อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 8 วันที่ 5 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 8 วันที่ 5 ต.ค. 58

เสียงเสี่ยกวงดุคนใช้ว่าไหนบอกว่าเพทายกลับมาแล้วทำไมหาไม่เจอ สาวใช้ยืนยันว่าตนเห็นเพทายกลับมาพร้อมเดชนักปั้นหุ่น ทำให้เสี่ยระแวงว่าเพทายนอกใจตนไปเป็นชู้กับเดช เดินผ่านห้องเก็บของเอะใจเลยเปิดเข้าไปดู เห็นเพทายยืนอยู่เสี่ยดีใจถลาไปกอด กลายเป็นกอดหุ่นเพทาย ยิ่งระแวงว่าเพทายหลบออกไปกับเดชแล้ว

เพทายโมโหที่ตอนตนมีชีวิตอยู่ไม่เห็นเสี่ยจะสนใจมาหาสักเท่าไร แต่พอตายแล้วขยันมาเสียจริงๆ เลยแว่บจะหลบไป ผ่านศาลพระภูมิเลยแวะต่อว่าเจ้าที่ที่ปล่อยให้หุ่นทับเข้าบ้าน เจ้าที่เถียงว่าเพทายเป็นคนพาเข้ามาเองจะโทษตนได้อย่างไร เพทายโมโหที่เถียง เจ้าที่ไม่ได้เลยเดินทะลุกำแพงออกไป สาวใช้มาเห็นเต็มๆ ถึงกับตาเหลือกตกใจสุดขีด



“ผะ...ผะ...ผีหลอก...” สาวใช้วิ่งเตลิดเข้าบ้านไป

ooooooo

ที่ห้องหุ่น หลังจากกินแซนด์วิชที่อัมราทำและน้ำที่สันติเอามาให้แล้ว สันติเอะใจว่าแล้วเพทายหายไปไหน เดชบอกว่ายังไม่มาเลย สันติยืนยันว่ามาแล้ว เดชยืนยันว่าเพทายยังไม่เข้ามาในห้องหุ่นเลย

อัมราฉุกคิดว่าหรือเธอจะไม่สบายเพราะตอนที่มาก็เป็นลมที่หน้าบ้าน อารีย์กลัวว่าเธอจะไปเป็นลมที่ไหน บอกให้พวกเราออกไปดูเธอกันหน่อย เดชจึงพาบรรดาลูกศิษย์ออกไปจากห้องหุ่น

ทุกคนกลับมาบอกว่าหาจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ ทันใดนั้นเองเสียงแตรรถแผดขึ้นที่หน้าบ้านอย่างเร่งร้อน จนอารีย์บ่นว่า

“ใครนะมาบีบแตรไม่เกรงใจเลย”

เสี่ยกวงนั่นเอง! เสี่ยจะมาอาละวาดเดชหาว่าเป็นชู้กับเมียตน สันติช่วยชี้แจงก็ไม่ฟัง จนอารีย์ต้องบอกว่าตนเป็นภรรยาเดช ยืนยันได้ว่าเดชไม่ได้ออกไปไหนเลยตั้งแต่เช้า เดชก็ยืนยันว่าตนไม่ได้ออกไปไหนเลย แต่เมื่อเช้าเพทายมาที่นี่จริง

“นั่นไง ยอมรับแล้ว พวกแกช่วยกันโกหก แกต้องซ่อนอาเพทายไว้ข้างใน อาเพทาย...อาเพทาย ลื้อออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เสี่ยกวงตะโกนเรียกเพทายโวยวายลั่นบ้าน พิไลเชื่อว่าเดชไปเป็นกิ๊กกับเพทาย บอกกับตัวเองว่า

“ศัตรูของฉันตอนนี้ ไม่ใช่นังอารีย์ขี้โรคเสียแล้ว แต่เป็นนังดาวโป๊นั่นต่างหาก”

ooooooo

เสี่ยกวงอาละวาดอยู่พักใหญ่ เมื่อเดชยืนยันว่าตนไม่ได้ไปไหน ตนเจอเพทายครั้งสุดท้ายคือคืนงานเปิดตัวหุ่นของเธอที่บ้าน ทุกคนก็ช่วยกันยืนยัน เสี่ยจึงเชื่อและกลับไป

หุ่นทับเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตำหนิตัวเองกับหุ่น ท่านเจ้าคุณว่าตั้งใจช่วยเดชแท้ๆ แต่กลับทำให้เขาเดือดร้อน

“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกพ่อทับ เธอทำดีที่สุดแล้ว” หุ่นท่านเจ้าคุณให้กำลังใจ

“เพทายต้องกลับมาอีกแน่” หุ่นนางพยาบาลเชื่อเช่นนั้น

ส่วนที่ห้องหุ่น พรรณรายมีเรื่องกับจุ๊บ เพราะพรรณรายไปซื้อสาคูไส้ปลาของโปรดของอาทรมา แต่อาทรกินแซนด์วิชที่อัมราทำจนอิ่มแล้ว จุ๊บหมั่นไส้จิ้มกินเอง เลยทะเลาะกัน พรรณรายโกรธเทสาคูกับข้าวเกรียบปากหม้อทิ้งแล้วสะบัดไปท่ามกลางความตะลึงของทุกคน

อัมราขอโทษทุกคนแทนพรรณราย แก้ต่างให้พี่สาว ว่าคงร้อนเลยหงุดหงิด อัมราก้มเก็บของที่พื้น อาทรกับสันติก้มช่วยเก็บพร้อมกัน อาทรชะงักอ้างว่าตนปวดท้อง ขอไปห้องน้ำเพื่อหลีกทางให้สันติ

พิไลมองอยู่ตลอดเวลา ยิ้มร้ายก่อนเดินเลี่ยงไป

พิไลไปเป่าหูยุแหย่พรรณรายว่าอัมราตำหนิเธอว่าทำกิริยาไม่เหมาะสม ชอบเอาแต่ใจแบบนี้จนใครๆ ในบ้านพากันระอาไปตามกัน แม้ทีแรกพรรณรายจะไม่ชอบใจอัมรา แต่ก็ไม่พอใจพิไลที่มายุ่งเรื่องในครอบครัวของตนมากเกินไป

แต่เมื่อได้คุยกันและอารีย์ช่วยหว่านล้อม วิเคราะห์ จนพรรณรายเข้าใจ อารีย์อบรมพรรณรายว่าต้องรู้จักฟังหูไว้หู สองพี่น้องเข้าใจกันเหมือนเดิม อารีย์สอนลูกทั้งสองว่า

“จำไว้เป็นบทเรียนนะ เราเป็นพี่น้องกันต้องรักกัน เชื่อใจกัน ถ้าไม่มีแม่ ทั้งพรรณ อัมและอ๊อดต้องรักกันให้มากๆนะจ๊ะ” อัมรากับพรรณรายกอดแม่คนละข้าง ถามว่าทำไมคุณแม่พูดอย่างนี้ คุณแม่ต้องอยู่กับพวกเราตลอดไป

“จ้ะ...แม่จะอยู่กับลูกๆเสมอ แม่สัญญา”

จากนั้นอารีย์ไปหาพิไลที่บ้านหลังเล็ก เตือนพิไลว่าเธอไม่ควรไปพูดยุแหย่พรรณรายให้ขัดแย้งกับอัมรา พิไลย้อนถามว่าตนยุแหย่เรื่องอะไร พออารีย์บอกว่าพรรณรายบอกหมดแล้ว ปรามก่อนกลับไปว่า

“ถ้าเธอยังมีสำนึกว่าเธอเป็นแม่ แต่ถ้าเธอจะมาทำให้พรรณรายแย่ลง ฉันอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะพิไล”

“คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้านจะทำยังไงกับฉันก็ได้เหรอนังอารีย์ มันไม่ง่ายอย่างที่แกคิดหรอก ลองฉันได้ก้าวเข้ามาแล้ว ฉันไม่มีวันออกไปง่ายๆแน่นอน”

พิไลจิกตามองตามอารีย์แล้วปิดประตูกระแทกใส่อย่างไม่แคร์

ooooooo

เมียเสี่ยหาว่ามือปืนโกหกว่าฆ่าเพทายแล้ว เรียกมือปืนไปพบที่โกดังร้าง แล้วให้ลูกน้องซ้อมเสียสะบักสะบอม มือปืนยืนยันว่าตนฆ่าแล้วจริงๆ เมียเสี่ย จึงให้พาลูกน้องตนไปดูหลักฐานที่โกดังเก็บศพไร้ญาติ

“แกพามันไป ถ้าไม่ใช่ศพนังเพทาย แกก็เก็บมันซะ” เมียเสี่ยสั่งลูกน้องมือปืนจึงพาลูกน้องเมียเสี่ยไปหาสัปเหร่อล้วนที่วัด บอกว่าจะมาดูศพเพทาย

“ไอ้หลานเวรเอ๊ย... เอาความเดือดร้อนมาหาข้าจนได้” สัปเหร่อล้วนบ่นมือปืน

“อย่าบ่นน่าลุง แค่เปิดให้พวกมันดู เจ๊จะได้รู้ว่า ฉันไม่ได้โกหก”

เมื่อสัปเหร่อล้วนกะเทาะปูนที่โบกปิดฝาโรงให้ดู ลูกน้องเมียเสี่ยกับมือปืนถึงกับเบือนหน้าหนี

“ถึงจะอืดแล้วแต่ก็ยังมีเค้าหน้าอยู่ พวกแกเห็นแล้วใช่ไหม” มือปืนถาม

สันติเดินมาเห็นประตูโกดังเปิดอยู่เขาชะเง้อมองเข้าไปดูว่าเป็นศพใคร ตัวชนประตูเสียงดัง ทำให้พวกนั้น รู้ตัวว่ามีคนมา ลูกน้องเมียเสี่ยบอกให้สัปเหร่อล้วนจัดการทางนี้ให้เรียบร้อย ตนจะไปจัดการคนนั้นเอง แล้วลูกน้องเจ๊สองคนก็วิ่งไล่ตามสันติไป มันพยักหน้ากัน ให้แยกไปดักสันติไว้

พวกมันดักจับสันติได้ มันซ้อมจนสันติสลบ ลูกน้องเมียเสี่ยคนหนึ่งสั่งสัปเหร่อล้วน “เก็บมันเลย”

“เฮ้ยอย่า ไอ้นี่มันเป็นเด็กของหลวงตา ถ้ามันตายต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่” สัปเหร่อตกใจ

“แต่มันเห็นทุกอย่างแล้ว ถ้ามันไปบอกตำรวจล่ะ”

“บอกไปก็เท่านั้น ไม่มีหลักฐาน ใครจะมาทำอะไรได้ เชื่อใจข้าเหอะ เรื่องแค่นี้ข้าจัดการได้” สัปเหร่อล้วนยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วเดินนำไป มือปืนทั้งสองเดินตามไป ทิ้งสันติให้นอนหมดสติอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

ร่างสันติถูกลูกศิษย์วัดด้วยกันพยุงมาไว้ที่ศาลาวัด ถามกันว่าเขาจะตายไหม ครู่เดียวหลวงตาเดินอย่างรีบร้อนเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น พระรูปหนึ่งบอกหลวงตาว่า

“พวกเด็กวัดไปเจอเจ้าสันตินอนสลบอยู่ท้ายวัด เลยช่วยกันพยุงมา นี่ยังไม่ได้สติเลยครับ”

ทันใดนั้นลูกศิษย์วัดคนหนึ่งร้องบอกว่าสันติรู้สึกตัวแล้ว หลวงตาถามว่า

“เป็นยังไงบ้าง เจ้าคงโดนทำร้าย พอจะจำอะไรได้บ้างไหมล่ะ”

สันติพยายามทบทวนเหตุการณ์...นับแต่เห็นสัปเหร่อล้วนพาชายฉกรรจ์หลายคนเข้าไปในโกดังเก็บศพไร้ญาติ ได้ยินการพูดคุยกันทั้งหมด กระทั่งถูกจับได้ว่าแอบดูและถูกไล่ตามไปทำร้ายจนสลบ พอหลวงตาถามย้ำว่าเห็นอะไรบ้าง

“เอ้อ...เห็นคนเมาทะเลาะกันครับ ผมเลยเข้าไปห้าม สงสัยจะโดนลูกหลงเข้า” สันติตัดสินใจปดหลวงตา

“แล้วไป ถ้างั้นก็คิดเสียว่าฟาดเคราะห์” แล้วหลวงตาก็บอกเด็กวัด “พาเจ้าติไปใส่หยูกยาให้เรียบร้อยถ้าไม่ดีขึ้นก็พาไปหาหมอนะ”

หลวงตาไปแล้ว เด็กวัดกับพระต่างแยกย้ายกันไป เหลือเด็กวัดสองคนดูแลสันติ ที่สำคัญสัปเหร่อล้วนอยู่ด้วย

สัปเหร่อล้วนมองสันติ ยิ้มในหน้าก่อนผละไป สันติสังเกตสัปเหร่อล้วนอยู่อย่างสงสัย

สันติไปที่โกดังเก็บศพไม่มีญาติ พบว่าศพที่เห็นเมื่อคืนนี้หายไปแล้ว

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ” สันติพึมพำ สัปเหร่อล้วนตามมาข้างหลังถามว่าคิดอะไรรึเจ้าติ “ศพหายไปไหนครับลุงล้วน” สัปเหร่อทำไขสือ ถามว่าศพอะไร “ก็ศพที่อยู่ในซองเก็บศพนี่ เมื่อคืนผมเห็นทุกอย่าง”

สัปเหร่อล้วนย้อนถามว่าถ้าเห็นแล้วทำไมไม่บอกหลวงตาไปล่ะ สันติบอกว่าตนคิดอยู่แล้วว่าศพต้องหายไปถ้าตนบอก หลวงตาไปดูก็จะไม่มีศพ แล้วตนจะบอกไปทำไม สัปเหร่อล้วนบอกว่าเขาคิดถูกแล้วเพราะตนก็ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ย้ำเสียงเข้มว่า

“ที่โกดังนี้ ไม่เคยมีศพ” เห็นสันติทำหน้าสงสัย สัปเหร่อพูดเชิงขู่ว่า “เคยได้ยินคำโบราณเขาพูดบ้างไหม ว่าอย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนน่ะ เอ็งรักเรียนก็ดีแล้ว ไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้จบๆดีกว่า เรื่องอื่นอย่าไปยุ่ง เชื่อข้าเหอะ”

สัปเหร่อล้วนเดินออกจากโกดังไป สันติยืนอึ้งกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นและท่าทีของสัปเหร่อล้วน

ooooooo
วันนี้ขณะเพทายยืนที่ริมน้ำ มองเหม่อไปข้างหน้ารำพึงอย่างเศร้าสร้อยว่าทำไมตนต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนแบบนี้ คิดแล้วก็แค้นเดชขึ้นมาอีกหาว่าตนตายเพราะเดช

“ไอ้เดช ถ้าฉันไม่ได้แก้แค้นแกฉันต้องตายตาไม่หลับแน่” พลันก็รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว “นี่ฉันเป็นอะไรไป...ทำไมมันร้อนแบบนี้...มันเกิดอะไรขึ้น” พอนึกขึ้นได้ เพทายอุทาน “ร่างฉัน...ใคร...ใครทำอะไรกับร่างของฉัน”

เพทายหายตัวไปทันที พอพบว่าร่างของตัวเองถูกมือปืนและลูกน้องเมียเสี่ยเผาอยู่กลางทุ่ง เพทายพยายามจะเข้าไปแย่งร่างตัวเองแต่ทรุดดิ้นทุรนทุรายเพราะความร้อน

ลูกน้องเมียเสี่ยพูดกับมือปืนว่า “ไปกันได้แล้ว ฉันต้องรีบกลับไปรายงานเจ๊อีก”

“ช่วยบอกเจ๊ให้เข้าใจด้วย อย่าส่งใครมาเล่นงานฉันอีกล่ะ”มือปืนฝากความ ทำให้วิญญาณเพทายรู้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือเมียเสี่ยกวง ซ้ำได้ยินลูกน้องเมียเสี่ยกวงรับปากมือปืนว่า

“เออๆๆ อย่าไปโกรธเจ๊เลย มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ ก็เจ๊สั่งให้แกฆ่านังเพทายแล้ว แต่จู่ๆเห็นเสี่ยกวงมาบอกว่ายังเจอนังเพทาย เจ๊ก็คิดว่าแกทำงานพลาดน่ะสิ ไปๆๆ แยกย้ายกันได้แล้ว”

“ที่แท้คนที่ฆ่าฉันก็คือ...” เพทายคำรามแค้นเมื่อรู้ความจริงว่าใครเป็นคนฆ่าตน

ooooooo

เมื่อลูกน้องกลับมารายงาน เมียเสี่ยโล่งใจที่หมดเสี้ยนหนามตำใจเสียที เห็นรูปเพทายคู่กับเดชในหนังสือพิมพ์ก็คิดว่าคงเป็นรูปเก่าถ่ายไว้ก่อนตาย

ขณะนั้นเอง เสี่ยเดินออกมาเห็นเจ๊ดูรูปเพทายกับเดชอยู่ก็กระชากไปดู

“เชอะ ไอ้ช่างปั้นหุ่น ทำเป็นหยิ่งยโส อั๊วล่ะเกลียดน้ำหน้ามันชะมัด”

“ไปเกลียดเขาทำไม ใครๆก็อยากได้ตัวคุณเดชกันทั้งนั้น” เสี่ยถามว่าจะไปอยากได้มันทำไม “เสี่ยคงยังไม่เคยเห็นหุ่นที่คุณเดชปั้น ใครๆเขาลือกันว่าแยกแทบไม่ออกว่าไหนหุ่นไหนคนจริงๆ”

เสี่ยบอกว่าเคยเห็นแล้วตนยังตกใจเลยตอนเข้าไปในห้องหุ่น เจ๊อุทานว่าทำไมเสี่ยคิดไม่ออกเลยหรอว่าหุ่นนั้นจะทำเงินให้อย่างมหาศาล บ่นว่าอาจเพราะตอนนั้นเสี่ยมัวแต่หึงเพทาย บอกว่าผู้หญิงแบบนั้นใครมีเงินก็ซื้อได้ ตอนนี้ก็คงจะตีตัวออกจากเสี่ยไปแล้ว เสี่ยบอกว่าคงเป็นอย่างนั้น เพราะนับแต่ซื้อบ้านให้ก็หาตัวไม่ค่อยเจอเลย ไม่รู้ไปอยู่ไหน

“อย่าไปสนใจเพทายอีกเลยนะเสี่ย ตอนนี้เสี่ยต้องคิดหาวิธีกอบโกยเงินทองเข้ากระเป๋าจากหุ่นของคุณเดชดีกว่า”

เสี่ยฟังเมียแล้วนึกได้ มองหน้าเมียยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา...

ooooooo

วิญญาณเพทายไปที่บ้านเสี่ยกวงแต่เข้าบ้านไม่ได้เพราะมีกระจกแปดเหลี่ยมติดไว้ที่เสาประตูรั้ว

แม้บุรุษไปรษณีย์จะเอาจดหมายมาส่งและเมียเสี่ยออกมารับจดหมายแต่ถูกผึ้งรบกวนจนวิ่งหนีเข้าบ้านไป ทำให้เพทายเสียโอกาส ได้แต่จิกตาอาฆาต

“วันนี้โชคยังเข้าข้างแก แต่ฉันสาบานว่าฉันจะเอาชีวิตแกให้ได้!”

เพทายไปปรากฏตัวที่ห้องหุ่น หุ่นทุกตัวมองเพทายเป็นตาเดียว หุ่นท่านเจ้าคุณปรามว่า

“ถึงเธอจะใช่เล่ห์เหลี่ยมหลอกล่อจนหนูอัมราเชิญให้เธอเข้าบ้านนี้ได้ แต่ถ้าจะมาทำร้ายใครอีกละก็ ฉันขอเตือนให้เธอรีบกลับไปเสีย” หุ่นชาวนาก็ปรามว่าคราวนี้พวกเราเอาจริงแน่ แล้วหุ่นทั้งหมดก็เคลื่อนเข้าหาเพทาย

“ฉันไม่ได้มาทำร้ายใคร แต่ฉันมาหาเพราะคับแค้นใจ ฉันรู้แล้วว่าคุณเดชไม่ได้ทำร้ายฉัน แต่เป็นนังเมียเสี่ยต่างหาก ฉันอยากแก้แค้นมัน แต่ฉันทำอะไรมันไม่ได้” หุ่นนางรำบอกว่าที่เธอถูกฆ่าก็เพราะไปยุ่งกับสามีเขา ทำผิดศีลธรรมก็ต้องรับกรรมไป “ฉันไม่ได้มาขอความเห็น แต่ฉันมาขอให้พวกเธอช่วยให้ฉันได้แก้แค้นต่างหาก”

“ถ้างั้นเธอก็มาผิดที่ผิดทางแล้วล่ะ เพราะพวกเราจะไม่ทำเรื่องที่ไม่ดี” หุ่นนางพยาบาลบอก

“เธอควรจะละวางจากความอาฆาตแค้น ทำใจให้สงบ วิญญาณเธอจะได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ควรอยู่ ชดใช้เวรกรรมให้หมดสิ้นไม่ต้องมาเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่แบบนี้” หุ่นท่านเจ้าคุณชี้ทางสว่าง กลับถูกเพทายย้อนเอาว่า

“ไม่ต้องมาสอนฉัน ทีแกทำไมไม่ไปผุดไปเกิด มาสิงสู่เป็นหุ่นผีอยู่ทำไม”

หุ่นทับปรามว่าอย่ามาก้าวร้าวท่านเจ้าคุณ เพทายท้าว่า “ทำไม ก็แค่ไอ้ผีแก่ ถือดียังไงมาสั่งสอนฉัน” เลยถูกหุ่นนางรำกรีดนิ้วไปข่วนอากาศตรงหน้า เพทายผงะหงายยกมือกุมหน้าร้องอย่างเจ็บปวด บรรดาหุ่นขยับลงจากแท่นเข้าไปหา เพทายถามว่าจะรุมตนหรือ หุ่นท่านเจ้าคุณไล่ให้กลับไปเสีย แต่เพทายยังนิ่งอย่างไม่ยอมแพ้ หุ่นท่านเจ้าคุณเลยยกไม้ตะพดกระแทกพื้นสนั่น จนเพทายยืนโงนเงน ตกใจเลยหายตัวไป

“ถึงเพทายจะรู้แล้วว่าไม่ได้ตายเพราะพ่อเดช แต่ความแค้นที่พวกเราไม่ร่วมมือด้วยก็อาจจะพาลมาหาเรื่องกับครอบครัวพ่อเดชได้อีก ช่วยกันระวังให้ดี” หุ่นท่านเจ้าคุณเอ่ย หุ่นทั้งหลายต่างเข้าใจและพากันกลับไปอยู่ในที่ของตน

ooooooo

วันนี้พรรณรายและอัมราลงไปที่ห้องหุ่น ต่างชมว่าคุณพ่อปั้นรูปคุณแม่เกือบเสร็จแล้ว เร็วดีจัง เร็วกว่าหุ่นทุกตัวเลย

เดชพูดหยอกว่าก็นางแบบเร่งพ่อทั้งวันทั้งคืน

อัมราถามว่าทำไมคุณแม่ต้องเร่งคุณพ่อด้วย อารีย์บอกว่าตอนนี้สุขภาพดีก็อยากให้ปั้นเสร็จๆไป เดี๋ยวไม่สบายอีกก็ต้องหยุดปั้น พอดีไม่เสร็จกัน เห็นทั้งสองแต่งตัวถามว่าจะไปไหนกัน พรรณรายบอกว่าจะมาขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปเชียร์อาทรแข่งบอลที่มหาวิทยาลัย อัมราบอกว่าอาจกลับเย็นหน่อย

เดชถามว่าแล้วสันติไม่แข่งหรือ พรรณรายบอกว่าไปแต่ตนไม่ได้ไปเชียร์เด็กวัด นี่ถ้าอาทรไม่ไปตนก็ไม่ไปดูเด็ดขาดแล้วเร่งอัมราให้รีบไปกันเถอะ ไม่ทันใจก็ลากอัมราไปเลย

“เมื่อไรยัยพรรณจะเลิกพูดจาดูถูกอาร์ตเขาสักทีนะ ที่จริงอาร์ตเขาดูดีมากนะคะ เสียอย่างเดียวก็แค่จน” อารีย์บ่น

“นั่นสิ ถ้าไม่คิดเรื่องนี้พี่ว่าอาร์ตมีอะไรที่เหนือกว่าออยทุกอย่าง แต่ก็ดีแล้วล่ะ ยัยพรรณไม่มองอาร์ตจะได้ไม่มีปัญหากับยัยอัม” เดชเอ่ย อารีย์ถามว่าเดชดูออกหรือ เดชถามว่า “ทำไมจะดูไม่ออก แต่ที่ไม่พูดไม่ห้ามก็เพราะทั้งสองคนต่างก็วางตัวได้ดี”

“ค่ะ ฉันก็เชื่อใจยัยอัม ส่วนอาร์ตก็ดูเป็นผู้ใหญ่น่าจะไว้ใจได้ ถ้าฉันเป็นอะไรไปเขาคงดูแลยัยอัมได้” พูดแล้วก็ตัดบทว่าเรื่องยังอีกนานอย่าเพิ่งสนใจมากเลย ตอนนี้ให้ปั้นหุ่นตนดีกว่า ตนอยากให้เสร็จเร็วๆ

ooooooo

พรรณรายซื้อแฮมเบอร์เกอร์ของโปรดของอาทรไปมากมายตามเคย รบเร้าให้อาทรกินของที่ตนซื้อมาให้ได้ เมื่ออาทรยังไม่กินก็จะป้อน จนอาทรหงุดหงิดเสียงดังใส่แล้วขอไปซ้อมบอล

พรรณรายถูกขัดใจก็โกรธ งอน ขยำแฮมเบอร์เกอร์ทิ้งระบายอารมณ์อย่างน่าเกลียด บ่นกับอัมราเสียงดังว่าตนชักจะเบื่อพี่ออยแล้ว ยิ่งถูกจุ๊บคู่ปรับคอยยั่วคอยยุด้วยก็ยิ่งหงุดหงิด หาว่าอาทรให้ท้ายทำให้จุ๊บมาว่าตนได้ นอกจากขยี้แฮมเบอร์เกอร์ทิ้งแล้วยังปาลงพื้นเหยียบขยี้อีกด้วย อัมราตกใจมองอึ้งไม่กล้าว่าพี่สาวกลัวจะยิ่งอารมณ์เสีย

ระหว่างแข่งบอล สันติเล่นได้ดีมากในขณะที่อาทรมีโอกาสดีหลายครั้งแต่ก็ทำพลาด เสียงเชียร์สันติรอบสนามโดยเฉพาะบรรดาสาวๆต่างชื่นชมกระทั่ง

บางคนบอกว่าอยากเป็นแฟน ทำให้พรรณรายดูสันติอย่างสนใจ สันติยิงประตูได้ เสียงปรบมือก้องไปทั้งสนาม พรรณรายเองก็พลอยปรบมือดีใจไปด้วย ยิ่งดูสายตาพรรณรายที่มองสันติก็ยิ่งเปลี่ยนไป

ปรากฏว่าทีมสันติชนะ กัปตันทีมขอบใจทุกคนที่สามัคคีร่วมใจกันเป็นอย่างดีจนนำทีมไปสู่ชัยชนะได้

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 8 วันที่ 5 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ