อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15 วันที่ 31 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15 วันที่ 31 ต.ค. 58

“เลี้ยงอาหารค่ำคืนนี้ลูก จัดโต๊ะอาหารเต็มยศแบบยุโรปสไตล์ ผู้หญิงใส่ชุดราตรี ผู้ชายใส่ทักซิโด้ ซางแซวแซวเลยทีเดียว” คุณสอางค์พูดไป ก็ดวงตาเป็นประกายเคลิ้มสู่ภวังค์ฝัน ยกมือกรายนิ้วไปด้วย เกิดประกายฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งรอบตัว ทุกคนมองอย่างตระหนกมากกว่าทึ่ง
“ขนาดนั้นเชียวหรือคะ แหม....หนูก็อยากอยู่เหมือนกันนะคะ แต่ว่าคงไม่ได้ เพราะที่บ้านสวน...”
อุ่นเรือน ยายพิศ รู้ว่าสาลินจะแต่งเรื่องอีก พากันโบกมือ ขยิบหูขยิบตา “จุ๊ๆ ยายสา”

สาลินหันมามอง ไม่รู้เรื่อง คิดต่อ คุณสร้อยจ้องอุ่นเรือนและยายพิศตาเขียว อุ่นเรือน ยายพิศหลบตา
คุณสร้อยยิ้ม “ใครเป็นอะไรอีกล่ะยะ”


“คราวนี้ทั้งคุณตา ทั้งคุณยายเลยค่ะ” อุ่นเรือน ยายพิศร้องโธ่
คุณสร้อยยิ้มมีชัย “อ้อ หรือยะ เป็นอะไร”
“เป็น เป็นโรคลมค่ะ”
“อ้อ คุณตา คุณยายเป็นโรคลม แต่ว่าหล่อน..เป็นโรคโกหกพกลม”
“หนูเปล่า”
คุณสร้อยมองเลยไปข้างหลัง ยิ้มเยาะสะใจ “เอ้า มีคนที่เขาจะจับโรคปั้นน้ำเป็นตัวของหล่อนได้คาหนังคาเขาแล้ว อยู่ข้างหลังหล่อนนี่ไง”
สาลินหันไป พบว่าคุณชายรองยิ้มระรื่น ยืนฟังอยู่นานแล้วเดินเข้ามาในห้อง “เมื่อเช้านี้ คุณป้ากับคุณแม่เธอไปที่บ้านสวน ไปกราบคุณตาคุณยาย”
“คุณรองให้นายยอดขับรถไปให้น่ะ”
สาลินมองหน้าคุณชายรองแล้วหลบตาวูบ

5 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ที่ห้องรับแขกบ้านสวน อุ่นเรือนถือถาดของจากวังเดินตามตาผลยายพิศเข้ามาในห้องรับแขก คุณตาคุณยายแต่งตัวเต็มยศยืนต้อนรับอยู่ คุณสอางค์ คุณสร้อย อุ่นเรือน รีบไหว้คุณตาคุณยาย
สวัสดีครับ บ้านสวนของผมถือเป็นเกียรติเหลือเกินได้ต้อนรับคุณข้าหลวงใหญ่จากวังวุฒิเวสม์”
“เป็นเกียรติเหลือเกินค่ะ”
คุณสอางค์กล่าวตอบ “ขอบคุณค่ะ น้ำพริกผัดเสวยและของคาวหวานจากวังค่ะ เสด็จทรงประทานขอบใจที่ทางนี้ส่งผลไม้แสนอร่อยไปให้”
คุณตาคุณยายรับมาวางไว้ที่โต๊ะ คุณยายดีใจ “อุ๊ย....เป็นพระกรุณาเหลือเกินค่ะ”
คุณสอางค์ยิ้ม คุณสร้อยมองกวาดไปทั่วบ้านอย่างดูแคลนเล็ก ๆ

คุณสอางค์เล่าจบ คุณสร้อยทำหน้ามีชัย คุณชายรองอมยิ้ม
สาลินหน้าเสีย “นั่นแหละค่ะ คงดีใจจนโรคลมคงกำเริบ”
คุณสร้อยตบตั่งปัง “หล่อนไม่ต้องมาตะแบงแปลงความ ยังไงหล่อนก็ต้องอยู่ที่นี่”
คุณสร้อย คุณสอางค์ลุกขึ้น “แม่สร้อย ไปดูชุดที่เตรียมให้ยายสาเถอะไป”
“ค่ะ”
คุณสอางค์ยิ้มย่อง คุณสร้อยยังหันมาเชิดใส่ สีหน้าสมใจได้แก้คืน คุณสอางค์ออกไป คุณชายรองขำแล้วตามออกไปอีกคน
คุณสร้อยหันมาประชด “ยายสา ต่อไปไม่ต้องเอาของป่าของสวนมาบ้านนี้อีกนะ ฉันถือว่าเป็นของแสลงไม่เป็นมงคล”
“หนูก็มาจากบ้านสวน ถือว่าเป็นของแสลงเหมือนกัน หนูลากลับนะคะ”
คุณสร้อยดุ “ไม่ต้องมาทำหัวหมอ เลี่ยงบาลี ลงไปเดี๋ยวนี้”
สาลินนั่งก้มหน้างุดหมดสภาพ อุ่นเรือน กำไล พิศ ขยับมารุมล้อม สาลินทรุดลงไปอีก
“โธ่ ยายสา แม่ก็ห้ามแล้วทำไมไม่รู้เรื่อง”
“อิฉันก็ขมิบ เอ๊ย ขยิบตา บอกใบ้แล้ว” ยายพิศเล่า
“โดนเข้าไปเต็มรักเลยนะคะ” กำไลเสริม
สาลินเชิดหน้า “ฮึ สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นี่สองขาโด่เด่ มันต้องเซลงไปบ้าง”
“ว้าย นี่ภาษิตชาติไหนคะเนี่ย” กำไลอุทาน
อุ่นเรือนเหนื่อยใจ กำไลหัวเราะคิกๆ ยายพิศหัวเราะน้ำหมากหก สาลินมองออกไปเห็น คุณชายรองกำลังเดินสำรวจสนามบ้านอยู่

สนามบ้านราชดำริ สาลินตามออกมา คุณชายรองยังชื่นชมความสงบร่มรื่นของบ้าน
“เดี๋ยวนี้คุณชายรองดูจะเพ่นพ่านไปหลายที่นะคะ เดี๋ยวก็ไปบ้านสวน วันนี้ก็มาบ้านราชดำริ”
“ไม่ดีเหรอ ฉันจะได้ทำความรู้จักประวัติความเป็นมาทั้งของเธอ เออ....ของพี่สาวเธอด้วยไง”
“ก็รู้จักดีอยู่แล้ว”
“เปล่าเลย อย่างเมื่อกี้ก็เพิ่งรู้ว่าเธอปั้นน้ำเป็นตัวเก่งขนาดไหน นาดถูกจับได้ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้”
สาลินหน้าเชิด “ฉันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อไหร่”
“นี่ไง....กำลังทำอยู่นี่”
สาลินเลิกทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ทันที “นี่....อย่าบอกนะว่าเรื่องให้ฉันมาฝึกมารยาทผู้ดี เป็นความคิดของคุณ”
“เป็นพระดำริของเสด็จป้าต่างหาก เพียงแต่มีฉันคอยสนับสนุน”
“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม อย่ามาใกล้ฉันอีก ฉันไม่อยากให้มีเรื่อง....” สาลินลดเสียงลง “หึงหวง”
“แล้วบอกฉันได้หรือยังล่ะว่าใครกันที่หึงหวงเธอกับฉัน”
“อ้าว คุณพูดเองว่านายพลเด็กปั๊ม”
“ฉันเพิ่งรู้มาว่าไม่ใช่นายคนนั้น บอกฉันได้ไหม”
“คุณอย่ารู้เลย เดี๋ยวคุณจะไม่สบายใจเปล่าๆ”
คุณชายรองมองสาลินด้วยความรู้สึกเอ็นดู “เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”
สาลินมองคุณชายรอง สายตานั้นยิ้มให้อย่างอบอุ่น สาลินหลบตาทันทีนึกถึงคำพูดของไนเจลที่ว่าคุณชายรองหึงตน ยิ่งขวยเขินทำอะไรไม่ถูก “ฉันเข้าบ้านดีกว่า เดี๋ยวจะโดนครหา”
“เธอไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว ที่จริงฉันควรจะกลับตั้งนานแล้ว แต่รออยู่เพื่อเจอเธอก่อน”
“อยู่เจอฉันทำไม”
“ก็จะถามให้แน่ใจว่าใครกันนะที่หึงเธอกับฉัน” คุณชายรองโค้งให้เล็กๆ “เมื่อไม่ได้คำตอบเพราะเธอไม่อยากให้ฉันไม่สบายใจ ฉันก็ขอขอบคุณเธอที่ยังเห็นแก่ฉันอยู่บ้าง ตอนนี้ฉันสบายใจมากเลยล่ะ ฉันคงกลับเสียที สวัสดีสาลิน พบกันอีกครั้งคืนนี้ที่วังวุฒิเวสม์” คุณชายรองยิ้มละไม เดินกลับออกไปหน้าบ้าน
สาลินมองตามตาปริบๆ ไม่แน่ใจเจตนาในคำพูดของคุณชายรองสักเท่าไหร่ แต่ก็หวั่นไหวไม่ใช่น้อย

ห้องศรีจิตราบ้านราชดำริ สาลินนั่งคุยกับแม่ ตาเบิกโพลง “จริงเหรอคะแม่ คุณยายเล่นงานคุณป้าเสียอยู่หมัดเลยเหรอคะ”
“จริงซี แม่ละนั่งแทบไม่ติดพื้นเลย”
“งั้นสิ เมื่อกี้คุณป้าถึงได้สั่งว่าไม่ให้เอาของกินจากบ้านสวนมาที่นี้อีก บอกว่าเป็นของแสลง แล้วเรื่องมันเป็นยังไงค่ะแม่ เล่าเลย” อุ่นเรือนย้อนนึก

ห้องรับแขกบ้านสวน ของฝากจากวังเต็มโต๊ะ คุณตา คุณยาย คุณสร้อย คุณสอางค์ดูมีมารยาทใส่กัน อุ่นเรือน ยายพิณ ตาผล มองทั้งสองฝ่ายใจคอไม่ดี คุณสร้อยยิ้มกริ่ม
คุณยายชื่นชม “แหม....ของจากในวังน่าทานทั้งนั้นเลยนะคะ”
คุณสร้อยเหน็บ “แต่ไม่รู้ว่าจะทานเป็นรึเปล่านะคะ เพราะคงคุ้นแต่ของสวน”
คุณยายหน้าตึงสบตาคุณตา “ไอ้ทานน่ะทานเป็นหรอกค่ะ..... เพราะที่บ้านก็ดัดแปลงของสวนให้ขึ้นภัตตาคารขึ้นเหลา ขึ้นห้างเหมือนกัน”
คุณสร้อยย้อน “ก็แค่ระดับเหลานะคะ เสิร์ฟอาแปะ อาม่า ทานไปคงถ่มถุยไปด้วย”
คุณสอางค์สะดุ้ง รีบหยิกคุณสร้อย แต่คุณสร้อยไม่สนกลับลอยหน้า อุ่นเรือนหน้าเสีย คุณยาย คุณตา ยายพิณ ตาผล มองหน้ากันอย่างสุดทน
คุณยายสวนกลับ “เอ....ไอ้ถ่มถุยน่ะ มันนิสัยไพร่ค่ะคุณสร้อย ถึงฉันจะเชื้อจีนแต่ไม่เคยทำนิสัยต่ำช้าแบบนั้น กรุณาอย่าเหมารวม”
คุณตาเสริม “ใช่....แล้วของเหลาที่ว่าก็เป็นของสูงระดับฮ่องเต้ ถือว่าระดับชาววังเหมือนกัน”
คุณสร้อยยังย้อน “ไม่ทราบค่ะ เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่ ก็ล้งเล้งไม่มีมารยาทผู้ดีกันสักเท่าไหร่”
คุณยายจัดเต็ม “ถ้าจะวัดความเป็นไพร่หรือผู้ดี ไม่น่าจะวัดกันที่อาหารนะคะ เพราะอาหารทั้งของสวนของวังมันก็มีคุณค่าในตัวทั้งนั้น แต่ไอ้ที่มันไร้ค่าจริงๆ มันต้องวัดกันที่นิสัย สันดานหรือกำพืดของคนค่ะ ประเภทที่เที่ยวดูถูกดูแคลนชาวบ้านเขาไปทั่ว ถือว่าตนนั่นเหนือกว่าคนอื่น นั่นแหละถือว่าเป็น “ไพร่” ของแท้”
คุณสร้อยอ้าปากค้าง ยายพิณตบเข่าฉาด “แหม....คุณยายพูดถูกใจ กวีเอกท่านถึงว่า ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต”
ตาผลต่อ “แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจาฯ”
คุณสร้อยโมโห “ว้าย ให้บ่าวไพร่มาเสนอหน้าตีฝีปากแบบนี้ พี่สอางค์ กลับเถอะค่ะ”
อุ่นเรือนแย้ง “อ้าว.....คุณพี่คะ ไม่อยู่ทานกลางวันกันก่อน”
“ฉันไม่อยู่แล้ว” คุณสร้อยลุกพรวด คุณสอางค์ลุกตามละล้าละลัง
คุณตาแสร้งชวน “อยู่ก่อนซีคุณนาย วันนี้เรามีเมนูบ้านสวนหลายอย่าง เช่นอะไรนะยายพิณ”
“แกงบอนค่ะ สำหรับคนปากบอน ปากเน่าปากหนอน”
ตาผลเอาบ้าง “มะระเอามายำ เรียกว่า มะ “ระยำ” ครับ”
คุณยายสำทับ “มีปลาทอดทั้งปลาแรด ปลาตีน ปลาลิ้นหมาด้วยนะคะ”
คุณสร้อยสะบัดออกทันที คุณสอางค์รีบไหว้ “ดิฉันลาก่อนค่ะ”
คุณยายอาศัยจังหวะนี้ รีบพูดกับคุณสอางค์ “คุณสอางค์คะ ไหน ๆ ก็มาแล้ว ฉันก็ขอฝากไว้สักเรื่อง ที่น้องสาวคุณห้ามปรามแม่อุ่นเรือนไม่ให้ไปเยี่ยมลูกในวัง เพราะหาว่าลูกฉันจะไปทำเปิ่นเทิ่นมันเทศขายขี้หน้าเสด็จน่ะ ฉันว่ามันเกินไป ลูกฉันอบรมมาดีมีมารยาทพอ อาจจะดีกว่าน้องสาวคุณด้วยซ้ำไป”
คุณตาย้ำ “พรากลูกพรากแม่น่ะ มันบาปนะครับ”
“ค่ะ ค่ะ ดิฉันจะเตือนยายสร้อยให้ค่ะ” คุณสอางค์รีบออกไป
อุ่นเรือนหน้าเสีย น้ำตาไหล “แม่ พ่อ”
“อ้าว ร้องไห้เสียแล้ว ไม่ต้องไปกลัวนะลูก ถ้ามันรังแกลูกอีก กลับมาอยู่บ้านเราเลย”
“หนูไม่ได้กลัวค่ะ หนูจะขอบคุณพ่อแม่ต่างหาก”
“อ้าว”
“ขอบคุณตาผล ยายพิณด้วย คุณพี่สร้อยน่ะ สมควรแล้วค่ะ” อุ่นเรือนหัวเราะสะใจทั้งน้ำตา ทุกคนโล่งอก คุณยายดึงอุ่นเรือนมากอดไว้
สาลินหัวเราะขำกลิ้ง “สนุกจัง....หนูกลับบ้านจะขอยายชิมปลาลิ้นหมาเสียหน่อย ฮ่ะฮ่ะ”
อุ่นเรือนพลอยหัวเราะไปด้วย “อย่ามาหัวเราะเป็นม้ามโนมัยอยู่เลย ได้เวลาไปฝึกดินเนอร์แล้วลูกไปเลยไปข้างล่างได้แล้ว เดี๋ยวคุณป้าจะรอนาน”

ห้องโถงบ้านราชดำริ ที่โต๊ะอาหารจัดวางจานชาม จานแบ่ง จานผลไม้ ช้อน ส้อม มีด ใหญ่ เล็ก คาวหวาน เต็มอัตราศึก สาลินนุ่งผ้าซิ่นยาวกรอมเท้าสมมุติเป็นชุดราตรี

บนโต๊ะจัดจานชามอาหารไว้ 2 ที่ใกล้กัน คุณสอางค์และสาลินเตรียมนั่ง กำไลกับยายพิศเอาอาหารมายืนรอ คุณสร้อยยืนกระพือพัดคอยจับผิด คุณสอางค์สอน “เวลาเข้านั่งโต๊ะ เข้าทางด้านขวานะลูก จะได้ไม่ชนกัน” สาลินงอนิ้วหัวแม่มือขวาเตือนตัวเอง ปากขมิบท่อง แล้วเข้าทางด้านขวาเก้าอี้นั่งลงพร้อมคุณสอางค์ “คลี่ผ้าเช็ดมือ ปูลงบนตักลูก” สาลินใช้สองมือคลี่ผ้าเช็ดมือ แล้วสะบัดพรึ่บ ผ้ากางออกคล้ายฝึกวิชากำลังภายในเกิดเสียงสนั่น คุณสอางค์เอามือทาบอกร้องว้าย
คุณสร้อยถลามาหยิก “สะบัดทำไมยะ จะปัดรังควานหรือ” คุณสร้อยคีบนิ้วบนต้นแขนสาลิน เตรียมบิด สาลินยกมือห้าม คุณสร้อยชะงัก คุณสอางค์ถลึงตาใส่คุณสร้อย

ตรงหน้าคุณสอางค์และสาลิน มีจานสเต็ก คุณสอางค์วางท่างดงามใช้มีดส้อมอย่างคล่องแคล่ว เพราะมีดคม แต่เจ้ากรรมสาลินได้มีดทื่อ จึงเถือเอาเป็นเอาตาย คุณสอางค์เตือน “ห้ามเท้าแขนหรือวางศอกบนโต๊ะนะลูก”
“ค่ะ”
“หล่อนจะอะไรขนาดนั้น” คุณสร้อยเอ็ด
“ใช้มีดหั่นเนื้อทีละคำ แล้วใช้ส้อมจิ้มเข้าปาก คว่ำส้อมนะลูกอย่าหงาย ไม่งาม” คุณสอางค์คว่ำส้อมนำสเต็กเข้าปาก เคี้ยวแช่มช้าและปรายตามามองสาลิน แล้วเอามือทาบอกอีก “ว้าย”
สาลินยังคงหั่น เนื้อในจานถูกหั่นเป็นชิ้นพอคำราว 15 ชิ้น เมื่อเสร็จก็เงยหน้ายิ้ม “หั่นทีเดียวจะได้กินต่อเนื่อง ความอร่อยไม่ขาดตอนค่ะ”
“อ้อ หั่นเผื่อผีบ้านผีเรือน เจ้ากรรมนายเวรหรือยะ” คุณสร้อยดุ
อุ่นเรือน กำไล ยายพิศ ยืนปิดปากหัวเราะ

คุณสอางค์จิบไวน์งดงาม เอาผ้าเช็ดมือแกะปาก แล้ววางมีด ส้อมเฉียงจาน แล้วหยิบแก้วไวน์แช่มช้ามาจรดริมฝีปาก คุณสอางค์ยิ้ม คุณสร้อยพยักหน้า ทันใดสาลินก็กระดกแก้วสูง ดื่มอั๊กๆ เห็นแก้วไวน์ที่ระดับไวน์เหือดลงทุกทีเป็นโฟร์กราวน์ คุณสอางค์ตาเหลือก คุณสร้อยวิ๊ด สาลินลดแก้วลง ยิ้มตาวาวพอใจรสชาติ
คุณสร้อยดุ “ว้าย หล่อน นั่นไวน์นะยะ ไม่ใช่หล่อฮั่งก๊วย”
คุณสอางค์ถามย้ำ “จำได้หมดแล้วใช่ไหมลูก”
สาลินยิ้มหวานแล้วสั่นหัว “จำไม่ได้เลยค่ะ”
คุณสอางค์ตกใจ “หา!”
คุณสร้อยซ้ำ “หนูบอกแล้ว ว่าจับลิงมาใส่ชฎารำฉุยฉายสำมนักขายังง่ายกว่า”
“ทำไมไม่เลี้ยงน้ำพริกผักต้มล่ะคะ จะได้ใช้มือเปิบ” สาลินลุกขึ้นกรายตัว

คุณสอางค์ตักเค้กสีสวบคำสุดท้ายเข้าปาก แล้วเอาผ้าเช็ดปากแตะริมฝีปากอีก “พอจบของหวานแล้ว ก็อาจมีชากาแฟ ผลไม้ แต่ว่าปรกติจะไปกินของพวกนี้ต่อใน ...ว้าย” คุณสอางค์หันมาเห็นสาลินหน้าแดงแจ๋ คอง่อกแง่ก ยิ้มคิกคักขำทุกอย่างในโลก “ยายสา ลูก” คุณสอางค์คว้าไวน์มาดูเห็นหมดขวด
“คนเดียวกินเกือบหมดขวด เมาแล้วซียะ” คุณสร้อยบ่น
“ฮิฮิฮิ ไม่เมาค่ะ คุณป้า”
“ไม่ใช่หมดขวดค่ะ นั่นขวดที่สอง” กำไลรายงาน
ยายพิศเสริม “ตอนคุณปลอบคุณพี่ คุณสาให้เปิดขวดที่สองค่ะ”
คุณสร้อย คุณสอางค์ เอามือทาบอกร้องอีก สาลินจิบไวน์งดงาม ตาฉ่ำ “สามจอกสี่จอกก็กรอกเข้า เมรีขี้เมานอนหลับใหล” โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย สาลินก็ฟุบลง หน้าจิ้มเค้กตรงหน้า แน่นิ่งวิสัญญีอยู่คาครีมสด
“แม่ช่วย / แม่มึง / แม่มึงหกตกแตก” คุณสร้อย คุณสอางค์ ยายพิศ กำไล ร้องพร้อมกัน
อุ่นเรือนมาประคองลูก สาลินหลับในวงแขนแม่ หน้าแหงนเงย ครีมเต็มหน้า มีเชอรี่ติดหน้าผาก

ห้องนอนคุณชายรอง คุณชายรองยืนอยู่หน้าชุดทักซิโด้ที่แขวนไว้ แล้วเอาแปรงปัดๆ
คุณชายเล็กโผล่มา “พี่รอง หม่อมจัดสโมสรตั้งแต่เช้า ยังไม่เลิกอีกเหรอครับ”
“ใช่ คงได้ หรือไม่ก็เสียจนไม่อยากเลิก”
“แน่ะ พี่รอง เล่นชุดใหญ่เชียว งานเลี้ยงสถานทูตไหนหรือฮะ”
“ไม่ใช่สถานทูตไหน ที่ตำหนักเสด็จป้านี่แหละ เด็จป้าทรงให้นายไปด้วย”
“โธ่ มาบอกอะไรตอนนี้ จะเตรียมตัวทันได้ยังไง”
มีเสียงเคาะประตู คุณชายรองอนุญาต เจียมถือไม้แขวนชุดทักซิโด้ พร้อมกางเกงมาในมือซ้ายขวา
“เจียมเตรียมชุดให้นายแล้ว”
“ผมปฏิเสธไม่ได้ซีนะนี่ มีแขกพิเศษที่ไหนมาหรือครับ”
คุณชายรองรู้แต่ก็หน้านิ่งเหมือนเคย “ก็คงพิเศษล่ะมั้ง ไม่งั้นเด็จป้าจะทรงเลี้ยงทำไม”
“ใครมารู้ไหม เจียม”
“ไม่ทราบค่ะ แต่คงสำคัญมากตำหนักโน้นเตรียมงานกันคึกคัก”
“คนสำคัญ ใครหว่า”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15 วันที่ 31 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ