อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 7 วันที่ 3 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 7 วันที่ 3 ต.ค. 58

วันนี้ขณะสันติกำลังจะกลับ อัมราถามว่าย่ามเขาล่ะ สันติจึงนึกได้ว่าลืมไว้ในห้องหุ่น เลยพากันลงไปเอา

แต่พอลงไปที่ห้องหุ่น เห็นเดชกำลังเงื้อของบางอย่างเหมือนจะทำลายหุ่นเพทายที่ปั้นเกือบเสร็จแล้ว พอทั้งสองถามว่าทำอะไร เดชบอกว่า ไม่อยากให้หุ่นเพทายเสร็จกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้ อัมราบอกว่าตนเคยฟังคุณแม่เล่าเรื่องการตายของคนที่มาเป็นแบบให้ปั้นหุ่น แต่ทุกคนก็ตายเพราะอุบัติเหตุทั้งนั้น

“นั่นสิครับ คุณอาก็เคยเล่าให้ผมฟัง ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับอาถรรพณ์อะไรหรอกครับ คนเรามีเกิดก็ต้องมีแก่มีเจ็บมีตายมันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับคุณอา” สันติเอ่ย



เดชลูบหน้าตัวเองอย่างไม่สบายใจ พยายามตัดความกังวล สันติพูดต่ออย่างเกรงใจว่า

“หลวงตาสอนผมเสมอว่าให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด อย่ายึดติดกับอดีต หรือกังวลกับอนาคตมากเกินไป บางทีสิ่งที่เราคิดอาจจะไม่เกิดขึ้นเลย หรือสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงก็ได้” เดชแซวว่านึกว่าหลวงตามายืนเทศน์อยู่ตรงนี้เสียอีก สันติรีบขอโทษที่พูดเหมือนสอนคุณอา

เมื่ออัมราเดินมาส่งสันติที่หน้าบ้าน เธอขอบคุณเขาที่ช่วยพูดให้คุณพ่อสบายใจขึ้น สันติมองหน้าอัมรา

ที่ค่อนข้างเครียดติงว่าตอนนี้คนที่ไม่สบายใจจะเป็นน้องอัมมากกว่า

“ค่ะ อัมกลัวว่าถ้าคุณเพทายเกิดเป็นอะไรไปช่วงนี้ คุณพ่อต้องโทษตัวเองแน่ๆ แล้วคุณพ่อก็จะต้องไม่กล้าปั้นหุ่นอีกต่อไป”

“อย่าเป็นกังวลไปเลยครับน้องอัม ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกครับ ทำใจให้สบายนะ” แล้วสันติก็พูดติดตลกให้คลายเครียดว่า เคยอ่านหนังสือเขาว่าผู้หญิงเครียดแล้วจะแก่เร็ว แล้วทำท่าตกใจเหมือนเห็นเธอแก่กับตา

ทั้งสองหัวเราะกันขำๆ เลยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง

คืนนี้ นักข่าวตามมาขอสัมภาษณ์เพทายที่คอนโด เธอบอกว่าวันนี้เหนื่อยมาก เอาไว้มะรืนนี้ตนต้องไปเป็นแบบที่ห้องหุ่นครั้งสุดท้ายที่บ้านเดช นัดให้ไปสัมภาษณ์กันที่นั่นเลย อยากให้ช่วยทำข่าวเรื่องหุ่นของตนด้วย

พวกนักข่าวพากันดีใจที่จะได้ไปสัมภาษณ์เดช สัตยาภา นักปั้นมือทอง ที่ปั้นหุ่นได้เหมือนคนจริงๆ

ooooooo

เช้านี้พิไลวางท่าคุณนายเดินชมนกชมไม้อยู่ในบริเวณสวนหน้าบ้าน เห็นชิ้นเดินหิ้วตะกร้าผ้าผ่านมา จึงเรียกไว้ถามว่าเดชกับอัมราจะไปไหน

พอชิ้นบอกว่าเดชส่งอัมราไปเรียนหนังสือและวันนี้วันศุกร์คงเลยไปรับอ๊อดกลับบ้านด้วย พิไลถามว่าแล้วทำไมไม่ส่งพรรณรายไปเรียนด้วย

“โอ๊ย...รายนั้นน่ะ ต่อให้เอาช้างมาฉุดถ้าไม่อยากไปก็ไม่ไปหรอก คุณพรรณเธอไม่ชอบเรียนหนังสือแต่ไหนแต่ไรแล้ว วันๆเอาแต่ฟังเพลง ดูหนังสือแฟชั่น ไม่เหมือนคุณอัมตั้งอกตั้งใจเรียน ขนาดไม่สบายยังไปเลย”

ชิ้นเอะใจถามพิไลว่าถามทำไม พิไลลอยหน้าบอกว่าก็แค่ถามดู แล้วไล่ชิ้นจะไปไหนก็ไปเลย

“ยัยคนนี้ท่าทางชอบสอดรู้สอดเห็นไม่เบาเลย เห็นทีต้องคอยจับตาซะแล้ว” ชิ้นบ่นงึมงำ

พิไลนับวันผยอง วันนี้ถึงกับขึ้นไปที่ห้องพรรณรายปลุกให้ตื่นไปเรียนหนังสือ พอพรรณรายลุกขึ้นเห็นเป็นพิไลก็อาละวาดทันทีถามว่าเข้ามาในห้องตนทำไม ไล่ให้ออกไป ไม่ทันใจก็ลากเหวี่ยงไปนอกห้อง ด่าก่อนปิดประตูใส่หน้าว่า

“อย่ามาสะเออะ จำไว้นะถ้ายังมาวุ่นวายกับฉันอีก คราวหน้าเจอหนักกว่านี้แน่”

“ให้มันรู้ไปสิว่าฉันจะกำราบลูกตัวเองไม่ได้” พิไลพึมพำอย่างหมายมาด แล้วเดินกะเผลกๆออกไป

อารีย์แง้มประตูดูพิไลด้วยสีหน้าครุ่นคิด...

ooooooo

อาทรที่มีใจกับอัมราเผลอแสดงท่าทีจนสันติรู้สึก สันติจึงหาทางเคลียร์กัน อาทรยืนยันว่าตนรู้สึกกับอัมราเหมือนน้องเพราะเคยดูแลกันมาตั้งแต่เด็กไม่มีอะไร ย้ำกับสันติว่าขอให้จริงใจกับอัมรา มิฉะนั้นตนไม่ยอมแน่

เดชรับอ๊อดจากโรงเรียนกินนอนกลับบ้าน คืนนี้ทั้งครอบครัวจึงนั่งดูทีวีกันอยู่ในห้องนั่งเล่น อ๊อดมองพิไลที่นั่งอยู่ด้วยว่าเป็นใคร อารีย์จึงแนะนำให้ว่าน้าพิไลมาเป็นแม่บ้านที่นี่ บอกให้อ๊อดสวัสดี พิไลมองหน้าอ๊อดแปลกใจว่าไม่เหมือนเด็กที่ตนเคยเจอที่หน้าบ้านตอนที่ตนมาหาเดชแล้วถูกลูกชายเดชออกมาไล่เหมือนหมูเหมือนหมา อ๊อดเองก็ไม่เคยเห็นพิไล

พรรณรายรำคาญเพราะตนจะดูละครบอกให้เงียบๆ หน่อย ทุกคนเลยเงียบ ต่างดูละครบ้างคุยกันเบาๆบ้าง พิไลเห็นความอบอุ่นในครอบครัวและความรักความห่วงใยที่เดชมีต่ออารีย์ก็ริษยา มองด้วยแววตาร้ายกาจ นึกในใจว่า

“คอยดูนะ อีกไม่นาน ฉันจะเอาครอบครัวของฉันคืนมา” คิดแค้นจนเข้าไปในห้องอารีย์ยืนจินตนาการว่าแอบเข้าไปจะฆ่าอารีย์ เดชมาเจอถามว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ พิไลปดว่าตนแค่เข้ามาเผื่ออารีย์ต้องการอะไรเท่านั้น ถูกเดชปรามว่าหน้าที่นี้ตนทำเอง เธอไม่ควรขึ้นมาตึกนี้ตอนกลางคืน

ขณะพิไลเดินออกจากตึกใหญ่ เห็นเดชเดินไปทางเรือนเล็กหลังบ้านก็กระหยิ่มว่าเดชจะไปหาตน รีบเดินไป ปรากฏว่าถูกหุ่นเด็กหลอกเสียจนตกใจร้องโวยวายเข้าบ้าน บรรดาหุ่นในห้องหุ่นต่างมองตามพิไลไปอย่างน่ากลัว

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่เพทายนัดนักข่าวไปสัมภาษณ์ตนที่บ้านเดช มือปืนที่เมียเสี่ยกวงจ้างมาปรากฏตัว สันติเห็นก่อนเขามองอย่างผิดสังเกต มือปืนรู้ตัวจึงหลบออกไป

บุญเรือนกับดำเกิงมาเยี่ยมอารีย์ที่ถูกเดชบอกให้อยู่แต่ในห้องเพราะยังไม่ค่อยสบาย เป็นโอกาสให้พิไลแสดงตัวกับนักข่าวราวกับคุณนาย จนนักข่าวถามว่าเธอคืออารีย์ใช่ไหม ก็ถูกพรรณรายฉีกหน้าว่าไม่ใช่ พิไลเป็นแม่บ้านหรือคนใช้นั่นเอง ทำให้พิไลเสียหน้ามาก พรวดไปต่อว่าอารีย์ที่ห้องว่าเลี้ยงพรรณรายยังไงถึงได้จองล้างจองผลาญตน หรือเธอสอนให้ทำแบบนี้กับตน

บุญเรือนถามว่าพิไลเป็นใครทำไมถึงก้าวร้าวอย่างนี้ อารีย์พูดไม่เต็มปากเต็มคำว่าเป็นเพื่อนเก่าของเดช

“ตายจริงนี่ถ้าคุณอารีย์ไม่บอกพี่ต้องนึกว่าเป็นแฟนเก่าคุณเดชแน่ๆเลยค่ะ” บุญเรือนพูดอย่างรับไม่ได้ เลยถูกดำเกิงติงว่าพูดอะไร บุญเรือนขอโทษอารีย์บอกว่าอย่าคิดมากนะ อารีย์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

เดชไม่สบายใจที่เพทายนัดนักข่าวมาสัมภาษณ์ เขาบอกว่าตนต้องการความเป็นส่วนตัว เพทายสัญญาว่าต่อไปจะไม่ให้มาสัมภาษณ์ที่นี่อีก เธอพอใจที่จะได้มีหุ่นของตัวเอง บอกเดชว่ายังมีอีกเรื่องที่จะขอร้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย และอยากให้เขารับปาก คือวันเปิดตัวหุ่นตอนขึ้นบ้านใหม่อยากให้เขาไปด้วย เดชขอคิดดูก่อน ตอนนี้ขอตัวไปตามเด็กๆมาทำงานต่อก่อน

สันติเห็นเพทายขับรถออกไปมีรถมอเตอร์ไซค์ที่ตนเห็นมาป้วนเปี้ยนเมื่อเช้าขับตามไปด้วยอย่างผิดสังเกต แต่อาทรบอกว่าคงไม่มีอะไร เพทายเป็นคนดังคงไม่มีใครเสี่ยงตายมาทำอะไรหรอก

แต่พอเพทายไปถึงคอนโด เธอถูกคนร้ายตามไปถึงหน้าห้อง ผลักเธอเข้าห้องชักปืนจะยิง เพทายขู่ว่าถ้าเขายิงคนจะต้องได้ยินเสียงปืน รับรองว่าเขาหนีไม่รอดแน่ มันจึงเปลี่ยนเป็นใช้เชือกรัดคอจนเธอแน่นิ่งไป

มือปืนเอานิ้วรอที่จมูกแน่ใจว่าตายแล้วมันมองร่างเพทายนอนลิ้นจุกปากอย่างน่าสยดสยองอยู่ในห้อง!

ooooooo

เดชนอนไม่หลับเพราะสังหรณ์ใจเรื่องหุ่นเพทาย เขาหันมองเห็นอารีย์หลับแล้ว เขาลุกย่องออกไปจากห้อง แต่พอเดชออกไปแล้ว อารีย์ลืมตานึกน้อยใจคิดว่าเดชแอบไปหาพิไล

ความสะเทือนใจทำให้อารีย์ปวดหัวใจจนต้องหายากิน แล้วนั่งหายใจหอบอยู่บนเตียง ที่แท้เดชลงไปที่ห้องหุ่น ยืนมองหุ่นเพทายด้วยสีหน้ากังวล หุ่นทุกตัวมองมาที่เดชอย่างเข้าใจ

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณเดช” หุ่นชาวนาบอก

“แต่คุณเดชคงโทษตัวเองเหมือนเคย” หุ่นทับพึมพำ

“ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว ไม่มีใครหนีกรรมของตัวเองพ้น” หุ่นท่านเจ้าคุณบอก หุ่นทุกตัวหันมองเดชอย่างเห็นใจ ยกเว้นหุ่นเพทายที่ยังเป็นหุ่นดิบๆอยู่ มือปืนให้สัปเหร่อที่เป็นญาติไปเอาศพเพทายมาเก็บไว้ที่ห้องเก็บศพไร้ญาติ วิญญาณเพทายพยายามที่จะรั้งร่างตัวเองไว้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในที่สุดร่างเธอก็ถูกนำไปเก็บไว้ในโกดังเก็บศพไร้ญาติ

“ปิดปากให้สนิทนะน้า แล้วอย่าให้ใครมาวุ่นวายที่นี่จนเจอศพล่ะ” มือปืนกำชับ

“เออ...รู้แล้วล่ะน่า บอกลูกน้องแกดีกว่า รีบๆ กลับกันไปเถอะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นจะยุ่ง”

พอพวกมือปืนกลับไป สัปเหร่อก็รีบเข้าไปโบกปูนปิดปากซองเก็บศพ วิญญาณเพทายพยายามรั้งไว้ไม่ให้ปิดแต่ไม่สำเร็จ ได้แต่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าซองศพตัวเอง

ooooooo

สันติผ่านมาเห็นจำคนขี่มอเตอร์ไซค์ได้แต่มือปืนกับรถกระบะที่เอาศพมาก็ออกจากวัดไปแล้ว สันติรีบเดินไปหลังวัดเจอสัปเหร่อล้วน เขาบอกว่าเห็นคนแปลกหน้าเดินออกไป ถามสัปเหร่อล้วนว่าอยู่แถวนี้เห็นใครมาทำอะไรไหม

สัปเหร่อล้วนบอกว่าไม่เห็น สันติถามว่าแล้วลุงเข้าไปทำอะไรในโกดัง แกบอกว่าฝาซองศพมันแตกเลยเข้าไปโบกปูนเดี๋ยวกลิ่นจะโชยออกมา ระหว่างนั้นวิญญาณของเพทายพยายามโต้และบอกสันติว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง แต่สันติไม่ได้ยิน คุยกับสัปเหร่อล้วนแล้ว

จะกลับ สัปเหร่อล้วนกินปูนร้อนท้อง บอกสันติว่าอย่าไปบอกหลวงพ่อว่าเจอตนที่นี่

สันติถามว่ามีอะไรหรือ ลุงล้วนบอกว่าไม่มีอะไรเดี๋ยวหลวงพ่อจะด่าว่าตนไม่ดูแล ชวนสันติกินเหล้าเอาใจ แต่สันติไม่กินเหล้า แกจึงเอาเงินให้ร้อยบาท สันติไม่เอาบอกให้ลุงเอาไว้ใช้เถอะ

สันติกับลุงล้วนแยกไปกันคนละทาง วิญญาณเพทายละล้าละลังไม่รู้จะตามใครดี ทันใดนั้นก็เหมือนร่างถูกแรงดึงไป วิญญาณเพทายถูกพลังลึกลับดึงหายไปในความมืดทันที

เพทายรู้สึกตัวอีกที พบตัวเองอยู่ในห้องหุ่น หุ่นท่านเจ้าคุณเป็นตัวแทนเอ่ยต้อนรับน้องใหม่ เพทายตกใจกลัว ถูกหุ่นถามว่า “เธอจะกลัวพวกเราทำไม ในเมื่อตอนนี้เธอก็คือวิญญาณเหมือนเรา” เพทายถามว่าทำไมวิญญาณทุกคนถึงสิงอยู่ในหุ่นล่ะ?

“พวกเราก็ไม่รู้ มันเหมือนมีอะไรดึงดูดให้พวกเรามาอยู่ที่หุ่นของตัวเอง แล้วเราก็อยู่ในหุ่นมาตลอด” หุ่นนักยิงธนูบอก ทำให้วิญญาณเพทายนึกถึงคำบอกเล่าของเดชเรื่องใครมาเป็นแบบให้ปั้นหุ่นแล้วตายทุกคน ถามว่าที่ตนต้องตายเพราะอาถรรพณ์นี้ใช่ไหม หุ่นท่านเจ้าคุณบอกว่าเธอกำลังเข้าใจผิด

“ไม่...ไม่ผิด” วิญญาณเพทายคร่ำครวญ “ฉันเข้าใจแล้ว นี่ถ้าฉันไม่ยอมเป็นแบบให้ปั้น ฉันก็คงไม่ต้องตาย ฉันกำลังมีอนาคตที่สดใส ฉันกำลังเป็นดาราดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ฉันกำลังจะมีเงินมีบ้านมีรถมีทุกอย่างที่เสี่ยจะซื้อให้ โอ๊ย...ทำไมเรื่องเลวร้ายแบบนี้ต้องเกิดกับฉัน”

เพทายเชื่อว่าเดชทำให้ชีวิตตนเป็นแบบนี้ อาฆาตจะฆ่าเขา จะฆ่าทั้งเขาและครอบครัวให้หมด ถูกหุ่นท่านเจ้าคุณสั่งหุ่นทุกตัวให้ขวางไว้ หุ่นนางรำบอกว่าเธอไม่ได้ตายเพราะเดช

“หุบปากไปเลย พวกแกมันเป็นหุ่นทาส ที่ไอ้เดชมันเลี้ยงไว้ใช้งานใช่ไหมล่ะ ฉันจะไม่ยอมเป็นอย่างพวกแกหรอก”

เพทายสะบัดหลุดพุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมออกไป หุ่นท่านเจ้าคุณพยักหน้าให้บรรดาหุ่นทั้งหลาย พริบตานั้น บรรดาหุ่นก็หายวับไปจากห้องหุ่นทันที

บรรดาหุ่นทั้งหลายช่วยกันปกป้องเดช ปกป้องอัมรา และพรรณรายให้รอดพ้นจากการถูกวิญญาณเพทายทำร้าย

หุ่นทั้งหมดพยักหน้าให้กันแล้วเข้ารุมจับเพทาย เธอดิ้นจนลงไปกองกับพื้น

“ไปให้พ้น อย่ากลับมาที่นี่อีก แล้วจำไว้ให้ดี ถ้าเธอคิดร้ายกับคุณเดชหรือคนในครอบครัวนี้ พวกเราไม่ยอมแน่” หุ่นท่านเจ้าคุณเอาไม้ตะพดชี้หน้าเพทายอย่างดุดัน

“ฝากไว้ก่อนเถอะ” วิญญาณเพทายกล่าวอาฆาตแล้วหนีออกไป บรรดาหุ่นมองหน้ากันถอนใจเหนื่อยหอบแล้วพากันหายไป

ผอบเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวเรื่องเพทายให้เดชปั้นหุ่นและจะนำไปไว้ที่บ้านใหม่ บอกพงษ์ว่าตนหาเป้าหมายใหม่ให้ได้แล้ว ให้ไปเข้าหาเพทายซึ่งเป็นเป้าหมายที่ร่ำรวยและมีชื่อเสียง

พงษ์ที่ยังสยองกับการถูกผีในห้องหุ่นหลอก และงานนี้ตนก็ไม่ได้รับเชิญด้วย ผอบให้ทำเป็นไปแสดงความยินดีกับเดช ใครจะกล้ามาว่าเรา

ooooooo

วิญญาณเพทายพยายามมาขอความช่วยเหลือจากสันติ เกิดลมพัดเข้ามาในห้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้สันติฉุกคิดสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

สันติคิดทบทวนเหตุการณ์ที่ตนประสบพบเห็น ทั้งเรื่องมอเตอร์ไซค์คันที่เห็นที่บ้านเดชแล้วมาเห็นที่วัดอีก คิดถึงที่สัปเหร่อล้วนเข้าไปในโกดังเก็บศพไร้ญาติ และคิดถึงที่หลวงตาสงสัยว่ามีศพไร้ญาติที่ไหนมาทำไมหลวงตาไม่รู้

เวลาเดียวกัน เพทายก็ใช้ทุกวิถีทางบอกสันติให้ไปที่โกดังเก็บศพไร้ญาติ ดลใจให้สันติตัดสินใจเดินออกจากห้องไปทันที เพทายดีใจมาก

สัปเหร่อล้วนเห็นสันติเดินไปทางโกดังเก็บศพไร้ญาติ แกกลัวว่าสันติจะไปเจอศพ จึงคว้าของใกล้มือจะทำร้ายสันติ

สันติผลักประตูโกดังออก สัปเหร่อล้วนจู่โจมเข้าไป พลันก็ถูกลมพัดอย่างแรงมาปะทะจนสัปเหร่อล้วนเซผงะหงาย แกตกใจมองไปข้างใน เห็นร่างเพทายเลือนๆ แกตาเหลือกร้องลั่น

“ผีหลอก...เฮ้ยยยยย!!!” สัปเหร่อล้วนหันหลังโกยอ้าวไปสุดชีวิต

“มันเห็นฉันด้วยเหรอ” เพทายงงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น สันติได้ยินเสียงสัปเหร่อล้วน เพทายสงสัยว่าเจอศพตนแล้วใช่ไหม ทำไมสัปเหร่อถึงเห็นตนได้? ทำไม?

เด็กวัดวิ่งหน้าตื่นมาถามสันติว่าได้ยินเสียงลุงล้วนร้องไหม แกเป็นอะไรไปหรือเปล่า สันติบอกว่าได้ยินแต่ยังไม่เห็นตัวเลย เด็กวัดชวนรีบไปดู กลัวแกจะโดนใครตีหัวหรือเปล่า เพทายพยายามร้องบอกพวกเขาว่า

“อย่าเพิ่งไปนะ ช่วยฉันก่อน...” แต่พวกเขาพากันวิ่งไปแล้ว วิญญาณเพทายได้แต่มองอย่างผิดหวัง

ooooooo

อารีย์เอาเครื่องประดับมาให้พรรณรายเลือกเพื่อไปงานเปิดตัวหุ่นเพทายคืนนี้ แต่พรรณรายไม่ชอบเครื่องเพชรบอกว่าดูแก่ ตนมีสร้อยของตนแล้วเข้ากับชุดของตนเลย อารีย์จึงเอาเครื่องประดับเพชรให้อัมราใส่

พิไลแอบดูอยู่ไม่พอใจพรรณรายที่ไม่เลือกของมีค่า จึงไปดักพบเดชหลอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยแล้วขึ้นรถไปกับเดช ชิ้นเห็นรู้สึกไม่ดี คิดเป็นห่วงอารีย์ว่าจะถูกเพื่อนเก่าเผาเรือน

พิไลหลอกเดชไปจอดรถคุยกันเปรยๆว่ากลัวพรรณรายจะไม่ได้สมบัติอะไรเพราะถูกอัมราเอาไปหมด แล้วเธอก็อ่อยจะมีอะไรกับเดชมากกว่านี้ เดชปรามอย่างรู้ทันว่าผู้หญิงที่ตนรักมีแต่อารีย์คนเดียวและพรรณรายก็เป็นลูกของตนกับอารีย์ ไล่พิไลให้ลงจากรถเสีย พิไลกระแทกกระทั้นลงไปจิกตาอาฆาต

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 7 วันที่ 3 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ