อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 6/2 วันที่ 17 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 6/2 วันที่ 17 ต.ค. 58

นมย้อยกับเจียมถือถาดอาหารกลางวันขึ้นเทอเรซมา หญิงก้อยยังร้องกรี๊ดวิ่งฝ่ากลาง นมย้อยกับเจียมหมุนคว้างจนพอจะตั้งหลักได้ กิตติวิ่งฝ่ากลางมาอีกคน นมย้อยกับเจียมต้องบาลานซ์ถาดสุดความสามารถ
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณชาย”
“ไว้ผมจะอธิบายให้ฟังครับนม”
สาลินกับจรวยเดินตาม

สร้อยกำลังนิทราทิพย์แต่ขมวดคิ้ว ส่วนปากละเมอเสียงหวาน
“ไอ้กรรมกร เอากล้ามแกออกไป ไม่งั้นฉันจะร้อง”
สร้อยร้องกรี๊ดเบาๆ ก่อนจะผวาลุกเอามือทาบอก แล้วเธอก็งงเพราะยังมีเสียงกรี๊ดดังต่อเนื่อง



หญิงก้อยร้องกรี๊ดไม่ขาดสาย เธอวิ่งเข้ารถที่จอดอยู่ ชายรองวิ่งตามมาถึง หญิงก้อยขึ้นรถตระบึงหนีไป กิตติยืนอึ้งมองตามโดยยังมีเสียงกรี๊ดดังอยู่

ศรีจิตรานั่งอยู่บนเก้าอี้ ในมือของเธอมีหนังสือ มาลากับวรรณาปอกมะม่วงที่สาลินเอามาให้
“เปรียบไปคุณหญิงก้อยก็เหมือนนางวันทอง สูญหายกลับกลายไปตามเพศ” มาลาบอก
“เป็นเปรตสูงเยี่ยมเทียมสวรรค์” วรรณาว่า
เสียงกรี๊ดดังแว่วมา ศรีจิตราชะงัก มาลากับวรรณาตกใจเลิ่กลั่ก
“ว้าย อะไร”
“เสียงเปรตวันทอง”

“ตำหนักเล็กนี่” ศรีจิตรารำพึง
ชายรองยังคงยืนมองตามรถหญิงก้อย สาลินก้าวมาเหนือเทอเรซแล้วทำหน้าแหยะใส่หลังชายรอง

ก่อนจะเดินทำไม่รู้ไม่ชี้กลับตำหนักใหญ่ ชายรองเหลือบไปเห็นก็โทสะพุ่งขึ้นแล้วก้าวพรวดตามไป

สวนตำหนักใหญ่งดงามที่มีรูปปั้นกรีกเป็นระยะ ถัดไปเป็นซุ้มไม้เลื้อย ใกล้น้ำพุที่พุ่งเป็นสายงดงาม สาลินเดินฉับๆมา ชายรองตามมาทันคว้าข้อมือไว้แล้วกระชากจนสาลินหันมาประจันหน้า
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ แม่ตัวดี” ชายรองพูด
“คุณน่ะซี นายตัวร้าย” สาลินว่า
สาลินสะบัดมือ ชายรองยังคงจับไว้เดี๋ยวหนึ่งแล้วปล่อย สาลินถอยไปนวดข้อมือป้อยๆ
“มันกงการอะไรของเธอที่ต้องมาแส่เรื่องฉัน แม่นักถ้ำมอง”
“ฉันไม่ได้ถ้ำมอง คุณต่างหากพวกชอบโชว์”
“นี่มันบ้านของฉัน แล้วก็มุมลับตา”
“ถ้าลับตาจริง ฉันก็คงโผล่เข้าไปไม่ได้”
ชายรองขบกราม
“นี่เธอก่อเรื่องอะไรไว้รู้ไหม”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ว่าคนที่เล้าโลมผู้หญิงกลางวันแสก ๆ อยู่บ่อย ๆ เป็นคนที่ขับรถสาดโคลนใส่ฉันสองหน เป็นคนปากจัดด่าฉันเสีย ๆ หาย ๆ เป็นคน” สาลินเน้น “ที่พี่สาวฉันต้องแต่งด้วย”
“ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าแม่นักถ้ำมองเป็นกิจวัตร ราดน้ำรดกางเกงฉันถึงสองครั้ง แถมยังเถียงคำไม่ตกฟาก จะเป็น” ชายรองเน้น “น้องสาวคนที่ฉันต้องแต่งด้วย”
สาลินทำหน้าแสยะ
“อ้อ รู้ตัวเหมือนกันหรือ ว่าคุณต้องแต่งงาน”
“งั้นก็รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้อยากแต่งกับพี่สาวเธอเลย”
“ฉันก็ไม่อยากได้คุณมาเป็นพี่เขยเหมือนกัน”
“อ้อ ไม่อยากได้ฉันเป็นพี่เขย แต่วิ่งวุ่นเอาของกำนัลมาให้จนถึงที่”
สาลินเกือบเต้นแล้วคิดตอบโต้
“นั่นเขาเรียกว่าน้ำใจ เพราะแถวบ้านฉัน ทุกคนมีน้ำใจไมตรีต่อกัน โอเค ฉันผิดเอง”
“รู้ตัวก็ดี”
“ฉันผิดเอง ที่อยู่แต่ที่ที่มีแต่คนดี เลยคิดว่าโลกนี้มีแต่คนดีไปหมด”
ชายรองแทบเต้นบ้าง เขาขยับมาใกล้
“เธอ ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“ฉันขอโทษ”
“ดี”
“ขอโทษที่คิดว่าคุณเป็นคนดี เหมือนคนอื่นแถวบ้านฉัน”
ชายรองตัวสั่น สาลินลอยหน้า
“พูดจาก้าวร้าวอวดดีนักนะ ต่อไปอย่าได้เหยียบเข้ามาในวังนี้อีกเป็นอันขาด”
“เสียใจ เสด็จโปรดให้ฉันมาเยี่ยมพี่สาวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ”
“ฉันจะทูลเด็จป้าว่าเธอก้าวร้าวเล่นลิ้นยังไงบ้าง”
“ฉันก็จะทูลเสด็จว่า คุณเล่นลิ้นแลกลิ้นกับผู้หญิงอื่นอย่างไงบ้าง”
ชายรองจับไหล่สาลินแล้วมองตาเขียว
“ฉันไม่เคยเห็นใคร พูดจาส่อนัยในทางเพศได้เท่าเธอ”
“ฉันก็ไม่เคยเห็นใคร แสดงพฤติกรรมส่อนัยในทางเพศได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างคุณ”
ชายรองสะอึกและอึ้งไป
“อย่าคิดนะว่าพี่สาวฉันอยากเป็นสะใภ้จ้าวจนตัวสั่น ทั้งหมดเป็นเพราะผู้ใหญ่จัดการ”
ชายรองอ่อนลงนิดหนึ่งก่อนจะปล่อยไหล่สาลิน
“คุณรักคนอื่นอยู่ ทำไมคุณไม่คัดค้านผู้ใหญ่” สาลินถาม
“ฉัน” ชายรองอึกอัก
“คุณไม่กล้าขัดใจผู้ใหญ่ซีนะ ก็เลยเอาใจผู้ใหญ่โดยให้ผู้หญิงคนหนึ่งมารับเคราะห์ ทูลเสด็จไปซีว่าคุณไม่แต่งงาน เพราะคุณรักคนอื่นอยู่แล้ว”
ชายรองนิ่งอั้น สาลินก้าวมาอีกจนชิด เธอมีสีหน้าเจ็บช้ำแทนพี่สาว
“พี่สาวของฉันจะได้ไม่ต้องมารับเคราะห์ ได้เจอคนที่รักเขาจริงๆ คุณเองก็จะได้รักคนที่รักคุณจริงๆเหมือนกัน”
ชายรองแทบจะหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง แต่ต้องไว้ท่าอยู่
“เอาล่ะ เธอไปได้แล้ว”
สาลินเดินฉับๆไปหน้าเชิด ชายรองมองตาม

รูปปั้นแตกเกลื่อนอยู่ที่พื้น ที่บันไดอันทอดสู่ชั้นบน หัวอำพันโผล่ขึ้นจากชั้นล่างสุด ตามด้วยหัวของวาณี หัวของคุณหญิง และของคุณนายอื่นๆ ที่ทยอยโผล่ตามจนสุดราวบันไดที่ชั้นบน หัวยายน้อมตัวการปิดท้าย ย้อยกับเจียมถือถาดของกินจากข้างนอกเข้ามา คณะคุณหญิงจึงคลายใจทยอยลงมา อำพันเห็นรูปปั้น
“ว้าย อะไรยะ ข้าวของแตกหัก โธ่ รูปนี่ตั้งแต่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2”
“ต๊าย น่าเสียดายนะคะ ฝีมือนางคนไหนกัน”
จรวยก้าวมายืนดู
“แล้วยังเสียงกรีดร้องอีก”
“นั่นซีคะ เสียงยังกะเปรต เสียงใครรู้ไหม”
จรวยยิ้ม
“เสียงคุณหญิงก้อยค่ะ”
วาณีหน้าแตกเสียงดังเพล้ง
“รูปปั้นที่แตกนั่น ก็ฝีมือคุณหญิงก้อยค่ะ”
วาณีหน้าแตกซ้ำสอง เสียงเพล้งดังกว่าเดิม อำพันมองวาณีแล้วหันไปหาจรวย
“มีเรื่องอะไรกัน” อำพันถาม
“แหม ดิฉันก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นะคะ เหมือนคุณหญิงก้อยทะเลาะกับคุณชายรองค่ะ”
“ทะเลาะอะไรกัน” วาณีถาม
“แหม อิฉันก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นะคะ รู้สึกคุณหญิงก้อยจะรู้เรื่องคุณศรีหมั้นคุณชายรองแล้วค่ะ” จรวยบอก
อำพันอ้อ วาณีตกใจแต่ไม่กล้าถาม
“แล้วหญิงก้อยไปไหน”
“แหม ยังไงก็ไม่ทราบค่ะ เหมือนพอกรีดร้องก้องตึกแล้วก็วิ่งหนีไปขึ้นรถขับออกไปค่ะ”
“แล้วนี่ชะลอมอะไรของใคร” ย้อยถาม
“น้องสาวคุณศรีจิตรา เอามาฝากหม่อมหรือไงนี่คะ อิฉันไม่”
น้อมอดรนทนไม่ไหวจึงพูดพร้อมกับเจียมทุกคำ
“อิฉันไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ใช่ไหมยะ”
จรวยชะงักมองน้อมตาเขียวหยุดพูดไป อำพันมองจรวยตาขวาง
“อ้อ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่รู้แจ้งแทงตลอดทุกรายละเอียด ไม่ได้อยู่ด้วย แต่แอบดูอยู่ตามรู ตามเรี้ยวใช่ไหมยะ”

จรวยทำไม่รู้ไม่ชี้
สร้อย ศรีจิตรา อุ่นเรือนนั่งกินของว่าง น้ำชากันอยู่ที่ศาลา

มาลากับวรรณาที่นั่งห่างออกไปมาคุยด้วย สาลินเดินหน้าหงิกมาหยุดยืนมองดูศรีจิตรานิ่ง สีหน้าของสาลินเปลี่ยนเป็นสงสาร กังวล ทุกข์ใจแทน ศรีจิตราแหงนมองดูสาลิน พอเห็นสีหน้านั้นศรีจิตราก็แปลกใจ สาลินรีบทำสีหน้าปรกติ
“อ้อ มาแล้วหรือยะ แม่คุณ ไปมัวปลูกลูกมะพูดอยู่ที่ไหน มา มานี่ มากินของว่าง” สร้อยชวน
“สาลองโสร่งนี่ซีจ๊ะ”
สาลินกิน “อร่อยจัง พี่ศรีหรือต้นเครื่องที่นี่ทำคะ”
“ไม่ใช่หรอกจ้ะ ของคุณนมจากตำหนักเล็ก คุณนมทำเครื่องว่างส่งเข้ามาบ่อยๆ”
สร้อยยิ้มแป้นก่อนจะด้นกลอนสด อุ่นเรือนยิ้ม
“อู๊ยจะอะไร ก็คงคุณชายรองนั่นแหละ สั่งให้คุณนมทำขนมมาสานไมตรีกับแม่ศรี”
สาลินหน้าหงิกงอ มาลากับวรรณาสอด
“ท่าจะจริงค่ะ / แต่ก่อนร่อนชะไรก็ไม่เคยบ่อยอย่างนี้”
“แต่สาไม่คิดว่าคนตำหนักนั้นจะมีน้ำใจอะไรถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” สาลินว่า
ทันใดนั้นก็คล้ายระเบิดลง สร้อยชะงักกึกตาเขียว อุ่นเรือนใจหายวาบ ศรีจิตราตกใจ มาลา วรรณาเลิ่กลั่ก
“ยายสา พูดอะไรลูก” อุ่นเรือนถาม
“นั่นซียะ หล่อนพูดอะไร หรือหล่อนไปรู้ ไปเห็นอะไรมา”
“รู้ซีคะ ก็สาเพิ่งไปตำหนักนั้นมา”
ทุกคนมองอ้าปากค้าง
“เขาพูดเองว่า เขาไม่ได้อยากได้ใคร่ดีอะไรกับ” สาลินชะงัก “ของฝากของเรา”
สาลินไม่กล้าพูด ศรีจิตราจับนัยได้ก็สลดลง อุ่นเรือนรู้สึกแต่สร้อยพูดออกมา
“หา แกไปตำหนักโน้น ใครใช้ให้แกไป แล้วแกเอาไปให้ใคร เขาถึงตอกหน้ามายังงั้น”
สาลินรู้ว่าไม่ควรเล่าว่าคือชายรองจึงยังอ้ำๆอึ้งๆ
“ใครก็ไม่รู้ค่ะ สาวๆ คมๆ หน้าอกใหญ่ๆ”
สาลินเลี่ยงไป มาลากับวรรณาตบเข่าฉาด
“ต้องเป็นนังจรวย สะใภ้ใหญ่แน่เชียวค่ะ” มาลาว่า
“ต๊าย มันคงโกรธมาตั้งแต่คราว คุณชายโต อย่าฟังมันนะคะ”
สาลินทำตาปริบๆ ก่อนจะรีบหาวกลบเกลื่อน
“สาเพลียจังค่ะ อยากนอนพักจัง”
“ต๊าย แม่คุณ ต้องธรณีสารหรือยังไงยะ กินปุ๊บง่วงปั๊บ เออ แต่ระวังให้ดีนะยะ มานอนที่นี่ บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเสียก่อน” สร้อยว่า
สร้อยมองซ้ายมองขวาแล้วก็ขนลุกเกรียว
“ที่นี่น่ะ เจ้าที่แรงทีเดียว”
“ว้าย มีด้วยหรือคะ” มาลาถาม
“อยู่มาตั้งนาน ไม่เห็นเจอ”
“ก็เมื่อกี้ฉันไปเอนห้องพี่สอางค์ อุ๊ย ฝันร้าย มีผีนักกล้ามมาอำฉัน”
ทุกคนอ้าปากค้าง
“แล้วมันก็กลายเป็นเปรตกรีดร้องโหยหวน ฉันตื่นขึ้นมายังได้ยินเสียงอยู่ลิบๆ อู๊ย พูดแล้วขนลุก”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 6/2 วันที่ 17 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ