อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9 วันที่ 22 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9 วันที่ 22 ต.ค. 58

จรวยหน้าตูม “ค่ะ เขาไม่ว่า เขาไม่ยุ่งเกี่ยว เพราะเขาสำคัญเกินกว่าจะลดตัวลงมาเกี่ยวข้องกับ
คนต่ำๆ อย่างรวยน่ะซี”
ชายโตรีบพูดปราม
“เราก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันก็สิ้นเรื่อง”
“ค่า ตอนนี้ก็พอทำเนา แต่พออีกหน่อยแต่งงานไป แม่หลานสาวคุณสอางค์ แม่ชาวสวนนั่น
คงเข้ามาวางท่าเป็นสะใภ้เอก คอยชี้นิ้วรดหัวรวยอีกคน”

“ใครจะมากล้าทำอย่างงั้น เด็จป้าก็อยู่ หม่อมแม่ก็อยู่ทั้งนั้น”
“แล้วถ้าเสด็จสิ้นฯ หม่อมแม่สิ้นล่ะคะ” จรวยย้อนถาม “เราไม่บ้านแตกสาแหรกขาดหรือ”


“นี่ พูดอะไรให้คิดหน่อย”
ชายโตพูดดุ แล้วลุกพรวดไปสงบสติอารมณ์ที่หน้าต่าง จรวยมองดูอย่างพอใจที่ทำท่าจะยุขึ้น พลางยิ้มในหน้า แล้วใช้สองนิ้วเขี่ยแขนเสื้อให้ตกเผยทรวงอวบ ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดจากด้านหลัง
“เพราะรวยคิดแล้วซีคะ รวยถึงได้พูด”
จรวยเอาเนื้อตัวถูไถ ชายโตชะงักหันมา ก้มดูทรวงอก ฝ่ายแรกสบตายวนยั่ว พออีกฝ่ายก้มลงจูบ ก็ขยับตัวอย่างชำนาญ จนชุดลงไปกอง
ชายโตอุ้มจรวยมาเตียง สบตาหวานร้อนแรง ทันใดก็มีเสียงตาตุ้มแผดร้อง ทั้งคู่หันไปดู เห็นหนูน้อยนั่งในเปล หน้าเบะ มองมาตาแป๋ว
“อารมณ์เสีย จะมาแหกปากร้องอะไรตอนนี้”
ชายโตทำจมูกฟุดฟิด “กลิ่นอะไร”
“น้ำหอมใหม่ค่ะ ชื่อ 1147”
ชายโตหน้าเบ้ ผลักจรวยจนผงะ แล้วลุกพรวด
“ไม่ใช่น้ำหอม นี่มันกลิ่นตาตุ้ม”
“ตาตุ้มขี้ / ว้าย”
ตาตุ้มเห็นพ่อแม่แหกปาก ก็แปลกใจ หยุดร้องไห้ เปลี่ยนเป็นหัวเราะคิกคัก

อัศนีย์แต่งตัวเต็ม นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์กับวิรงรองที่นุ่งสั้นจู๋ ผมเป็นช่อชั้น จิตตินเองก็แต่งเต็มที่แต่ดูราคาถูกกว่าอัศนีย์ครึ่งหนึ่ง
“อาร์นี่ ได้ข่าวว่าพ่อยูกำลังสร้างโรงแรมใหม่” จิตตินถามโพล่งขึ้นมา
“งั้นมั้ง ฉันเองก็กำลังหาอะไรทำอยู่เหมือนกัน”
วิรงรองลุกขึ้นชูแก้ว ทำท่ากรีดกราย
“พ่อสร้างโรงแรม ลูกทำอะไรดีล่ะ โรงเต้นรำดีไหม”
อัศนีย์ยิ้มรับ “คุณติ่ง คุณนี่สมแล้วที่เป็นคอลัมนิสต์หน้าสังคม เดาได้ถูกเป๊ะ”
วิรงรองทำตาโต เลื่อมประภัสพลอยตื่นเต้นไปด้วย
“จริงหรือคะ คุณจะทำโรงเต้นรำแบบไหน”
“ผมจะสร้างไนท์คลับที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ กะว่าให้จุคนได้ซักพันนึง จะได้ไม่ต้องเบียดกันเป็นแคนซาร์ดีน มีโชว์ดีๆ แบบลิโด้หรือฟอลลี แบร์แยร์ แขกที่มาเที่ยวก็ต้องใส่แบลกไทกับอิฟนิ่ง กาวน์”
ฉัตรอาชารำพึงขึ้นมาบ้าง “ต้องใช้เงินเป็นล้านซีนี่”
“ใครว่าล้าน ผมกะเอาไว้ว่ายี่สิบล้าน ลงทุนเองสิบล้าน เรียกหุ้นอีกสิบล้าน สนใจจะเข้าหุ้นกับผมไหมล่ะ”
วิรงรองรีบบอก “ถ้าหุ้นละสิบบาทล่ะก็ ฉันซื้อ”
เลื่อมประภัสส่ายหน้า “ไม่เหมาะกับคนศีลธรรมจัดอย่างเลื่อมค่ะ”
ฉัตรอาชาส่ายหน้าตาม “ไม่ถนัดด้านอสังหาค่ะ”
วิรงรองหัวเราะคิกคัก

“ฉันเสียดายนายมิลเลียนแนร์แทนหญิงก้อยจริงๆ”
วิรงรองหันมาบ่นกับจิตติน ขณะเดินมาตามทางเดินด้วยกัน
“เฮ้ย เลิกกันไปตั้งครึ่งค่อนปีแล้วนะ”
“ใครจะรู้เขาอาจจะยังรักกันอยู่ก็ได้”
จิตตินขมวดคิ้ว “อ้าว ก็หญิงก้อยหวนไปคืนดีกับแฟนเก่าแล้วนี่”
วิรงรองทำหน้าครุ่นคิด “แต่ช่วงหลังมานี่ ดูจะระหองระแหงกันอีกแล้ว”
“นี่ เธออยากจะทำอะไรกันแน่”
“ถ้าถ่านไฟเก่ามันยังคุอยู่ ก็น่าจะทำให้มันรุ่งโรจน์โชตนาขึ้นมาอีกครั้ง”
จิตตินส่ายหน้า “ให้ตาย พวกผู้หญิงอย่างเธอทำไมชอบจับคู่ให้คนโน้นคนนี้ชะมัด แล้วแน่ใจ
หรือว่าอาร์นี่ไม่ไปเจอที่หมายใหม่แล้ว”
“ที่หมายใหม่ ?” วิรงรองย้อนถาม
“ฉันรู้สันดานมันดี”

วิรงรองทำตาปริบๆ
สาลินกำลังเช็ดถูบัตรรายการยืมหนังสือ

ครู่หนึ่งนักศึกษาแว่น ก็เดินเกาะเคาน์เตอร์ พลาง
ทำตาปรอย
“อ้าว ไหนว่าจะไม่มาให้เห็นหน้าแล้วไงคะ”
เด็กแว่นทำท่ายะโส “ผมยังไม่ได้หนังสือที่ผมต้องการ และผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย”
“โอกาสอะไรคะ” สาลินถามกลับ
“หาหนังสือเล่มนี้ให้ผมยืม แล้วผมจะจากไปตลอดกาล”
“ไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณต้องมาคืนหนังสือในเจ็ดวัน”
สาลินมองเลยไป แล้วก็ถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นอัศนีย์เดินมาเบื้องหลังเด็กแว่น
“หล่ออย่างกับคลิฟ ริชาร์ด”
เด็กแว่นยิ้มรับ “ขอบคุณครับ”
“ฮัลโหล”
อัศนีย์ที่แต่งตัวเต็มที่ พูดทัก พลางวางท่าเกาะเคาน์เตอร์ เด็กแว่นขยับถอยไป แล้วถอดแว่นออกดู แล้วมีรู้สึกเหมือนว่าตนเป็นนกกระจอกกำลังเผชิญพญาอินทรี
“เจอกันอีกแล้วนะครับ” อัศนีย์ยิ้มให้สาลิน
“ค่ะ มาหาคุณจินนี่หรือคะ”
“โอโน เปล่าครับ ผมกะว่าจะมายืมหนังสือ”
“ถ้าจะยืมหนังสือคุณต้องเป็นสมาชิกก่อนค่ะ แค่ยื่นใบสมัคร แล้วก็ให้สมาชิกเก่าหรือให้เจ้าหน้าที่ที่นี่รับรอง” สาลินอธิบายจริงจัง
“ไอซี งั้นคุณรับรองให้ผมได้ไหมครับ”
อัศนีย์ทำตายิ้มๆ เด็กแว่นขบกรามจนเป็นสัน สาลินยิ้มหวาน
“ไม่ได้ค่ะ แต่คุณจินนี่คงรับรองให้คุณได้”
“โอเค””
สาลินรีบบอก “งั้นฉันตามคุณจินนี่ให้นะคะ”
พูดจบก็เดินแยกไปทันที อัศนีย์รีบตามไปทันที
“คุณลินซี่ “
พอสาลินหันกลับมา เขาก็รีบบอก
“ไม่ดีกว่าครับ เพราะวันนี้ผมไม่ค่อยอยากเจอจินนี่เท่าไร”
สาลินชะงักกึก ลลิตา บราลีและเด็กแว่นเข้ามาเมียงมองอยู่ห่างๆ อัศนีย์ยกข้อมือดูนาฬิกาหรูฝังเพชร
“นี่ก็จวนเที่ยงแล้ว คุณออกไปกินข้าวกับผมไหมฮะ”
สาลินยิ้มนิดๆ เด็กแว่นกำหมัดแน่น
“ผู้หญิงไทย เขาไม่ไปไหนสองต่อสองกับผู้ชายที่ไม่รู้จักกันอย่างนี้หรอกค่ะ”
เด็กแว่นรีบพูดสอด “จริงครับ”
“ว็อท ? แต่เมื่อวานผมกับคุณเจอกันตั้ง 2 ครั้งแล้ว”
สาลินยิ้มน้อยๆ พลางผายมือไปยังเด็กแว่น ที่ทำตาโต ดีใจปานได้แก้ว
“เห็นคุณนักศึกษาแว่นนี่ไหมคะ”
“ครับ”
“เอ่อ ฉันคงไปทานกลางวันกับเขาน่ะค่ะ”
เด็กแว่นยิ้มแก้มปริ อัศนีย์ทำตากรุ้มกริ่ม
“ซักวันหนึ่ง คุณจะต้องยอมรับว่า เรา...รู้จักกัน”
พูดจบก็ค้อมศีรษะเป็นเชิงลา แล้วหมุนตัวเดินจากไป เจอไนเจลเดินเข้ามาพอดี
“เจอกันอีกแล้ว มิสเตอร์แอส”
อัศนีย์ทำหน้าเซ็ง “ผมชื่ออัศนีย์”
“จินนี่อยู่ไหน”
ไนเจลหันมาถาม ลลิตารีบตอบ
“ในห้องแกลลอรี่ค่ะ”
“งั้นวันนี้ผมคงต้องไปทานข้าวกับจินนี่ลำพัง 2 ต่อ 2”
อัศนีย์ยิ้มหยัน “Up to you”
“You're Welcome”
พูดจบ ไนเจลก็เดินผละออกมา
เด็กแว่นยิ้มปลื้ม “จริงนะครับ ไปทานข้าวกับผม”
สาลินส่ายหน้า “พูดเล่นค่ะ ขอโทษที่ต้องใช้คุณเป็นข้ออ้างนะคะ”
“โธ่ ผมไม่ใช่ของเล่นของคุณนะครับ”
“ยังไง ยังไง เล่า เล่า” ลลิตาตื่นเต้น
สาลินหันมาถาม “ทำไมเธอไม่เข้ามาฟังใกล้ๆ ล่ะ”
“ไม่ได้ ฉันไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็น”
บราลีถามบ้าง “เดี๋ยวคุณชายกิตติ เดี๋ยวคุณมหาเศรษฐีอัศนีย์ เอ๊ะ มันยังไงกัน”
สาลินถอนหายใจ “ฉันก็ยังงง ๆ อยู่นี่แหละ”
ครู่หนึ่งจิตริณีก็เดินมากับไนเจล
“คุณอัศนีย์ มาเหรอคะ”
จิตริณีรีบถาม ไนเจลหน้าตึง สาลินรีบเล่า
“เขามาติดต่อเคาน์เตอร์ค่ะ บอกว่าอยากยืมหนังสือ ฉันเลยแนะนำว่าให้สมัครสมาชิก”
“แล้วนี่หายไปไหนแล้วล่ะคะ”
สาลินส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ทราบค่ะ จู่ๆ ก็ออกไป คงเปลี่ยนใจมังคะ”
จิตริณีมองสาลินอย่างห่วงๆ “อาร์นี่ก็อย่างนี้แหละค่ะ เปลี่ยนใจง่ายวันละหลายหน”
ลลิตา บราลี เด็กแว่นถามขึ้นมาพร้อมกัน “นี่ๆๆๆ วันนี้เราไปทานอะไรกันดี”
ไนเจลรีบบอก “ผมก็หิวเหมือนกัน เราไปกินอะไรดีกัน”
ลลิตาตาโต “... “เรา” แปลว่าไปกันหมดทุกคนหรือคะ”
“ผมหมายถึง ผมกับจินนี่”
ไนเจลพูดจบก็เดินแยกไปกับจิตริณี ลลิตาก้มหน้าเสียใจอย่างแสนสาหัส บราลียิ้มสะใจ สาลินทำตาปริบๆ แล้วแยกไป เด็กแว่นทำหน้าเฮิร์ต
“ทั้งคุณชาย ทั้งมหาเศรษฐี ผมก็คงเป็นแค่ไม้กันหมา”

บราลีพูดเสริม “หมาเห่าใบตองแห้ง”
สาลิน ลลิตา บราลีเดินเข้ามาที่เพิงขายอาหารด้วยกัน

“ฮึ คงไปกินสปาเก็ตตี้ แอนโชวี่ในห้องแอร์กัน แต่เราต้องมากินปลาเจ่าหลน อยู่ในเพิงกรำแดดนี่”
ลลิตาตัดพ้อ บราลีทำหน้าเอือม
“จะแอนโชวี่ หรือปลาเจ่า มันก็ปลาเน่า เอ๊ย ปลาหมักเหมือนกันล่ะย่ะ”
สาลินพยักหน้า แล้วพูดเสริม “ดีไม่ดี ปลาเจ่าอร่อยกว่าด้วยซ้ำ”
ลลิตาทำหน้าเหยียดหยาม
“ต๊าย ทำเป็นไม่ชอบของนอกของสูง แต่เห็นคบแต่คุณชายกับเศรษฐี แน่จริงก็คบพวกใช้แรงงานบ้างซี”
“คนใช้แรงงาน อาบเหงื่อเพื่อมวลชน ไม่ดีตรงไหนยะ” บราลีย้อนถาม
“เชอะ”

ลลิตาค้อนใส่ทั้งสาลิน บราลี ก่อนจะเผลอเดินสะดุดแพร่ดไปเข้าอ้อมอกชายคนหนึ่ง แล้วก็ร้องตกใจ เสียงหลง
” ว้าย”
ชายนั้นประคองลลิตาไว้ คล้ายหน้าปกนิยายโรแมนซ์ ลลิตาตะลึงตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าคมสันกรามแข็งแรงอยู่ตรงหน้า ลลิตาหน้าแดงซ่าน ชายผู้นั้นก็หน้าแดงไม่แพ้กัน เหงื่อผุดพรายเต็มหน้า

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9 วันที่ 22 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ