อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4 วันที่ 13 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4 วันที่ 13 ต.ค. 58

แกะยกถาดของว่างเข้ามาพอดี สาลินเลยแบ่งให้ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตรีบตอบรับด้วยความยินดี

“คนแถวนี้เขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีมิตรจิตมิตรใจ ไม่เหมือน...”

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตต่อให้อย่างรู้ทันว่าคนกรุงเทพฯ สาลินพยักหน้า พูดต่อ

“แต่อีกหน่อยที่นี่ก็คงเปลี่ยนไปหมด เพราะความเจริญที่เข้ามานี่แหละ”



“ถ้าจริงเราก็ต้องทำใจว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราอย่างแท้จริงเลย แม้แต่ชีวิตของเราเอง”

“บางที...พี่สาวฉันก็อาจถือคตินี้เหมือนกัน”

คุณชายเล็กหูผึ่ง อยากรู้เรื่องพี่สาวของเธอขึ้นมาทันที แต่เธอก็ตัดบทขอตัวกลับบ้านก่อน ราชนิกุลหนุ่มช่างฟิตได้แต่มองตามสาวสวยบ้านสวนด้วยความเอ็นดู และหมายมั่นปั้นมือจะกลับมาที่นี่อีกแน่

สาวสวยบ้านสวนกับช่างฟิตหนุ่มแยกย้ายกันไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าพุดซ้อนกับชบาแอบเห็นจากมุมไกลๆ แม้จะไม่ได้ยินเสียงชัดๆ แต่พุดซ้อนก็คิดไปไกล ว่าสาลินเป็นสาวไวไฟ นัดเจอช่างฟิตหนุ่มที่เจอกันแค่แวบเดียว!

ooooooo

ระหว่างที่คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตแก้ตัวกับพุดซ้อนและชบาเรื่องบุกหาสาวถึงบ้านสวน สาลินก็นึกสนุก แกล้งฟ้องคุณตาคุณยายว่าผลเป็นตัวการชักศึกเข้าบ้าน พาผู้ชายแปลกหน้ามาหาเธอในสวน

คุณตาถึงกับตาเขียว ขยับไม้ตะพดในมือ พร้อมกับที่พิณทำท่าจะคว้าตะบันหมากปาหัวผัว

ผลหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัว “โธ่...เขามาช่วยซ่อมรถให้ฟรีๆ คุยก็สนุก เขาถามว่าสวนแถวนี้เดินเล่นได้ไหม นังชบามันก็บอกว่าได้ ผมก็บอกว่าสวนท่านก็อยู่ถัดไป”

คุณตาคุณยายถึงบางอ้อ แกะขยับมาฟังใกล้ๆ สาลินเลยถือโอกาสป่วนอีกรอบ

“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ เขายังเอารถของเล่นมาติดสินบนเจ้าแกะ แถมยังรู้ว่ายายพิณเสียงแปดหลอด”

สายตาเอาเรื่องของพิณทำให้ผลหน้าเจื่อน ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงเอ็ดคุณตาคุณยาย ที่เขาพูดมากจนเป็นเรื่อง สาลินนึกสงสาร พยายามช่วยไกล่เกลี่ย คุณตาคุณยายเลยลดท่าทีลง แต่ไม่วายกำชับหลานสาวคนเล็กให้ระวังตัว และหากช่างฟิตหนุ่มแวะมาอีกครั้งก็ให้พามาพบท่านทั้งสองที่บ้าน...

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพล เดินผิวปากเข้าตำหนักเล็กอย่างอารมณ์ดี จนคุณชายรองซึ่งแต่งตัวพร้อมไปเที่ยวกับคุณหญิงก้อย อดทักไม่ได้ แต่ไม่ทันได้คำตอบ หม่อมอำพันซึ่งหงุดหงิดเพราะเสียไพ่ก็โผล่มา

สองหนุ่มพี่น้องไม่อยากฟังแม่บ่น เลยขอตัวไปข้างนอกดื้อๆ เช่นเดียวกับคุณชายโตกับจรวยซึ่งผ่านมาหลังจากนั้น รีบผละไปดูลูกชายในห้องนอน โดยทิ้งนมย้อยกับสาวใช้ในตำหนักให้รับหน้าหม่อมอำพันด้วยความเหนื่อยใจ

คืนเดียวกันที่บ้านสวนเมืองนนท์...สาลินนั่งคว้านเงาะไปกินไปอย่างมีความสุข แต่เมื่อคุณยายถามถึงว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็อารมณ์เสีย กระแทกกระทั้นคว้านเงาะจนช้ำแทบทุกลูก

“ชื่อคุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์ค่ะ คนอะไรชื่อยาวตั้งโยชน์ ยาวกว่านามสกุลอีก...แหยะ!”

น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ชอบของหลานสาว ทำให้คุณยายอดส่ายหน้าอ่อนใจไม่ได้

“แล้วกันแม่คุณ มันเรื่องอะไรไม่ชอบ ยังไม่ทันเห็นหน้าค่าตาเขาสักหน่อย”

“ถึงไม่เห็นก็ไม่ชอบค่ะ มีอย่างหรือคะ ตัววิเศษแค่ไหน ต้องให้พี่ศรีไปปรนนิบัติ ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ใช่อีเย็นนะคะ”

จบคำก็คว้านเงาะเข้าปาก แต่คงออกแรงมากไป เลยช้ำอีกลูก คุณยายเลยอดดุไม่ได้ “เออ...ทำงานไปก็กระแทกกระทั้นไป มันจะดีได้ยังไง เฮ้อ...เรื่องพี่ศรีน่ะ ดูๆกันไปเถอะ เราน่ะมันพวกเสมอนอก ไม่ได้ร้องได้รำกับเขา”

สาลินตอบรับแบบขอไปที แต่ในใจหมายมั่นจะช่วยพี่สาวเต็มที่ หากคุณชายวังโน่นทำให้พี่สาวเตรียมตัวเก้ออีก

ooooooo

คุณหญิงก้อยกวาดตาทั่วไนท์คลับหรู ไม่เจอคนในแวดวงสังคมที่คุ้นหน้า ก็เบ้หน้าด้วยความเบื่อหน่าย ส่วนคุณชายรองซึ่งนั่งอึดอัดอยู่ไม่ไกลกันนั้น กลับไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบข้าง แต่นึกสงสัยคนรักมากกว่า

“แหวนหายไปไหนครับหญิง”

คุณหญิงก้อยสะดุ้ง ก้มมองนิ้วว่างเปล่าของตน “หัวแหวนพลอยมันคลอนอีกแล้วค่ะ ให้ช่างซ่อมอยู่”

“ผมน่าจะซื้อแหวนเพชรน้ำงามให้คุณนะ...หมายถึงวันหมั้นผมจะสวมแหวนเพชรน้ำงามที่สุดให้คุณ”

เพราะคำพูดของจิตติณกับจิตริณีเมื่อหลายวันก่อนแท้ๆ ทำให้ราชนิกุลหนุ่มลองหยั่งเชิงแบบนั้น โชคดีที่คุณหญิงก้อยไม่ทันสะกิดใจ ราชนิกุลหนุ่มเลยไม่ต้องลำบากใจตอบคำถาม

แต่โล่งใจไม่นาน คุณชายรองก็ต้องหงุดหงิด เมื่อคุณหญิงก้อยเจ้ากี้เจ้าการเรื่องการแต่งตัวของเขาตอนจะไปเต้นรำ ราชนิกุลหนุ่มจะไม่ตามใจ แต่เมื่อเธอขู่จะไปหาคู่เต้นอื่น ก็หมดทางเลือก

เช้าวันต่อมา...คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพลไปตรวจงานที่ปั๊มน้ำมันของพุดซ้อนอีกครั้ง และเมื่อเสร็จงาน เขาก็ไล่เพื่อนร่วมงานกลับ ส่วนตัวเองถอดเสื้อชุดช่าง เผยให้เห็นชุดหล่อสะอาด เดินดุ่มๆไปหาสาลินที่บ้านสวน สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มเห็นเข้าก็ไม่รอช้า ปิดปั๊มแล้วรีบตามติด ตามประสาพวกช่างสอดรู้สอดเห็น

สาลินเงยหน้ามองผู้บุกรุกหนุ่มหน้าเดิมด้วยท่าทางนิ่งสงบ ก่อนจะทักเสียงเรียบ

“คุณเข้ามานี่ ขออนุญาตใครหรือยัง”

“อ้าว...ก็คุณบอกว่าแถวนี้มีแต่คนใจดี ผมก็มาผูกมิตรไง”

“คุณจะมาผูกมิตรทำไม คนแถวนี้มีแต่ชาวบ้านชาวสวน ไม่มีผู้ลากมากดี ขุนนางรางน้ำที่ไหน”

“นี่คุณแอนตี้พวกผู้ดีหรือ ทำไมล่ะ”

“เพราะฉันเป็นลูกหลานเจ๊กชาวสวนมั้ง”

จบคำก็ลุกพรวด บอกให้เขาตามไปผูกมิตรกับคุณตาคุณยายที่บ้าน ช่างฟิตหนุ่มหน้าเจื่อน กลัวถูกไม้ตะพดตีหัว สาลินเลยถือโอกาสขู่ “คงไม่หรอก เพราะคุณตาไม่ชอบใช้ไม้ตะพด...คุณตาถนัดแต่ปืนลูกซอง”

สาลินเดินนำช่างฟิตหนุ่มเข้าบ้านไปแล้ว สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มได้แต่มองตามอึ้งๆ ชบานั้นนึกเสียดายหุ่นล่ำๆ ต่างจากพุดซ้อน มั่นใจกว่าเดิมว่าสาวสวยบ้านสวนแอบเล่นงูกินหางกับช่างฟิตหนุ่มแน่ๆ

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเจอสายตาทมึงถึงของคุณตาคุณยาย รวมทั้งผลกับพิณ แต่เพียงไม่นาน ราชนิกุลหนุ่มก็เอาตัวรอดจนได้ ชวนคุยจนบรรยากาศคลี่คลาย กลายเป็นถูกคอ

สาลินซึ่งนั่งมองเหตุการณ์ทุกอย่าง อดทึ่งไม่ได้ แล้วก็ถึงกับยิ้มกว้าง เมื่อได้รู้ชื่อของเขาเป็นครั้งแรก

“ผมชื่อพลครับ พล พ.พาน ล.ลิง”

“ดีจัง ชื่อสั้นดี”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตนิ่วหน้าด้วยความสงสัย สาลินเลยอธิบายขำๆ

“ก็ฉันเพิ่งไปรู้จักคนชื่อยาวเกินมนุษย์มาน่ะสิ ชื่อคนเดียวเอาตั้งชื่อชาวบ้านได้ห้าหกชื่อ”

“ชื่ออะไรหรือครับ”

“ชื่อกิตติราชนรินทร์”

ช่างฟิตหนุ่มแทบจะสำลักน้ำชาที่ดื่ม ก่อนจะหัวเราะชอบใจ

“ชื่อยาวจริงๆด้วย แต่ชื่อพวกนี้เป็นชื่อที่เจ้านายประทานมา ไม่มีใครอยากใช้ชื่อยาวๆให้เพื่อนล้อหรอก”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นชื่อเจ้า”

“ผมก็รู้แล้วกันน่า”

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่ศรีจิตราเข้าวัง เสด็จพระองค์หญิงมองท่าทางกิริยามารยาทเรียบร้อยของว่าที่คู่หมั้นหลานชายด้วยความพอพระทัย จนถึงกับตรัสชมคุณสร้อยที่อบรมเลี้ยงดูหลานมาอย่างดี

คุณสร้อยยิ้มรับแก้มแทบปริ “อุ๊ย...เหนื่อยสายตัวแทบขาดเพคะ กว่าจะได้ขนาดนี้”

เสด็จฯส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเบือนพระพักตร์ไปทางอุ่นเรือน

“สวยเหมือนแม่นี่เอง ไหน...อุ่นเรือนเข้ามาใกล้ๆซิ”

อุ่นเรือนตื้นตันมาก ขยับมาใกล้ลูกสาวแล้วหมอบกราบ

“ผิวพรรณวรรณะจมูกปากมาจากแม่ แต่คิ้วกับตาเหมือนตาสาวิตร”

“เพคะ แม่ศรีเหมือนพ่อ...เหมือนคุณสาวิตรมากเพคะ”

“อุ่นเรือน...ฉันขอลูกสาวมาอยู่ด้วยกันที่นี่ อย่าห่วงเลยนะ ฉันจะดูแลให้ดีที่สุด”

“เป็นพระกรุณาเพคะ แต่วิสัยแม่ ถึงยังไงก็ห่วงเพคะ”

คุณสร้อยตาเขียวปัด แทบจะกราดมาหยิกน้องสะใภ้ แต่เสด็จฯกลับไม่ถือสา และประทานอนุญาตให้สองแม่ลูกเจอกันบ่อยตามที่ต้องการ หลังจากนั้นก็ทรงหันไปสร้างความคุ้นเคยกับศรีจิตรา ชี้ชวนให้เห็นถึงข้อดีของการย้ายมาอยู่วังวุฒิเวสม์ คือจะได้ฝึกหัดทำงานจากข้าหลวงเก่าแก่ฝีมืองดงามไม่แพ้วังไหนๆ

มาลากับวรรณาพยักพเยิดรับสมอ้างเต็มที่ เลยถูกเสด็จฯเอ็ด

“ข้าหมายถึงข้าหลวงผู้ใหญ่ ไม่ใช่หล่อนสองคน ดูรึให้ร้อยกระแต ไพล่ไปเหมือนชะนี”

คุณสร้อยกับคุณสอางค์พลอยขำ เช่นเดียวกับ ศรีจิตรา เสด็จฯหันมาเห็นก็อดชมไม่ได้

“น่าเอ็นดูจริง จะยิ้มจะแย้มอะไรก็ไม่งามเกินเหมือนสาวๆสมัยนี้”

“จริงเพคะ สาวๆสมัยนี้เหมือนม้าดีดกะโหลก หัวเราะทีเห็นไปถึงลิ้นไก่” คุณสอางค์เสริม

“เพคะ ยิ่งแม่หลานสาวหม่อมฉันอีกคน พูดแล้วอ่อนใจเพคะ”

ถ้อยคำของคุณสร้อย ทำให้เสด็จฯสนพระทัยว่าใครคือหลานสาวอีกคน อุ่นเรือนเป็นคนกราบทูล

“ยายสา...เอ่อ...สาลินอยู่ที่บ้านเดิมหม่อมฉันที่สวนนนท์เพคะ ได้อาศัยแกดูแลตากับยายแทนหม่อมฉัน”

คุณสร้อยอดค่อนแคะไม่ได้ “เพคะ เลยแก่นแก้วแววชะนีอยู่ในสวน”

คุณสอางค์ส่งสายตาปรามน้องสาว “หม่อมฉันน่ะอยากให้เข้ามาอบรมในวังเพคะ แต่แม่สร้อยขัดไว้”

“อย่าให้หม่อมฉันขายหน้าวันละห้าเบี้ยเลยเพคะ ถ้าจะให้มาจริงก็ต้องอบรมอีกนาน”

เสด็จฯส่ายพระพักตร์ ตัดบท “จะมาเที่ยวเกณฑ์ใครให้เข้าวังหมดน่ะไม่ได้หรอกแม่สร้อย โลกวันนี้มันเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว น้องสาวแม่ศรีจิตราดูแลตายายแทนแม่ได้ก็ถือว่าใช้ได้”

“แหม...อย่าให้หม่อมฉันต้องพูดเลยเพคะ แม่สาลินนี่”

“ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ดู๊...มานินทาลูกสาวเขาต่อหน้าแม่ มาว่าน้องสาวต่อหน้าพี่ ไม่มีใครเขาอยากฟังหรอก!”

หลังจากนั้นคุณสอางค์ก็พาศรีจิตราไปดูห้องที่ตกแต่งใหม่เพื่อต้อนรับโดยเฉพาะ โดยมีคุณสร้อย อุ่นเรือน มาลาและวรรณาตามมาด้วย สาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริกวาดตามองรอบห้องด้วยความชอบใจ ก่อนจะก้มลงกราบขอบคุณป้าทั้งสอง และปิดท้ายกราบลาอุ่นเรือน

“หนูอยู่นี่ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขนะลูก”

“ยังไงก็ไม่ใช่บ้านเรา หนูกลัวจังค่ะ”

“คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ยิ่งเสด็จฯทรงเมตตาอย่างนี้ อย่ากลัวเลยลูก”

สองแม่ลูกกอดกันทั้งน้ำตา คุณสอางค์และสองสาวใช้ต้นห้องเสด็จฯพลอยซึ้ง ต่างจากคุณสร้อย ค่อนแคะแดกดันตามประสา เลยถูกคุณแม่บ้านแห่งตำหนักใหญ่หยิกจนเนื้อเขียว!

ooooooo

บรรยากาศในวังวุฒิเวสม์ไม่เลวร้ายนักสำหรับศรีจิตรา แม้ต้องไกลจากแม่และญาติพี่น้อง แต่ก็มีเรื่องน่าสนใจให้เรียนรู้มากมาย แถมมีมาลากับวรรณาเป็นเพื่อนคลายเหงาที่ดี อย่างเช่นเย็นวันนี้ที่สองสาวเชิญชวนเธอไปเก็บดอกไม้ในสวนมาทำงานฝีมือถวายเสด็จพระองค์หญิง

แต่การเก็บดอกไม้ก็ไม่สนุกอย่างที่คิด เพราะ

ศรีจิตราดันเห็นคุณชายรองนั่งอ่านหนังสือในสวน เธอไม่กล้าสู้หน้าเพราะยังสะเทือนใจกับท่าทางเขาเมื่อคราวก่อน เลยหมุนตัวกลับไปสมทบมาลาและวรรณาที่อีกด้านของสวน

จรวยผ่านมาเห็นหญิงสาวแปลกหน้า พูดคุยกับมาลาและวรรณาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก็อดไม่ได้จะไปสืบ และเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือศรีจิตรา ว่าที่คู่หมั้นของคุณชายรอง ก็ไม่รอช้าจะวางท่าเบ่งใส่

“เก็บดอกไม้ก็ระวังหน่อย อย่าเลยเถิดมาเก็บถึงเขตตำหนักเล็ก พวกฉันก็ต้องใช้ดอกไม้ทำงานฝีมือเหมือนกัน”

มาลาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศรีจิตรา เลยแกล้งแขวะ “งานฝีมือหรืองานรำพัดคะ”

จบคำก็หันไปหัวเราะกับวรรณา จรวยกัดฟันแน่น สะบัดหน้าหนีเพราะเถียงสู้ไม่ได้ ทิ้งให้ศรีจิตรามองตามงงๆ แต่ก็ไม่ทันซักอะไร สองสาวต้นห้องเสด็จฯก็เปลี่ยนเรื่องและพากลับตำหนักใหญ่เสียก่อน

กว่าคุณชายรองจะรู้เรื่องศรีจิตราย้ายมาอยู่ตำหนักใหญ่ก็เย็นวันเดียวกัน แต่ไม่ใช่เพราะเสด็จฯทรงส่งข่าวบอก แต่เพราะแอบได้ยินจากบทสนทนาของคุณชายโตและจรวย

“หลานคุณสอางค์เข้ามาอยู่ในตำหนักแล้วหรือ”

“ค่ะ...มาวันนี้แหละ แต่ที่จริงก็ดูเหมาะกับคุณรองดี”

คุณชายรองเงี้ยหูฟังเต็มที่ แล้วก็ถึงกับหน้าเครียด เมื่อได้ยินเหตุผลของจรวย

“ก็เย็นๆชืดๆเหมือนคุณรองน่ะสิคะ แต่คุณชาย...ถ้าหลานคุณสอางค์มาอยู่ที่นี่ แล้วจรวยกับคุณโตจะเป็นยังไง”

“จะเป็นยังไง ไม่เข้าใจคำถาม”

“เราจะเป็นรองเขาน่ะสิคะ ยิ่งจรวยถูกดูถูกว่าเป็นเมียบ่าว เมียนอกคอกอยู่แล้ว ต่อไปเขาคงเฉดหัวออกจากวัง”

“โธ่...ไม่อย่างนั้นหรอกน่าจรวย ใครจะมาเฉดหัวเธอได้ เธอเป็นเมียฉันนะ”

จรวยสะอื้น บีบน้ำตาเรียกความสงสาร คุณชายโตต้องกอดปลอบ ไม่รู้เลยว่าคุณชายรองแอบมองจากอีกมุมด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะผละไปเงียบๆ ยังคิดไม่ตกว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี

คืนแรกในวังวุฒิเวสม์ของศรีจิตราไม่เงียบเหงาและอ้างว้างอย่างที่นึกกลัว คุณสอางค์ มาลาและวรรณาแวะมาคุยด้วย เล่าถึงความหลังกันใหญ่ โดยเฉพาะอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนของคุณแม่บ้าน ซึ่งเคยเป็นถึงคู่หมั้นของท่านชายใหญ่แห่งวังวุฒิเวสม์ แต่ก็ต้องเป็นหม้ายขันหมาก เพราะท่านชายสิ้นพระชนม์เสียก่อน

บทสนทนาของสี่สาวลากยาวถึงอดีตของคุณสร้อย ที่หน้าตาเคร่งขรึมและจริงจังกับทุกเรื่องตั้งแต่เด็ก แต่ที่ทำให้ศรีจิตรานิ่วหน้าด้วยความสงสัย ก็เมื่อได้ยินชื่อคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย คุณสอางค์ใจไม่ดี ไม่อยากให้หลานสาวคิดมาก เลยตัดบทและกลบเกลื่อนว่าราชนิกุลสาวเป็นแค่ญาติห่างๆของเสด็จฯเท่านั้น

ศรีจิตราไม่ได้คิดเรื่องคุณหญิงก้อยอีกเลยหลังจากนั้น และลืมสนิท เมื่อคุณสอางค์ มาลาและวรรณาออกจากห้อง แต่กระนั้น...เธอก็นอนไม่หลับเพราะแปลกที่ จึงไปรับลมที่หน้าต่าง แล้วก็ได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจเต้นแรง!

คุณชายเล็กในสภาพเลอะน้ำมันเครื่องไปทั้งตัวเพราะกำลังซ่อมรถ ศรีจิตราเลยเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นคนขับรถ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อนอก เห็นแผงกล้ามอกเป็นมัดๆ ก็ทำให้เธอหายใจติดขัดอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อเขาหันมาเหมือนจะรู้ว่ามีคนแอบดู สาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริก็รีบหลบ ราวกับสาวแรกรุ่นที่แอบมองหนุ่มในฝันไม่มีผิด!

ooooooo

คืนเดียวกันที่ไนท์คลับหรู...คุณหญิงก้อยกำลังเซ็งสุดขีด เมื่อค่ำคืนแสนหวานของเธอกับคุณชายรองกลับต้องเจอกับบรรยากาศหน้าเบื่อ ผู้คนซ้ำหน้า ซ้ำกลุ่ม และซ้ำชุด!

คุณชายรองถอนใจเหนื่อยหน่าย พยายามพูดในแง่ดี ว่าคงไม่มีใครจำได้ แต่คุณหญิงก้อยกลับไม่คิดเช่นนั้น

“หญิงก็คงจำไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าชุดเขาไม่เร่อร่าเหมือนเป็นพวกเศรษฐีใหม่ขนาดนั้น”

“แต่หญิงเองก็คุ้นเคยกับพวกนี้หลายคนไม่ใช่หรือครับ”

“แค่บางคนเท่านั้นล่ะค่ะ บางคนที่มีรสนิยมบ้าง แต่ไม่ใช่พวกตู้ทองเคลื่อนที่แบบนั้น”

จบคำก็โบกไม้โบกมือให้เหล่าเศรษฐีใหม่ ปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะชักสีหน้า เมื่อคนรักทำท่าจะไปทักทายกลุ่มของวิรงรอง

“หญิง...นัดเพื่อนกลุ่มนี้มาเหรอ”

“ไม่ได้นัดค่ะ ยายติ่งเขาก็มาของเขา”

“บอกตามตรงนะ ผมไม่ชอบเพื่อนกลุ่มนี้ของหญิงเลย”

“เข้าใจค่ะ ถึงได้ไม่เรียกมาจอยกับเราไงคะ”

คุณหญิงก้อยไม่ทำจริงตามที่พูดจริงๆ วิรงรองพร้อมกับสมาชิกหน้าเดิม อย่างจิตติณและจิตริณีเลยเป็นฝ่ายเดินไปหา พร้อมกับข่าวใหญ่ ว่าจะมีมหาเศรษฐีลงทุนเปิดคลับใหม่ที่หรูและใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเร็วๆนี้

คุณชายรองรับฟังเรื่องเห่อเศรษฐีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คุณหญิงก้อยเลยตัดสินใจพาเขาแยกไป ส่วนตัวเองก็ย้อนไปสังสรรค์กับกลุ่มวิรงรองตลอดทั้งคืน คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากดื่มเหล้าย้อมใจจนเมาฟุบหลับคาโต๊ะ!

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4 วันที่ 13 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ