อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 16/3 วันที่ 2 พ.ย. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 16/3 วันที่ 2 พ.ย. 58

ศรีจิตราหันหลังให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงทันที สีหน้ายิ้มตื้นตัน ดีใจกับสาลินและชายรองเป็นอย่างที่สงสัยจริง ๆ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองดูจากด้านหลัง เห็นหลังของศรีจิตราไหวน้อยๆ เข้าใจว่าสะเทือนใจร้องไห้ นึกสะใจ

“ฮ่ะฮ่ะ ถึงขั้นร้องไห้เชียว สม” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกรายมาด้านหน้า ศรีจิตรารีบหุบยิ้ม ทำสีหน้าเรียบเฉย “ฉันมาพูดเพราะหวังดี ไม่อยากให้ชื่อเสียงของเธอสองคนมัวหมองไปมากกว่านี้ เพราะแม่น้องสาวปากดีของเธอ กำลังถูกจับคู่กับคุณเล็ก ถ้าข่าวออกมาว่าไปมั่วกับคุณรอง มันจะอื้อฉาวกันไปใหญ่ พี่สาวถูกคุณชายวุฒิวงศ์ปฏิเสธถึงสองครั้งสองคน แต่แม่น้องสาวกะจะรวบหัวรวบหางทั้งพี่ชายรองและน้องชายเล็ก”


“หยุดความหวังดีของคุณหญิงไว้เท่านี้เถอะค่ะ เอาเป็นว่าข่าวของดิฉันกับสาลินคงไม่อื้อฉาวได้เท่ากับชีวิตแต่งงานแค่เจ็ดเดือนของคุณหญิงไปได้แน่ๆ”
“นี่ แก”
“อย่าหยาบคายซีคะ ผู้ดีแท้น่ะ เขาไม่ใช้ผรุสวาจาแบบนี้หรอกค่ะ ไม่มีธุระแล้ว ดิฉันขอตัว” ศรีจิตราแยกกลับเข้าตึก ใบหน้ายังยิ้มกริ่มดีใจกับสาลิน
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหน้าเชิด ผิดคาดนึกว่า ศรีจิตราไม่มีฤทธิ์เดช “เลวทั้งพี่ทั้งน้อง”

ที่ปะรำ ไฟหรี่ลง เสด็จทอดเนตรบนเวที คุณสร้อย คุณสอางค์ยิ้มแป้น คุณชายรอง คุณชายโตและคุณชายเล็ก หม่อมวาณี หม่อมอำพัน จรวยนั่งเรียงกัน เพลงเทพบันเทิงขึ้น คุณชายเล็กหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมอย่างเนียนๆ คุณสร้อย คุณสอางค์กระดี๊กระด๊า หม่อมอำพันสะบัดพรืดใส่คุณสร้อย คุณสอางค์ จรวยขยับคอเสื้อให้ลึกขึ้น คุณชายโตเห็นอย่างรำคาญใจ กระดกเหล้าหมดแก้ว ทุกคนมองดูการแสดงบนเวที

ไฟบนเวทีสว่างขึ้นช้าๆ เห็นบรรดานางรำคือศรีจิตรา สาลิน มาลา วรรณาแต่งกายเป็นชุดเทพบุตร เทพธิดา ภูษาพัสตราภรณ์งามระยิบระยับ กำลังกราบกับพื้น แล้วเงยหน้าขึ้น
นักร้องร้อง “เหล่าข้าพระบาท ขอวโรกาสเทวฤทธิ์อดิสร” สาลิน ศรีจิตรา นางรำทั้งหมด เริ่มด้วยการถวายบังคม
ที่หลืบข้างเวที คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชามาดู สุ่มเบียดกันจนหลืบเกือบแตก สาลิน ศรีจิตรา มาลา วรรณาลุกขึ้น เริ่มร่ายรำอย่างงดงาม
“ขอฟ้อนกรายรำร่ายถวายกร บำเรอปิ่นอมรปะตาระกาหลา”
สาลิน ศรีจิตราลงจากฟลอร์มายังหน้าที่ประทับ สองพี่น้องในชุดเทพบุตร นางฟ้างามมลังเมลือง คุณชายรองมองดูแล้วเคลิบเคลิ้ม คุณชายเล็กมองพี่ชาย คุณชายรองรีบทำหน้าปรกติ
“ไง วันนี้นายยังจะหลบหน้าสาลินอีกไหม”
“ไม่แล้วฮะ คืนนี้ผมจะจองตัวคุณสาไว้ทั้งคืนเลย”
คำตอบนั้นทำให้คุณชายรองอึ้ง มองสาลินนิ่ง สาลินมองมาพอดี เห็นคุณชายรองมองมา ตาสบกันนิ่ง สาลินชะงัก คุณชายรองดวงตาเป็นประกายกล้าแต่หน้าเฉย สาลินหน้าแดงวูบ ศรีจิตรามอง แล้วเป็นช่วงเข้าคู่พอดี
ศรีจิตรากระซิบ “สมาธิ สา”
สาลินยิ้มพยัก เข้ารำแคล่วคล่อง ศรีจิตราทอดสายตามา คุณชายเล็กยิ้มกว้างยกนิ้วให้ ศรีจิตราด้วยท่ารำชม้าย
ชายตามา คุณชายเล็กอึ้ง สาลิน ศรีจิตรารำงดงามทอดสายตาไป คุณชายรอง คุณชายเล็กมองอย่างตราตรึงใจ
ข้างเวที คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองดูแล้วตาวาว หมุนตัวกลับเข้าหลืบ วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชามา “ติ่ง ฉันมีอะไรให้พวกเธอทำ”

คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาตรงมาที่เครื่องคุมเสียง แสง สี มีเจ้าหน้าที่คุมอยู่สองนาย คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงพยักหน้าให้วิรงรองและเลื่อมประภัส สองนางรีบเข้าไปทำพูดคุยให้ท่ากับสองหนุ่มทันที ฉัตรอาชาตรงไปหยิบแก้วน้ำแล้วราดลงไปบนเครื่องไฟฟ้า เสียงช็อตสนั่น ไฟดับพรึ่บทั้งงาน

บนฟลอร์ กลุ่มสาลิน ศรีจิตรายังคงร่ายรำอยู่อย่างพร้อมเพรียง ไฟดับพรึ่บทั้งงาน นักร้องหยุดร้องทันที
“สา เอายังไงดี”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”
บริเวณที่นั่งเสด็จ มองหน้ากันเลิกลั่ก คุณสอางค์ คุณสร้อยหน้าเสีย มหาดเล็กวิ่งกันแทบชนกันไปมา เสียงเอะอะ
เริ่มดังขึ้นทุกที แล้วทันใดไฟจากแสงเทียนเล่มใหญ่ก็สว่างขึ้น ทุกคนมองมาเป็นตาเดียว คุณชายรองและคุณชายเล็กที่ยังสวมหน้ากาก ถือเทียนคนละเล่ม สว่างไสว มหาดเล็กเข้ามาพร้อมเทียนและเชิงเทียนอีกหลายเล่ม คุณชายรองและคุณชายเล็กรีบจุดเทียนต่อๆ ไป คุณชายโตลุกมาช่วยด้วย ห้องโถงเริ่มสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง คุณชายรอง คุณชายโตและคุณชายเล็กเดินมาหน้าเวที และวางเชิงเทียนใหญ่ไว้หน้าเวทีคนละมุม
เสด็จยิ้มร่า ปรบมือนำ คุณสอางค์ คุณสร้อย หม่อมวาณี หม่อมอำพัน จรวยและแขกปรบมือตาม สามหนุ่มทหารเสือราชินีโค้งให้ทุกคน สาลินและ ศรีจิตรายิ้มออกมาได้ สาลินมองมาที่คุณชายรองอย่างขอบคุณ ศรีจิตรามองคุณชายเล็กขอบคุณเช่นกัน
“คุณครูครับ ร้องต่อได้เลยครับ”
“ค่ะ ค่ะ” ครูขับร้องร้อง “สุรศักดิ์ประสิทธิ์ สุรฤทธิ์กำจาย”
สี่สาวรำกันต่อ ท่ามกลางแสงเทียนวับแวม สวยมลังเมลืองไปอีกแบบ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและกลุ่ม มามองดูข้างเวที คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไม่พอใจ “ต๊าย หน้าด้านที่สุด มันยังรำกันต่อได้ หน้าไม่อาย”
วิรงรองเอาใจ “นั่นซีคะ หน้าด้านสะพานเหล็กจริงๆ” ทั้งกลุ่มสะบัดพรืดกลับไป
ถึงช่วงจบ สาลิน ศรีจิตรา มาลา วรรณาเข้ามารวมกัน ทำคอมโพสจบ แล้วทรุดลงกราบเนิ่นนาน เสด็จทรงปลื้มพระทัยลุกขึ้น “ขอบพระทัย ขอบใจทุกพระองค์ และทุกคนจริงๆ”
เสด็จทรงปรบมือนำ ทุกคนปรบมือตาม เนิ่นนาน จู่ๆไฟก็ติดสว่างเหนือฟลอร์และเวที สาลิน ศรีจิตรายิ้มให้กัน มาลา วรรณาพยักเพยิด ชื่นมื่นกับความสำเร็จและเสียงปรบมือไปทั้งโถง

ส่วนซุ้มอาหารจัดอยู่อีกโถงหนึ่ง ทำเป็นโต๊ะยาว ศศิรัชนีกำลังวางเค้กที่อาหารว่างที่จัดเตรียมมาจากวังวางมุมหนึ่งของโต๊ะ ทหารเสือหนุ่มใส่หน้ากาก เดินเข้ามา
“ขอเค้กชิ้นนั้นให้ทหารเสือราชินีหน่อยได้ไหมครับ กระผมชื่อดาตาญัง”
“คุณศุภร”
ศุภรถอดหน้ากากออก “ทำไมจำได้ล่ะครับ คืนนี้มีคนแต่งสามทหารเสืออยู่ตั้งหลายคนนะครับ”
“แหม....เสียงแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ไม่มีใครเหมือนหรอกค่ะ นี่ค่ะ เค้กสำหรับทหารเสือ” ศศิรัชนีส่งเค้กให้ศุภร ศุภรรับมาทานแล้วส่งตาหวาน “ฉันมีอะไรผิดปรกติเหรอคะ”
“เปล่าครับ ผมมองเพราะคุณกลางสวยเป็นพิเศษน่ะ แต่งเป็นอะไรครับคืนนี้”
“ทายซีคะ ผมยาวขนาดนี้ต้องเป็นใครเอ่ย”
“เลดี้โกไดวา”
“อุ๊ย นั่นมันหญิงแก้ผ้าขี่ม้าไปทั่วเมืองนะคะ”
“ทะ...โทษครับ งั้น....เงือกน้อยครับ”
“นั่นท่อนล่างเป็นปลา ท่อนบนเปลือยอกค่ะ”
“จนปัญญาแล้วครับ ขอไม่ทายแล้วครับ ทายทีไร เป็นหญิงเปลือยทุกที”
“ฉันเป็นราพันเซล สาวน้อยบนหอคอย ที่หย่อนเส้นผมให้เจ้าชายปีนขึ้นไปหาไงคะ”
“แล้วผมมีสิทธิ์ปีนขึ้นไปบนยอดหอคอยของคุณกลางได้บ้างไหมครับ”
“ถ้าคุณไม่กลัวคำสาปของแม่มดใจร้าย ฉันก็ยินดีค่ะ”
ศุภรปลื้มเผลอยัดเค้กเข้าปากทั้งชิ้น จนสำลัก ศศิรัชนีต้องรีบหาน้ำให้กิน

บนเวที สระน้ำจำลอง มีน้ำพุเล็กๆ เลื่อนมาตั้ง เสด็จทรงทอดพระเนตร คุณสร้อย คุณสอางค์มองดูบ้าง หม่อมอำพันกระพือพัด “เป็นไง หม่อม ว่าที่สะใภ้รำ”
“ก็งามเพคะ” คุณสร้อย คุณสอางค์ยิ้มพยัก “แต่รำไทยเห็นทุกบ่อยๆ โทรภาพก็ออกอยู่เกือบทุกวัน” หม่อมอำพันเน้นเสียง “…น่าเบื่อเพคะ”
คุณสร้อย คุณสอางค์หุบยิ้ม หม่อมอำพันยิ้มสะใจ เสด็จทรงเซ็ง หม่อมวาณียื่นหน้ามา “ถ้าเบื่อรำไทย ก็ต้องดูหญิงก้อยแสดงซีคะ” หม่อมอำพันยิ้มอย่างเสียไม่ได้ บรรดาแขกในปะรำปรบมือ หม่อมวาณีปรบแบบมือแทบหักกับจรวย คุณสร้อย คุณสอางค์ หม่อมอำพันปรบอย่างเสียไม่ได้ เสด็จทรงแย้มสรวล หม่อมวาณียิ้มพยักกับทุกคน “โมเดิร์นแดนซ์ดัดแปลงจากโอเปร่าค่ะ”
แสงไฟฟอลโลว์สว่างกลางเวที พร้อมกับเสียงร้องโซปราโน่ดังแหลมก้องกัมปนาท แสงจับเต็มที่ที่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงในชุดนางพญาอลังการ เสื้อคลุมลากไป 7 เมตร หน้าแหงนเงย มือกรีดกราย ทำท่าโหยหวนลิปซิงค์เจ็บช้ำกับรักต้องห้าม ที่ต้องพรากจากชายคนรักไปแต่งกับชายที่ตนไม่รัก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงมองมาที่คุณชายรอง มือกรายตรงมา คุณชายมองตกใจนิดหน่อย เสด็จทอดพระเนตรแย้มสรวลนิดๆ เพราะถ้าไม่คำนึงถึงความเว่อร์ก็จัดว่าเพราะ หม่อมอำพันมีอาการปลื้มพยักพเยิดกับคนนั้นคนนี้เหมือนฟังรู้เรื่อง คุณสอางค์ คุณสร้อยทำหน้ารังเกียจ
หม่อมวาณีเหน็บแนม “ออกจะชั้นสูงซักหน่อย รู้เรื่องนะคะ”
“รู้เรื่องค่ะ” คุณสร้อยกระซิบกับคุณสอางค์ “แต่เสียงแหลมคล้ายเปรต”
“ท่าก็เหมือนกำลังขอส่วนบุญ”
เสด็จได้ยินทั้งหมดกลั้นพระสรวล คุณชายเล็กหัวเราะพรืด คุณชายรองอึ้ง
หม่อมอำพัน กระซิบกับคุณชายโตและจรวย “เต้นรำอย่างกับอีแร้งอีกา แถมเสื้อคว้านคอซะลึกเห็นไปถึงฟักแฟงแตงโม”
จรวยประชด “นั่นซีคะหม่อม คว้านอกลึกไม่อายชาวบ้านเขาเลยรึไง” ทั้งสองนางคว้านเสื้อลึกกว่าคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง
บนเวที คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยกมือ มือกรายวิงวอน ปากร่ำร้อง

ที่หลืบเวที สาลิน ศรีจิตรา วรรณา มาลาชะโงกดู “คุณหญิงคงใช้เพลงสื่อความอะไรบางอย่าง”
“ค่ะ สาเองก็อยากสื่อความอะไรบางอย่างให้คุณหญิงเหมือนกัน”
ถึงช่วงพีค คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงยืดตัวชุดคลุมหล่นกอง เหลือแต่ชุดที่ดูคล้ายชุดชั้นใน เสด็จมองตาค้าง สะดุ้งเฮือกพร้อมกัน คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงร้องลิปซิงค์มาถึงท่อนพีค ยิ่งกรายมือร้องขอ คุณชายรองมองดูนิ่ง
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา วิรงรองหมุนตัวออกไปเป็นหางเครื่อง ฝ่ายเตรียมเอฟเฟกค์เตรียม ชายคนหนึ่งกดเปิดพัดลมยักษ์ ชุดเทพีเพ็ญแสงด้านหลังเป็นผ้าบางปลิวไสว สูงขึ้นไป 7-8 เมตร ยิ่งดูป่วนปั่น แสดงถึงความเจ็บปวด
หวั่นไหวของอิโซเด สามนางเข้าจับชายผ้าให้สะบัดกระพือปลิวไหว
ที่หลังเวที สาลินยิ้มพยักกับมาลา วรรณา สองสาวกระซิบกับเจ้าหน้าที่โปรยผงทองว่าตนจะช่วยเอง เจ้าหน้าที่ตกลง “ตรงนี้แหละค่ะ” สาลินยิ้มเหี้ยมเกรียม
ดนตรีทำพีคสูงสุด คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงอ้าปากกว้าง แผดร้องสุดเสียง สามนางคอรัส วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา แขกบนปะรำสะดุ้งเฮือก เสด็จทรงนิ่วพระพักตร์ คุณสอางค์ คุณสร้อยผงะ หม่อมวาณียิ้ม คุณชายรองอึ้ง
คุณชายเล็กอุดหู จรวย หม่อมอำพันยกมือทาบอก คุณชายโตเริ่มขยักขย่อน
ที่หลืบ สาลิน มาลา วรรณาโผล่มา มาลาเทผงทอง ผงทองโปรยลงสู่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เวทีนั้นดูระยิบระยับเปี่ยมจินตนาการ คนดูตื่นตะลึง สาลิน มาลา วรรณาเทผงพริกไทยลงหมด 4 ขวด ผงพริกไทยปนผงทองเข้าปาก จมูก หัว ร่องอกคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เอิบอาบเคลือบร่างวิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา
บนปะรำ หม่อมวาณีพยักเพยิดกับทุกคน “ว้าย ลูกจ๋า ยังกะนางฟ้าบนสรวงสวรรค์”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงพลันสำลักพรวด น้ำตา น้ำมูก น้ำลายพร่างพรูพราวพรายออกมาพร้อมกัน คนดูผงะ หม่อมวาณีเริ่มเจื่อน วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชามีอาการฮึบเข้าไป แล้วจามพรวดจนตัวก้มแล้วเงยขึ้น จามพร้อมกันทั้งสี่นาง แขกทั้งงานชี้ชวนกันดู หัวเราะกันลั่น คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงสะอึก แล้วจามอีกที แล้วเซแซ่ดๆกระเด็นตกลงในอ่างน้ำพุ สาลิน มาลา วรรณาร้องกรี๊ด ลิงโลด
วิรงรองวิ่งถลามาช่วยฉุดคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงร้องกรี๊ดๆ เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาเข้าช่วย แต่ทุกคนลื่นแพร่ดตกอ่างน้ำพุ แสงแฟลชสว่างวาบจากช่างภาพ
ที่หลังเวที สาลินกับมาลา วรรณา ศรีจิตรายืนกอดอกรอ สาลินยิ้มร่า ศรีจิตราหยิก สาลินร้องโอดโอย ศรีจิตราเดินไป สาลินค้อนไล่หลังพี่สาว หัวเราะคิกแล้วหันมามองทางเวที
บนเวที คุณชายรอง คุณชายเล็กและคุณชายโตขึ้นไปบนเวทีพร้อมกัน ช่วยประคองทั้งสี่นาง คุณชายรองประคองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงขึ้นจากสระ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงเมื่อเห็นคุณชายรองเข้ามาช่วย ก็แสร้งทำเป็นลมในอ้อมแขนของคุณชายรองทันที คุณชายรองประคองเข้าหลังเวทีไป ผ่านหน้าสาลิน คุณชายรองมองสาลินอย่างตำหนิ สาลินสลดไป คุณชายโตประคองวิรงรองและเลื่อมที่ทำท่าเป็นลมเช่นกันผ่านไปอีกคน ตามมาด้วยคุณชายเล็กใส่หน้ากาก ที่มีฉัตรอาชาซบไหล่อยู่ ทำท่าเหมือนจะสิ้นใจ คุณชายเล็กก้มหน้างุดไม่กล้ามองสาลิน สาลินก็ไม่ทันสนใจ เพราะสลดอยู่กับสายตาตำหนิของคุณชายรองเมื่อกี้
มาลารีบบอก “อุ๊ย....คุณสาคะ เมื่อกี้คุณชายเล็กไงคะ”
“หืมม์ คนไหนเหรอคะ”
วรรณางง “อ้าว ก็เดินผ่านหน้าไปเมื่อกี้ไง”
“ไม่ทันมองค่ะ”
หม่อมวาณีเป็นลม คุณสอางค์ คุณสร้อย หม่อมอำพัน จรวยต้องช่วยกันพัดวี เสด็จกลั้นหัวเราะ เบือนพักตร์ไปทางอื่น ไม่อยากให้ใครเห็น

ห้องแต่งตัวหลังเวที คุณชายรองประคองคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงลงกับโซฟายาวในห้องส่วนตัว คุณชายรองเช็ดผมและใบหน้าให้ “หญิง” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงปรือตาขึ้น “เป็นยังไงบ้างหญิงก้อย”
“คุณรอง พาหญิงออกไปจากที่นี่ทีเถอะค่ะ หญิงทนอยู่ในงานอีกไม่ได้แล้ว หญิงอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แล้วการแสดงของหญิงก็น่าสนใจไม่น้อย ใครๆ ก็ชื่นชม”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงขยับร่างขึ้น “คุณรองชอบเหรอคะ”
“ชอบซีครับ อย่างน้อย “การแสดง” ของหญิงเมื่อกี้ มันบอกเล่าความจริงบางอย่าง”
“ความเจ็บปวดที่ต้องพรากจากคนที่รัก”
“ถ้าเป็น “การแสดง” ก็ใช่ครับ”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงไม่ทันคิดว่าโดนกัด “นั่นล่ะค่ะความรู้สึกแท้จริงของหญิง คุณรองขา หญิงเสียใจที่ทำร้ายจิตใจคุณ ให้อภัยหญิงเถิดนะคะ แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่”
“อีกครั้งงั้นเหรอ แล้วครั้งนี้ต้องเจ็บกันอีกรึเปล่า”
“ไม่ค่ะ หญิงสัญญา” คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงขยับร่างเข้ามาใกล้คุณชายรอง ใบหน้าใกล้จนแทบจะสัมผัสริมฝีปากกัน
“งั้นสัญญาผมสักเรื่อง”
“ว่ามาซีคะ”
“อย่าไประรานสาลินที่ห้องสมุดอีก มันไม่งามสำหรับสำหรับความเป็นหม่อมราชวงศ์ของหญิง”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงผละออกทันที คุณชายรองลุกขึ้นยืนสีหน้าเรียบเฉยเย็นชา คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงลุกพรวดขึ้น “สารภาพแล้วใช่ไหมคะว่าคุณหลงเสน่ห์นังนั่น ทั้งๆ ที่เราเคยรักกันหมดหัวใจ”
“เทพีเพ็ญแสง นี่แหละความจริงที่ผมพูดถึง ผมไม่แน่เสียแล้วว่าคุณเคยรัก “ผม” หรือ “ใคร” บ้างไหม เพราะความจริงที่ผมสัมผัสตอนนี้ คุณมีแต่ความรักตัวเอง”
“คุณรอง”
“อ้อ ขอชม บทบาทของหญิงเมื่อกี้ มันจริงกว่าที่หญิง “เล่น” อยู่ในชีวิตประจำวันมากเชียวล่ะ” คุณชายรองออกจากห้อง
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงกรี๊ดออกมาลั่น วิรงรอง เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา วิ่งเข้ามาทั้งๆ ตัวเปียก มีผ้าขนหนูกันทั้งสามนาง “ว้าย หญิงเป็นอะไรไปคะ ผีสิงเหรอ”
“ฉันอยากกลับวัง ไม่อยากอยู่แล้ว ฉันอายผู้คน”
“ติ่งก็อายค่ะ เวรกรรมอะไรก็ไม่รู้ ทุกงานวันเกิดฉันต้องตกน้ำ กลับกันเถอะ”
เลื่อมประภัสท้วง “อย่าเพิ่งกลับค่ะ เดี๋ยวจะมีงานเต้นรำแล้ว เราควรด้านได้อายอดอยู่ต่อนะคะ ชุดเราก็เตรียมมาตั้งเยอะ”
ฉัตรอาชาออกความเห็น “ใช่ครับ เราจะได้หาทางเอาคืนนังคนที่มันโปรยพริกไทยมาใส่เรา”
วิรงรองนึกได้ “จริงด้วย งานเต้นรำสวมหน้ากากมาสเคอเรด แกล้งใครก็ไม่มีใครจำหน้าเราได้”
คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงนิ่งไป นึกหาทางแก้แค้น “ดี....งั้นเปลี่ยนชุดให้ฉัน ติ่ง เลื่อม ฉัตรอาชาใช้ความเป็นนักข่าวของเธอ ถ่ายประจานศัตรูของเราให้หมดทั้งงานเลย”
“หญิงไม่ผิดหวังแน่ค่ะ” ทั้งสี่คนทำหน้านางร้ายพร้อมกัน
“เอ๊ะ กลิ่นอะไรฉุนๆ อุ๊ย พริกไทย” ขาดคำทั้งสี่ก็จามออกมาพร้อมกันสนั่นห้อง เจ้ากับไพร่จามได้เท่ากัน

สาลินแอบอยู่ในมุมแต่งตัว ถอดเครื่องทรงออกแล้ว เหลือเสื้อคลุม กำลังล้างหน้าออก คุณชายรองเข้ามามองดู
“อุ๊ย.....นี่ห้องแต่งตัวผู้หญิงนะคะ คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามา”
“แต่ในฐานะผู้ดูแลงานวันนี้ ฉันถือว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะต้องเข้ามาอบรมความประพฤติของเธอ”
สาลินหน้าตื่น มีพิรุธล้นพ้นตัว “เรื่องคุณหญิงก้อย ฉันไม่รู้เรื่องนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย
“ไม่ได้ทำหน่อย แต่ทำเยอะใช่ไหม” สาลินเผยอยิ้มแล้วเชิด “เธอคงคิดว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่มีหลักฐาน จับมือใครดมไม่ได้ล่ะซี”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 16/3 วันที่ 2 พ.ย. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ