อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3 วันที่ 8 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3 วันที่ 8 ต.ค. 58

“ไม่จริงหรอกพ่ะย่ะค่ะ ถ้าจริงเกล้าฯคงไม่ถูกทิ้ง”

“เรื่องแล้วไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นี่ตารอง... หม่อมแม่เธอคงเกริ่นให้ฟังแล้วเรื่องหลานสาวคุณสอางค์”

คุณชายรองพยักหน้ารับ และไม่มีท่าทีขัดขืนอย่างที่เสด็จฯกับคุณสอางค์นึกกลัว

“แปลว่าเธอไม่มีอะไรขัดข้องใช่ไหม”

“อะไรที่ทำให้เด็จป้าพอพระทัย เกล้าฯก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”



คุณสอางค์ตื่นเต้นมาก จนเสด็จฯต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะรับสั่งกับหลานชายเสียงอ่อน

“งั้นก็ดีเลย ต่อไปป้าจะรับแม่ศรีจิตรามาอยู่ด้วยกันที่นี่ ให้เธอได้รู้จักมักคุ้นกันไว้”

เช้าวันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยนั่งบ่นและบงการทุกคนให้ทำงานเหมือนเคย โดยเฉพาะศรีจิตรา หลานสาวคนโต ถูกจ้ำจี้จ้ำไชมากที่สุด เพราะเป็นคนหัวอ่อนที่มักไม่ค่อยมีปากมีเสียง

คุณสอางค์มาถึงบ้านราชดำริหลังเช้าวันเดียวกัน พร้อมข่าวดีจากเสด็จพระองค์หญิง ที่ทรงอยากรับตัว ศรีจิตรามาอยู่ด้วยที่วังวุฒิเวสม์ คุณสร้อยเบิกตาโพลง เปลี่ยนท่าทีจากเจ้ากี้เจ้าการ เป็นประคบประหงมหลานสาวคนโตแทนศรีจิตราซึ่งเพิ่งออกจากครัวพร้อมชามใส่ไส้สาคู ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของคุณสร้อย

“ต๊าย...ไปแบกมาทำไม เดี๋ยวไหล่ล้าแขนโตพอดี หน็อย...นังพวกนี้ ให้หลานข้าไปแบกหามได้ยังไงยะ”

“มันก็ไม่ได้หนักอะไรนี่คะคุณป้า อ้าว...คุณป้าสอางค์มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

คุณสอางค์ส่งยิ้มให้หลานสาวคนโต “ป้ามาชิมสาคูไส้กุ้งของหนูสิลูก”

“ในครัวกำลังนึ่งชุดแรกอยู่ค่ะ น่าจะจวนแล้ว เดี๋ยวหนูลงไปดูให้นะคะ”

ศรีจิตราจะไปที่ครัว แต่ไม่ทันขยับ คุณสร้อยก็ถลาไปขวางไว้

“อุ๊ย...ไม่ต้องลูก ลูกศรีจ๋า เดี๋ยวโดนไอน้ำร้อนลวก ผิวจะเกรียมกรมไป”

ทุกคนบนเรือนทำตาปริบๆ โดยเฉพาะศรีจิตรากับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ร้องสั่งให้ทุกคนหยุดมือเรื่องอาหาร และเตรียมตั้งกระโจมอบผิวตำรับชาววังอีกรอบ!

ooooooo

กว่าขั้นตอนบำรุงผิวตำรับชาววังของคุณสร้อยจะจบสิ้น ศรีจิตราก็แทบน่วมไปทั้งตัว ทั้งขัด ทั้งอบจนผิวกลายเป็นสีเหลืองเหมือนไก่ย่างอย่างที่สาลินเคยเปรียบเปรยไว้ แต่ที่น่าหนักใจกว่าคือเรื่องคุณชายคู่หมายของเธอ พลาดจากคุณชายโตแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอต้องหมั้นกับใคร

อุ่นเรือนสงสารและเห็นใจลูกสาวคนโตมาก แต่ก็ไม่อาจขัดคุณสร้อยได้ เลยได้แต่ปลอบให้มองในแง่ดี เพราะคุณชายคู่หมายครั้งนี้คือคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง น้องชายแท้ๆของคุณชายโต

“คุณชายคนที่สองของท่านชายศิริศุภเสกข์กับหม่อมอำพัน แต่เสด็จทรงอบรมเลี้ยงดูมา เลยเป็นหลานคนโปรด”

ศรีจิตราถอนใจยาว แม้จะได้หมั้นกับราชนิกุล แต่ก็อดกลัวไม่ได้

“แม่จำที่ยายสาเตือนเอาไว้ได้ไหมคะ”

“เตือนเรื่องอะไรกัน”

“ก็เตือนว่าคุณชายโตอาจมีเมียซุกเมียซ่อนแล้ว มันก็เป็นจริงด้วย หนูไม่รู้ว่าคุณชายรองนี่จะมีเรื่องอะไรอีก”

อุ่นเรือนโบกมือ ไม่อยากให้ลูกสาวคนโตคิดมาก “ไปเอานิยมนิยายอะไรกับยายสา ยายสาน่ะยังเด็ก ยังอยากมีพี่สาวเป็นเพื่อนเล่น ก็เลยไม่อยากให้หนูแต่งงาน เลยยกเรื่องโน้นเรื่องนี้มาขู่หนู”

รอยยิ้มให้กำลังใจของแม่ ทำให้ศรีจิตราเบาใจขึ้น แต่ก็ไม่วายกังวล กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมอีก

ข่าวที่เสด็จพระองค์หญิงจะหาคู่หมั้นให้คุณชายรอง ทำให้หม่อมอำพันชอบใจมาก และเปลี่ยนท่าทีจากเย็นชาและหมางเมิน เป็นลูบหัวลูบหลังลูกชายคนรอง แบบที่ไม่เคยมาก่อน คุณชายรองก็รู้ดี แต่ก็อดชื่นใจไม่ได้ ที่แม่เอาอกเอาใจและทำตัวเหมือนแม่ที่รักและเอ็นดูเขาบ้าง

จรวยซึ่งท้องแก่ผ่านมาเห็นหม่อมแม่ผัวพะเน้า พะนอลูกชายคนรองก็หมั่นไส้ และอดไม่ได้ต้องไปนินทากับสามี คุณชายโตถอนใจยาว เข้าใจสถานการณ์ดี พยายามบ่ายเบี่ยงว่าแม่ก็รักลูกชายทุกคนในวันเงินเดือนออก จรวยไม่เชื่อนัก แต่ไม่ทันเถียง ก็ต้องยกมือกุมท้อง เพราะกำลังจะคลอด!

ระหว่างที่ทุกคนในวังวุฒิเวสม์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกคนแรกของคุณชายโตกับจรวย...คุณหญิงก้อยก็ตกใจแทบผงะ เมื่อตื่นเช้าในห้องเพนต์เฮ้าส์สุดหรูในนิวยอร์ก มาเจอกับพ่อแม่สามีที่ตนแสนรังเกียจ

อรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดคนดังของพระนครนั่งพุ้ยข้าวต้ม ในสภาพเหมือนชาวบ้านสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ส่วนทองนพคุณ แม่แท้ๆของอัศนีย์ ก็มีสภาพชาวบ้านไม่ต่างกัน นั่งตำหมากไม่ไกลกันนั้น โดยมีอัศนีย์สามีของเธอนั่งกินมื้อเช้าและพูดคุยกับทั้งสองอย่างสนุกสนาน

คุณหญิงก้อยไม่อยากออกไปทัก แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการต่อหน้าพ่อแม่สามี แต่อรรถก็ทำให้ราชนิกุลสาวแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเขาเอ่ยถามถึงเรื่องมีลูกของเธอกับอัศนีย์ ด้วยคำพูดโจ๋งครึ่ม

“อาตี๋มันเชิดสิงโตกับลื้อบ่อยไหม...เรื่องนับวันน่ะไม่มีประโยชน์ เชิดสิงโตทุกวันได้ผลกว่า ติดลูกทุกราย”

คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันสวน ทองนพคุณก็เย้าขำๆ “หรือว่าหนูคุณหญิงห่วงสวยไม่อยากท้อง...

ดูฉันสิ แต่ก่อนก็เอวเล็กเอวบางอย่างหนูคุณหญิงนี่แหละ แต่พอมีลูกหัวปีท้ายปี ไอ้ที่ตึงมันก็ยาน ที่แน่นมันก็หลวมโพลก”

จบคำก็หันไปหัวเราะกับสามี ก่อนจะบ้วนน้ำหมากลงกระโถนต่อหน้าราชนิกุลสาว คุณหญิงก้อยแทบอ้วก ทนรังเกียจไม่ไหว ต้องขอตัวไปทำใจในห้องดื้อๆ โดยมีสายตาของอัศนีย์มองตามด้วยความรู้ทัน แต่ก็ไม่คิดตามง้อหรือปลอบใจ เพราะคิดว่าคุณหญิงจะต้องรับครอบครัวของตนให้ได้

ooooooo

หลังเหตุการณ์มื้อเช้าอันน่ารังเกียจ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยก็เหมือนจะหมดความเสน่หาในตัวสามีลงดื้อๆ และอัศนีย์เองก็รู้ข้อนี้ดี เพราะก็เบื่อหน่ายพฤติกรรมเอาแต่ใจของภรรยาเจ้ายศเจ้าอย่างไม่ต่างกัน เลยไม่ขัดใจหรือขัดขวางเมื่อเธอขอหย่าในอีกไม่กี่วันต่อมา

และข่าวซุบซิบเกี่ยวกับคุณหญิงก้อยก็กระฉ่อนทั่วเมืองอีกครั้ง โดยฝีมือพาดหัวของวิรงรอง “บินลัดฟ้าจากนิวยอร์กสู่เมืองไทย ม.ร.ว.หญิงเทพีเพ็ญแสง เถลิงการ... แต่แปลกจัง กลับไร้เงาสามีหนุ่ม อัศนีย์ เถลิงการ เคียงข้าง”

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองรู้ข่าวนี้จนได้ แม้ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตหญิงคนรัก แต่ความเจ็บช้ำที่เธอก่อไว้ ก็ทำให้เขาทิฐิไม่อยากรับรู้ข่าวของเธออีก ศุภรเข้าใจดี แต่ก็ยังอาสาจะถามจากเพื่อนที่นิวยอร์กให้

วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...บรรยากาศอึมครึมนับแต่วันที่คุณหญิงก้อยกลับเมืองไทย พร้อมข่าวใหญ่ว่าเธอหย่าขาดกับสามีหล่อพ่อรวยแล้ว ทำให้ทุกคนในบ้านร้อนรนแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะท่านชายจันทร์ บิดาของคุณหญิงก้อย อยากเค้นความจริงจากปากลูกสาวคนเล็กมาก แต่ก็ต้องระงับไว้ ไม่อยากทะเลาะด้วย

แต่หม่อมวาณีก็กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามไกล่เกลี่ยบรรยากาศเหมือนเคย

“แม่ว่าเราจัดเลี้ยงฉลองอีกสักครั้งไหมลูก ญาติๆทั้งสองฝ่ายจะได้รู้จักมักคุ้นกัน”

คุณหญิงก้อยมีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ “หญิงว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ”

“แล้วนี่เมื่อไหร่พ่ออัศนีย์จะตามมาล่ะลูก”

“เขาคงไม่ตามมาหรอกค่ะ แต่ถึงจะตามมา หญิงก็ไม่สนใจ เพราะหญิงกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”

ท่านชายจันทร์ลุกพรวด หมดความอดทน เอ็ดลูกสาวคนเล็กลั่น ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาตลอดหลายวัน

“นี่หมายความว่ายังไง เธอช่วยบอกมาชัดๆหน่อยซิหญิงก้อย”

“หญิงกับอัศนีย์แยกทางกันแล้วเพคะ”

หม่อมวาณีตกใจมาก “อะไรกันหญิง อยู่กันก้นหม้อข้าวไม่ทันจะดำ”

“แต่งกันได้ยังไม่ถึงปี ตอนแต่งนั่นก็อับอายขายหน้ามาทีหนึ่งแล้ว แล้วทีนี้จะทำยังไง”

คุณหญิงก้อยยักไหล่ ไม่ยี่หระ “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยนี่เพคะท่านพ่อ เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็จบกัน หมดสมัยแล้วล่ะค่ะที่ต้องมาหวานอมขมกลืนอะไรอยู่ ต่างคนต่างไป ต่างมีอิสระจะเริ่มต้นใหม่”

ท่านชายจันทร์เหยียดยิ้มหยัน “อิสระที่จะแร่ไปมีผัวใหม่อย่างนั้นหรือ”

“หญิงคิดว่าอย่างนั้นเพคะ”

“หญิง...นี่ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอแล้ว”

“งั้นหญิงก็ขอตัวก่อนนะเพคะ”

จบคำคุณหญิงก้อยก็ผละไป หม่อมวาณีทำท่าจะตามไปปลอบเหมือนเคย เลยถูกท่านชายจันทร์เอ็ด

“แม่วาณี...เธอเลิกประคบประหงมเอาใจมันเสียที ตามใจจนมองไม่เห็นหัวใครแล้ว เธอยังไม่รู้อีกหรือ”

ท่านชายจันทร์แยกตัวไปอีกคน ทิ้งหม่อมวาณีให้แทบเป็นลม คุณหญิงกลางเข้าประคอง พร้อมกับปลอบให้ค่อยๆคิดหาทางแก้ข่าว หม่อมวาณีพยักหน้า ก่อนจะรำพึงอย่างอ่อนใจ

“โธ่เอ๊ย...แม่คิดอยู่แล้วว่าต้องไปกันไม่รอด...อายุแค่นี้ต้องมาเป็นแม่ม่ายแม่ร้าง โธ่...กะอยู่แล้วว่าไอ้เจ้าอัศนีย์นี่ต้องก่อเรื่อง ถ้าเป็นชายรองก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”

ooooooo

สาลินรับรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยด้วยความรู้สึกเฉยๆ ไม่เห่อ ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น แต่กลับชอบใจมากกว่า เมื่อไนเจลบอสหนุ่มพาจิตริณี เลขาสาวสวยจบจากเมืองนอกมาให้รู้จัก

ฝ่ายคุณหญิงก้อย...ไม่แคร์ว่าใครจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเธอบ้าง เพราะมีเพียงคุณชายรองที่เธออยากให้สน และขั้นแรกของการขอคืนดีคือตามหาแหวนแทนใจของเขา

บ่าวไพร่ในวังรัชนีกุลวิ่งกันให้วุ่น เมื่อคุณหญิงก้อยมีคำสั่งให้ตามหาแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย คุณหญิงกลางได้แต่มองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะตัดสินใจหยิบแหวนมาคืนเพื่อจบปัญหา

“เอ๊ะ...แล้วแหวนของหญิงไปอยู่กับพี่หญิงได้ยังไงคะ”

“หญิงจำไม่ได้หรือจ๊ะ ก่อนที่หญิงจะไปอเมริกาน่ะ หญิงโละของเก่าบอกให้พี่ไปบริจาค พี่เจอแหวนนี่ในกล่อง เห็นสลักชื่อวุฒิวงศ์ก็เลยบริจาคไม่ลง เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้”

คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระกับน้ำใจพี่สาว สวมแหวนเกลี้ยงบนนิ้ว ก่อนจะพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี

“หญิงจะกลับไปหาคุณรอง ไปขอโทษทุกเรื่องที่หญิงทำพลาดไป”

“สิ่งที่เธอทำพลาด คือทรยศเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด คิดว่าคุณรองเขาจะให้อภัยเธองั้นหรือ”

“พี่กลางถึงต้องช่วยหญิงไงคะ แค่นัดเดทให้หญิงก็พอ แล้วหญิงจะจัดการทุกอย่างเอง”

“แน่ใจในตัวเองมากเลยนะจ๊ะหญิง”

“แน่ใจสิคะ คุณรองรักหญิง เขาให้อภัยหญิงได้เสมอ”

ท่าทางมั่นใจของน้องสาวทำให้คุณหญิงกลางหนักใจมาก ไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะรู้นิสัยกันดี

เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก ซึ่งเพิ่งกลับจากทำงานและรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงก้อยแล้ว อดบ่นกับนมย้อยไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายคนรอง

“คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน ให้พลัดพรากยังไงก็ต้องหวนกลับมาเจอกัน แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ค่ะ”

“ไม่รู้ว่าเรื่องพี่รองกับหญิงก้อยจะลงเอยแบบไหนนะครับ”

“เขาว่ากันว่า...คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิตนะคะ”

“นั่นน่ะสิฮะ เฮ้อ...ไปอยู่เมืองนอกสามสี่ปี คิดถึงนิทานของนมจังเลย”

“ดู้...โตจนป่านนี้แล้ว ยังจะฟังนิทานอีกหรือคะ เอาเรื่องอะไรดีคะ”

“เรื่องอะไรก็ได้ฮะ ขอให้จบแบบแฮปปี้หน่อยก็แล้วกัน”

จบคำก็นอนหนุนตัก ปล่อยให้นมย้อยเล่านิทานให้ฟังจนผล็อยหลับภายในเวลาไม่นานเหมือนตอนเด็กๆ

ooooooo

คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลางทนเสียงรบเร้าน้องสาวคนเดียวไม่ไหว ยอมโทร.นัดคุณชายรองออกมาพบในคลับหรูของโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยผ่านทางคุณชายเล็ก เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็ก

คุณชายรองไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อน้องชายอ้างว่าคุณหญิงกลางมีเรื่องปรึกษาก็ปฏิเสธไม่ลง แต่แล้วก็ได้รู้ว่าตัดสินใจผิด เมื่อเห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยปรากฏตัวพร้อมพี่สาว

คุณชายเล็กอึดอัดใจมาก แต่คงไม่เท่าคุณชายรองที่ทำท่าจะกลับ คุณหญิงก้อยถลาตามและขอให้เขาอภัย

“ผมเกรงว่าผมไม่มีสิ่งใดที่จะให้อภัยหญิง และช่วงเวลานี้ เวลาที่...”

“หญิงเป็นแม่ม่ายใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ...เราไม่ควรพบปะกัน มันจะเสียชื่อเสียงหญิงเอง โทษ...ผมขอตัว”

คุณชายรองลุกออกไป คุณหญิงก้อยรีบตาม ทิ้งคุณชายเล็กให้มองหน้าคุณหญิงกลางเครียดๆ

“หญิงกลาง...ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะนัดหญิงก้อยมาพบพี่รอง”

“โธ่...ถ้าบอก คุณรองก็คงไม่มาหรอก จริงไหมคะ... เฮ้อ...หญิงไม่น่าทำแบบนี้เลย”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3 วันที่ 8 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ