อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 8 วันที่ 7 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 8 วันที่ 7 ต.ค. 58

พรรณรายขอบคุณแล้วผละไป พอพ้นสายตาพิไล พรรณรายก็กลายเป็นหุ่นนางรำเดินตามพิไลไป

ขณะพิไลเดินกลับบ้านตัวเองก็ถูกหุ่นเด็ก หุ่นนางพยาบาลและหุ่นนางรำแกล้งหลอกหลอนจนหนีเตลิดออกไปทางหน้าบ้าน โชคร้ายไปเจอเทิดที่ออกตามหาพิไลมาเจอเข้าพอดี! พิไลกลัวผีจนหมดสติ เทิดเดินเข้าหาพึมพำ

“ขวัญอ่อนจริงๆนะเมียรัก ในที่สุดกูก็ตามหามึงจนเจอ นังตัวดี!”



แล้วเทิดก็พาพิไลไปที่บ้านเวทย์ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องรางของขลัง

ฝ่ายเมียเสี่ยกลับจากงานเลี้ยง เจอวิญญาณเพทายตามมาวิ่งออกไปให้รถชน พอเมียเสี่ยลงไปดูก็ถูกเพทายหลอกหลอนจนขับรถหนี ถูกเพทายตามล่าก็ลงจากรถวิ่งไป ขณะเพทายไล่กวดไปนั้นก็ถูกเวทย์หมอผีที่เมียเสี่ยเคารพนับถือเอาบ่วงรัศมีสีแดงคล้องเอาตัวไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในที่เปลี่ยว

เพทายฟ้องเวทย์ว่าตนถูกเมียเสี่ยฆ่า เมียเสี่ยอ้างว่าเพราะเพทายเป็นเมียน้อยเสี่ย เพทายขอร้องเวทย์ว่าให้ตนจัดการกันเองกับเมียเสี่ยแล้วตนจะไม่ลืมบุญคุณเลย

แต่เวทย์ไม่สนใจเรื่องบุญคุณ เมื่อเมียเสี่ยให้เงินหนึ่งหมื่นขอให้จัดการเพทายเสีย เวทย์ขอเป็นสามหมื่นเมียเสี่ยตกลงทันที เพทายด่าเวทย์ว่า หมอผีไม่มีศีลธรรมเห็นแก่เงิน ในที่สุดวิญญาณเพทายก็ถูกเวทย์จับใส่โอ่งดินเล็กๆ เอาผ้ายันต์ปิดปากโอ่งพันด้วยด้ายลงอาคม เวทย์มองโอ่งหัวเราะชอบใจ

“หมดฤทธิ์แล้วสินะ ฮ่ะๆๆ”

ooooooo

ระหว่างไปกินบะหมี่ที่ภัตตาคารแถวราชวงศ์ พรรณรายดูแลสันติอย่างเอาอกเอาใจ สันติปรุงไม่เป็นเพราะไม่เคยกินอาหารภัตตาคาร พรรณรายจึงปรุงให้แล้วคะยั้นคะยอให้กิน

ปรากฏว่าสันติกินบะหมี่ที่พรรณรายปรุงให้ไม่ได้เพราะเผ็ดเกินไป อาทรจึงเปลี่ยนของตนที่ยังไม่ได้ปรุงให้แทน ทำให้พรรณรายไม่พอใจมากต่อว่าอาทรว่าเจ้ากี้เจ้าการไม่เข้าเรื่อง ถูกอาทรปรามว่าให้เลิกเอาแต่ใจตัวเสียที พรรณรายอ้างว่าวันนี้ตนเป็นเจ้ามือ อาทรโต้ว่าเจ้ามือไม่ใช่เท่ากับเป็นเจ้าชีวิต ไม่มีสิทธิ์บังคับ
คนโน้นคนนี้ได้

สันติไม่อยากให้มีปัญหาบอกอาทรว่าตนกินได้ อาทรบอกว่าไม่จำเป็นเร่งให้สันติกินชามที่ตนเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด พรรณรายมองอย่างฮึดฮัดขัดใจมาก

ระหว่างนั่งรถกลับด้วยกัน พรรณรายโวยวายกับอัมราว่าเกลียดอาทรมาก บ่นตัวเองว่า

“แปลกใจตัวเองจริง ว่าฉันทนชอบพี่ออยได้ยังไงตั้งนาน ผู้ชายงี่เง่า ทำอะไรก็ไม่เข้าท่า เป็นถึงลูกผู้พิพากษา แต่ยังสู้เด็กวัดอย่างนายอาร์ตไม่ได้เลย”

“พี่พรรณ ทำไมไปเปรียบเทียบพี่ออยแบบนั้นล่ะคะ ถ้าพี่ออยรู้เข้าคงเสียใจแย่”

พรรณรายไม่แยแสหาว่าทีอาทรทำกับตนก็ไม่เห็นเขาสนใจเลย แล้วถามว่า อัมรากับสันติชอบกันหรือเปล่า อัมราอึกอักก็ถูกขู่ว่าถ้าไม่พูดความจริงตนจะฟ้องคุณพ่อคุณแม่ อัมราจึงบอกว่าตนชอบพี่อาร์ตอย่างพี่ชายและพี่อาร์ตก็คงชอบตนอย่างน้องสาว บอกแล้วถามว่า ทำไมหรือ พรรณรายไม่ตอบแต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย อัมราถามหยั่งเชิงว่า

“อย่าบอกนะคะว่าพี่พรรณจะเปลี่ยนมาชอบพี่อาร์ต”

ฝ่ายสันตินั่งรถอาทรกลับ อาทรบอกว่าดูท่าทางพรรณรายวันนี้แล้วตนเดาใจเธอไม่ผิด สันติยืนยันว่าตนไม่มีวันคิดกับพรรณรายเป็นอย่างอื่น

“ทำไมต้องทำท่าตกใจขนาดนั้น ฉันรู้ว่าสี่ห้องหัวใจนายมีแต่น้องอัมเท่านั้น แต่ที่พูดเนี่ยจะเตือนนายไว้ คนอย่างน้องพรรณนิสัยแกเอาแต่ใจแล้วก็ชอบเอาชนะ นายควรระวังตัวไว้ให้ดี ถ้านายอ่อนให้น้องพรรณอย่างวันนี้ วันข้างหน้านายอาจมีปัญหากับน้องอัมได้นะ”

ฟังอาทรแล้ว สันตินิ่งหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

เทิดพาพิไลไปนอนกันที่บ้านเวทย์แล้วชมว่ายังแจ๋วเหมือนเดิม แบบนี้ผัวเก่าไม่หลงหัวซุกหัวซุนหรือ

พอพิไลจะกลับเทิดขอเงิน พิไลบอกว่าไม่มี ตนก็ไปอยู่ในฐานะคนอาศัยซ้ำยังมีผีตั้งหลายตัวจนตนต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกมา เทิดบอกว่าต่อให้มีผีเป็นโหลก็สู้ลูกพี่ตนไม่ได้หรอก

พอดีเวทย์กลับมา มันมองพิไลอย่างถูกใจ ถามเทิดว่าเป็นใคร เทิดโกหกว่าพิไลเป็นน้องสาว โดนผีหลอกมาตนเลยอยากขอของดีให้ติดตัวไปกันผีหน่อย เวทย์จึงให้สร้อยตะกรุดไป พิไลถามว่ากันผีได้แน่นะ

“ไม่ว่าผีตัวไหนถ้าเจอตะกรุดของข้าเป็นต้องวิ่งกลับหลุมแทบไม่ทัน” พิไลยื่นมือไปรับตะกรุด เวทย์ฉวยโอกาสลูบมือพิไลเบาๆ เป็นสัมผัสที่สื่ออารมณ์กันได้อย่างไม่ต้องพูด พิไลรับตะกรุดส่งสายตายั่วยวนบอกว่า

“ถ้าจริงอย่างปากพี่เวทย์ว่า ฉันจะกลับมาตอบแทนพี่อย่างถึงใจเลยจ้ะ”

เวทย์หัวเราะชอบใจ มองพิไลใส่สร้อยตะกรุดที่คอตาเป็นมัน

เมื่อเทิดเดินออกมาส่ง พิไลถามว่าทำไมต้องโกหกเวทย์ด้วยว่าตนเป็นน้อง เทิดด่าว่าโง่ ดูตาไม่ออกหรือว่าเวทย์พอใจตัวเอง ขนาดของดีๆยังให้ง่ายๆ ถามพิไลว่า

“แกรู้ไหมว่าของขลังของพี่เวทย์น่ะเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้นนะแก ใครอยากได้ต้องเสียเงินเป็นร้อย บางอย่างเป็นพันถึงเป็นหลักหมื่น” พิไลตาโตถามว่าแบบนี้เวทย์ก็มีเงินสิ “ก็มีน่ะสิ ฉันปูทางไว้ให้แกแล้วนะนังพิไล หาช่องทางเอาเองแล้วกัน ยังไงก็อย่าลืมส่วนแบ่งนะโว้ย”

เทิดหัวเราะร่า พิไลหันมองบ้านเวทย์อย่างสนใจขึ้นมาทันที

เทิดกลับมาเห็นเวทย์กำลังบริกรรมคาถาแล้วเป่าพรวดไปที่โอ่งดิน มีเสียงร้องโหยหวนออกมา เทิดเพ่งมอง โอ่งดินกลายเป็นโปร่งใส เทิดเห็นเพทายนั่งคุดคู้ร้องอย่างทรมานอยู่ในโอ่งดินอ้อนวอนให้เวทย์ปล่อยตนออกไปเสีย

เทิดจำได้ว่านั่นคือเพทายดาวโป๊ที่กำลังดัง ถามเวทย์ว่ามันตายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นได้ข่าว

“ข้าก็ไม่รู้ แต่วันนี้โชคดีได้ลาภก้อนใหญ่ แกรู้ไหมไอ้เทิดถ้าข้าปลุกเสกนังนี่เป็นโหงพรายสำเร็จ คนที่อยากได้มันไปเลี้ยงต้องยอมทุ่มเงินให้ข้าอย่างไม่อั้นเลยล่ะ ฮ่ะๆๆ”

“อ๊ะ...แบบนี้ต้องก๊งเว้ย” เทิดตลกบริโภค เวทย์ เห็นด้วยควักเงินให้เทิดไปซื้อเหล้า เทิดรับเงินอย่างนอบน้อมรีบออกไป เวทย์นั่งมองโอ่งดินอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

ooooooo

คืนนี้เดชฝันร้ายว่าหุ่นอารีย์ที่ปั้นเกือบเสร็จแล้วนั้น จู่ๆที่ใบหน้าหุ่นก็เกิดรอยร้าวแล้วขยายไปเรื่อยๆ

เดชตกใจ พลันก็ได้ยินเสียงท่านเจ้าคุณบอกว่า “อย่าปั้นต่อไปอีกเลย หยุดปั้นเสียเถิดก่อนที่มันจะสายเกินไป” ขณะที่เดชกำลังตกใจ มึนงงนั้น เสียงบรรดาหุ่นในห้องก็พูดพร้อมกันว่า

“หยุดซะ...หยุดซะ...หยุดซะ...”

เดชตกใจตื่น มองข้างๆ เห็นอารีย์หลับอยู่ จึงลุกย่องไปเปิดประตูออกจากห้อง พอเสียงประตูปิด อารีย์ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างครุ่นคิด

ooooooo

พิไลแอบกลับเข้ามาในบ้านตอนรุ่งสาง หุ่นทั้งหมดมองพิไลอย่างไม่พอใจ หุ่นพีทบอกว่าตนจะไปไล่เอง ว่าแล้วก็แว้บหายไป

“อย่าไปเจ้าพีท” เสียงท่านเจ้าคุณห้าม แต่พีทหายไปแล้ว ท่านบอกหุ่นนางรำกับหุ่นพยาบาลเสียงเครียด “ไปตามเจ้าพีทกลับมา!” หุ่นนางพยาบาลถามว่ามีอะไรหรือเปล่า “ฉันรู้สึกอึดอัดแปลกๆ ตั้งแต่พิไลก้าวเข้าบ้านมา รีบไปตามเจ้าพีทกลับมาก่อน”

หุ่นนางรำกับหุ่นนางพยาบาลพยักหน้าแล้วหายไปทันที ท่านเจ้าคุณนิ่งคิดอย่างไม่สบายใจ

หุ่นพีทไปดักหน้าพิไลถามว่าจะกลับมาเล่นกันต่อใช่ไหม พิไลตกใจถอยกรูดปากคอสั่นพูดแทบไม่เป็นภาษา

“ผะ...ผี...”

หุ่นพีทพุ่งเข้าหาพิไลทันที แต่ไม่ทันถึงตัวก็เกิดรัศมีสว่างวาบขึ้น หุ่นพีทตกใจผงะร้องโอ๊ย...ทำให้พิไลนึกได้ รีบดึงตะกรุดออกมากำไว้มองหุ่นพีทพึมพำอย่างสะใจ

“ตะกรุดของพี่เวทย์ศักดิ์สิทธิ์จริงๆ มาเลย...ไอ้ผีตัวไหนกล้ามาหลอกฉันอีก ออกมาสิ มาหลอกเลย ฉันมีของดีอยู่กับตัวแบบนี้ไม่กลัวพวกแกแล้วโว้ย รู้จักนังพิไลน้อยไปแล้ว!”

พิไลกำตะกรุดกร่างสุดฤทธิ์ เอาตะกรุดยัดใส่อกเสื้อไว้ ค่อยๆลัดเลาะไปตามตัวตึกกลับไปยังเรือนเล็กด้านหลังอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ที่ห้องหุ่น...หุ่นพีทได้รับบาดเจ็บกลับมา หุ่นทับถามว่าเกิดอะไรขึ้น หุ่นชาวนาบอกว่าพิไลไปหาพระมาคุ้มครองตัวเองอีก

“แต่ก่อน พิไลก็สวมสร้อยพระ พวกเราแค่เข้าใกล้ไม่ได้ แต่ไม่ได้ทำให้บาดเจ็บแบบนี้” หุ่นนางรำเอ่ย

“ไม่ใช่พลังของพุทธคุณ พลังแห่งพุทธคุณจะเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา” ท่านเจ้าคุณพิเคราะห์ว่า “มันเป็นพลังทางไสยดำ พลังแห่งการทำลายล้าง คนที่ให้ของพิไล ถือว่าเป็นคนมีอาคมแก่กล้าคนหนึ่งทีเดียว ต่อไปนี้พวกเราต้องระวังตัวให้ดี”

พิไลเดินอารมณ์ดีย่ามใจ มาถึงหน้าเรือนเล็ก เห็นเดชยืนกอดอกมองอยู่ ถามว่าไปไหนมา พิไลตกใจตอบอึกอัก

“เอ้อ...คือ...ฉันไปเดินสูดอากาศยามเช้ามาจ้ะ แหม...อากาศตอนเช้ามืดนี่เย็นสบายดีนะจ๊ะพี่เดช”

เดชดักคอว่าท่าทางเธอเหมือนเพิ่งกลับมามากกว่า ถามว่าไปไหนมา ถ้าโกหกตนจะไล่ออกจากบ้านนี้

“ฉัน...เอ้อ...ฉันออกไปดูลิเกที่ตลาดแถววัดมาจ้ะ ก็ฉันเหงา ฉันไม่มีอะไรทำ พี่เดชอย่าโกรธฉันนะ” พิไลโผเข้ากอดเดชอ้อน “ก็ฉันคิดถึงพี่ พี่ก็ไม่มาหาฉันเลย พี่เดชจ๋า รู้ไหมฉันจะอกแตกตายอยู่แล้ว ฉันรักพี่ ฉันคิดถึงพี่มากนะ”

พิไลรุกอย่างรวดเร็ว ดันเดชติดผนังกอดจูบไม่ให้เขาตั้งตัว เดชพยายามผลักแต่พิไลกอดไว้แน่น

“พี่เดช...” เสียงอารีย์อุทานเหมือนจะขาดใจแล้วล้มหมดสติไปทันที

“อารีย์...ไม่นะอารีย์...อารีย์!” เดชถลาประคองอารีย์ ร้องเรียกตกใจสุดขีด

อารีย์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พรรณรายกับอัมรานั่งกุมมือกันอยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วงแม่ แต่ไกลออกไป พิไลแอบมองอยู่ พึมพำแช่ง...

“เพี้ยง...ขออย่าให้มันรอดเลย ตายๆไปเหอะ”

พอหมอออกจากห้องฉุกเฉิน ทั้งเดช พรรณรายและอัมราถลาเข้าไปถามอาการของอารีย์ แล้วทุกคนก็ผงะช็อกเมื่อหมอบอกว่า

“ขอโทษนะคุณเดช ผมพยายามเต็มที่แล้ว...ผมเสียใจด้วยจริงๆ”

เดชวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน พรรณรายกับอัมราวิ่งตามเข้าไป พิไลที่ยืนดูอยู่ ยิ้มออกมาอย่างสมใจ

ooooooo

เดชเห็นอารีย์นอนอย่างสงบอยู่บนเตียง เขาเดินเข้าไปนั่งข้างร่างอารีย์ กุมมือเธอไว้ มองหน้าน้ำตาไหลเงียบๆ

พรรณรายกับอัมราเดินเข้ามาร้องไห้น้ำตาไหลพราก เดชบอกลูกทั้งสอง...

“พรรณราย อัมรา มากราบแม่เสีย...”

พรรณรายกับอัมราเดินเข้าไปกราบแทบเท้าอารีย์แล้วกุมเท้าแม่ไว้ ครู่เดียวพิไลก็ถลาเข้ามาอย่างสะใจ พริบตาเดียวก็ร้องไห้คร่ำครวญ...

“โธ่...อารีย์...ไม่น่าอายุสั้นเลย เห็นกันอยู่หลัดๆ”

“เธอออกไปก่อน ขอพวกเราอยู่กันตามลำพังประสาพ่อแม่ลูก” เดชบอกพิไลมองด้วยสายตาเย็นเยียบ พิไลทำท่าจะไม่ออก เดชสั่ง “ออกไป” พิไลจึงทำหน้าตัดพ้ออ้อนๆ พยักหน้าช้าๆ แล้วเดินออกไป

ก่อนออกพ้นประตู พิไลหันมองเดชกับพรรณรายและอัมราที่ร้องไห้กับร่างของอารีย์อย่างหมั่นไส้ สะใจ...

ooooooo

วิญญาณอารีย์เข้าไปในห้องหุ่น เห็นหุ่นตัวเองปั้นเสร็จแล้วแต่ไม่เห็นเดช หุ่นนางรำบอกว่าเดชอยู่โรงพยาบาล อารีย์ตกใจที่หุ่นนางรำพูดได้ ถามว่านี่ตนฝันไปหรือเปล่า?

บรรดาหุ่นจึงบอกว่าเธอหมดอายุขัยไปแล้ว ให้คิดดีๆว่าเมื่อเช้ามืดเกิดอะไรขึ้นกับเธอ อารีย์ทบทวนแล้วจึงรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว พูดอย่างปลงตกแล้วว่า

“ฉันคิดอยู่แล้วว่า วันนี้ต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว...ฉันอยู่ที่นี่เหมือนทุกๆคนได้ไหมคะ ฉันเป็นห่วงพี่เดช”

“ได้สิ...พวกเรายินดีต้อนรับ” หุ่นท่านเจ้าคุณเอ่ย อารีย์ขอบคุณ เธอหันมองหุ่นตัวเองเศร้าๆ ท่ามกลางความเห็นใจของหุ่นทุกตัว...

ที่ศาลาวัด...ดำเกิงเห็นเดชนั่งซึมเศร้าอยู่ เขาไปปลอบขอให้หักห้ามใจเพราะอย่างไรเสียอารีย์ก็จากไปแล้ว

“ไม่...อารีย์ยังไม่ควรตาย อารีย์ตายเพราะผมแท้ๆ” ดำเกิงขออย่าโทษตัวเองเลยเพราะที่ผ่านมาเขาก็ดูแลอารีย์ดีที่สุดแล้ว “ไม่จริง...ผมผิด...ผมผิดต่ออารีย์...โธ่... อารีย์...” เดชซบหน้ากับฝ่ามือสะอื้น ดำเกิงได้แต่ตบบ่าปลอบใจ

พรรณรายกับอัมราต้อนรับแขกอยู่หน้าศาลา ทั้งสองชะงักเมื่อเห็นพิไลแต่งหน้าจัดจ้านเดินวางมาดคุณนายเข้ามาในศาลา เดินไปทักคนโน้นคนนี้ราวกับเป็นเจ้าภาพ พรรณรายหมั่นไส้ตรงไปถามว่า

“มาทำไม”

พิไลลอยหน้าว่ามาแสดงความเสียใจน่ะสิ อุทานตื่นเต้นว่า “แขกมากันเต็มเลย งั้นเดี๋ยวน้าจะเข้าไปดูซิว่า เตรียมของที่จะเลี้ยงแขกเสร็จหรือยัง ถ้าไม่เรียบร้อยคนที่มาจะเอาเราไปนินทาได้ ไปก่อนนะจ๊ะ”

พิไลผละไป พรรณรายจะตามไป อัมรารั้งไว้ไม่อยากให้มีเรื่อง พรรณรายโกรธที่พิไลทำท่าจะมาแทนคุณแม่ทั้งที่ตัวคุณแม่ยังอุ่นอยู่เลย

อัมราขอร้องว่างานคุณแม่อย่ามีเรื่องเลย อาทรที่ยืนอยู่เห็นด้วย บอกพรรณรายอย่าใจร้อนเลย

“พี่ออยไม่ต้องยุ่ง ยังไงพรรณก็จะไล่มันออกไป” อัมราร้อนใจว่าต้องมีเรื่องแน่ ถามอาทรกับสันติที่ยืนอยู่ด้วยว่าจะทำอย่างไรดี สันติบอกอาทรให้อยู่เป็นเพื่อนอัมราก่อน ตนจะตามไปดูเอง

ooooooo

พรรณรายตามไปว่าพิไลว่าไม่ควรมาจุ้นจ้านในงานศพของคุณแม่ พิไลอ้างว่าตนมาช่วยงานต่างหาก

“ไม่ต้อง...กลับไป” พรรณรายไล่อย่างไม่ไว้หน้า

พิไลบ่นว่าพรรณรายทำตัวแปลกๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับตน แต่ตนไม่ถือสา โทษว่าเป็นเพราะอารีย์เลี้ยงมาไม่ดี ต่อไปตนจะอบรมเธอเอง ทำให้พรรณรายยิ่งไม่พอใจที่มาว่าคุณแม่ กระชากแขนพิไลลากออกไป

“อย่าครับคุณพรรณ” สันติตามมาเห็นพอดีรีบดึงพรรณรายออกไป พรรณรายไม่ฟังเสียงบอกสันติอย่ามายุ่งตนจะสั่งสอนผู้หญิงคนนี้สักหน่อย สันติจึงเตือนสติว่า “นี่มันงานศพคุณแม่นะครับ อยากให้คุณแม่ตายตาไม่หลับหรือครับ”

“วันนี้ฉันจะปล่อยเธอไปก่อน แต่จำไว้ให้ดีนะ อย่าได้คิดจะมาแทนที่คุณแม่เป็นอันขาด เพราะฉันจะไม่เอาเธอไว้แน่” พรรณรายสะบัดเดินปึงปังไปทางหนึ่ง พิไลมองตามอึ้งๆ แล้วสะบัดไปอีกทาง

สันติมองทั้งสองอย่างอึดอัดใจแล้วเดินตามไปชี้แจงกับพรรณรายว่าตนทำไปเพราะไม่เอยากให้มีเรื่องกันในงาน พรรณรายบอกว่าตนไม่โกรธเขาแต่ไม่อยากเข้าไปในศาลาเดี๋ยวอดใจไม่ได้คงได้ตบพิไลเข้าสักฉาด สันติจะขอเข้าไปก่อนก็ถูกพรรณรายอ้อนให้อยู่เป็นเพื่อนตนหน่อย เพราะตนว้าเหว่คิดถึงคุณแม่มาก ไม่พูดเปล่ายังโผเข้ากอดสันติไว้ด้วย

อัมราเห็นพี่สาวหายไปนานออกมาตามเห็นเข้าเต็มตา สันติตกใจที่ถูกพรรณรายกอดแล้วก็ตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นอัมรามายืนมองอยู่ อัมราชี้แจงว่าตนมาดูเพราะกลัวจะมีเรื่องกัน แล้วขอเข้าไปฟังพระสวดก่อน แล้วเดินอ้าวกลับไปในศาลา สันติจะตามไป พรรณรายพยายามจะรั้งไว้อีก แต่สันติเดินตามอัมราไปแล้ว เลยได้แต่มองเคลิ้มสมใจที่ได้กอดสันติ

ความจุ้นจ้านเจ้ากี้เจ้าการแสดงความเป็นเจ้าภาพงานศพอารีย์ของพิไล เป็นที่หมั่นไส้ของทุกคน แม้แต่จุ๊บเองก็บ่นกับสันติว่า ทำตัวอย่างกับเป็นเจ้าภาพ สั่งโน่นนี่นั่นวุ่นวายไปหมด

ooooooo

เพราะทุกคนไปงานสวดศพอารีย์กันหมด จึงเหลือชิ้นเฝ้าบ้านอยู่คนเดียว ชิ้นเดินตรวจตราไปที่สนามหน้าบ้าน คะเนว่าเดี๋ยวพระสวดเสร็จก็คงกลับมากันแล้ว มองไปในบ้านเห็นเปิดไฟ เลยคิดว่าพิไลคงมาแล้วรีบเข้าไปดู

ชิ้นเดินเรียกพิไลก็ไม่มีเสียงตอบ เห็นคล้ายมีคนเข้าไปในห้องหุ่นจึงตามไปดู เห็นอารีย์ยืนอยู่ในเงามืดหน้าหุ่นตัวเอง ชิ้นมองไม่ชัดนึกว่าพิไล แต่พอเรียกร่างนั้นหันมากลายเป็นอารีย์! ชิ้นตกใจแทบช็อก อารีย์บอกว่าไม่ต้องกลัวตน พลางเดินเข้าหา บอกชิ้นว่า

“ฉันฝากดูแลทุกคนด้วย รับปากสิชิ้น ว่าจะช่วยดูแลทุกคนแทนฉัน”

“คะ...ค่ะ...ค่ะ...” ชิ้นรับคำเสียงสั่น ตัวสั่น เมื่อวิ่งออกมาที่สนาม เจอพรรณรายกับอัมราและเดชกลับมาก็เล่าปากคอสั่นว่า “คะ...คุณ...ผู้หญิงมาค่ะ...ยะ...อยู่...ในห้องหุ่นค่ะ”

เดชวิ่งไปที่ห้องหุ่นทันที พรรณรายปรามชิ้นว่าอย่าพูดอย่างนี้คุณพ่อยิ่งกำลังเสียใจอยู่ด้วย พิไลถามว่าอารีย์ตายไปแล้วจะมาได้ยังไงหาว่าชิ้นฝันไปแน่ๆ พอพวกพรรณรายขึ้นบ้านไป พิไลก็ขู่ชิ้นว่าถ้าวันหลังพูดอย่างนี้อีกจะไล่ออก

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 8 วันที่ 7 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ