อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15/5 วันที่ 1 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15/5 วันที่ 1 พ.ย. 58

“ก็ไม่มีโอกาสนี่หว่า นะ....ถ้าฉันพลาดจากหญิงกลาง แกช่วยแนะนำสาลินให้ฉันหน่อย”
คุณชายรองลืมตัว “ไม่ได้.....ฉันไม่ให้..”
“ฉันไม่ให้... อะไรวะ”
“คือ....สาลินมีแฟนอยู่แล้ว แล้วแกอย่ามาทำให้หญิงกลางเสียใจ งานประสูติเด็จป้า แกจะได้เจอหญิงกลางอีกแน่ๆ อย่ามาคิดเพ้อเจ้อ” คุณชายรองแยกไป
ศุภรขำและกลายเป็นเครียดเพราะเป็นห่วงขึ้นมา “ไอ้หม่อมเอ๊ย.....หลอกเข้าหน่อยก็แบไต๋ เอาไงวะ หมั้นคนพี่แต่กลับรักคนน้อง”

ริมน้ำตำหนักใหญ่ คุณชายเล็กเดินผิวปากมา แล้วเห็นศรีจิตรากำลังอ่านหนังสือ “เงือกน้อย” อยู่ที่สนามกว้าง ข้างตัวมีพานดอกไม้เหมือนเพิ่งทำเสร็จ ห่างไปมีดอกบัวราว 20 ดอก หล่อน้ำไว้ในอ่างแก้วเหมือนเพิ่งหักมา ศรีจิตราดูงดงามโดดเด่น คุณชายเล็กมองอย่างอึ้งและชื่นชม ศรีจิตราเงยหน้าขึ้นตกใจนิดหน่อย คุณชายรองยิ้มเดินเข้าไป


“คุณชาย เชิญนั่งซีคะ”
“ครับผม” คุณชายเล็กนั่งลงตรงข้าม “แหะ แล้วคุณศรีจะไม่ชวนผมกินอะไรหรือฮะ”
ศรีจิตราเกือบค้อน “ก็กำลังจะชวนอยู่นี่ไงคะ” ศรีจิตราจัดโน่นเลื่อนนี่ให้
คุณชายเล็กกินหมับๆ “วันงานประสูติ คุณศรีจะแต่งแฟนซีอะไรครับ”
“ดิฉันกับพี่ๆ ที่ตำหนักจะรำถวายพรให้เสด็จท่าน ก็คงแต่งชุดที่รำน่ะค่ะ”
“โธ่ แล้วมันจะสนุกอะไรล่ะฮะ คุณศรีไม่ลองแต่งอะไรแปลก ๆ ดูบ้างล่ะครับ สนุกจะตายเวลาที่เราได้แกล้งเป็นอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา”
“เช่นแกล้งเป็นนายยอด โจรขโมยนาฬิกาน่ะหรือคะ”
คุณชายเล็กคอหด ศรีจิตราค้อนนิดๆ คุณชายเล็กยิ้มประจบ “คุณศรี น่าจะเป็นนางเซเฮราซาดในเรื่องอาหรับราตรี มานั่งเล่านิทานไงฮะ”
“คะ”
“พี่รอง จะได้ฟังนิทานเพลินไปเลย” ศรีจิตราหน้าหม่นลงนิดหนึ่ง คุณชายเล็กมองเพลิน
“ค่ะ คุณชายมองอะไรคะ”
คุณชายเล็กรีบแก้ตัว “เอ้อ อ้า คุณศรีอ่านอะไรอยู่ฮะ”
“นิทานของคุณชายไงคะ “เงือกน้อย””
““ลิตเติ้ล เมอร์เมด” ดีจัง งั้นเล่าให้ผมฟังบ้างซีฮะ”
“แน่ใจหรือคะ”
“ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ”
ศรีจิตรารวบรวมคำพูดแล้วเริ่มเล่า ลมแรงพัดมารอบตัว ต้นไม้สะบัดไหว ใบไม้กลีบดอกไม้โปรยปรายลง ศรีจิตราเล่าออกท่าทาง คุณชายเล็กมองตาค้าง ยิ้มไปด้วย เดี๋ยวก็ทำหน้าเศร้าเคลิ้มคล้อยไปกับการเล่าของศรีจิตรา ใบไม้ยังคงพัดกรูเกรียว คุณชายเล็กมองศรีจิตราแล้วภาพในฝันก็บรรเจิด

ศรีจิตราในคราบของเงือกน้อย ผมยาวสลวยปิดท่อนบน ว่ายอยู่ในทะเลลึก หมุนคว้างตามแรงหมุนของน้ำ เงือกน้อยโผล่ขึ้นเหนือน้ำ หมุนคว้าง แล้วสลายกลายเป็นฟองอากาศกระจายเต็มพื้นทะเล
ริมน้ำตำหนักใหญ่ ฟองอากาศผุดขึ้นเหนือน้ำไปทั่วบริเวณ แล้วค่อย ๆ จางหายไป คุณชายเล็กหลับตานิ่ง ศรีจิตรานั่งอยู่ข้างๆ “แล้วเงือกน้อยก็กลายเป็นฟองอากาศ อยู่คู่กับผืนน้ำทุกหนแห่งมานับแต่นั้น เป็นสัญลักษณ์ของรักแท้” ลมแรงพัดมาศรีจิตราหันมามองคุณชายเล็ก เห็นคุณชายเล็กพิงเสา ดวงตาปิดสนิท หายใจแผ่วเบา ศรีจิตราอึ้งแล้วยิ้ม พิศดูคุณชายเล็ก “.....ที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน” ศรีจิตรามองคุณชายเล็กแล้วยิ้มเศร้าเต็มที

สองวันต่อมา ที่เทอเรซข้างตำหนักใหญ่ คุณชายรองนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย ตรงหน้ามีน้ำชาและของว่างที่จัดมาอย่างงดงาม มาลา วรรณาและนางข้าหลวง 2-3 นางมาเมียงมองพลางหัวเราะคิกคัก ศรีจิตราก้าวมาฝืนทำท่าทีให้ปรกติ เดินเข้าไปยกมือไหว้ คุณชายรองลุกขึ้นรับไหว้แล้วผายมือให้นั่งลงด้วยกัน
“ฉันเอาผ้าที่เธอช่วยเลือกวันนั้น มาถวายเสด็จป้ากับคุณสอางค์ ขอบใจที่อุตส่าห์ช่วยเลือกให้”
“ดิฉันเต็มใจค่ะ”
คุณชายรองหยิบถุงผ้าข้างตัวขึ้นมาวางบนโต๊ะ วางหน้าไม่สนิทนัก แต่ด้วยความขรึมทำให้จับท่าทีได้ยาก “แล้วฉันก็มีผ้ามาฝากเธอกับ...น้องสาวด้วย เผื่อจะได้ใช้ในงานประสูติเสด็จป้า”
ศรีจิตรางง แล้วรีบไหว้ขอบคุณ “ขอบพระคุณค่ะ” นางที่แอบดูทั้งหลายตาโต ซุบซิบคิกคักกัน
“แค่นี้ล่ะ ฉันทำงานค้างอยู่ ต้องขอตัวก่อน” คุณชายรองลุกขึ้นเดินออกไป
ศรีจิตรานั่งงงอยู่ ลุ่มนางในกรูกันออกมา รุมล้อมคลี่ผ้าของศรีจิตราดู แต่ของสาลินมีเทปใสปิดถุงไว้จึงไม่ถูกละเมิด
มาลาปลื้ม “ว้าย เดี๋ยวนี้เช้าถึงเย็นถึง”
วรรณาชื่นชม “แถมมีของกำนัลไม่ขาดสาย”
ศรีจิตรายิ้มอ่อนๆ ดวงตาอึดอัดนิดหน่อย

ห้องทรงพระสำราญ มาลา วรรณายื่นหน้าซุบซิบบอกความ คุณสอางค์เบิกตากว้าง ลืมตัวพูดเสียงดัง “ว้าย เหรอ ทำไมไม่มาตามฉัน”
เสด็จประทับบนตั่ง ทรงจัดบายศรีอยู่กับศรีจิตรา เสด็จทรงเบือนพระพักตร์มา “คิกคักอะไรกัน”
“แหม ก็มันดีใจนี่เพคะ คุณชายรองมารับประทานของว่างกับแม่ศรีอยู่ตั้งนานสองนานเพคะ”
ศรีจิตราทำตาปริบๆ ค้านในใจ “โธ่ มาพูดแค่นาทีเดียวเอง”
“แถมเอาผ้าที่ร้านมาฝาก ไม่รู้กี่ผืนกี่กุรุตเพคะ”
ศรีจิตราแย้งในใจ “โธ่ แค่สองผืนเอง”
“อย่างนั้นหรือ ศรีจิตรา”
“เอ้อ ความจริงก็เดี๋ยวเดียวเท่านั้นเพคะ”
วรรณาเอ่ยแทรก “แหม เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเพคะ”
“อะไรกัน ศรีจิตรา ดู๊ หน้าตื่นเชียว”
คุณสอางค์คิดเองเออเอง “อย่าอายเลยจ้ะ แม่ศรีของป้า เห็นไหมเพคะ พอรู้จักมักคุ้นเข้า ก็ไปไหนไม่รอด”

มาลาเสริม “เพคะ นี่เอาผ้ามาให้สำหรับงานวันประสูติ”
วรรณาคิกคัก “คราวหน้าต้องเอาผ้ามาให้สำหรับงานหมั้น งานแต่งแน่เพคะ”
ศรีจิตราอึดอัด อึกอัก เสด็จทอดพระเนตรแล้วยิ่งครุ่นคิด “เอ้า พอย่ะ พอ นังบาหยัน ประเสหรัน พูดมากจนศรีจิตราอึดอัดแย่แล้ว”

ชานเรือนบ้านสวน สาลินถือกระเป๋าเดินอ่อนเปลี้ยเพลียแรงมาแล้วตาโต ตรงชานเรือนศรีจิตรานั่งอยู่กับคุณตา คุณยายๆ ทัก “นั่นไง เดินหิวซ่กเป็นนางสิบสองมาแล้ว”
สาลินค้อน หายเหนื่อย ถลาไปนั่งปุบชิดศรีจิตรา “อะไรกันนี่ พี่ศรีมานี่ได้ยังไงคะ”
“ก็นั่งรถที่วังมาน่ะซี”
“อะไร เดี๋ยวนี้พี่ศรีกล้าไปไหนมาไหนเองคนเดียวได้แล้วหรือ”
ศรีจิตรายิ้ม ในใจสะทกสะท้อนบางอย่าง “พี่ไม่ได้ง่อยเปลี้ยเสียขานี่จ๊ะ ไปไหนถึงต้องมีคนคอยประคอง แต่ก่อนสมัยเรียนพี่ก็ไปคนเดียว”
“แหม ก็โรงเรียนยายชีนั่น ห่างบ้านราชดำริจิ๊ดเดียวเอง”
“เอ้า พี่น้อง คุยไปก่อนนะ ตากับยายจะไปดูเขาขึ้นมะพร้าวหน่อย”
คุณยายคุณตาออกไปสวนกับยายพิณที่เอาน้ำมะตูมมาวาง สาลินคว้ามาดื่ม ยายพิณนั่งพับเพียบเท้าแขนแอ่นหยัด ผ้าแถบหย่อนหมิ่นเหม่อยู่
“พี่มีอะไรมาฝากแน่ะสา” ศรีจิตราส่งถุงกระดาษให้ สาลินรับถุงมาดึงผ้าออกดู พบว่าคือผ้าผืนงามราคาแพงลิบของคุณชายรอง
สาลินคลี่สะบัดผ้า มันแผ่ไปยาวเหยียด ทอประกายเหลือบเรืองรอง “ตายแล้ว ผ้าในฝันของสาตั้ง 6-7 หลา ไม่เป็นพันเป็นหมื่นหรือ โธ่พี่ศรีไปอุดหนุนอีตาคุณชายหน้าเลือดนั่นมาทำไม”
ศรีจิตราค้อน “เมื่อเช้าคุณชายหน้าเลือดเอาผ้ามาถวายเสด็จ ให้คุณป้าใหญ่ ให้พี่ แล้วผืนนี้เธอเจาะจงให้ฝากให้สาย่ะ”
สาลินอ้าปากค้าง รู้สึกผิดนิดหนึ่ง ยายพิณจับชายผ้าชื่นชมโสมนัส สาลินยักไหล่ “เขาซื้อให้สาเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ”
“เขาเอามาให้สาทำไมน่ะ พี่ศรี”
ศรีจิตราอมยิ้ม “พี่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะสา”
“หรือว่าสาไปว่าเขาหน้าโลหิต เขาก็เลยให้มาเป็นการประชด รู้ยังงี้จะว่าเขาให้หนักขึ้น เผื่อเขาจะประชดให้ลูกไม้เบลเยี่ยมมาอีกผืน ฮิ ฮิ ฮิ” ศรีจิตราส่ายหน้า
“งามยังกะผ้าทิพย์ ยิ่งกว่าสไบนางสีดาเสียอีก” ยายพิณชื่นชม
“หา ยายพิณไปเห็นมาจากไหน สไบนางสีดาน่ะ”
“ก็โขนสดไงคะ มาเล่นที่วัดใต้วันก่อน” สาลินลองเดรฟผ้าเอาทาบตัวยายพิณ ยายพิณหัวเราะนมกระเพื่อม “วุ้ย ผ้าดีๆ เอามาห่มให้อิฉัน เดี๋ยวจะหมองเสื่อมราศีเปล่าๆ แหม คุณชายเธอก็รู้ใจคุณสานะคะ เธอคงรักคุณสามาก”
สาลินเลิกระรื่น มองศรีจิตรา ศรีจิตราอึ้ง ดวงตามีแววแน่ใจมากขึ้น สาลินดุยายพิณ “ยายพิณ พูดอะไร คุณชายเป็นคู่หมั้นพี่ศรีนะ ไม่ใช่คู่หมั้นสา”
“อ้าว หรือคะ วุ้ย อิฉันเผลอไปอีกแล้ว”

วันรุ่งขึ้น ที่วังรัชนีกุล ห้องนอนคุญิงเทพีเพ็ญแสง มีผ้าผ่อนแพรพรรณมากมายพาดบนเตียง เก้าอี้สตูล เก้าอี้นอน ฉากบังตาเต็มไปหมด ที่กลางห้องคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยืนอยู่ ตรงคอมีขนนกดำยาวชี้ขึ้น ดูเหมือนสวมชุดราตรีประดับขนนกทั้งตัว รวมทั้งมีชายกระโปรงขนนกแผ่ไป วิรงรองอยู่ในชุดไมโครสเกิร์ต หลังเปลือย อกแหวกยืนมองอย่างทึ่งแกมริษยา เลื่อมประภัส ฉัตรอาชานั่งคุกเข่ามองดูห้องนอนอย่างตะลึง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงขยับตัวเห็นว่าสวมชุดอยู่บ้านกรุยกราย สลิปเปอร์ส้นสูงปักพลอยเทียม ที่แท้เธอยืนอยู่ข้างหลังหุ่นเสื้อที่ไม่มีหัวที่สวมชุดขนนกไว้
ฉัตรอาชาถาม “เป็นอย่างไรครับ ชุดสำหรับออกงาน คุณฉัตรยืมมาจากห้องเสื้อ ระพีพัตน์เลยนะครับ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเอ่ย “ราชินีหงส์”
เลื่อมประภัสชื่นชม “โซ แดสเซลลิ่ง”
ฉัตรอาชาเป็นลูกคู่ “แกลเมอร์รัส”
เลื่อมประภัสพูดต่อ “สตูเพนดัส”
ฉัตรอาชาเสริม “ก้อ...เชียส”
วิรงรองอุทาน “ต๊าย ต้องฆ่าเป็ดฆ่าไก่ไปกี่ร้อยตัวนี่”
“ต่อให้เป็นพันตัวก็คุ้ม ถ้าสวยขนาดนี้” วิรงรองแอบแสยะ เพราะสงสารเป็ด คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไม่ได้สังเกต “เรียบร้อยไปเรื่องนึง ยังเหลืออีกเรื่อง”
วิรงรองสงสัย “เรื่องอะไรคะ”
“การซ้อมไงจ๊ะ”
“อ้อ บทเพลงแห่งความรักและความตาย เปิดเพลงเลยจ้ะ”
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาเข้าเปิดเพลงจากแผ่น มหาอุปรากรกระหึ่ม คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเริ่มกรีดกรายเต้นท่าหงส์เหิร เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาเต้นตามเข้าสอนท่าให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง วิรงรองมองอย่างเซ็งเต็มที

เทอเรซข้างตำหนักใหญ่ ศรีจิตรา สาลิน มาลา วรรณา และนางข้าหลวงสาวๆอีกสองนาง นุ่งผ้าโจงหัดรำ ด้านหนึ่งมีคุณข้าหลวงชราตีฉิ่งให้จังหวะ คุณสร้อยถือไม้เรียวเดินจับผิดอยู่

“เอาทำพร้อมกันซียะ ช้าๆ อย่ามาทำผล็อบแผล็บเป็นลิงล้วงก้น” คุณสร้อยเดินมาหาวรรณาที่ขำตัวเองหัวเราะคิก “อ้าว แม่เลื่อมลายวรรณ รำเทพบันเทิงนะยะ ไม่ใช่หล่อนบันเทิงเอง” คุณสร้อยเดินมาถึงมาลาที่ตั้งใจรำ คุณสร้อยมองสูงและต่ำ “ว้าย แม่วิมาลา รำไทยนะยะ อย่ามาส่ายสะโพกเป็นระบำนายหรั่ง” คุณสร้อยเดินวนมาถึงสาลิน “ว้าย ตายแล้ว แม่คุณ แม่ทูนหัว ทำไมแขนแมนหล่อนถึงได้แข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กา รำหน้าที่นั่งนะยะ ไม่ใช่ระบำลิงควักกะปิ”
“งั้นก็ต้องรำไปเกาไปซีคะ” ขาดคำสาลินก็ยกมือไว้ข้างคอ ส่ายมือถี่ ๆ แบบลิงในโขนเก่า
“ยายสา” ศรีจิตราปราม
“ว้าย ตายแล้ว ว่าก็ยังไม่มีสลด ไหนดูซิ ทำไมมันกระโดกกระเดกเหมือนหุ่นกระบอกงานวัด” คุณสร้อยเข้าช่วยดัดนิ้วสาลิน เมื่อปล่อยนิ้วก็แข็งโด่ขึ้นมาเหมือนเดิม

มุมโถงใหญ่ สาลินนั่งอยู่กับพื้น ศรีจิตราอยู่ใกล้ๆ คุณสร้อยจับแขนจับมือสาลินนวดดัดอย่างเอาเป็นเอาตาย สาลินร้องโอดโอย มาลา วรรณาหน้าซีด ยกอ่างดินควันโฉ่มา “มาแล้วค่ะ”
มาลานำเสนอ “น้ำข้าวที่คุณสร้อยสั่งค่ะ เพิ่งเช็ดน้ำมาเมื่อกี้เอง”
สาลินสงสัย “ถ้ากินแล้วแขนมันจะอ่อนหรือคะ”
คุณสร้อยดุ “ว้าย ใครให้หล่อนกิน เอามานวดแขนนวดนิ้วหล่อนย่ะ โบราณน่ะเขาทำกันอย่างนี้”
สาลินตาเหลือก คุณสร้อยเอาจอกเล็กตักน้ำข้าวมา มาลา วรรณา ศรีจิตราอกสั่นขวัญหาย
ศรีจิตราท้วง “คุณป้าขา มันต้องน้ำข้าวอุ่นไม่ใช่หรือคะ นี่มันน้ำข้าวเพิ่งเดือด”
“เอาเถอะย่ะ เดี๋ยวมันก็อุ่นเองแหละ” คุณสร้อยเอาน้ำข้าวราดแขน ร้อนพอประมาณพอทนได้ แต่สาลินร้องกรี๊ดด้วยมารยา คุณสร้อยเข้านวดขยำขยี้ ดัดแขน ดัดนิ้ว “ดูซียะ แขนแมน อ่อนขึ้นเป็นกองสองกอง”
ศรีจิตราสงสารน้อง “คุณป้าขา เขาต้องทำทุกวันตั้งแต่เด็กไม่ใช่หรือคะ นี่อีกหกวันต้องรำแล้ว”
สาลินรีบเห็นด้วย “ใช่ค่ะ ไม่ได้ผลหรอกค่ะ”
“ยังไงก็ต้องลองดู โบราณท่านว่า ง่า”
“ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยากค่ะ ไม่สำเร็จแน่ค่ะ”
คุณสร้อยค้อนตาคว่ำ ยังดัดแขนต่อ สาลินโอดโอย “ไม่ต้องมาโอดกาเหว่าเลย”
เสด็จ คุณสอางค์ยืนมองอยู่มุมหนึ่ง ยิ้มขำ คุณสอางค์ทูล “อย่าเพิ่งทอดพระเนตรเลยเพคะเอาไว้วันจริงดีกว่า”
“ฉันก็อยากดูแม่สาลิน”

เทอเรซข้างตำหนักใหญ่ ดนตรีจากแผ่นเสียงดังไพเราะพอควร เสียงแหลมมีพร่าเป็นระยะ บรรดานางรำเริ่มเข้าที่เข้าทาง คุณสร้อยนั่งบนตั่งตีฉิ่งหน้าเคร่ง แต่ดวงตาพอใจ ยิ้มพยักกับข้าหลวงชรา
“เหล่าข้าพระบาท ขอวโรกาสเทวฤทธิ์อดิสร”
สาลินและศรีจิตรารำเป็นคู่หน้า ท่วงท่าใช้ได้ การตั้งวงจีบนิ้วดูเข้าที
“ทำดีก็ทำได้ แต่ไม่ยอมทำกัน ดีๆ แม่ศรีเอียงหัวอีกนิด นี่ยายสายกขาดีๆ เราน่ะเป็นเทวดานะยะ ไม่ใช่หนุมานเหาะข้ามลงกา” สาลินตั้งอกตั้งใจรำ คุณสร้อยยิ้มออก สาลินยิ้ม
จากนั้นก็มาถึงช่วงเทวดา นางฟ้าเข้าเรียงแถวเดินถี่ๆตามกันเป็นวงกลม อันเป็นท่าตอนใกล้จบ
“วุ้ย ดี ดี ดี” คุณสร้อยชม สาลินยิ้ม ทันใดหางกระเบนสาลินก็หลุด ศรีจิตราเหยียบหาง ผ้านุ่งสาลินหลุด สาลินตาเหลือกตะครุบไว้แต่ไม่ทัน ผ้าลงไปกอง คุณสร้อยอุทาน “ว้าย ตาเถร” ศรีจิตราเซแซ่ดๆชนมาลา วรรณา 2 นางเซล้มคว้านางอื่นปั่นป่วนรวนเรไปหมด คุณสร้อยตกใจตีฉิ่งถี่ยิบ คล้ายตุ๊กตาลิง “หยุดๆๆๆๆๆๆ ว้าย ทำดีอยู่หยกๆ โอย ฉันจะเป็นลม”
บรรดานางรำยืนนิ่ง ศรีจิตรา มาลา วรรณากอดกัน สาลินยืนรำค้างเหลือกางเกงขาสั้นตัวเดียว คุณสร้อยลมใส่เอนซบ ข้าหลวงชรารับไว้

คุณชายรองยืนอยู่บนเทอเรซชั้นบนตำหนักเล็ก ลดกล้องส่องทางไกลลง แล้วหัวเราะลั่น นมย้อย น้อมและเจียมเดินมา คุณชายรองกลั้นหัวเราะ ดวงตาพราว
“ดูนกอีกหรือคะ คุณชาย” นมย้อยถาม
“จ้ะนม นกมันเต้นซนจนตกกิ่งไม้ลงไปเลย”
“ชุดงานแฟนซีคุณชาย ช่างเขาเอามาให้ลองแล้วนะคะ”
“อ้อ ขอบใจ แล้วนี่นมจะแต่งชุดอะไรล่ะครับ”
“วุ้ย ให้หนุ่มๆสาวๆ เขาสนุกกันเถอะค่ะ นมแก่แล้ว แต่งไปก็ไม่แคล้วเป็นยายเฒ่าทัศประสาท”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เด็จป้ายังทรงแต่งเลย”
“แหม ก็ยังทรงพระสิริโฉมขนาดนั้น ทรงอะไรก็งามค่ะ”
“ผมไปลองชุดก่อนนะครับ” คุณชายรองเดินไป
นมย้อยกับเจียมชะเง้อดู เจียมแอบหยิบกล้องมาส่องบ้าง “วุ้ย ดูนกอะไรกันคะ แอบดูคุณศรีรำละครต่างหาก”
“เฮ้อ นี่แหละที่เขาบอกว่า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง”
“จริงค่ะ เอ้อ คุณนมคะ วันงานหนูแต่งเป็นอะไรดีคะ”
นมย้อยมองดู “เลือกเอาก็แล้วกัน จะแต่งเป็นนางกุลา หรือนางวาลี”
เจียมค้อนนมย้อย แล้วครุ่นคำนึง “นางวาลีรูปชั่วแต่ได้ผัวเป็นพระอภัย”
ยายน้อมเหน็บ “ย่ะ แต่ลงท้ายถูกผีอุศเรนทับจนตาย”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15/5 วันที่ 1 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ