อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 5/4 วันที่ 15 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 5/4 วันที่ 15 ต.ค. 58

“ใครบอกล่ะ คืนนี้เขาไปดูหนังกินข้าว เต้นรำกับเพื่อนกลุ่มที่รู้จัก”
น้องคนเล็กยักไหล่ แล้วหยิบนั่นหยิบโน่นบนโต๊ะมาดูตามประสามืออยู่ไม่สุข ก่อนจะหยิบกล่องนามบัตรของพี่ชายมาดู แล้วหัวเราะขำ
“นายหัวเราะบ้าอะไร”
“มีใครเคยบอกไหมฮะว่า ชื่อพี่รองยาวตั้งวา”

ฝ่ายพี่ชายทำหน้างง “ชื่อกิตติราชนรินทร์น่ะหรือ ไม่มีนี่ ใครเขาก็เรียกกันแค่กิตติ ทำไม”
“ไม่ทำไมหรอกฮะ มีเพื่อนผมคนนึงบอกว่า ชื่อพี่รองน่ะ เอาไปตั้งชื่อคนอื่นได้ตั้งสี่ห้าคน”


“แล้วชื่อนายสั้นนักหรือ นายบดินทรราชทรงพล”
พี่ชายย้อนถาม น้องชายทำคอย่นแล้วหัวเราะ
“เออ ผมเกือบลืมไปแล้วว่าผมชื่ออะไร”
“เพื่อนช่างวิจารณ์ของแกคนนี้เป็นใคร ฉันรู้จักไหม”
“คงไม่หรอกฮะ”
อีกฝ่ายถามคาดคั้นต่อ “ผู้หญิงหรือผู้ชาย”
“ถ้าเป็นผู้ชายแล้วพี่รองจะทำไมหรือฮะ”
“ฉันก็อาจจะต่อยปากสั่งสอน ที่บังอาจมาวิจารณ์ชื่อที่เสด็จป้าประทานให้น่ะซี”
น้องชายทำคอหด “แล้วถ้าเป็นผู้หญิงล่ะฮะ”
“ฉันก็จะบอกเจ้าหล่อนว่าอย่าปากคอเราะร้ายนัก ไม่รู้เป็นยังไง ผู้หญิงสมัยนี้ปากคอร้ายกาจ เถียงฉอดๆๆ คำไม่ตกฟาก ยิ่งยายเด็กบ้าคนนั้น”
“ฮะ เด็กบ้าที่ไหนกันฮะ”
“ช่างเถอะ แกไม่รู้จักหรอก แล้วฉันก็คงจะไม่เจอะเจอเจ้าหล่อนอีกแล้วในชีวิตนี้”
ชายรองพูดพลางทำหน้าบึ้ง
ศรีจิตราถือหนังสือนิทานเดินลงมาจากชั้นบน เมื่อเห็นบดินทราชทรงพลก้าวเข้ามาเงียบๆ พลางเหลียวซ้ายแลขวา ก็รีบก้าวไปแอบหลังรูปปั้นเชิงบันได
ชายเล็กก้าวไปที่ตู้เตี้ยวางนาฬิกาเก่าแก่งดงาม แล้วหยิบขึ้นมาดู
“เรือนนี้แหงเลย”
พูดพลางถือนาฬิกาหมุนตัวจะกลับไปตำหนักเล็ก ศรีจิตราตกใจก้าวออกมา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ นายยอด”
อีกฝ่ายชะงักหันมา เห็นศรีจิตรายืนหน้าเคร่ง แต่งดงามราวหุ่นนางละคร ก็ยิ้มเผล่ แต่ฝ่ายหลังคิดว่ายิ้มกลบเกลื่อนความผิด
“อะไรนะครับ คุณ”
“ฉันบอกให้เธอหยุดเดี๋ยวนี้ นายยอด”
“นายยอด?”
ชายเล็กรำพึงเบาๆ พลางสมองคิดปราดไปก็เดาเรื่องได้ พลันดวงตาก็เป็นประกายพราว ก้าวเข้าไปพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ศรีจิตราก้าวมาประจันหน้า
“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ คุณผู้หญิง”
“ฉันไม่มีอะไรให้เธอรับใช้ แต่เธอทำอะไรลงไปก็น่าจะรู้ตัว”
“โธ่ คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้เจตนา” ฝ่ายแรกแกล้งพูดบ่ายเบี่ยง
“ถ้าเธอไม่ได้เจตนา เธอก็คงไม่ทำอะไรแย่ๆ อย่างนั้น”
“โอ้โฮ มันแย่ขนาดนั้นเชียว”
“สิ่งที่เธอทำ ผิดทั้งศีลธรรม ผิดทั้งกฎหมาย”
ชายเล็กทำตาโต “หา กฎหมายอะไรกันครับ กฎหมายพระเจ้าฮัมมูราบีหรือ”
ศรีจิตราแอบคิด “ตาย รู้จักพระเจ้าฮัมมูราบีด้วย” ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม “โปรดอย่ามาตีฝีปากกับฉัน”
“ผมไม่ได้ตีฝีปาก แต่ว่ามันผิดถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ กะอีแค่ผมจับมือคุณโดยบังเอิญนี่”
ศรีจิตราหน้าแดงซ่าน “นี่ เธออย่ามาพูดเฉไฉ ออกนอกเรื่องนะ”
“อ้าว นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณพูดหรือครับ ให้ตาย ผมขอยืนยันว่าที่ผมจับมือคุณเป็นเรื่องบังเอิญ”

“หยุดพูดนะ ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึงเรื่องที่เธอขโมยของ”
ชายเล็ก พยักหน้าหงึก “ขโมยของ อ๋อ นึกออกแล้ว”

“สำนึกได้ก็ดีแล้ว”
“เรื่องขันดอกไม้น่ะ ผมฝากให้คนเอามาคืนคุณแล้ว นี่คุณยังไม่ได้อีกหรือฮะ โธ่ ผมจะขโมยขันคุณไปทำไม”
ศรีจิตราเกือบเต้น “ฉันไม่ได้หมายถึงขันใบนั้น แต่หมายถึงนาฬิกาในมือเธอ”
ชายเล็กก้มดูนาฬิกาในมือ แล้วนึกออก เอาอีกมือตบหน้าผากตัวเองดังป๊าบ
“เธอเอามันมาคืนเดี๋ยวนี้”
อีกฝ่ายแกล้งทำกลัว ตัวสั่นงันงก
“คุณ คุณผู้หญิง โธ่ ผม ผม ผิดไปแล้ว”
“รู้ตัวแล้วก็เอาคืนมา
“ครับ คุณผู้หญิง แต่คุณ คุณได้โปรดอย่าบอกใครนะครับ”
ศรีจิตราถอนใจ “ก็ได้ ฉันจะไม่บอกใคร”
“คุณช่างมีเมตตาเหลือเกินนะครับ”
ชายเล็กพูดพลางยื่นนาฬิกาให้ ศรีจิตรารับไม่ถนัด พอฝ่ายแรกปล่อยมือ นาฬิกาก็ร่วงหล่น
ทั้งคู่ร้องตกใจ รีบก้มลงเก็บ มือศรีจิตรากุมนาฬิกาอยู่ มือชายเล็ก กุมมือเธออีกที ทั้งคู่นิ่งไป มองหน้ากัน
“คราวนี้ก็เป็นอุบัติเหตุนะครับ”
พูดจบก็ดึงมือออกช้าๆ ศรีจิตราเชิดหน้าขยับถอย
“เธอไปได้แล้ว”
ชายเล็กค้อมตัว พลางผายมือร่ำลา แล้วหมุนตัวเดินจากไป ศรีจิตรามองตามยิ่งแปลกใจ

หม่อมวาณี ศศิรัชนี และเทพีเพ็ญแสงนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน พอเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น รื่นก็รีบพุ่งจะไปรับสาย หญิงก้อยรีบห้าม
“ไม่ต้องรับ”
หม่อมวาณีทำหน้างง “ ทำไมล่ะลูก”
“มีคนคนเดียวเท่านั้นละค่ะที่โทร. มา คุณชายรอง”
หม่อมวาณีพูดแย้ง “อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ”
ศศิรัชนีรีบย้อนถาม “แล้วถ้าใช่ เธอไม่คิดจะปรับความเข้าใจกับเขาหน่อยเหรอ”
“ไม่จำเป็นค่ะ สำหรับตอนนี้”
“งั้น ก็ลองฟังท่าทีเขาหน่อยเป็นไร พี่รับสายเอง”
หญิงก้อยลังเลไปครู่หนึ่ง

“ขอสายหญิงก้อยครับ นั่นหญิงกลางรึเปล่า”
ชายรองคุยสายอยู่ในห้องนอน
“หญิงเองค่ะ”
“ผมขอสายหญิงก้อยหน่อย”
“ยายก้อยบ่นปวดหัวตั้งแต่เย็น หลับไปตอนหัวค่ำแล้วค่ะ”
“เหรอครับ ไม่เป็นไร ฝากบอกด้วยว่า พรุ่งนี้ช่วงบ่ายผมจะแวะไปหา”
ศศิรัชนียิ้มรับ “ได้ค่ะ สวัสดี”
พูดเสร็จก็รีบวางสาย ก่อนจะหันมาหาน้องสาว พอเห็นหญิงก้อยยังหน้าเชิด ก็เลยทำเฉยไม่พูดอะไร จนอีกฝ่ายทนไม่ได้
“พี่กลาง พูดมาซีคะ คุณรองว่ายังไง”
ศศิรัชนีและหม่อมวาณีหันมายิ้มให้กัน

หญิงก้อยนอนเอนอยู่บนโซฟาตัวโปรด สวมชุดอยู่บ้านกรุยกรายระมาถึงพื้น ในมือมีชุดราตรีปักเลื่อมระยิบระยับ รื่นกับโรยคุกเข่าอยู่ที่พื้นมองตาเป๋ง
พักหนึ่งฝ่ายแรกที่ยิ้มสดใส ก็ค่อยๆ หุบยิ้มกลายเป็นบึ้งตึง เหลือบตามอง รื่นกับโรยคอหด แทบจะทรุดราบไปกับพื้น
“ฉันให้เธอเอาไปแปลงเป็นราตรีสั้น ไม่ใช่ให้แปลงเป็นผ้าขี้ริ้ว”
“เดี๋ยวรื่นกับโรยจะแก้ให้ใหม่ค่ะ คุณหญิง”
ขาดคำเทพีเพ็ญแสงก็ปาชุดใส่หน้า หม่อมวาณีกับศศิรัชนีอยู่ที่โต๊ะกินข้าวหันมองมา
“ไม่ต้องแก้แล้ว ไปให้พ้นหน้าฉัน จะเอาไปฉีกทิ้ง หรือเผาทิ้งก็ได้”
“เจ้าค่ะ เดี๋ยวจะเผาเจ้าค่ะ”
โรยพาซื่อรับคำ เทพีเพ็ญแสงชะงัก ยิ่งโกรธหนัก ลุกพรวดขึ้น
“ฉันประชด โง่อะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้”
หม่อมวาณีลุกพรวดเข้ามา “ไป ไป พวกแกออกไปให้หมด”
2 สาวใช้รีบย่อตัวออกไป หม่อมวาณีแตะมือลูกชายเป็นเชิงปราม
“หญิงอุตส่าห์จะช่วยหม่อมแม่ประหยัด เอาชุดเก่ามาดัดแปลง ดูซิคะ ไม่ได้เรื่อง ต้องไปตัดใหม่อีก”
“จ้ะ ต้องประหยัดทำไมจ๊ะ ตัดใหม่ดีกว่าลูก”

“ค่ะ เดี๋ยวหม่อมแม่เซ็นเช็คให้หญิงซักห้าพันนะคะ”
วาณียืนอึ้งไปครู่หนึ่ง “ห้าพัน ว้าย ผ้ามันทอด้วยไหมทองเหรอ”

ศศิรัชนีหันมาบอกแม่ “จ่ายไปเถอะค่ะ เผื่อหญิงจะอารมณ์ดีขึ้น”
หม่อมวาณีถอนใจเฮือก “เฮ้อ ชายรองนะชายรอง จะง้อหญิงหน่อยก็ไม่ได้ ดูซิปั่นป่วนไปหมดแล้ว”
“หม่อมแม่คะ คุณรองน่ะง้อจนไม่รู้จะง้ออย่างไรนะคะ ทางเรานี้แหละเล่นองค์ ไม่ยอมคุยด้วยซักที”
“แหม ง้ออีกซักนิด หญิงก็คงใจอ่อน นี่ใจคอหญิงกลางจะไม่ช่วยน้องเลยหรือ”
ศศิรัชนีเปิดให้ดูรูปเค้ก ที่มีสีสลับเป็นสายรุ้ง “นี่ไงคะ หญิงกำลังช่วยอยู่ เค้กสายรุ้ง”
“จะทำขนม ทำให้มันได้อะไรขึ้นมา น้องกำลังไม่สบายใจ มามัวเสียเวลาทำอะไรก็ไม่รู้”
“วันก่อนนายเล็กเอาขนมนมย้อยมาให้ตั้งหลายอย่าง หญิงก็เลยจะทำเค้กไปตอบแทน”
หม่อมวาณีส่ายหน้า “เอาไว้ก่อนก็ได้”
“พอหญิงอบขนมเสร็จ หม่อมแม่ก็จะเป็นคนเอาไปเยี่ยมหม่อมอำพันไงคะ แล้ววันนั้น ก็บังเอิญมีหญิงก้อยติดรถไปวังวุฒิเวสม์ด้วย”
หม่อมวาณีตาโตเข้าจับแขนศศิรัชนีเขย่า “ว้าย ลูกหญิง ฉลาดจังเลยลูก”
“ค่ะ คงไม่เสียเวลา มามัวทำอะไรก็ไม่รู้แล้วนะคะ”
ศศิรัชนีพูดแขวะแม่ หม่อมวาณีชะงักแล้วยิ้มประจบลูกสาว

ศรีจิตราเดินมาในสวนเข้าเขตตำหนักเล็ก เห็นรถชายเล็กจอดอยู่ พร้อมกับมีร่างชายคนหนึ่งเปลือยท่อนบนหันหลังให้ เธอชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองดู พลันชายคนนั้นที่เอาสายยางฉีดรดรถเป็นสาย ก็
หันมา ที่แท้ก็คือนายยอดนั่นเอง
ศรีจิตรารีบเดินเลี่ยงมา ก่อนจะเห็นผู้หญิงอุ้มเด็กยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณใช่ไหมคะ คุณศรีจิตราที่เสด็จจะให้แต่งกับคุณชายรอง” จรวยถามโพล่งขึ้นมา “รู้ไหมคะ ใครต่อใคร เขาโจษกันเรื่องคุณทั้งวัน อ้อ ฉันชื่อจรวย เป็นภริยาคุณชายโตค่ะ”
ศรีจิตรายิ้มน้อยๆ “คะ”
“นี่ไงคะ ลูกของฉันกะคุณชายโต”
จรวยอุ้มตาตุ้มให้ดู ศรีจิตราแตะแก้มยุ้ย หนูน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊าก
“น่ารักจัง”
“คุณไม่ยักเหมือนคุณสอางค์นะคะ รู้ไหม เสด็จทรงโปรดคุณสอางค์มาก ถึงได้บังคับให้คุณชายรองแต่งงานกับคุณ”
ศรีจิตรารำพึงเบาๆ “บังคับ”
“แล้วนี่เมื่อไรจะแต่งกันคะ”
“ยังไม่ทราบค่ะ”
จรวยยิ้มในหน้าแล้วแกล้งเปรย “เฮ้อ แล้วนี่คุณหญิงก้อยจะทำยังไงดีนี่ โธ่เอ๋ย นึกๆ ก็เห็นใจเธอนะคะ”
ศรีจิตราคิดปราดไปแล้วก็เดาเรื่องได้
“คุณหญิงก้อยเป็นคนรักของคุณชายรองใช่ไหมคะ”
จรวยทำเป็นแสร้งตกใจ “ว้ายตายจริง คุณก็ทราบหรือ ฉันคิดว่าเขาปิดบังงำความไม่ให้คุณรู้ซะอีก”
ศรีจิตราทำหน้าเฉยๆ ไม่รับ ไม่ปฏิเสธ จรวยรู้สึกผิดแผนนิดหน่อย จึงรีบใส่ไฟต่อ
“คุณชายรองกับคุณหญิงก้อยรักกันสุดสวาทขาดใจเชียวค่ะ เธอพามาพลอดรักกันที่ตำหนักนี้บ่อยๆ”
“อ๋อ ค่ะ”
พอเห็นอีกฝ่ายยังเฉย จรวยก็นึกแปลกใจ จังหวะนั้นมาลากับวรรณาก็โผล่มา
“ต๊าย คุณศรีมาอยู่นี่เอง”
“ค่ะ”
จรวยขยับถอยมา มาลาจับแขนศรีจิตรา แล้วลอยหน้าพูด
“กลับเถอะค่ะ ตรงนี้มีแต่เสี้ยนแต่หนาม เดี๋ยวจะตำเข้า”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 5/4 วันที่ 15 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ