อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15/3 วันที่ 31 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15/3 วันที่ 31 ต.ค. 58

คุณสอางค์เอ่ย “จะมียายสานั่นแหละเพคะ ไม่รู้จะได้เป็นแม่งานกับเขาบ้างหรือเปล่า”
“ไง สาลิน อยากเป็นแม่งานกับเขาบ้างไหม”
“หม่อมฉัน ชอบปิดทองหลังพระเพคะ”
เสด็จทรงแย้มสรวล คุณชายรองยิ้มมากขึ้น ศรีจิตรามองอย่างรับรู้อะไรบางอย่าง เสด็จก็ทรงรู้สึก มหาดเล็กรินเหล้าเชอรี่ จากนั้นก็เอาซุปมาเสิร์ฟ “งั้นเรามาเริ่มทานกันเลยดีกว่า”
สาลินยิ้มพรายก้มลงมองดูช้อนบรรดามี แล้วเกิดอาการงุนงง และลืมไปแล้วว่าใช้ยังไง คุณชายรองเหลือบดูเห็นอาการไม่มั่นใจของสาลิน เลยหยิบช้อนซุปให้ดู สาลินรีบคว้าบ้าง ท่องเบา ๆ “จากข้างนอกสุด เข้ามาข้างใน”

คุณชายรองยิ้มมากขึ้น สาลินทำสงบเป็นเจ้าหญิง ศรีจิตรามองดูแล้วยิ้มนิดๆ
ห้องเสวย จานเมนคอร์สเป็นสเตกเนื้อ มีผักต้มคลุกเนยเคียงมา พวกมันฝรั่ง แครอท สปิแนช แต่ที่เกินมาจากที่ฝึกไว้คือ ถั่วลันเตา มหาดเล็กเสิร์ฟซ้อส สลัด ตามมา สาลินยิ้มพรายก้มดู จานเมนูคอร์ส สลัด ขนมปัง เนย ซ้อสที่มีในโถคล้ายเหยือกเล็กถึง 3 โถ อีกทั้งแก้วไวน์ แก้วน้ำ สาลินตาเหลือกนั่งอึ้ง คุณชายรองเหลือบดูแล้วกระแอมเบา ๆ


เสด็จทรงคุยกับสอางค์และศรีจิตราอยู่ คุณชายรองหยิบมีดและส้อมเนื้อมา สาลินหยิบตาม คุณชายรองคว่ำส้อมจิ้มเนื้อเข้าปาก สาลินทำตาม สาลินกินผักหมดไม่รู้จะกินถั่วยังไง มองคุณชายรองอย่างวิงวอน คุณชายรองสบตาแล้วเอามีดเขี่ยถั่วมาเอาส้อมจิ้มเข้าปาก สาลินร้องในใจ “อ้อ ง่าย ๆ”
สาลินเอามีดเขี่ย เอาส้อมจิ้ม ทันใดถั่วก็กระเด็นแพร่ดไปในอากาศ สาลินอ้าปากค้าง คุณชายรองตกใจ ทั้งคู่มองตาม ถั่วนั้นเข้าไปปักผมคุณสอางค์ แทรกระหว่างมุกที่เสียบประดับผม อย่างแนบเนียนราวเป็นเซ็ทมาแต่เบื้องแรก
“ว้าย”
คุณสอางค์ตาเขียว หันมา
เสด็จรับสั่งถาม “อะไรหรือ สาลิน”
สาลินอึกอัก “เอ้อ”
คุณชายรองช่วย “เกล้าซุ่มซ่ามไปโดนสาลินเข้าพะยะค่ะ ขอโทษด้วย”
“ขอบคุณ เอ้ย ไม่เป็นไรมิได้ค่ะ” สาลินทำเจ้าหญิงใหม่ คุณชายรองอ่อนใจ ศรีจิตรามอง สาลินยังมองเม็ดถั่วบนผมของสอางค์อยู่

ห้องนั่งเล่น คุณชายรองเปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง ที่โซฟาเสด็จประทับนั่งฟังพระพักตร์แย้มยิ้ม สาลิน ศรีจิตรา คุณชายรองสงบฟังอย่างอารมณ์สุนทรีย์ ที่พื้นมาลา วรรณา เคลิ้มคล้อยไปด้วย สาลินพยายามจะหยิบเม็ดถั่วจากผมคุณสอางค์แต่ไม่ได้
เสด็จรับสั่ง “อ้อ ชายรอง ศรีจิตรา มะรืนนี้ คุณสถาปนิก เขาจะเอาแบบบ้านมาให้ดูนะ”
“พะยะค่ะ”
สาลินตาเบิกโพลง สบตาคุณชายรอง เสด็จทรงหันมา สาลินรีบทำเจ้าหญิงใหม่ “ไงสาลิน เธอชอบอ่านหนังสือมากหรือ”
“อ่านได้ทั้งวันทั้งคืนเพคะ”
“พวกเดียวกับชายรอง อ้อ เธอเคยเห็นหนังสือในห้องสมุดที่นี่หรือยัง”
“เห็นแล้วเพคะ แต่ยังไม่ได้สำรวจว่ามีอะไรบ้างเพคะ”
“เดี๋ยวให้ศรีจิตราพาไปดูซี”
ศรีจิตรากำลังจะตอบ แต่คุณชายรองพูดแซง “เดี๋ยวเกล้าพาไปดูเอง พะยะค่ะ” คุณชายรองสบตาสาลิน ศรีจิตราสังเกตดู เช่นเดียวกับเสด็จ
เสด็จเห็นเม็ดถั่วบนผมคุณสอางค์ คุณสอางค์หยิบออกมา “มะเขือพวงเพคะ”
“ชั้นว่าถั่วลันเตามากกว่า”

สาลินก้าวเข้าในห้องสมุดตำหนักใหญ่แล้วอ้าปากค้าง ตรงหน้าคือห้องสมุดมหึมา มีตู้หนังสือรูปทรงงดงามอยู่เต็มห้อง หนังสือในตู้ล้วนเป็นวรรณกรรมสูงค่า ทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ สาลินเดินไปดูตามตู้นั้นตู้นี่อย่างตื่นตาตื่นใจ ขณะนี้เริ่มดึกอากาศเย็น สาลินมีผ้าคลุมไหล่ คุณชายรองเอามือไพล่หลังเดินตามไปห่างๆ สาลินมาหยุดที่ตู้หนึ่งมองดูแล้วตาโต หนังสือเล่มใหญ่หนาพอสมควร หน้าปกชื่อ “บันเทิงทศวาร” ข้างๆ กันนั้นคือหนังสือ “จันดารา” สาลินอยากได้ จะหยิบหนังสือ
คุณชายรองกระแอมทันที “อะแฮ่ม”
สาลินทำเสไปหยิบหนังสือเล่มถัดไป แล้วรีบหันมา “นี่ ถ้าแปลนบ้านเสร็จ ก็ลงมือสร้างได้แล้วซีคะ แล้วคุณจะยังไม่ทำอะไรอีกหรือ”
“เธอจะให้ฉันทำอะไรล่ะ”
“ทำอะไรก็ได้ เพื่อไม่ให้มีการสร้างเรือนหอน่ะซี” สาลินค้อน
คุณชายรองมองตอบ สายตามีแววประหลาดลึกล้ำ เหมือนจะบอกนัยบางอย่าง “ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับพี่สาวเธอ เธอก็หาคนใหม่ให้ฉันซี หาคนที่ผู้ใหญ่จะเห็นชอบด้วยน่ะ”
สาลินไม่เข้าใจความนัยนั้น อารมณ์เสียเมื่อได้ยินคำว่าคนใหม่ “ทำไมฉันต้องหา “คนใหม่” ให้คุณ ที่คุณมีอยู่ยังไม่พอรึไง”
“ไหน อธิบายมาซิ เรื่องผู้หญิงคนใหม่ที่เธอว่า แถมเป็นหญิงเสเพลด้วยใช่ไหม”
“ใช่....ผู้หญิง เอ้อ....เสเพลที่เขามีคนรักอยู่แล้ว เป็นพวกเด็กปั๊มต่ำๆ “
คุณชายรองเอะใจ “หา...เด็กปั๊มต่ำๆ”
“เขาบอกว่าคุณน่ะ ไปรับไปส่ง ไปทะเลาะหึงหวงให้คนเห็น แล้วก็ไปกินข้าวที่บ้านแม่คนนั้นอยู่บ่อยๆ” คุณชายรองคิดปราดไป แล้วนึกออก ดวงตาพราวขึ้น หัวเราะออกมาเบาๆ สาลินยิ่งโกรธ “หัวเราะอย่างนี้ คุณยอมรับแล้วใช่ไหม”
“ฉันแค่พอจะนึกออกแล้วว่าหญิงเสเพลคนนั้นเป็นใคร”
“คุณยอมบอกแล้วซีนะ”
คุณชายรองจับต้นแขน 2 ข้างของสาลิน ไม่หนักไม่เบา ไม่มีท่าทีลวนลาม “เจ้าหล่อนยืนอยู่ข้างหลังนั่นไง”
สาลินอ้าปากค้าง ตาโพลง คณชายรองพลันจับให้สาลินหันหลัง สาลินยังงง หันไปแล้วชะงักตาเบิกกว้าง ในกระจกเงาสะท้อนสาลินยืนจ้องงงงันออกมา คุณชายรองยังคงจับไหล่ไว้เบาๆ
สาลินพึมพำแผ่วเบา “คุณหมายความว่าอะไร”
“ก็หมายความว่าในช่วง 2-3 เดือนมานี่ ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันเคยไปรับส่ง เคยทะเลาะ เคยไปกินข้าวบ้านด้วย ....ก็คือเธอ”
สาลินหมุนตัวกลับมา อ้าปากค้างมองคุณชายรอง ใกล้จนต้องแหงนเงย คุณชายรองหลุบตาลงดู ปล่อยมือ “ตายจริงคือฉัน แล้วยังเอาเรื่องของฉันไปลือว่าฉันเป็นหญิงเสเพล มีแฟนเป็นเด็กปั๊มต่ำๆ”
“เอาล่ะ ทีนี้บอกฉันได้รึยังว่าใครกันที่เอาเรื่อง “ของเรา” ไปลือ”
“คุณอย่ารู้เลยค่ะ”
คุณชายรองยิ้มอบอุ่นจนสาลินต้องหลบตา รีบแยกไปเกาะที่ตู้หนังสือ คุณชายรองมองตาม แล้วเดินตามมาใกล้สาลิน “แต่ฉันพอจะรู้นะว่า คนคนนั้นเขาตามไปหึงหวงเธอที่ห้องสมุดด้วย”
สาลินสะดุ้ง “คุณรู้เหรอคะ”
“รู้ซี ที่เธอกลัวคน “หึงหวง” ไม่อยากให้ฉันเข้าใกล้คือหญิงก้อยนี่เอง”
“รู้ก็ดีแล้ว เขาไปอาละวาดฉันที่ห้องสมุด ให้ฉันตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ตั้งเป็นอาทิตย์”
“ฉันขอโทษจริงๆ ที่มีเรื่องแบบนี้ ขอโทษด้วย”
“คุณไม่เห็นต้องมาขอโทษเลย แค่กลับไปคืนดีกับคุณหญิงซะก็สิ้นเรื่อง”
คุณชายรองเมินมองไปแล้วสั่นศีรษะ “ฉันกับหญิงก้อยคงไม่มีอะไรกันแล้ว”
“ฉันไม่เชื่อหรอก คุณกับคุณหญิงรักกันจี๋จ๋าจะเป็นจะตาย จะมาเลิกกันง่ายๆ ได้ยังไง”
คุณชายรองหันมามองนิ่ง สายตามีความนัยอีกแล้ว “คนเรา มันเปลี่ยนใจกันได้เสมอ.....เธอไม่รู้หรือ” ดวงตาคุณชายรองเป็นประกายประหลาด สาลินมองอย่างสงสัยในขณะเดียวกันก็ขัดเขินเพิ่มขึ้น

ศรีจิตราเดินข้ามโถงมาที่ห้องสมุด แง้มประตูมองเข้าไป ศรีจิตราก้าวเข้ามา มองดูทั้งคู่
“แล้วถ้าฉันหมดรักในหญิงก้อย เธอจะหาผู้หญิงคนใหม่ให้ฉันได้ไหม” คุณชายรองมองสาลินอย่างลึกล้ำ
สาลินเบือนหน้าไม่กล้าสบตา สายตาไปเห็นศรีจิตราเข้า รีบแยกเข้ามาคว้าแขนศรีจิตราทันที คุณชายรองนิ่งไป สาลินดึงศรีจิตราไปตู้ใบเดิม ดึงหนังสือ “บันเทิงทศวาร” และ “จันดารา”ออกมา “ดูซิ พี่ศรี มีเรื่อง ดีคาเมรอน กับ จันดารา ด้วย”
ศรีจิตราห้ามปราม “บันเทิงทศวารน่ะหรือ เอ้อ สาอย่าอ่านเลย”
“ทำไมคะ โธ่....หายากจะตาย”
“มันไม่เหมาะน่ะสา”
“แล้วจันดาราล่ะ”
“ยิ่งไม่เหมาะใหญ่”
คุณชายรองสนับสนุนศรีจิตรา “เธอน่ะเชื่อพี่สาวเถอะ มันไม่เหมาะกับเด็ก”
สาลินพยายามเถียง “ฉันไม่ใช่เด็กซักหน่อย”
คุณชายรองยืนยัน “นั่นแหละ มันไม่เหมาะกับสาว ๆ ด้วย”
ศรีจิตราเปลี่ยนเรื่อง “ตอนนี้ของว่างมาเสิร์ฟแล้ว เชิญกลับห้องโน้นเถอะค่ะ”
สาลินครวญ “อะไร กินอีกแล้วหรือคะ”
คุณชายรองชวน “ไปเถอะ”
สาลินเดินออกคุณชายรองทักขอหนังสือ 2 เล่มคืน สาลินมองหนังสือในมืออย่างเสียดาย คุณชายรองเอาหนังสือเก็บใส่ตู้

กองถ่านในเรือนครัว คุณชายเล็กหน้ามอม เสื้อขาวเปื้อนถ่าน นั่งกระจ๋องหง่องอยู่ ข้างๆ คือหม่อมอำพัน ชุดงามบัดนี้ขมุกขมอมเป็นนางหงส์ในสลัมนั่งหลับพิงไหล่คุณชายเล็ก คุณชายเล็กเอาผ้าคาดเอวปัดไล่ยุงให้ หม่อมอำพันละเมอ “เจ็ดนกอินทรี ผ่องค่ะ”
คุณชายเล็กทำตาปริบๆ คุณชายโตกลับมา “หม่อม หม่อมครับ”
หม่อมอำพัน ลุกขึ้นเลิกลั่ก “ตำรวจจะจับแม่เหรอชายโต”
คุณชายเล็กกลั้นหัวเราะ
“ตำรวจกลับกันหมดแล้วครับหม่อมแม่” คุณชายโตมองคุณชายเล็กอย่างหมั่นไส้เต็มที

คุณชายเล็กและคุณชายโตช่วยประคองหม่อมอำพันลุกขึ้นมา หัวกระเซิง เนื้อตัวมีรอยเขม่าและถ่าน จรวย นมย้อย น้อม เจียม ยืนดูกันอย่างอึ้งๆ จรวยแอบขำ
หม่อมอำพันสงสัย “ตำรวจรู้ได้ยังไงว่าตำหนักเราเปิดบ่อน”
จรวยย้อน “แหม ก็เล่นเปิดวงกันเปิดเผย รถราจอดเลื้อยเฟื้อยออกไปถึงนอกวัง ก็น่าจะโดนหรอกค่ะ”
“อ้อ นี่หล่อนแช่งฉันหรือยะ นังจรวย” จรวยเข้าแอบหลังคุณชายโต
นมย้อยเข้ามาหยิบผงถ่าน หยากไย่ออกจากหัวหม่อมอำพัน
คุณชายเล็กถาม “แล้วตำรวจจับใครไปบ้างไหมฮะ”
นมย้อยบอก “ไม่ได้จับใครซักคนค่ะ แค่ตักเตือน เพราะเห็นว่าคราวแม่คราวยายกันทั้งนั้น”
ยายน้อมอธิบาย “ที่จริงตำรวจไม่ได้มาจับไพ่หรอกค่ะ ตำรวจมาจับคนร้าย”
เจียมเล่าต่อ “เพราะมีคนโทรศัพท์ไปแจ้งความว่า มีโจรปล้นตำหนัก จับขา เอ๊ย แขกเป็นตัวประกัน”
คุณชายเล็กทำไม่รู้ไม่ชี้ หม่อมอำพันเต้นผาง “ไอ้อีคนไหนมันอุตริ พิสดาร วิตถารมนุษย์” คุณชายเล็กสะดุ้ง คุณชายโตมองคุณชายเล็กอย่างรู้ทัน “ใคร ใครมันอยากให้ฉันฉิบหาย โธ่ เพิ่งมือขึ้นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 ปี เงินก็ยังไม่ทันได้รวบมา ใคร” หม่อมอำพันกวาดตามองแล้วมาหยุดที่จรวย
จรวยตาเหลือกดูยิ่งมีพิรุธ “ดิฉันไม่เกี่ยวนะคะ”
“อ้อ นังตุ๊กแกกินปูน ร้องออกมาแล้ว”
“คุณชายขา ช่วยรวยด้วย หม่อมท่านปรักปรำรวย” จรวยเข้ากอดแขนคุณชายโตละล่ำละลัก หม่อมอำพันค้อนตาคว่ำเดินนำขึ้นตึกไป นมย้อย เจียม น้อมตาม จรวยตามไปด้วย
คุณชายเล็กผิวปากจะเดินออกไป คุณชายโตคว้าไว้ “เดี๋ยว เจ้าเล็ก ฉันรู้นะว่าเป็นแกที่โทรไปเรียกตำรวจ แกแกล้งหม่อมแม่ทำไมวะ”
“ก็...อยากให้หม่อมเลิกๆ บ้างนะครับ ยิ่งติดพนันก็ยิ่งล่มจมนะพี่โต” คุณชายเล็กยิ้มกริ้มแล้วแยกไป คุณชายโตส่ายหน้า

รถของตำหนักใหญ่แล่นมาจอดหน้าเทอเรซตำหนักใหญ่ คุณชายรอง ศรีจิตรามาส่งสาลินขึ้นรถ สาลินถือผ้าคลุมไหล่ขยุ้มมาเซนิดๆ ตาเยิ้ม มีอาการเมา “ส่งสาแค่นี้ก็พอค่ะ”
“ยายสาไม่น่าดื่มไวน์เข้าไปเยอะเลย” ศรีจิตราคิดแผน “คุณชายคะ ดิฉันขอตัวเข้าไปดูความเรียบร้อยข้างในก่อนนะคะ”
“เชิญ เดี๋ยวฉันก็จะกลับตำหนักเล็กเลยเหมือนกัน” ศรีจิตราไหว้ลา คุณชายรองรับไหว้ ศรีจิตราเดินไป สาลินลังเลแล้วยกมือไหว้คุณชายรอง “อ้อ ทีนี้ล่ะไหว้ได้”
“ฉันกลับล่ะ”
“เดี๋ยว” สาลินเลิกคิ้ว คุณชายรองทวง “ขอหนังสือคืนด้วย”
“หนังสืออะไร” สาลินมีพิรุธ
คุณชายรองคว้าผ้าคลุมไหล่คลี่ หยิบหนังสือบันเทิงทศวารออกมา สาลินอายทำโกรธกลบเกลื่อน “อีกเล่ม”
สาลินยิ้มเจื่อน หยิบจันดาราออกมาส่งให้ “เสด็จทรงประทานอนุญาตแล้วนะคะ”
“ถ้าทรงรู้ว่าเป็นเล่มนี้ล่ะก็ไม่มีทางอนุญาตหรอก นี่เธอไม่รู้เลยหรือว่ามันเป็นเรื่องยังไง”
“ทำไมฉันจะไม่รู้ มันเป็นเรื่อง เอ้อ วับๆ แวมๆ”
“ไม่ใช่แค่วับๆ แวมๆ มันโป๊กว่านั้น”
“แล้วทำไมคุณถึงอ่านได้”
“ก็ฉันเป็นผู้ชาย แล้วก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้วด้วย”
“ฮึ ไหนว่าคุณบอกว่า คุณนับถือความเสมอภาคทางเพศไง”
คุณชายรองมองสาลินมีแววแน่ใจบางอย่าง “เอาเถอะ แล้ววันหลังฉันจะให้เธออ่าน”
“จริงเหรอ แล้ว...วันไหนล่ะ”
“วันที่เธอแต่งงาน มีสามีแล้วน่ะซี”
สาลินหน้าแดง ค้อนแล้วเซ คุณชายรองจับไว้ สาลินยืนตรงรีบถอย “คุณ”
“แค่นี้ก็หน้าแดงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอายหรือเพราะเหล้า ยังไงเธอก็ยังอ่านไม่ได้ใหญ่ กลับบ้านไปนอนได้แล้ว” สาลินค้อนขวับขึ้นรถ รถแล่นออกไป

ในรถสาลินหน้าเชิดแล้วหันไปมองคุณชายรองยืนอยู่ที่เทอเรซห่างออกไปทุกที คุณชายรองยืนมอง รถเลี้ยวลับแนวต้นไม้ไป คุณชายรองยังคงยืนบนเทอเรซ แล้วมองดูหนังสือในมือ แล้วเดินลงจากเทอเรซ เพื่อเดินอ้อมไปยังตำหนักเล็ก ที่หลังประตูกระจก ศรีจิตราก้าวมามองตาม มีแววแน่ใจ พอใจ ดีใจ บางอย่าง ความกังวลลดลง

ห้องทรงพระสำราญ พระพักตร์เสด็จแย้มสรวลนิดๆ ทอดเนตรมองหนุ่มสาวทั้งสามมาตลอด ดวงเนตรเข้าพระทัยในทุกเรื่อง
คุณสอางค์เดินเข้ามาบอกเสด็จ “ทำไมต้องประจวบเหมาะมาจับไพ่เอาวันนี้ก็ไม่รู้นะเพคะ”
“ฉันคิดว่า ไอ้เจ้าเล็กหลบหน้าสาลินมากกว่า”
คุณสอางค์ตกใจหันมามอง “อะไรกันเพคะ คุณชายเล็กจะทำอย่างนั้นทำไม”
เสด็จทรงพระดำเนินมาประทับนั่งที่โซฟายาว “ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ไอ้เจ้าหลานคนนี้มันเจ้าเล่ห์แสนกล ไม่รู้ว่ามันมีแผนอะไรของมัน”
คุณสอางค์ยิ้มย่อง “ก็อย่างงี้แหละเพคะ หม่อมฉันถึงอยากให้จับคู่กับยายสา นิสัยใจคอเหมือนกันไม่มีผิด”
“แล้วเธอก็เห็นว่าศรีจิตราไว้ตัว เงียบขรึมเหมือนชายรองซีนะ”
“เพคะ ผัวเมีย เอ๊ย สามีภรรยา ต้องนิสัยใจคอเหมือนกันถึงจะไปกันได้”
เสด็จทรงแย้มสรวล พระเนตรหยั่งรู้บางอย่าง “มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
“วันนี้ถึงจะผิดแผนเรื่องคุณชายเล็ก แต่ก็ไปดีเรื่องคุณชายรอง ท่าทางเธอโอนอ่อนผ่อนตามมากแล้วนะเพคะ พูดคุยแย้มยิ้มสนิทสนมกับแม่ศรี ดี๊ดี หม่อมฉันปลื๊มปลื้มเพคะ” คุณสอางค์คิดเองเออเอง
เสด็จทรงอึ้ง “แต่ฉันว่าชายรองสนิทสนมกับสาลินมากกว่านะ”
“วุ้ย ก็เหมือนกันแหละเพคะ อีกหน่อยก็จะดองกันสองชั้น สนิทสนมกันอย่างนี้แหละดี”
เสด็จทรงแย้มสรวล พยักพักตร์น้อยๆ

วันรุ่งขึ้น ศาลากลางสวนตำหนักใหญ่ เสด็จประทับอยู่กับคุณสอางค์ ศรีจิตรา ตรงหน้าคือคุณชายเล็กกับคุณชายรอง บนโต๊ะมีน้ำชา อาหารว่างชุดใหญ่ มาลา วรรณานั่งอยู่ห่าง ๆ คอยรับใช้ คุณชายเล็กกำลังพลิกดูพิมพ์เขียวแปลนบ้านอย่างใจจดใจจ่อ
“เป็นยังไงศรีจิตรา แปลนบ้านที่สถาปนิกเขาเขียนมา เหมือนที่ตั้งใจไว้ไหม”
“พอใจเพคะ แต่ไม่ทราบว่าคุณชายว่ายังไงเพคะ”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15/3 วันที่ 31 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ