อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3 วันที่ 10 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3 วันที่ 10 ต.ค. 58

หญิงสาวกะโปโลคู่ปรับหายไปไหนไม่รู้ แต่คุณชายรองก็ไม่คิดตามหา มัวปะเหลาะคุณหญิงก้อยให้หายงอนที่เขาไม่ไปเดินเล่นด้วย แต่จะไปทำงานหลังมื้อกลางวัน ราชนิกุลสาวพยายามข่มใจไม่อาละวาดปึงปังเหมือนเมื่อก่อน ปั้นหน้ายิ้มว่าเข้าใจดี จนเขานึกสงสาร เสนอให้ไปเดินห้างแล้วจะไปรับหลังเลิกงานอย่างเอาใจ

คุณหญิงก้อยพอใจมากที่คุณชายรองยอมลงให้ แต่ไม่นานก็ต้องอารมณ์เสีย เมื่อเจอจิตริณี เพื่อนสนิทอัศนีย์ที่หน้าห้องน้ำ ต่างจากอีกฝ่าย ไม่สะทกสะท้านกับสายตาเย็นชาของเธอเลย แถมมองมาอย่างท้าทายอีกต่างหาก จนราชนิกุลสาวเริ่มนั่งไม่ติด และเปลี่ยนใจไม่ไปเดินห้างแต่ขอให้คุณชายรองไปส่งสำนักพิมพ์ของวิรงรอง



สาลินซึ่งมาเข้าห้องน้ำกับจิตริณีถึงกับตาโต ได้เห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยตัวจริง แต่คนตื่นเต้นกว่าคือบราลีกับลลิตา ซุบซิบเรื่องราชนิกุลสาวกันอย่างสนุกสนาน บรรณารักษ์สาวรับฟังด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะอ้าปากค้าง เมื่อจิตริณีบอกว่าคุณหญิงก้อยมีอัศนีย์เป็นสามีแล้ว แต่กลับควงมากับคุณชายคู่ปรับของเธอ!

ooooooo

วิรงรองให้การต้อนรับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครเป็นอย่างดี ตามประสาคนทำข่าวที่อยากได้ประเด็นไปลงหนังสือ แต่ท่าทางแช่มชื่นของอีกฝ่าย ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้

“ไม่อยากจะเชื่อเลย เธอทิ้งทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย”

“ก็แค่พวกนูโวริช เศรษฐีใหม่ มีแต่เงิน ไม่มีชาติ ไม่มีตระกูล คนอย่างฉัน ถ้าจะมีใหม่ก็ต้องดีกว่าเดิม”

“กับคุณชายรองงั้นสิ”

“ถ้าไม่นับเรื่องเงิน คุณรองเหนือกว่านายอัศนีย์ทุกอย่าง แล้วต่อให้นับเรื่องเงิน ก็ไม่แน่ว่าจะด้อยกว่า”

วิรงรองพยักพเยิดเห็นด้วย ได้ยินมาเหมือนกันว่าคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองเป็นหลานชายคนโปรดของเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ แต่ไม่ทันซักต่อ คุณหญิงก้อยซึ่งกลัวจิตริณีจะปากสว่างไปบอกอัศนีย์ เรื่องเธอกลับไปคืนดีกับอดีตคนรัก ก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องประกาศสถานะโสดของฉันอย่างเป็นทางการ”

คอลัมนิสต์สาวยิ้มกว้าง ชอบใจที่มีข่าวให้เล่นโดยไม่ต้องตามหา และไม่รอช้าเรียกลูกน้องมาช่วยกันพาดหัวข่าว ราชนิกุลสาวซึ่งตั้งใจจะมาให้ข่าว ถึงกับทึ่งในความสามารถของอีกฝ่าย โดยเฉพาะบรรดาลูกน้องของวิรงรอง รู้เรื่องราวและข้อมูลของเธอหลังกลับจากเมืองนอก มากกว่าเธอรู้เรื่องตัวเองเสียอีก!

คืนวันเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายรองรื้อหาสมุดบันทึกเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาของหญิงสาวกะโปโลคู่ปรับ แต่ไม่ทันเจอ ก็ต้องหยุดไว้ เมื่อคุณชายเล็กแวะมาถามเรื่องคืนดีกับคุณหญิงก้อย

“อยากรู้จัง หญิงก้อยอ้างเหตุผลอะไร ถึงทำให้พี่ชายใจอ่อน อภัยหญิงก้อยทั้งหมด”

“มันเป็นความเข้าใจผิดที่ฉันพร้อมจะให้อภัย เพราะที่สุดแล้ว หญิงก้อยยังรักฉันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง บทเรียนนี้ทำให้หญิงก้อยรักฉันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“ระวังนะครับ เด็จป้าจะกริ้ว และไม่ประทานอภัยให้พี่อีกเลย...เพราะพี่รับปากเด็จป้าแล้วเรื่องคู่หมาย”

วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน...คุณชายรองกับคุณหญิงก้อย คืนดีกันอย่างเป็นทางการ แถมออกงานร่วมกันจนเป็นที่ซุบซิบทั่วพระนคร แต่ทางบ้านราชดำริก็ยังไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะคุณสร้อย หมายมั่นปั้นมือจะชุบตัวศรีจิตรา หลานสาวคนโตผู้หัวอ่อนให้งามหมดจด จนคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ตะลึงให้ได้

ส่วนเสด็จพระองค์หญิงยังไม่ระแคะระคายเรื่องหลานชายคนโปรดคืนดีกับคนรักเก่า มัวตะลึงกับข่าวใหม่ซึ่งเพิ่งได้รู้ เรื่องลูกชายคนแรกของคุณชายโตกับจรวยที่ชื่อตุ้ม คุณสอางค์กับเหล่านางต้นห้องหน้าถอดสี แก้ตัวอึกอัก ไม่กล้าทูลก่อนหน้า เพราะกลัวจะทรงไม่ยอมรับเด็กน้อยสมาชิกใหม่เป็นพระนัดดาเสด็จฯถึงกับถอนใจยาว ไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ ทรงเห็นว่าเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ความผิดของเด็ก จะมีต้องระวังก็จรวย หลานสะใภ้คนโตที่ดูท่าหูตาจะไม่น่าไว้ใจ

คุณสอางค์และเหล่านางต้นห้องอาสาไปสืบความให้ แต่เสด็จฯก็ทรงห้ามไว้ ไม่อยากให้ยุ่งเรื่องตำหนักเล็ก ควรปล่อยเป็นภาระของหม่อมอำพันดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเวียนหัวภายหลัง...

ooooooo

สาลินแบกหนังสือนิทานหลายเล่มมาถึงบ้านราชดำริ เห็นศรีจิตรานุ่งกระโจมอกนั่งขัดและอบผิวเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อนก็นึกสงสัย จนเมื่อรู้ว่าพี่สาวจะถูกส่งตัวไปเป็นคู่หมั้นของคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ ก็โวยวายใหญ่ กลัวพี่สาวต้องกลายเป็นแม่สายบัวเตรียมตัวเก้ออีกรอบ

ศรีจิตราหน้าเสีย นึกกลัวขึ้นมาจริงๆ จนอุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กที่ชอบพูดถึงพวกคุณชายในแง่ร้าย

“ทีหนูกับพี่ศรี คลานตามกันมาแท้ๆ ยังไม่เหมือนกันเลย”

“ฮึ...แม่น่ะ ไปเข้าข้างอีตาคุณชายนั่นทำไม”

“แม่ยังไม่รู้จักตัวเลย แม่จะไปเข้าข้างเขาทำไม แม่แค่บอกว่าอย่าเพิ่งไปตั้งแง่ มีอคติกับเขาก่อนต่างหาก”

แม้คำพูดของแม่จะมีเหตุผล แต่สาลินก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี

“มันไม่ใช่พี่ศรีไปดูตัวเขาสิคะ เขาต่างหากเป็นคนดูตัวพี่ศรี”

“ใครจะเป็นฝ่ายดูใคร ก็ไม่เห็นจะเป็นไร”

“เป็นสิคะแม่ พี่ศรีน่ะดีทุกอย่าง อีตาคุณชายนั่นก็คงชอบ แต่ถ้าพี่ศรีเห็นเขาแล้วไม่ชอบ พี่ศรีก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะปฏิเสธ นี่แหละผู้หญิงสมัยนี้ เขาถึงลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิสตรี”

ศรีจิตราทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อุ่นเรือนเลยต้องเอ็ดลูกสาวคนเล็กอีกรอบ แต่มีหรือสาลินจะยอม ยืนกรานว่าทุกอย่างที่พูดเป็นความจริงทั้งนั้น ศรีจิตรากลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามพูดให้น้องสาวสบายใจ

“เอาเถอะสา ยังไงพี่ก็ขอรู้จักตัวกันก่อน เขาอาจดีเพียบพร้อมทุกอย่างก็ได้ อีกอย่าง...พี่คงไม่โชคร้ายขนาดนั้น”

“พี่ศรีจะแน่ใจได้ยังไงว่าพี่จะไม่โชคร้ายซ้ำสอง”

สีหน้าหนักใจของพี่สาว ทำให้สาลินแอบรู้สึกผิด จนต้องเปลี่ยนเรื่อง คว้าถุงหนังสือนิทานมาอวดตามสัญญา ศรีจิตราเลยยิ้มได้บ้าง...อย่างน้อยๆ หนังสือนิทานก็คงทำให้เธอลืมเรื่องที่กังวลไปได้สักพัก...

ด้านหม่อมอำพัน...เห่อตุ้มหลานชายคนแรกจนรู้กันทั่ววัง คุณชายโตปลื้มใจมาก ตามประสาคนเป็นพ่อที่อยากให้ทุกคนชมชอบลูกตัวเอง ส่วนจรวยกลายเป็นคุณนายหม่อมเต็มตัว แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหรา แต่ก็หัวสูง ไม่เห็นหัวใคร แม้แต่เพื่อนสาวใช้ที่เคยทำงานด้วยกันอย่างเจียม ซึ่งถูกส่งมาช่วยเลี้ยงทารกตัวน้อย

แต่กระนั้น...อารมณ์ของหม่อมอำพันก็ลมเพ ลมพัด ในวันเสียไพ่ก็หงุดหงิด พาลลงกับคนทั่ววัง ไม่เว้นแม้แต่ตุ้มหลานชายคนโปรด จรวยเบื่อหน่ายมาก และอดไม่ได้จะไปค่อนแคะหม่อมแม่ผัวลับหลังกับคุณชายโต

“นี่จรวย...เธอจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมานะ หม่อมแม่น่ะ โปรดตาตุ้มอย่างกับอะไร”

“อูย...ขนาดโปรดยังต้องระเห็จลงมาอยู่ชั้นล่าง ถ้าหม่อมรัก คงต้องไปอยู่เรือนแถวกับนังเจียมมังคะ”

เจียมชักสีหน้าที่ถูกแขวะ แต่ไม่นานก็เหยียดยิ้ม ย้อนเสียงหยัน “แหม...ที่จริงอยู่เรือนแถวน่ะสบายนะคะ เย็นทั้งกายเย็นทั้งใจ ไม่ร้อนเหมือนอยู่บนตำหนัก คุณจรวยก็น่าจะรู้ดีนี่คะ”

ooooooo

หลังพูดคุยกับแม่และพี่สาวจนหนำใจ สาลินก็จะกลับบ้านสวน อุ่นเรือนเลยให้ไปลาคุณสร้อย ซึ่งผล็อยหลับมาตั้งแต่กลางวัน บรรณารักษ์สาวคลานไป กราบตามที่แม่สั่ง ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อคุณป้าจอมโวยลืมตา!

สาลินรีบบอกว่าเอาหนังสือนิทานฝรั่งมาฝาก ศรีจิตรา คุณสร้อยเลยขอดู ก่อนจะตบอกผาง

“ว้าย...นิทานอะไร มีนอนเตียงจูบกัน ว้าย... บัดสีบัดเถลิง ฉันกะแล้วนังเด็กคนนี้ ไปทำงานกับฝรั่งมังฆ้อง ต้องใจแตก แล้วเลยมาพาให้เธอใจแตกตาม”

ศรีจิตรากลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนบอก “โธ่...นั่นมันเรื่องเจ้าหญิงนิทราค่ะคุณป้า”

คุณสร้อยค้อนหลานตาคว่ำ คว้าเล่มอื่นมาดู แล้วก็ถึงกับตาโตอีกรอบ

“แล้วนี่เรื่องอะไร อีนางเอกถึงแก้ผ้าหมดตัว ยังดีมีผมยาวปิดนมต้มไว้”

สาลินหัวเราะเบาๆตอบแทนพี่สาว “อ๋อ...เรื่องเงือกน้อยค่ะ นางเอกกินยาวิเศษ หางปลาเลยกลายเป็นขาค่ะ”

แต่เล่มไหนก็ไม่ทำให้คุณสร้อยประสาทเสียเท่าเล่มที่ชื่อว่าเสียวสวาด ถึงกับโยนทิ้งคล้ายเป็นสิ่งปฏิกูล

“นี่คือที่เขาเรียกหนังสือปกขาวใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ...ปกขาวแล้วก็เดินทองด้วยค่ะ” สาลินตอบรับยิ้มๆ

“ว้าย...หนังสือลามก”

“ไม่ใช่ค่ะ เป็นเรื่องตลก แต่มีสัปดนนิดหน่อย”

สาวใช้ที่บ้านต่างพากันมุงดูด้วยความอยากรู้ คุณสร้อยเลยสั่งให้ไปเผาทิ้ง สาลินกลัวไปกันใหญ่ เลยเฉลยว่าเสียวสวาดเป็นนิทานพื้นบ้านอีสาน แปลว่าเฉลียวฉลาด เป็นเรื่องคนเจ้าปัญญาเหมือนศรีธนญชัย

คุณสร้อยถึงบางอ้อ แต่ก็ไม่อนุญาตให้อ่านอยู่ดี ศรีจิตราได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง จนคนสั่งเองก็นึกสงสาร ปลอบให้รอไปอ่านหนังสือดีๆในห้องสมุดวังวุฒิเวสม์...รับรองได้อ่านจนเบื่อแน่ มีเป็นหมื่นเป็นแสนเล่ม

ระหว่างที่สาวๆบ้านราชดำริเตรียมตัวเข้าวัง...เหล่าคุณชายที่วังวุฒิเวสม์ก็ต้องกุมขมับ เมื่อหม่อมอำพันบ่นไม่หยุดปาก โดยเฉพาะกับลูกชายคนเล็ก ที่ต้องออกตรวจตามปั๊ม ตากแดดตากลม ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์ คุณชายโตกับคุณชายรองต้องช่วยกันพูดว่าเงินเดือนของคุณชายเล็กมากกว่าทั้งสองรวมกันไม่รู้กี่เท่า

“นี่อย่ามาเข้าข้างมันนะยะ สิบพ่อค้ายังไงก็ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง”

คุณชายรองชี้แจงอย่างใจเย็น “ยุคมันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ ตอนนี้พระยาก็แทบไม่เหลือแล้ว”

“ถ้าเหลือ ก็เหลือพระยาเทครัวน่ะครับ”

คุณชายเล็กแซวขำๆ จนหม่อมอำพันอดค้อนไม่ได้ นมย้อยกลั้นขำแทบแย่ ก่อนจะช่วยไกล่เกลี่ยด้วยการดึงให้คุณชายเล็กไปอาบน้ำ คุณชายโตกับคุณชายรองตามไปด้วย ทิ้งหม่อมอำพันให้ฮึดฮัดคนเดียว ไม่มีใครกล้าเข้าหน้า

ooooooo

สองสัปดาห์ต่อมาที่วังวุฒิเวสม์...สถานการณ์ของเหล่าคุณชายยังเหมือนเดิม คุณชายโตเริ่มชินกับความเป็นพ่อ คุณชายเล็กมุ่งมั่นกับงานบริษัทฝรั่งจนกลับบ้านไม่เป็นเวล่ำเวลา ส่วนคุณชายรองเคร่งขรึมเหมือนเคย แต่คงไม่ใช่กับคุณหญิงก้อย หญิงคนรักที่มาพลอดรักกันที่ตำหนักเล็กแทบทุกเย็น

มาลากับวรรณาซึ่งมาเก็บมะลิตามคำสั่งคุณสอางค์ผ่านมาเห็นฉากเด็ด คุณชายรองกกกอดคุณหญิงก้อยกลางสวนก็ตาโต และไม่รอช้าจะไปรายงานคุณสอางค์ แม่บ้านของตำหนักใหญ่

“อ้าว...แล้วที่มีข่าวว่ากลับมาก่อน ผัวเศรษฐีจะตามมาวันหลังล่ะ”

“ข่าวปล่อยเพราะกลัวเสียหน้าน่ะสิคะ ความจริงคือคุณหญิงเธอถูกผัวทิ้ง เลยซมซานกลับมาเมืองไทย พอถึงก็โร่กลับมาหาถ่านไฟเก่า เป่ากันแป๊บเดียวก็ไฟติดแดงโร่ขึ้นมา นี่อิฉันสองคนเห็นเป่ากันคาตาเลยค่ะ”

มาลากับวรรณาหัวเราะคิกคักกันใหญ่ คุณสอางค์ต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะถอนใจยาว

“เฮ้อ...ถ้าเสด็จทรงทราบคงกริ้ว ช่วยๆกันปิดความอย่าให้ทรงทราบแล้วกัน ไม่งั้นคุณชายรองโดนขนาบแน่”

คุณสร้อยทราบเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยจากคุณสอางค์ในเวลาต่อมา เซ็งสุดขีดที่หลานสาวคนโตต้องอยู่ในสภาพเหมือนคราวที่แล้ว และพาลหงุดหงิดเมื่อสาวใช้มาขออนุญาตไปตลาด

“ขมิ้นกับมะขามเปียกหมดเจ้าค่ะ ขัดผิวคุณศรีเมื่อเช้าจนหมดเกลี้ยงเลยเจ้าค่ะ”

“ว้าย...สิ้นเปลืองอะไรขนาดนี้ไม่รู้ พอๆ เลิกๆ ทีนี้ไม่ต้องข่งต้องขัดกันแล้ว เลิกเด็ดขาด!”

ศรีจิตราได้ยินก็ถามเสียงซื่อ “งั้นทีนี้หนูก็ลงครัวได้แล้วใช่ไหมคะคุณป้า”

“ย่ะ...ตามใจย่ะแม่คุณ เอาให้ผิวไหม้ เขม่าจับเลยนะยะ”

คุณสอางค์ไม่ชอบที่น้องสาวช่างค่อนช่างแคะ เลยหยิกปรามจนเนื้อเขียว แต่คุณสร้อยก็ไม่สำนึก บ่นโน่นนี่ไม่หยุด จนศรีจิตราใจไม่ดี อุ่นเรือนสงสารลูกมาก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากปลอบให้ทำใจ

“ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง คุณป้าก็บอกเองล่ะจ้ะ”

“ค่ะ...เราสองคน อะไรก็สุดแท้แต่คุณป้า เฮ้อ...บางที หนูก็อิจฉายายสาจัง”

ooooooo

และแล้วเวลาที่คุณหญิงก้อยรอคอยก็มาถึง หนังสือพิมพ์ของวิรงรองตีข่าวเรื่องเธอเลิกกับอัศนีย์ บราลีกับลลิตา สองสาวบรรณารักษ์เห็นแล้วก็ซุบซิบใหญ่ จิตริณีเพิ่งมาถึง เลยเดินมาดูหนังสือพิมพ์ด้วย

“ต๊าย...ออกข่าวแล้วหรือนี่”

ลลิตาเลิกคิ้ว ก่อนจะตาโต “อุ๊ย...แปลว่าคุณจิตริณีรู้ข่าวนี้มานานแล้วหรือคะ”

“ค่ะ...อัศนีย์เป็นเพื่อนฉันเอง คุณหญิงก้อยเลิกกับอัศนีย์มาสามเดือนแล้ว แต่ว่ามีการปิดข่าวไว้”

“หรือคะ แล้วทำไมถึงมาเปิดข่าวตอนนี้ล่ะคะ”

“คงเพราะ...คุณหญิงก้อยเธอมีคู่ควงคนใหม่แล้วน่ะสิคะ ที่เราเห็นเมื่อวันก่อน”

ลลิตากวาดตาดูภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ เห็นภาพคุณชายกิตติราชนรินทร์ควงคู่กับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงในงานแฟชั่นโชว์เด่นหรา บราลีชะโงกมาดูด้วย จำได้ทันทีว่าเขาคือคนเดียวกับคุณชายคู่ปรับของสาลิน

จิตริณีไม่ได้สนว่าคุณชายรองจะเป็นคู่ปรับใคร แต่อยากให้บราลีกับลลิตารู้ความจริงเรื่องคุณหญิงก้อยมากกว่า

“ความจริงก็ไม่ใช่คนใหม่หรอกค่ะ คุณชายกิตติเป็นคนรักเก่าของคุณหญิง ก่อนมาแต่งงานกับอัศนีย์”

บราลีกับลลิตาอยากจะซักต่อมาก แต่จิตริณีเลขาสาวคนสวยของไนเจลก็ผละไปทำงานเสียแล้ว จังหวะ เดียวกัน...สาลินก็มาถึง ทันเวลาเข้างานพอดี สองสาวเลยลองหยั่งเชิงถามว่ารู้จักคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือไม่

“นี่...ฉันวิ่งมาเหนื่อยแทบตับแลบ มาถามอะไร ฉันไม่ใช่ผู้ดี ฉันเป็นชาวสวน ไม่เคยรู้จักคุณชายคนไหนทั้งนั้น”

“งั้นเธอรู้ไหมว่าคุณชายขี้เก๊กของเธอคือใคร” ลลิตาแกล้งถาม สาลินไม่สนใจ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ลลิตาเลย ตัดสินใจไม่บอกเรื่องคุณชายกิตติราชนรินทร์...ปล่อยให้สาลินรู้เอง อยากรู้เหมือนกันว่าบรรณารักษ์สาวชาวสวนจะทำเช่นไรถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร

เช้าวันเดียวกันที่ตำหนักใหญ่วังวุฒิเวสม์...คุณสอางค์แทบเป็นลมเมื่อเห็นข่าวใหญ่ของคุณหญิงก้อย

“ถ่านไฟเก่าคุ ลุกโพลงแทบมอดไหม้ คงจะมีข่าวดีเร็วๆนี้”

มาลากับวรรณาพลอยแตกตื่นไปด้วย ก่อนจะช่วยกันกับคุณสอางค์หาทางเอาหนังสือพิมพ์ไปซ่อน แต่ไม่ทันขยับ ทั้งสามก็ต้องหน้าซีด ตัวชา เมื่อเสด็จพระองค์หญิงรับสั่งถามหา

“ไหน...เอาหนังสือพิมพ์มาซิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าเขาลงข่าวตารองกับยายก้อยว่ายังไง”

คุณสอางค์ตาเหลือก “เสด็จทรงทราบได้ยัง ไงเพคะ”

“บรรดาญาติมิตรฉัน เขาส่งข่าวกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ตารองนะตารอง คิดสั้นจริงๆ”

“โธ่...คนเคยรักกันมาตั้งนาน คุณชายรองน่ะ รักคุณหญิงก้อยมากนะคะ”

“ตารองน่ะรักจริง แต่ยายก้อยน่ะรักชายรองจริงหรือ ถ้ารักจริงจะทำกับตารองอย่างนั้นได้ยังไง”

มาลากับวรรณาพยักพเยิดเห็นด้วย คุณสอางค์ได้แต่ส่งสายตาปราม ก่อนจะถามความเห็นของเสด็จฯ

“ถึงจะเป็นหลาน แต่ฉันก็ไม่ขอเอายายก้อยเป็นสะใภ้เด็ดขาด งานนี้ฉันขอเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายสักหน่อยเถอะ”

“แล้วเรื่องแม่ศรีล่ะเพคะ”

“ให้เตรียมตัวเข้าวังได้แล้ว”

ooooooo

บรรยากาศที่บ้านราชดำริวุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณสร้อยมีคำสั่งเตรียมตัวศรีจิตราให้พร้อมเข้าวัง ต่างจากบรรยากาศที่ตำหนักเล็กของวังวุฒิเวสม์ หม่อมอำพันหนักใจมาก เมื่อเสด็จพระองค์หญิงมีรับสั่งถามถึงเรื่องระหว่างลูกชายคนรองกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง ราชนิกุลสาวคนดังที่เพิ่งหย่า!

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถอนใจ ยาว “ผมกับหญิงก้อยรักกันมากนะครับหม่อมแม่”

“จ้า...รักมาก ก็เลยจะรับของเหลือเดนมารับประทาน”

“หม่อมแม่...หญิงก้อยเป็นคนดี แค่ผิดพลาดครั้งเดียว”

“จ้ะ...หญิงก้อยน่ะดี วิเศษ เลิศล้ำสารพัด แต่ไอ้ที่ผิดพลั้งไปครั้งเดียวน่ะ เสด็จไม่มีวันยอมหรอก”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3 วันที่ 10 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ