อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8/4 วันที่ 21 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8/4 วันที่ 21 ต.ค. 58

“โอ เสียมารยาทจัง ฉันขอแนะนำค่ะ บอสคะ นี่อาร์นี่ อัศนีย์ เถลิงการ เพื่อนของฉันสมัยเรียนอยู่ที่สเตทค่ะ อาร์นี่คะ นี่บอสของฉัน มิสเตอร์ไนเจล ไบรอน”
อัศนีย์กับไนเจลก้าวมาจับมือเขย่า
ฝ่ายแรกยิ้มนิ่งๆ แต่มองตาไนเจลอย่างรู้ๆ ว่าคิดอะไร ฝ่ายหลังยิ้มตอบแบบสุภาพ แต่ดวงตาราวจะแผดเผา

พอ 3 สาวกลับมาประจำที่เคาน์เตอร์ ลลิตาก็ทำหน้าปลาบปลื้ม
“นักเรียนนอกก็เก๋แล้ว เป็นทายาทอภิมหาเศรษฐีก็ยิ่งเก๋ แต่ทำไมถึงต้องหล่อขนาดนี้ โซ
เพ้อร์เฟ่กทึ”


บราลีมองค้อน “ นังพวกหลงรูปจูบเงา”
สาลินรีบจุ๊ปาก “จุ๊ๆๆ มาแล้ว”
จิตริณีควงแขนอัศนีย์เดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ฝ่ายหลังเอาแขนเท้าเคาน์เตอร์มองสาลินอย่างสนใจ
“ผมกับจินนี่จะไปกินข้าวกัน ไปกับเราไหมครับ”
จิตริณีชะงัก สาลินอึ้ง บราลีกับลลิตาเหลือบมอง นึกอยากให้ตอบรับ
“ไม่ได้หรอกค่ะ ดิฉันมีนัดแล้ว ขอบคุณ”
จิตริณีอ่อนใจ รีบดึงอัศนีย์มา “อย่าถือสาอะไรนายคนนี้เลยนะคะลินซี่ ไปได้แล้วค่ะ อาร์นี่”
อัศนีย์ที่ถูกดึงตัวไป ยังเหลียวดูสาลินไม่วางตา
ลลิตามองเคลิ้ม “ต๊าย ควงแขนกันไป เท่ยังกะดาราฮอลลีวูด”
บราลีเบ้ปาก “เชอะ พวกอภิสิทธิ์ชน ยังไม่ทันพักเที่ยงเลย ไปไหนกันไม่รู้”
สาลินส่ายหน้า “ก็คงไปฟุดฟิดฟอไฟ ตกกะไดขาหัก ตามประสานักเรียนนอกน่ะซี”
ลลิตาเอาสองมือประสานระดับอก ดวงตาเคลิ้มฝัน “อาร์นี่ เอ้ย คุณอัศนีย์นี่ล้อหล่อนะ”
คราวนี้สาลินเป็นฝ่ายเบ้ปากบ้าง “เนี่ยน่ะเหรอหล่อ”
“หล่อซียะ เอ๊ะ นี่เธอมีตาหรือเปล่า”
“มีซียะ ฉันถึงได้เห็นว่านายนี่แต่งตัวมากเกินขนาด จนดูแปลกๆ ยังไงไม่รู้”
บราลีเห็นด้วย รีบพยักหน้าหงึก ลลิตายังเถียงต่อ
“ใช่ซี้ ใครจะหล่อ เรียบ หรู เหมือนคุณชายรถยาวของเธอล่ะ”
สาลินทำตาปริบๆ “อีตาบ้านั่นไม่ใช่คุณชายของฉัน”
บราลีหันมาถามบ้าง “นี่ .แล้วอีตาลูกเศรษฐี วันๆ ลอยลมไปลอยลมมานี่ เขารู้จักเธอมาก่อนเหรอถึงชวนไปกินข้าวด้วย”
“ก็รู้จักพร้อมกันกะเธอ 2 คนแหละ เออ อยู่ดีก็ชวน พิลึกจัง”
ลลิตาหน้างอ “ทีฉันไม่เห็นชวน ว้าย บอสมา”
ไนเจลเดินหน้าบึ้งมามองดู สาลินรีบตอกบัตรง่วน บราลีพิมพ์เอกสารรัวเป็นข้าวตอกแตก ลลิตาจัดบัตรคืนลงท้ายหนังสือ ท่าทางขยันขันแข็ง
“ลินซี่ ไปกินข้าวกลางวันกะผม ไรท์นาว”
สาลินทำตาปริบๆ ลลิตากับบราลีได้ยินแว่วๆ ก็ทำตาโต

ณ ค้อฟฟี่ช็อปสุดหรูละแวกสีลม
อัศนีย์นั่งเอนกายแขนพาดไปตามพนักโซฟา อีกมือแกว่งแว่นกันแดดเล่น จิตริณีนั่งอยู่ตรงข้ามพลิกดูเมนู บริกรยืนมองด้วยความทึ่ง
“ขอวิสกี้ซาวร์ ของคุณผู้หญิง โอลด์แฟชั่น”
จิตริณีเลิกคิ้วยิ้มนิดๆ อย่างพอใจ พนักงานรับคำแล้วเดินไป
“ยังไม่เปลี่ยนใจไปชอบอย่างอื่นใช่ไหม”
“ฉันไม่ใช่คนชอบเปลี่ยนใจบ่อยๆ อย่างคุณนี่”
อัศนีย์ยิ้มขัน “ใครว่าผมชอบเปลี่ยนใจ ผมแค่ชอบลองของใหม่”
“แปลว่า ของเก่าก็ไม่ทิ้ง ของใหม่ก็อยากลองใช่ไหม”
“อิท'ส ฮิวแมน เนเจอร์”
จิตริณีถามต่ออีก “แล้วทำไมของใหม่ที่ลองได้ไม่ถึงปี ถึงได้กลายเป็นของเก่าที่ทิ้งขว้างกันไปได้ล่ะ” “แย่ เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ขนาดหนัก”
จิตริณีแกล้งล้อ “นั่นพูดถึงตัวคุณใช่ไหม”
“คุณก็รู้ว่าผมพูดถึงใคร”
จิตริณีทำหน้าแปลกใจ “แปลกจัง คุณเองก็เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์เป็นที่หนึ่ง น่าจะอยู่กันได้”
“ใครว่า แข็งกับแข็งมาเจอกัน มันก็เลยหักเป๊าะต่างหาก”
“ข่าวว่าคุณกลับมาตั้งเกือบเดือนแล้ว ไปมัวทำอะไรอยู่” จิตริณีถามอีก
“ล่องเรือไปเรื่อยๆ แวะพัทยา ผมว่าต่อไปน่าจะบูม เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้”
“Don't talk about bussiness กลับมานี่ได้เจอหญิงก้อยหรือยัง”
อัศนีย์ส่ายหน้า “ยัง แต่จิตตินบอกว่า เขากลับไปอี๋อ๋อกับคู่รักเก่า”
จิตริณียิ้มนิดๆ พลางกวาดตาไปรอบๆ ร้าน
“ฉันเองก็เคยเจอเขาไปไหนด้วยกันตั้งหลายหน แต่ขี้เกียจเข้าไปทัก เพราะท่าทางคุณหญิง เธอไม่ค่อยชอบหน้าฉันเท่าไร”
“เพราะผมสนิทกับคุณมากไง สนิทมากกว่าคุณหญิงเธอเสียอีก”
จิตริณีเหมือนชะงักนิดหนึ่ง นัยน์ตาหม่นลงนิดหนึ่ง “อันบีลิฟเฟเบิล”
“จริงๆ กับคุณหญิงน่ะ เป็นความใกล้ชิดทางกาย แต่กับคุณเป็นความใกล้ชิดทางใจ เบสท์ เฟรนด์ ฟอร์เอเวอร์”

จิตริณียิ้มน้อยๆ “รีลลี่ ?”
พอบริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟแล้วเดินผละไป อัศนีย์ก็พูดต่อ

“คุณหญิงน่ะ สปอยไชลด์จริงๆ นะ จินนี่ วิรงรองบอกว่าเขาไปมีเรื่องอาละวาดกับคนรักเก่าอีกแล้ว”
จิตริณีเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

ทางด้านชายรองก็กำลังนั่งกินอาหารกับศุภรอยู่ในร้านเดียวกัน
“นี่นายดีกับหญิงก้อยแล้วหรือ ไอ้หม่อม”
ชายรองอึ้งไปนิดหนึ่ง “ยัง”
“อ้าว เห็นหน้านายดูสดใส ไม่ดำปี๋เหมือนตอนเกิดเรื่องใหม่ๆ”
“พูดเกินไปแล้ว ตอนนี้ฉันมีอะไรต้องทำเยอะแยะ เลยไม่มีเวลามาคิดมากกว่า”
ศุภรทำหน้าไม่เชื่อ “ไม่จริงมั้ง คราวก่อนที่หญิงก้อยแต่งงานไป ฉันเห็นนายหน้าดำเหมือนโดนอีเป๋ออยู่ตั้งครึ่งปี”
ชายรองทำตาปริบๆ เพราะอีเป๋อเป็นของต่ำ ผู้ดีไม่บังควรเอ่ยถึง
“นายพูดจาน่าเกลียด นายศุภร”
“จริง แต่วันนี้น่ะนายหน้าระรื่นเชียว”
ชายรองแอบดูเงาหน้าตัวเองในกากาแฟสีเงิน ก็เห็นตนเองดูผ่องใสจริงๆ ศุภรถามต่ออีก “เออ นายเห็นข่าวยัง นายอัศนีย์ เถลิงการ กลับมาเมืองไทยแล้ว”
“ยังงั้นหรือ ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันนี่”
ศุภรคว้ากากาแฟมารินเพิ่มในถ้วยตัวเอง พอมองไปเห็นไนเจลเปิดประตูพาสาลินเข้ามา ก็เผลอจ้องมองไม่วางตา จนเทกาแฟล้นถ้วยลงในจานรอง ชายรองร้องเฮ้ย รีบคว้ามือไว้
“เฮ้ย นายทำบ้าอะไร นายศุภร”
“ดูสาวน้อยที่ควงมากับฝรั่ง น่ารักเป็นบ้าเลย”
อีกฝ่ายค่อยๆ หันไปดู แล้วก็ชะงัก เมื่อเห็นไนเจลและสาลินนั่งลงบริเวณหน้าร้าน

ไนเจลนั่งหน้าเคร่ง สาลินพลิกดูเมนูในมือ แล้วเงยหน้ามอง
“ทำไมถึงไม่ชวน 2 คนนั้นมาคะ”
“ผมอยากอยู่กับคุณตามลำพัง”
สาลินตาเบิกกว้าง “ทำไม บอสอยากอยู่กับฉันตามลำพังทำไมคะ”
พอไนเจลยื่นหน้าชะโงกข้ามโต๊ะมา เธอก็ตาเหลือกโต

ชายรองเอี้ยวตัวมอง ศุภรส่ายหน้าอย่างเสียดาย
“อ้าว มีหอมกันด้วย เสียดุลการค้าจริงๆ”
“นี่นะเหรอ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”
ชายรองหน้างอ รีบหันหลังกลับ อารมณ์เสียออกนอกหน้า
ไนเจลยื่นหน้ามาถาม
“คุณรู้เรื่องอะไรบ้างกับชายเพื่อนของเขา”
สาลินทำตาปริบๆ ก่อนจะถอนใจโล่ง
“พุทโธ่ แหม เรื่องพวกนี้ฉันไม่รู้อะไรมากหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้บอส ต้องถามโลลิต้าค่ะ”
“ไม่ได้ โหล่ลี้ท่าปากใหญ่ ชอบยื่นจมูกเรื่องคนอื่น ถ้าถามคงเอาไปกระจายข่าว จนถึงยามกับ
เหมด”
สาลินพูดต่อ “เท่าที่ฉันรู้นะคะ คุณอัศนีย์เป็นลูกชายมหาเศษฐี เป็นเพื่อนเก่ากับคุณจินนี่ สมัยที่เธออยู่นิวยอร์ค”
“เพื่อนแบบไหน” ไนเจลถามอย่างร้อนใจ
“แหม ไม่ทราบซีคะ แล้วอีกไม่นานคุณอัศนีย์แต่งงานอยู่กับ...เอ้อ สาวสังคมคนหนึ่ง” ไนเจลอารมณ์ดีขึ้นมานิดหนึ่ง “โอ แมริจ แมน”
” แต่ว่าตอนนี้ คุณอัศนีย์กับสาวสังคมคนนั้นหย่าขาดกันแล้วค่ะ เพราะอะไรฉันก็ไม่ทราบ”
ไนเจลหงิกขึ้นมาอีกรอบ “หย่ากันแล้ว อะเวลหละเบิล ไม่ดี”
“ค่ะ ฉันเองไม่ค่อยทราบอะไร”
“สำหรับคนไม่ค่อยทราบ คุณรู้ข้อมูลเยอะมาก”
สาลินทำตาปริบๆ รู้สึกว่าโดนด่ามากกว่าชม ครั้นไนเจลขยับถอยออก กอดอก เธอก็ยักไหล่ แล้วหันไปสั่งอาหารกับบริกร

ชายรองแอบเอี้ยวตัวมองอีกหน เห็นไนเจลกอดอกนั่งเมินหน้า ขณะที่สาลินนั่งกินเอาๆ โดยไม่สนใจ ก็แอบรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย

“งานเป็นไงบ้าง”
อัศรีย์เงยหน้าขึ้นมาถามจิตริณี
“ทำงานกับฝรั่งดีจะตาย ไม่เรื่องมาก”
“แต่ผมดูๆ เขาอยากมีเรื่องกับคุณอยู่นะ”
จิตริณีเองก็รู้อยู่เต็มอก แต่ก็ทำเป็นยักไหล่ “คงไม่หรอก”
อัศนีย์ขยับตัว ยื่นหน้ามาพูดใกล้ๆ “เด็กคนนั้นน่ะ ที่คุณเรียกว่าลินซี่”
จิตริณีตาเบิกกว้าง “อีกแล้วหรือ”
“อะไรอีกแล้ว”
“ก็ธรรมชาติอยากลองของใหม่ของคุณน่ะซี”
อัศนีย์หัวเราะขัน “โธ่ ผมเห็นหน้าตาแกเก๋ดี ท่าทางก็รื่นเริง ก็แค่อยากรู้จักเอาไว้ก็เท่านั้น”
จิตริณียิ้ม ก่อนจะพูดอย่างเด็ดขาด ครึ่งหนึ่งคือความหวังดีต่อสาลิน แต่ยังมีอีกครึ่งหนึ่ง แฝงสาเหตุอื่นไว้
“เด็กคนนี้เป็นเด็กดี ฉันไม่ให้ท้ายคุณเด็ดขาด”

ชายรองยืนล้างมืออยู่ที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ครู่หนึ่งอัศนีย์ก็เปิดประตูเดินเข้ามา ฝ่ายแรกมองอย่างแปลกใจกับการแต่งตัว แล้วก็จำได้คลับคล้ายคลับคลา แต่ฝ่ายหลังกลับจำได้แม่น
“อ้าว คุณชาย สวัสดีครับ”
“ครับ สวัสดี”
อัศนีย์ยิ้มร่า “อิท'ส สมอลล์ เวิร์ลจริงๆ”
ชายรองมองอย่างงงๆ “โทษ คุณคือ...”
“จริงซิ เราเจอกันแค่ครั้งเดียว แล้วคุณชายก็ต่อยผมเสียด้วย จำได้รึยังครับ”
“อ้อ”
“ครับ ผม อัศนีย์ เถลิงการ”
ชายรองรีบบอก “งั้นก็เสียใจด้วยกับการหย่าร้างของคุณกับหญิงก้อย”
อีกฝ่ายยิ้มสวนกลับไป “ผมก็ยินดีด้วย ที่หญิงก้อยกลับไปหาคุณชายอีกครั้ง”
ชายรองหน้าตึง มองอย่างเอาเรื่อง อัศนีย์ยิ้มสู้
ประตูห้องส้วมเปิดออก พร้อมกับที่ไนเจลเดินหน้าบึ้งออกมา อัศนีย์ชะงักหันไปดู ต่างคนต่างแปลกใจเมื่อเห็นกัน

“อ้าว คุณบอส แหม วันนี้โลกมันกลมเกินเหตุจริงๆ”
ชายรองเองก็อึ้งๆไป เมื่อจำได้ว่าคือฝรั่งที่ทำท่าเหมือนจู๋จี๋กับสาลิน ไนเจลเชิดใส่อัศนีย์เล็กน้อย

“ช่าย บังเอิญจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวขอเชิญคุณกับจินนี่ร่วมโต๊ะกับผมเลยไหม ผมมากับสาวบรรณารักษ์อีกคน”
“ไม่รบกวนหรอกครับ แต่ เอ สาวบรรณารักษ์คนสวย ๆ ที่ชื่อลินซี่รึเปล่า”
ไนเจลนึกแปลกใจ “ก็อด คุณรู้จักลินซี่ด้วยเหรอ”
ชายรองขมวดคิ้ว แล้วก็เดาเรื่องต่อว่า ไนเจลคงทำงานกับสาลินและจีบกันอยู่ แถมนายอัศนีย์รู้จักยายเด็กกะโปโลนั่นด้วย

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8/4 วันที่ 21 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ