อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8/3 วันที่ 21 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8/3 วันที่ 21 ต.ค. 58

“ใช่ พอบอกว่าเป็นคุณชาย เป็นหม่อมราชวงศ์ เป็นพระภาติยะเสด็จพระองค์หญิง ก็เลยคดีพลิก ยายซ้อนเห่อเจ้า ปลาบปลื้มประโลมใจ เลิกคิดอกุศลได้”
สาลินหน้าหงิก
“พอเห็นเป็นเจ้า เป็นหม่อมเข้าล่ะก็ กลายเป็นสัปบุรุษ บริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นมาเชียวหรือคะ ฮึ อีตานี่แหละ คุณชายชื่อยาว เสือผู้หญิงแท้ๆ เชียว”
คุณตากับคุณยายมองหน้ากัน

“พอหนูเจอทีไรก็เห็นเขากำลังโอ้โลมปฏิโลม กอดจูบลูบคลำผู้หญิงอยู่ทุกที”


“อ้อ เขาเป็นเสือผู้หญิง แล้วยังมีหน้าไปหลับไหลไม่ได้สติในรถเขาอีกนะจ๊ะ” ยายว่า
สาลินนึกๆ แล้วก็อ่อนลงนิดแต่ก็ยังกระฟัดกระเฟียด
“ฮึ หนูอยากให้ยายซ้อนรู้ว่า อีตาคุณชายนี่ไม่ใช่คนดี” สาลินว่า
“งั้นเดี๋ยวก็ไปหายายซ้อน บอกว่าที่ฉันพูดน่ะผิดไป ที่จริงคุณชายเป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจ หนูเลยนอนแผ่หมดแรงหมดเรี่ยวมา ดีไหมจ๊ะ”
คุณยายประชด คุณตาสะดุ้ง
“แรงเกินไปแล้วคุณ”
“ถ้าไปบอกจริง ชื่อหนูก็คงกระฉ่อนไปทั่วคุ้งน้ำเลยนะคะ ไม่น่าเผลอหลับเลยเรา”
คุณยายค้อนคุณตา
บราลีกับลลิตาซักถามสาลินเกี่ยวกับเรื่องวันก่อน หนุ่มแว่นแอบฟังอยู่ไม่ห่าง จิตริณีทำงานอยู่ เหลือบมองเป็นระยะ
“จะไม่มีอะไรได้ยังไง คุณชายกิตติราชนรินทร์เขาฉุดเธอขึ้นรถแบบนั้น” ลลิตาบอก
“แล้วเธอก็สมยอมด้วย” บราลีถาม
หนุ่มแว่นหน้าเสีย
บราลีซัก “บอกมา ไปไหน เรื่องราวเป็นยังไง”
“เขาเรียกฉันไปด่า ก็เท่านั้น แล้วจากนั้น”
แว่นรีบแทรกเข้ามาทันที “อะไรครับ”
สามสาวเป็นงง
“พูดมาซีครับว่าเกิดอะไรขึ้นจากนั้น” แว่นซัก
“ฉันก็กลับบ้าน เอ นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องรู้เลยนะคุณแว่น”
“ใช่ ผมมันไม่มีความหมาย ผมมันแค่นักศึกษาต๊อกต๋อย ไม่ใช่ หม่อมราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์”
“กลับบ้านไปทานยาก่อนไหมคะ”
“ไม่ต้องมาเสือกไสไล่ส่งผม ผมจะไม่มาให้คุณเห็นหน้าอีก โป้งแล้ว โกรธสิบทีอย่ามาดีสิบชาติ”
แว่นชูนิ้วโป้งแล้ววิ่งหายไป สามสาวเป็นงง
“ฉันชักห่วงสวัสดิภาพตัวเองแล้วซี มีคนบ้าอยู่รอบตัวเราเต็มไปหมด” บราลีว่า
จิตริณีเดินเข้ามาพร้อมหนังสือพิมพ์
“มีใครอ่านข่าวสังคม วิรงรองซุบซิบแล้วหรือยังคะ”
“มีอะไรคะคุณจินนี่”
ลลิตาคว้าหนังสือพิมพ์มาอ่าน
“นางเอก ย.ไปฉีดนม กับฉีดแก้ม นางงามถูกผัวซ้อม เอ๊ะ ว้ายตายแล้ว”
“ใครตายยะ ญาติฝ่ายไหน”
“ไม่มีใครตายย่ะ แต่ว่าคุณอัศนีย์ เถลิงการ กลับเมืองไทยแล้ว”
“คนนี้ไงที่แต่งปุ๊บก็หย่าปั๊บกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง คุณหญิงเลยกลับมาควงคุณชายกิตติราชนรินทร์”
“ถ้ากลับมา ถ่านไฟเก่าจะคุไหมเนี่ย”
สาลินเป็นกังวลจึงรีบดึงจิตริณีแยกมา

สาลินกระซิบจิตริณี
“คุณจิตริณี คุณเคยบอกใช่ไหมคะว่าคุณอัศนีย์คนนี้เป็นเพื่อนคุณ”
“ใช่ค่ะ เพื่อนสนิทด้วย”
จิตริณีสายตาเศร้าไปเล็ก ๆ
“ถามทำไมคะ”
“ฉันกลัวที่ลลิตาพูดค่ะ กลัวว่าถ่านไฟเก่าของคุณอัศนีย์กับคุณหญิงเทโพจะคุขึ้นมาอีกครั้ง เป็นไปได้ไหมคะ”
“คุณคิดอะไรอยู่”
“ฉันไม่อยากให้เขาคืนดีกันน่ะซี ฉันอยากให้อีตาคุณชายได้สมรักกับยายคุณหญิงเทโพค่ะ”
“ทำไมคะ ฉันสงสัยอยู่เหมือนกันคุณไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับคุณชายคนนี้”
“เรื่องยาวค่ะ วันหลังจะเล่าให้ฟัง”
ไนเจลเดินเข้ามาพอดี
“โอว์ วันนี้ร่านจริง ๆ”
จิตริณีถาม “บอสหมายถึง “ร้อน” ใช่ไหมคะ”
“ใช่ ใช่ ร้อน เมื่อกี้ตอนขับรถ มีแท็กซี่ตะโกนใส่ผม บอกว่า “พ่อเมิงตาย” เขารู้ได้ยังไงว่าพ่อผมเสียแล้ว”
“เออ มันคือคำด่าคะ บอส”
“ฉิบหายแล้ว”
“ใจเย็น ๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำน้ำใบเตยเย็นเจี๊ยบให้ทานนะคะ”
“เยี่ยมครับ ใบเตยเป็นเครื่องเพศที่หอมมาก”
สองสาวสะดุ้ง
“เครื่องเทศค่ะบอส อย่าพูดผิดนะคะ มันทะลึ่ง Dirty มากค่ะ”
“เหรอ คุณจินนี่” ไนเจลตาหวานเชื่อม “คุณต้องช่วยฝึกให้ผมอีกเยอะเลยน้า”
“ค่ะ วันนี้ฝึกแบบเรียนเร็วได้รึยังคะ “พ่อหลีพี่หนูหล่อ พ่อเขาชื่อหมอหลำ แม่ชื่อแม่หยา อยู่แพที่สำเหร่”
ไนเจลพูดตามแต่ยิ่งพูดยิ่งวิปริต สาลินครุ่นคิดแต่เรื่องถ่านไฟเก่า

บนถนนหน้าห้องสมุดมีรถสปอร์ตสีแดงเพลิงรุ่นล่าสุดของยุคและเปิดประทุนแล่นมาจอด คนขับคืออัศนีย์ หนุ่มหล่อ แต่งตัวหล่อเนี้ยบหรูหราไปตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาก้าวลงรถมาเห็นว่าสวมแว่นกันแดดหรู เขาพิงประตูรถมองดูอาคารห้องสมุดแล้วอมยิ้มนิดๆ ชาวบ้านชาวตลาด ออฟฟิศแมนและเกิร์ลแถวนั้นมองเป็นตาเดียว มวยมณีเดินผ่านมา อัศนีย์ถาม
“คุณครับ ห้องสมุดบริติช-ไทยไปทางไหน
“เดินไปอีก 2 บล็อคค่ะ”
อัศนีย์เดินไป มวยมณีหันไปจับกล้ามหนุ่มข้างๆ
เทพีเพ็ญแสงปรายตามองอาหารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะหยิบแครกเกอร์แผ่นบางๆ

มาพลิกดูแล้วเอาทิชชู่ซับ แล้วกัดไปคำเล็ก หม่อมวาณี รวมทั้งรื่นกับโรยมองอย่างลุ้นๆ ส่วนศศิรัชนีส่ายหน้าแบบระอา พลาง พลิกหน้าข่าวสังคมแล้วขมวดคิ้ว
“อัศนีย์ เถลิงการ บินเงียบกลับเมืองไทยมาร่วม 2 เดือน แต่ไม่ยอมออกงานไหนเลย ข่าวว่ากำลังจะเปิดตัวธุรกิจใหม่”
อ่านแล้วก็เงยหน้ามองน้องสาว แล้วก็ตัดสินใจยื่นส่งให้แม่ หม่อมวาณีรับมางงๆ หญิงก้อยหันมาถาม
“มีข่าวอะไรบ้างคะ หม่อมแม่ อ่านคอลัมน์ยายติ่งก็ได้”
หม่อมวาณีไม่รู้เรื่อง ก็รีบอ่านหนังสือเอาใจลูก
“ไม่เห็นมีข่าวอะไรเลยลูก มีเรื่องนางเอก ย.ไปฉีดพาราฟีน มีเรื่องคุณ อ. ถูกสามีซ้อม”
หญิงก้อยทำหน้าเอือม “หญิงไม่สนใจข่าวแบบนี้ค่ะ หญิงเบื่อ”
“แล้วก็ข่าว อัศนีย์ เถลิงการ กลับมาเมืองไทยได้ 2 เดือนแล้ว”
หญิงก้อยชะงักกึกขึ้นมาทันที หม่อมวาณีฉุกคิด
“อัศนีย์ อัศนีย์ไหนนี่ ว้าย”
พอนึกออก ก็เหลือบมองศศิรัชนี อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ส่วนหญิงก้อยทำสีหน้าเย็นชา
“ข่าวว่าเขาจะมาเปิดธุรกิจตัวใหม่ลูก”
“หญิงไม่สนใจหรอกค่ะ หญิงเบื่อ”
“แล้วหญิงจะทำยังไงคะ” ผู้เป็นแม่ย้อนถาม
“ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่คะ หญิงกับอัศนีย์ลาจากกันด้วยดี แบบศิวิไลซ์ ไม่ได้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันซักหน่อย”
“จ้ะ จ้ะ เฮ้อ นี่ชายรองก็หายหน้าไปเลย สองสามวันนี่โทรมาบ้างไหม หญิงกลาง”
“ไม่มีนี่คะ สงสัยกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานหมั้นอยู่มั้งคะ”
ศศิรัชนีพูดหน้าตาเฉย แต่จงใจ หญิงก้อยลุกขึ้นพรวด
“ขอตัวค่ะ หม่อมแม่ หญิงเบื่อ”
จากนั้นก็เดินเชิดกลับขึ้นชั้นบน รื่น โรยลุกตาม หม่อมวาณีหันมาหาศศิรัชนี
“หญิงนะหญิง พูดเรื่องชายรองหมั้นออกมาทำไม”
“วันนั้นหม่อมแม่ก็พูดเองไม่ใช่หรือคะ ว่าคุณรองควรคิดให้รอบคอบเรื่องขัดใจเด็จป้า”
หม่อมวาณีถอนหายใจ “เฮ้อ แต่ฝ่ายเราล่ะลูกจะเป็นยังไง โธ่เอ๋ย หญิงก้อย วันๆ ไม่ยอมกินอะไร ผอมแทบจะปลิวลมอยู่แล้ว ชายรองก็ช่างกระไร ไม่มาดูดำดูดีเลย แล้วไอ้เจ้าอัศนีย์นี่อีก ไม่รู้จะกลับมาทำไมตอนนี้”
“ดีออกค่ะ”
“ดียังไง”
“หญิงก้อยจะได้เลิกเบื่อไงคะ”
หม่อมวาณีรู้ว่าฝ่ายนั้นจงใจแขวะทั้งตนทั้งลูกสาวคนโปรดก็ค้อนขวับ

สาลินกำลังให้บริการยืมหนังสืออยู่ที่เคาน์เตอร์ ครู่หนึ่งเสียงนุ่มทุ้ม ก็ดังขึ้น
“สวัสดีครับ”
พอเธอเงยหน้าขึ้น ก็ตะลึงไปกับความหล่อของอัศนีย์ ลลิตาเงยหน้ามองตาม ก็จำได้ทันทีว่าเป็นใคร
“ค่ะ มีอะไรให้ช่วยคะ”
อัศนีย์ตอบยิ้มๆ “ผมหาคุณเลขาที่ชื่อจิตริณีครับ”
ลลิตาเอามือทาบอก ขณะที่สาลินถามต่อ
“จะให้เรียนว่าใครมาคะ”
“ช่วยเรียนว่า อัศนีย์มาหาครับ อัศนีย์ เถลิงการ”
ลลิตาผวาอีก บราลีมองอย่างรำคาญ สาลินแปลกใจว่าทุกอย่างกำลังเคลื่อนมาหมุนรอบตัว อัศนีย์ยิ้มกว้าง ท่าทางสง่าราวนายแบบ

จิตริณีก้มหน้าก้มตาพิมพ์ดีดอยู่ ไนเจลมายืนดูด้านหลัง พลางยิ้มอย่างรักใคร่ แล้วสายตาก็มองไป
เห็นเนินอกฝ่ายแรกอล่างฉ่าง ก่อนจะรีบเมิน แล้วถอยหลังไปชนชั้นแจกันเอียง หนังสือล้มตะแคง เขาคว้าแจกันไว้ได้ ทัน
“อะไรคะ บอส”
ไนเจลตั้งสติได้ ก็ยิ้ม แล้วเดินก้าวมา
“ไม่มีอะไร แค่มองดู”
จิตริณีก้มลงเก็บปากกา เห็นเนินอกอีก
ไนเจลเสียงสั่น “อก”
จิตริณีทรงตัวขึ้นนั่ง “คะ”
อีกฝ่ายรีบแก้เก้อ “แค่มองดู คุณอกตั้ง”
“เขาเรียกตั้งอกตั้งใจค่ะ”
“ใช่ น่าขยำ”
“อะไรนะคะ” จิตริณีถามย้ำ
“ไม่ใช่ขยำ ขยัน คุณขยันจริงๆ โอ มายก็อด ภาษาไทยทำไมยากอย่างนี้”
จิตริณีลุกขึ้น เห็นเนคไทไนเจลเบี้ยวก็จัดให้ ฝ่ายหลังถึงกับเคลิบเคลิ้ม
“ชอบคุณมาก”
จิตริณีทำเป็นไม่รู้ความนัย “ขอบคุณมากต่างหากคะ”
พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เชิญ “
พอประตูก็เปิดออก สาลิน บราลี ลลิตา ก็เดินเรียงกันเข้ามา พอเห็นคล้ายมือจิตริณีกำลังทาบแผงอกไนเจลก็อ้าปากค้าง ไนเจลรู้สึกตัว รีบผละแยกออกมา จิตริณียิ้มสบายๆ
“มีอะไรครับ”
บราลีรีบบอก “มีเพื่อนเก่ามาขอพบคุณจิตริณีค่ะ”
ไนเจลหันมาถาม 3 สาว “ผู้ชายหรือผู้หญิง”

จิตริณีเลิกคิ้วสงสัย
พอจิตริณีเดินออกมา อัศนีย์ก็รีบกางแขน 2 ข้างรับ ฝ่ายแรกรีบก้าวไปหา ก่อนจะสวมกอดจูบแก้มซ้ายขวาฉันท์มิตร

สาลิน ลลิตา บราลีมองตาค้าง ไนเจลยกมือกุมหัวใจอย่างไม่รู้ตัว
พอผละออกจากกัน อัศนีย์ก็ใช้สองมือจับมือจิตริณีไว้
“จินนี่ ดาร์ลิ่ง”
จิตริณียิ้มหวาน “ลองไทม์โนซี ลมอะไรพัดมา อาร์นี่”
“ลมแห่งความคิดถึงน่ะซี”
ไนเจลตาลุกเป็นไฟ จิตริณีหันมาทางกลุ่มสาลิน
“โอ เสียมารยาทจัง ฉันขอแนะนำค่ะ บอสคะ นี่อาร์นี่ อัศนีย์ เถลิงการ เพื่อนของฉันสมัยเรียนอยู่ที่สเตทค่ะ อาร์นี่คะ นี่บอสของฉัน มิสเตอร์ไนเจล ไบรอน”

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8/3 วันที่ 21 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ