลับ “Your Meal”
แว่นเดินมาจ้องหน้าอัศนีย์ “วันพระไม่ได้มีวันเดียว คอยดู” แว่นตามไปด้วยอย่างหน้าไม่อาย
จิตริณีมองตามไนเจลสงสาร อัศนีย์อมยิ้ม อัศนีย์ยักไหล่ยกแขน จิตริณีควงแขนเดินไป

คอฟฟี่ช็อปหรู โต๊ะที่ดีที่สุด อัศนีย์นั่งอยู่กับจิตริณี ตรงหน้ามีเหล้าค๊อกเทลสีสวย อัศนีย์แม้พลาดจากสาลินก็ยังแสนดีกับจิตริณี
“เรื่องใบอนุญาตก็เรียบร้อยแล้วหรือคะ”
“ฮะ พ่อผมโทรกริ้งเดียวทุกอย่างก็เรียบร้อย”
“เรื่องหุ้นส่วนล่ะคะ”
“ครบแล้วฮะ แล้วคุณก็เป็นสมาชิกวีไอพีคนแรกๆ”
“คุณน่ารักจังอาร์นี่” จิตริณีมองยิ้มๆอย่างคุมไว้ แต่ดวงตาซ่อนความหวานไว้ไม่มิด อัศนีย์พอใจ
“ช่วงนี้ผมวุ่นจังเลย ถ้ามีผู้ช่วยซักคนก็ดี”
“ช่วงนี้ฉันกำลังเบื่องานอยู่เลย จ้างฉันเป็นเลขาไหมล่ะ”
“ไม่ได้หรอก อย่างคุณนะต้องเก็บไว้เป็นที่ปรึกษา ถ้าจะเลือกคนที่เด็กกว่าผม จะได้เอ็ดหรือ ดุด่าว่ากล่าวได้”
จิตริณียิ้มรู้ทัน “นอกจากนั้นก็ยังต้องสวย คล่องแคล่ว และปราดเปรียวด้วยใช่ไหม”
“นั่นไง คุณช่างเป็นที่ปรึกษาที่รู้ใจผมจริงๆ”
“เด็กสาวคนนั้น ฉันก็พอเห็นอยู่ แต่ก็คงยาก เพราะคุณทำให้เด็กตกใจเสียแล้ว”
“เรื่องหญิงก้อยมาอาละวาดที่นี่ใช่ไหม”
“ใช่.....มันเป็นแผนของคุณทั้งหมดใช่ไหม” อัศนีย์ยิ้มมีเลศนัย “ถามจริง ๆ เถอะ ทำไปทำไม”
“คุณคิดว่าเด็กสาวอย่างสาลิน ถูกด่าทอว่าแย่งผู้ชายจากหญิงอื่น แถมหญิงคนนั้นเป็นพี่สาวตัวเองเสียด้วย เธอจะทำยังไงต่อไป”
“ก็คง....” จิตริณีคิด “ต้องถอยห่างจากผู้ชายคนนั้นให้ไกลที่สุด อ้อ นี่คุณจะทำให้คุณชายรองแตกกับสาลิน” อัศนีย์ชูแก้วขึ้นชวนดื่ม จิตริณีอ่อนใจ “ด้วยการหลอกใช้หญิงก้อย คุณนี่ร้ายกาจที่สุด”
“ช่วยไม่ได้ครับ หญิงก้อยก็หลอกใช้ผมไปจูบต่อหน้าคุณชายเหมือนกัน ผมก็ต้องขอคืนบ้าง”
ริมถนน สาลินเดินมานั่งครุ่นคิดอยู่ที่สนามของห้องสมุด รถคุณชายรองแล่นมาจอด ลงมาหาสาลินที่ยังไม่รู้สึกตัว
คุณชายรองเห็นสาลินนั่งก้มหน้านิดๆ มีอาการกังวลวุ่นวายอย่างมาก คุณชายรองมีแววประหลาดในดวงตา เรียกดังพอควร “สาลิน”
สาลินสะดุ้ง ลุกพรวด “คุณเองหรือ”
“ก็ฉันน่ะซี ทำไม เธออยากให้เป็นใคร”
“เปล่า นี่คุณมีธุระอะไร”
“เปล่า ฉันก็...ผ่านมาแถวนี้ เห็นเธอนั่งอยู่ เลยคิดว่าจะพาเธอไปส่งบ้าน”
“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันกลับเองได้” สาลินสะบัดจะเดินหนี
คุณชายรองคว้าข้อมือไว้ท“นี่เธอเป็นอะไร ฉันคิดว่าฉันพูดกับเธอรู้เรื่องแล้ว นี่เธอมาเล่นแง่อะไรอีก ฮะ!”
“ฉันไม่มีแง่อะไรจะมาเล่น แต่ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”
“เข้าใจผิด”
สาลินเชิดมากขึ้น “ฉันกลัวเรื่องหึงหวง”
คุณชายรองคิดปราดไป ตาขุ่น จังหวะนี้ จิตริณีออกมาตึกพอดี แอบฟังอยู่ “หึงหวง อ้อ เธอคงกลัวนายเด็กปั๊มนั่นหึงซีนะ”
“เด็กปั๊ม เด็กปั๊มไหน นี่รู้ไว้ซะ เขาเป็นผู้ตรวจระดับสูงของบริษัทน้ำมัน ไม่ใช่เด็กล้างรถ”
“อ้อ ขอโทษ ที่ไปลดชั้นคนของเธอ”
“นี่ อย่ามาพูดบ้าๆ นะ ต่อไปนี้คุณเลิกมาที่นี่ มารับมาส่ง หรือพาฉันไปไหนต่อไหนอีกแล้ว”
“เจ้าพลรูปหล่อนั่นมันคงสั่งมาซีนะ ได้ ต่อไปฉันจะไม่มาให้นายคนนั้นของเธอเข้าใจผิดอีก”
“นี่คุณ คนที่เข้าใจผิดน่ะ ไม่ใช่คุณพล แต่คือ....”
“อ้อ แสดงว่ายังมีผู้ชายคนอื่นอีก นายอัศนีย์ หรือบอสของเธอล่ะ”
“เอ๊ะ พูดจาให้เกียรติกันหน่อยนะ”
“ขอโทษที่ไปหลู่เกียรติผู้ชายของเธอ ลาก่อน” คุณชายรองขึ้นรถปิดประตูปัง
สาลินสะดุ้งนิดหนึ่งเชิดต่อ คุณชายรองขับรถ รถพุ่งปราดผ่านสาลินไป ที่มุมหนึ่งจิตริณีแอบดูอยู่ คิดหนัก

คุณชายเล็กจอดรถไว้หน้าตำหนักจะเดินข้ามถนนเข้าตัวตำหนัก รถคุณชายรองพุ่งปราดมา คุณชายเล็กกระโจนหลบล้มไปบนสนามหญ้า “เอ้ย โว้ย”
จรวยอุ้มตาตุ้มอยู่ที่เทอเรซ ร้องว้าย ตาโตเท่าไข่ห่าน คุณชายรองเบรกรถเอี๊ยดก้าวลง ปิดประตูปัง เดินตรงมาหาคุณชายเล็กๆ ยังนั่งแบะขาถ่างอยู่บนหญ้า งุนงง แปลกใจ
คุณชายรองเข้ามายืนค้ำแล้วกระชากคอเสื้อหิ้วคุณชายเล็กขึ้นมา “นี่ ไปบอกเพื่อนนายได้แล้ว”
“ใครฮะ”
“ก็ไอ้เจ้าพลนั่นว่ามันไม่ต้องมาหึงฉัน ฉันกับแม่คนนั้นไม่มีอะไรกัน” คุณชายรองปล่อยมือ คุณชายเล็กงง คุณชายรองเดินพรวดเข้าตำหนัก คุณชายเล็กรีบตาม
ที่หลังรูปปั้นประดับเทอเรซ จรวยอุ้มลูกยืนนิ่ง ค้างราวรูปสลัก

ห้องนั่งเล่นตำหนักเล็ก คุณชายรองเดินปังๆ เข้ามา
คุณชายเล็กตามมาทัน “นี่พี่รองไปเจอ “แม่คนนั้น” มาอีกแล้วซี”
“ฉันผ่านไป” คุณชายรองมีพิรุธ 1 แวบ “เจอเข้าโดยบังเอิญก็แวะทัก แต่เขากลับบอกว่าไม่อยากเจอหน้าฉันอีกแล้ว เพราะกลัวไอ้เจ้าพลรูปหล่อมันหึง”
คุณชายเล็กงงเป็นไก่ชนตาแตก “หา....เขาพูดแบบนั้นเชียวหรือฮะ”
“ทำนองนั้น”
“ผมว่าพี่รองต้องเข้าใจผิดอะไรซักอย่างแหงๆ”
“ก็เขาบอกฉันเองว่าเขากลัวเรื่องหึงหวง ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”
“เวร….เฮ้อ” คุณชายเล็กนั่งลงบนโซฟา มองคุณชายรองที่ยังยืนโกรธงุ่นง่าน
“ถ้าเขาไม่กลัวไอ้เจ้าเด็กปั๊มนั่นหึง แล้วจะหมายถึงใคร”
“นี่....เจ้าพลรูปหล่อน่ะ มันทำงานตำแหน่งเดียวกับผม ไม่ใช่เด็กเติมน้ำมันนะครับ”
“นั่นไง เขาก็ออกรับแทนเจ้าพลเหมือนแกไม่มีผิด”
คุณชายเล็กมองคุณชายรองนั่ง ลุกขึ้นช้าๆ มองตาคุณชายรอง “รู้ไหมฮะที่พี่รองพูดและทำมาทั้งหมดน่ะ มันไม่เหมือนว่าเจ้าพลหึงพี่รองหรอกนะฮะ”
คุณชายรองชะงัก “แล้วทำไม”
“แต่มันเหมือนพี่รอง” คุณชายเล็กยิ้ม “หึงเจ้าพลมากกว่า”
คุณชายรองรู้สึกแปล๊บ “นี่นายอย่ามาพูดบ้าๆนะ ไม่มีวัน” สองชายมองตากัน
จู่ ๆมีเสียงตาตุ้มร้องจ้า จรวยแอบฟังอยู่หลังไซด์บอดร์ตกใจนมกระเพื่อม รีบพาลูกหลบไปทันที

สวนตำหนักใหญ่ ที่ซุ้มดอกไม้มีไม้ดอกออกพราว ศรีจิตรานั่งอ่านนิทานที่คุณชายเล็กเอามาให้ เล่มที่ยังไม่เคยอ่านอยู่อย่างเพลิดเพลิน ดอกไม้บานอยู่รอบตัวราวนางศกุนตลาในภาพของเหม เวชกร จรวยผลุนผลันเข้ามา แล้วทำทีเดินเก็บดอกไม้มาใกล้ ศรีจิตรายิ้มให้ จรวยมานั่งปุบโดยไม่มีใครเชิญ ศรีจิตรามองงงๆ
“อ่านอะไรอยู่คะ คุณศรี”
“นิทานที่คุณชายเล็กให้ค่ะ”
“มิน่า หมู่นี้เห็นคุณชายเล็กมาสังสรรค์กับคุณศรีทุกวัน”
“ไม่ได้สังสรรค์อะไรหรอกค่ะ แต่มาคุยกันเรื่องแบบบ้านที่จะสร้าง”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 14 วันที่ 29 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ