อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4 วันที่ 12 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4 วันที่ 12 ต.ค. 58

ระหว่างที่สาลินกับศรีจิตราดำเนินชีวิตเหมือนปกติ...คุณชายรองก็สานต่อความสัมพันธ์กับคุณหญิงก้อย จนแน่นแฟ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม จนคนทั้งวังรู้กันทั่ว เสด็จพระองค์หญิงรับฟังทุกอย่างจากคุณสอางค์และคุณสร้อยด้วยความหนักใจ โดยเฉพาะเรื่องที่คุณชายรองชอบพาคุณหญิงก้อยมาพลอดรักที่ตำหนักเล็กแทบทุกเย็น

“ก็นี่แหละ ฉันถึงจะได้ให้ศรีจิตรามาอยู่ที่นี่ ตารองจะได้เลิกพาหญิงก้อยมาสักที”



แต่กระนั้นคุณสอางค์กับคุณสร้อยก็กลัวคุณชายรองจะทำเฉย เสด็จฯเลยปลอบให้ทำใจ

“เรื่องจะไปยื่นคำขาดแบบนั้น ฉันทำไม่ได้หรอก ตารองโตป่านนี้แล้ว ให้เขาตัดสินใจเอง”

สองป้าจำต้องรับสภาพ ยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามพรหมลิขิต แต่ก็ไม่มั่นใจนัก จนเสด็จฯต้องทรงย้ำ ว่าไม่มีวันรับคุณหญิงก้อยเป็นสะใภ้ตระกูลวุฒิวงศ์แน่นอน

ooooooo

ระหว่างที่คุณสร้อยและคุณสอางค์เข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ บรรดาสาวๆต้นห้องต่างพากันรุมล้อมวงนั่งฟังคุณชายเล็ก ราชนิกุลหนุ่มหล่อเจ้าสำราญ เล่าถึงเมืองนอกเมืองนาที่ศาลากลางสวน กว่าสองป้าจะรู้และมาตามกลับตำหนัก คุณชายเล็กก็แทบจะไม่เหลือเรื่องเล่า

หลังทักทายพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็อาสาไปเชิญเสด็จพระองค์หญิงมารับของว่างด้วยกันที่ศาลากลางสวน ทิ้งสองป้าให้มองตามด้วยความชอบใจในอัธยาศัยแจ่มใสและไม่ถือเนื้อถือตัว จนนึกอยากจับคู่ให้

“นี่แม่สร้อย...คุณชายเล็กน่ะยังตัวเปล่าเล่าเปลือย อย่าลืมสิ เรายังมีหลานสาวอีกคน”

คุณสร้อยคิดนิดเดียว ก่อนจะส่ายหน้า “แม่สาลินน่ะหรือ ว้าย...ไม่ไหวล่ะค่ะคุณพี่ แม่นั่นน่ะ ยิ่งกว่าทหารพระราม กิริยามารยาทยังกับแก้วหน้าม้า ให้อยู่ก้นสวนเมืองนนท์น่ะดีแล้ว”

“แหม...คุณชายเล็กก็ซุกซนหยอกอยู่เมื่อไหร่ อาจจะติดเนื้อต้องใจก็ได้”

“หนูกลัวจะขายหน้าวันละห้าเบี้ย”

“ก็เอาแม่สาลินมาฝึกซะในวัง”

“หนูก็ยังกลัวว่าจะเป็นทหารพระลักษณ์”

สองป้าเถียงกันไม่รู้จบ ตามประสาคนชอบจับคู่ ไม่รู้เลยว่าคุณชายเล็กแอบได้ยินทุกอย่างจากซุ้มต้นไม้ไม่ไกลกันนั้น แต่กลับไม่โกรธจอมวางแผนการเลย นึกสนุกตามไปด้วยซ้ำ

คืนเดียวกันนั้น...คุณชายเล็กก็ได้โอกาสเหมาะ ตะล่อมถามเรื่องสาลินจากคุณสร้อย ระหว่างทางไปส่งอีก ฝ่ายถึงบ้านราชดำริ เพราะรถเธอเสีย จนได้รู้ว่าบ้านสวนของสาลินอยู่เยื้องตลาดใหญ่ ใกล้กับปั๊มน้ำมัน

กว่าจะถึงบ้านราชดำริ คุณชายเล็กก็หลอกถามเรื่องสาลินได้อีกกระบุงโกย โดยที่คุณสร้อยไม่ระแคะระคาย ราชนิกุลหนุ่มหมายมั่นปั้นมือจะไปดูหน้าตาสาลินถึงบ้านสวนให้ได้ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาก็ต้องตะลึงเสียก่อน เมื่อเห็นหน้าหญิงสาวหนึ่งในสองคนที่มาเปิดประตูให้คุณสร้อย

ศรีจิตราเห็นหน้าคนขับรถคันโก้มาส่งคุณสร้อย ก็ตกในภวังค์ไม่ต่างกัน แต่เสียงร้องเรียกจากเด็กในบ้าน ก็ทำให้ได้สติ และคิดเอาเองว่าเขาคงเป็นคนขับรถจากวังวุฒิเวสม์

ooooooo

คุณชายรองเมินเฉยต่อคำสั่งของเสด็จพระองค์หญิงเรื่องคู่หมั้นคู่หมาย ควงคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครไปไหนต่อไหนแทบทุกวัน เช่นเดียวกับวันนี้ ที่เขาพาเธอไปเล่นเทนนิสที่สโมสร

แม้คุณชายรองจะเอาอกเอาใจแค่ไหน คุณหญิงก้อยก็อดเบื่อไม่ได้ เพราะท่าทางนิ่งเฉยและติดจะถือตัวของราชนิกุลหนุ่ม และวันนี้เขาก็ทำให้เธอเซ็งสุดขีด เมื่อเห็นกลุ่มวิรงรอง เธอเลยรีบปลีกตัวไปทัก ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอ

วิรงรองมองราชนิกุลสาวคนดังที่เธอแอบตามมาด้วยแววตาสาสมใจ เมื่ออีกฝ่ายเดินมาใกล้ ก็รีบปรับสีหน้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และอ้างว่าทุกอย่างเป็นความบังเอิญ คุณหญิงก้อยไม่เชื่อ รู้ทันแต่ก็ไม่ถือสา เพราะอยากมีเพื่อนสังสรรค์ และกลุ่มของวิรงรอง ซึ่งมาพร้อมกับจิตติณและจิตริณีก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

จิตติณสบตากับวิรงรอง ก่อนจะหันไปทางคุณหญิงก้อย และเอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้พวกเขาถ่อมาถึงนี่

“นายอัศนีย์น่ะครับ จะกลับกรุงเทพฯเร็วๆนี้”

“แล้วทำไมฉันต้องรับรู้คะ”

“เจ้าอัศอยากพบคุณหญิงนี่ครับ คงมีเรื่องเกี่ยวกับเอกสารบางอย่างที่คุณหญิงต้องเคลียร์ละมัง”

“ได้ค่ะ...บอกอาร์นี่นะคะว่าฉันพร้อมจะเจรจากับเขาทุกเรื่อง”

“แหม...มันได้ยินคงดีใจ”

“ค่ะ...แต่การเจรจาทั้งหมดผ่านทนายค่ะ”

พูดจบก็แยกตัวออกไป ทิ้งพวกวิรงรองให้มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่คิดเลยว่าราชนิกุลสาวจะหัวหมอขนาดนี้

คุณหญิงก้อยไม่ได้สังสรรค์กับพวกวิรงรองอีกในคืนนั้น คุณชายรองสบายใจขึ้นมาก แต่ก็อารมณ์ดีได้ไม่นาน ก็ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อดันได้ยินจิตติณกับจิตริณีซุบซิบกันแถวหน้าห้องน้ำ

“ที่ยายคุณหญิงแต่งกับอัศนีย์ เพื่อเงินหรือเปล่า” จิตริณีเปิดฉาก

“คงใช่...ได้ข่าวว่าฐานะที่วังยอบแยบเต็มทน ได้เงินจากเสด็จพระองค์หญิงช่วยจุนเจือ อีกอย่างที่ไอ้อัศมันเล่า พอยายคุณหญิงได้แหวนเพชรเข้าเท่านั้น...ใจอ่อน ตกลงไปอเมริกากับไอ้อัศทันที”

“งั้นคงไม่ใช่ความรักหรอกนะที่แต่ง ไม่งั้นคงไม่หย่าเร็วแบบนี้”

“ไอ้อัศมันบอก แรกๆก็รักกันดี แต่พอมาเจอพ่อกับแม่ไอ้อัศ ยายคุณหญิงก็เย็นชากับมัน แล้วขอหย่าเลย”

“เธอคงรับตระกูลพ่อค้าไม่ได้ละมัง เลยกลับไปหาคุณชายอีกครั้ง”

“เออ...ไอ้คุณชายนี่ก็โง่บรม ดันรับของเหลือเดนจากไอ้อัศหน้าชื่นตาบาน”

“แสดงว่าคุณชายเขารักจริงต่างหาก”

“รักจริงกับโง่บรม...ฉันว่าไม่ต่างกันนะ”

ooooooo

คำพูดซุบซิบของจิตติณกับจิตริณีทำให้คุณชายรองสับสน ไม่แน่ใจเป็นครั้งแรกว่าคุณหญิงก้อยรักและอยากกลับมาหาเขาจริงหรือไม่ และในระหว่างที่ครุ่นคิดอย่างหนักนั่นเอง คุณชายเล็กซึ่งกำลังเก็บข้อมูลเรื่องสาลินกับศรีจิตรา ก็แวะมาเพื่อหยั่งเชิงพี่ชาย แต่ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตก็เย็นชา จำไม่ได้แม้แต่ชื่อ
ว่าที่คู่หมั้นตัวเอง

“เด็จป้าเคยตรัสชื่อมาหนเดียวเองเลยจำไม่ได้”

“ชื่อศรีอะไรสักอย่างหรือเปล่าฮะ”

“ไม่รู้...อีกอย่างเขาไม่ใช่คู่หมั้นฉัน ยังไม่มีเรื่องหมั้นหมายอะไรสักอย่าง”

“ไม่หมั้นก็ยิ่งกว่าหมั้นครับ ผมได้ข่าวว่าเด็จป้าจะให้ว่าที่พี่สะใภ้ผมเข้าวังอาทิตย์หน้านี้แล้ว พี่รองจะได้รู้จักไว้”

คุณชายรองชักสีหน้า สวนกลับเสียงเรียบ “ฉันไม่เห็นอยากรู้จักเลย”

“อ้าว...ใจคอพี่รองจะไปแนะนำตัวในคืนเข้าหอหรือครับ”

“บ้าน่ะสิ เรื่องมันยังไม่มีอะไรแน่นอน ฉันก็เลยไม่อยากเอาตัวไปพันหลัก”

“พี่รองคงไม่อยากทรยศหญิงก้อย”

“อย่าใช้คำว่าทรยศเลย ฉันแค่...ยังไม่อยากรู้จักเขา”

“ถ้าพี่รองเปิดใจทำความรู้จักเขาเสียก่อน เขาอาจจะสวย ฉลาดและแสนดีจนพี่รองชอบเขาได้สนิทใจก็ได้”

คุณชายรองส่ายหน้า ย้อนเสียงเรียบ “ถ้าลองเป็นนายถูกจับคลุมถุงชนบ้าง นายคงไม่หน้าระรื่นอย่างนี้หรอก”

“ไม่แน่นะฮะ ผมอาจจะถูกหมายหัวเป็นรายต่อไปก็ได้”

“ถ้าเป็นจริง นายจะทำยังไง”

“ผมก็จะรีบไปดูว่าที่เจ้าสาวของผมซะแต่เนิ่นๆ ไงครับ”

คุณชายเล็กทำตามที่พูดจริงๆในวันต่อมา เมื่อเขาในสภาพช่างฟิต ไปตรวจงานปั๊มเมืองนนท์ พุดซ้อนหรือชื่อใหม่ว่าพุทธชาติ เศรษฐินีเจ้าของปั๊มเห็นสภาพเขาหน้าดำเพราะน้ำมันเครื่อง ก็นึกดูถูก แต่ยังเวทนาไล่ไปล้างหน้าในห้องน้ำ ต่างจากชบาหรือชบาทิพย์มองตามช่างฟิตตาเยิ้ม เพราะชอบใจหน้าตาและรูปร่างของเขา

พุดซ้อนเห็นลูกสาวคอยื่นคอยาวตามช่างฟิตหน้าดำ ก็อดปรามไม่ได้

“ถึงจะพูดจาดี มีสัมมาคารวะ รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ยังไงก็พวกกรรมกร นี่ลูกชบาทิพย์ คุณแม่เปิดปั๊มน้ำมันก็เพื่อให้เธอดูแล มีสมบัติติดตัว เดี๋ยวนี้เราไม่ใช่ชาวสวนบ้านนอกแล้ว แต่เราเป็นคฤหัสต์ปัตตานี”

“คหปัตนีใช่ไหมคะ”

“นั่นแหละๆ ฉะนั้น...เธอก็ควรจะหมายสูงมองลูกเจ้า ลูกนาย ลูกเศรษฐี ไม่ใช่มองพวกช่างเครื่อง ช่างฟิต!”

และที่ปั๊มน้ำมันพุดซ้อนนี่เอง คุณชายเล็กหรือพล ชื่อที่เขาอนุญาตให้เพื่อนร่วมงานเรียก ก็ได้เจอสาลิน สาวแสบบ้านสวน หลานสาวคนเล็กของคุณสร้อยว่าที่คู่หมายของเขาเป็นครั้งแรก และมีโอกาสซ่อมรถให้เธอด้วย

สาลินไม่ได้สนใจช่างฟิตหนุ่มหน้าตาท่าทางดีเท่าไหร่นัก ทักทายสองแม่ลูกเจ้าของปั๊มสองสามคำ แล้วเดินกลับบ้านสวน โดยทิ้งผลคนงานเก่าแก่ของบ้าน ให้รอเอารถกลับหลังซ่อมเสร็จ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิต ได้แต่มองตามสาวสวยบ้านสวนจนลับตา ก่อนจะหันมาสนใจเครื่องยนต์รถ พร้อมกับเงี่ยหูเก็บข้อมูลของสาลินจากพุดซ้อนไปด้วย

“ร่ำรวยไม่รู้เท่าไหร่ ที่ทางไม่รู้กี่ขนัด เชื้อสายขุนนางรางน้ำ จะออกรถใหม่กี่คันก็ได้ นี่ออกรถมือสองซะงั้น”

“อ้าวอีซ้อน...คนรวยจริงเขารู้จักใช้เงิน แต่อีคนรวยปลอมน่ะ วันๆมีแต่อวดรวย ซื้อนั่นซื้อนี่ ลงท้ายก็หมดตูด”

พุดซ้อนถึงกับสะอึกกับคำตอกกลับของผล คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพลอดไม่ได้ หลุดขำตาม แต่ก็ต้องรีบทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและไม่ได้ยิน เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของพุดซ้อนคุณนายเจ้าของปั๊ม

ooooooo

สาลินลืมเรื่องช่างฟิตหนุ่มไปหมดแล้ว กลับถึงบ้านสวนก็เปลี่ยนเสื้อผ้า คว้าหนังสือเล่มโปรดเตรียมไปนั่งอ่านในสวน แต่ดันเห็นคุณยายกับพิณเมียของผลช่วยกันทำอาหาร เลยแวะไปคุยด้วย

“นี่คุณยายทำอาหารชาววังแข่งกับบ้านราชดำริหรือคะ”

“ชาววงชาววังอะไร อาหารไทยน่ะ ไม่มีชาวบ้าน ชาววังหรอกลูก คนไทยเราก็กินเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่ทำให้ครบเรื่องกว่า ประณีตกว่าเท่านั้นเอง”

สาลินพยักหน้าหงึกๆ คว้าของทำอาหารมากินไม่หยุดปาก ก่อนจะปั้นหน้าทำท่าและเสียงเลียนแบบคุณสร้อย

“แกงเป็ดย่างใส่พุทราแดง หล่อนคงไม่เคยเห็นล่ะสิ หลานอาซิ้มบ้านสวน วันๆคงดูดแต่หนำเลี้ยบ”

คุณยายขำมาก ชอบใจท่าทางเลียนแบบของหลานสาว แต่ก็ไม่วายเอ็ดเบาๆ

“ล้อป้า ล้อเชื้อ ไม่เอาลูก รู้ไว้เถอะ หนูโชคดีกว่าใคร ของชาววัง ของพื้นบ้าน อาหารจีนก็รู้จักทั้งนั้น”

“ถ้าไม่รู้คงโดนพวกผู้ดีค่อนตายสิ ว่าเราเป็นพวกหลังเขาไกลปืนเที่ยง”

คุณตาเสริมเสียงขุ่น คุณยายต้องส่งสายตาปรามเบาๆ สาลินเห็นว่าคุยพอหอมปากหอมคอแล้ว เลยจะลุกไปอ่านหนังสือในศาลากลางสวนตามที่ตั้งใจแต่แรก คุณตาเลยร้องเรียกให้แกะตามไปเป็นเพื่อน

“คุณสาจะไปอ่านหนังสือ ให้เจ้าแกะไปซนให้หนวกหูทำไมคะ” พิณข้องใจ

“บ้านสวนตอนนี้มันไม่เหมือนก่อน ผู้คนคึ่กๆ ดีหรือร้ายยังไม่รู้ กันไว้ดีกว่าแก้”

สิ่งที่คุณตาคาดไว้ไม่เกินจริงเลย เพราะไม่กี่อึดใจต่อมา สาลินก็ได้เจอหน้าผู้บุกรุก!

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตหนุ่มที่ปั๊มของพุดซ้อนนั่นเอง ที่แอบล้วงข้อมูลจากผล ลัดเลาะตามมาถึงสวนจนได้ และเมื่อเห็นสาวสวยเป้าหมาย ก็จะกระโดดข้ามท้อง ร่องไปหา แต่ไม่ทันขยับ ก็มีกระสุนดินปั้นยิงเฉียดหัว

“นั่นเป็นการเตือน เพราะที่ที่คุณยืนเป็นสวนของน้าพุดซ้อน แต่ถ้ากระโดดมาอีกก็เป็นสวนของฉัน”

สาลินเตือนขำๆ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตเลยต้องส่งสายตาขอร้องไปทางเจ้าของหนังสติ๊กและกระสุนดินปั้น แกะมองไปทางลูกพี่สาว สาลินพยักหน้าให้ลดมือ คุณชายเล็กเลยหายใจได้ทั่วท้องบ้าง

“คุณคือช่างฟิตหน้าดำเมื่อกี้นี้หรือ”

“เห็นไหมว่าเรารู้จักกันแล้ว ทีนี้คุณจะอนุญาตให้ผมเข้าสวนได้หรือยัง”

คงเพราะสายตาอ้อนๆของเขา ทำให้สาลินใจอ่อนอนุญาต แกะขยับมาข้างลูกพี่สาวทันที คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตเลยควักรถของเล่นคันจิ๋วให้เป็นของผูกมิตร แกะอ้าปากค้าง อยากได้มาก และสาลินก็รู้ดี เลยพยักหน้าให้รับมา

เสียงพิณร้องเรียกให้ลูกชายมายกของว่างให้ลูกพี่สาว แกะเลยรีบวิ่งไป ช่างฟิตหนุ่มได้ยินเสียงก็หัวเราะ นึกรู้ว่าต้องเป็นเสียงของพิณแน่ สาลินขมวดคิ้ว ถามอย่างเอาเรื่องว่าเขาติดสินบนผลไปเท่าไหร่

“เปล่านะครับ ผมซ่อมรถแล้วแกก็ชวนคุย แกเล่าว่ามีลูกจอมซนชื่อเจ้าแกะ มีเมียเสียงแปดหลอดชื่อยายพิณ”

สาลินกลั้นหัวเราะแทบแย่ ช่างฟิตหนุ่มลอบมองด้วยความชอบใจ ก่อนจะเชิญตัวเองนั่งและชวนเธอคุย

“คุณอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือครับ”

“ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด”

“ท่าทางคุณ ไม่เห็นเหมือนสาวชาวสวนเลย”

“นี่คุณ...ตอนนี้เมืองนนท์จะเป็นกรุงเทพฯอยู่แล้ว ผู้หญิงชาวสวน เดี๋ยวนี้นุ่งกางเกงยืด ใส่ส้นสูง ผมยีโป่งทุกคน”

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตนิ่งคิด ภาพพุดซ้อนและชบาลอยแวบในหัว พยักหน้าเห็นจริงกับสาลิน

“ผมเห็นแล้วฮะ ทั้งแม่ทั้งลูกสาวเจ้าของปั๊ม แต่ยังไงเขาก็ยังดูเหมือนสาวชาวสวน...ไม่เหมือนคุณ”

“คุณกำลังนินทาคหปัตนีประจำจังหวัดอยู่นะ สวนเขาน่ะ ตลอดคุ้งน้ำเลย”

“แล้วรู้ได้ยังไงฮะ ว่าเขตของใครแค่ไหน”

“เขาตอกหมุดไว้ตรงมุมสี่มุม แล้วถือร่องสวนเป็นเกณฑ์ไง”

“แล้วเวลาเก็บผลไม้ล่ะ ไม่มีใครเผลอไปเก็บในเขตคนอื่นบ้างหรือฮะ”

“คนที่นี่เขามีหิริโอตตัปปะ มีศีลธรรม ไม่เหมือนคนในกรุงเทพฯหรอก”

แกะยกถาดของว่างเข้ามาพอดี สาลินเลยแบ่งให้ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตรีบตอบรับด้วยความยินดี

“คนแถวนี้เขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีมิตรจิตมิตรใจ ไม่เหมือน...”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4 วันที่ 12 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ