อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 9 วันที่ 9 ต.ค. 58

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 9 วันที่ 9 ต.ค. 58

หุ่นอารีย์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ขยับจะออกไปห้ามพิไลบอกความจริงว่าตัวเองเป็นแม่ที่แท้จริงของพรรณราย ถูกหุ่นท่านเจ้าคุณห้ามไว้บอกว่าเธอทำอะไรพิไลไม่ได้หรอก เพราะพิไลมีตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ ถ้ารู้ว่าเธออยู่ที่นี่ต้องตามมาเล่นงานแน่

“ทุกอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว เธอขวางไม่ได้หรอกไม่ช้าก็เร็วพรรณรายต้องรู้อยู่ดีว่าใครเป็นแม่ที่แท้จริงเชื่อฉันสิ”



หุ่นอารีย์จึงกลับไปอยู่ที่เดิม และเมื่อเดชกลับมาถึงบ้าน หุ่นอารีย์จึงสงบลง หุ่นนางรำถามว่าสบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม

“โชคดีเหลือเกิน ที่พรรณรายไม่เชื่อพิไล ไม่อย่างนั้นคงต้องเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาอีกมากมาย”

“ถ้าพิไลยังอยู่ในบ้านนี้ เรื่องวุ่นวายต่างๆ ต้องเกิดขึ้นแน่” หุ่นท่านเจ้าคุณพูดเรียบๆ

หุ่นอื่นๆ ต่างเข้าใจความหมายของท่านเจ้าคุณ มองท่านอย่างหนักใจ มีแต่อารีย์ที่ไม่ได้คิดอะไร พอเห็นเหตุการณ์สงบก็ถอนใจโล่งอก

ส่งเดชกับอัมรามาถึงบ้านแล้ว เดชอ่อนเพลียมากพอประคองเข้าห้องนอนก็หลับสนิท อัมราให้ชิ้นช่วยดูแลอ๊อดแล้วคุยกับสันติเบาๆ อยู่ในห้อง

“ขอโทษนะคะพี่อาร์ต พี่อาร์ตเลยพลอยต้องมาลำบากไปด้วย”

“ถ้าพูดแบบนี้อีกพี่โกรธนะครับ ถือว่าน้องอัมลืมคำพูดที่เราเคยพูดกันไว้”

“อัมไม่เคยลืมค่ะ พี่อาร์ตบอกว่าจะอยู่ข้างๆ อัมเสมอ เวลาที่อัมลำบากหรือทุกข์ใจ” อัมราตอบยิ้มๆ แล้วพูดอย่างกังวลใจว่า “อัมกลัวเหลือเกินว่าเรื่องมันจะบานปลายไปกันใหญ่ พี่พรรณคงไม่ยอมหยุดแค่นี้แน่ๆ แต่อัมเองก็แปลกใจนะคะว่าทำไมดูเหมือนคุณพ่อจะปกป้องน้าพิไลจริงๆ”

“คุณอาเดชคงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง น้องอัมอย่ากังวลให้มากไปเลยครับ คุณอาต้องมีวิธีจัดการกับเรื่องนี้ได้ น้องอัมก็ควรไปพักได้แล้วนะครับ ถ้าจะดูแลคุณอา น้องอัมก็ต้องแข็งแรงก่อน”

อัมราเห็นด้วย เดินออกไปส่งสันติที่จะกลับวัด พอทั้งสองออกไป เดชที่ได้ยินทั้งสองคุยกันก็พึมพำกับตัวเอง

“เธอพูดถูกแล้วอาร์ต อามีวิธีที่จะจัดการกับเรื่องนี้แล้ว”

ooooooo

พิไลออกมาหาของที่หน้าตึก พอเจอก็ยิ้มออก มันคือกระเป๋าสตางค์ใบเล็กๆ ที่ตกขณะยื้อยุดกับพรรณราย พิไลเอากระเป๋าใบนั้นเสียบไว้ที่เอวพึมพำ

“ตกอยู่นี่เอง ลูกตัวแสบเอ๊ย เงินทองฉันเกือบ หายหมด”

แต่พอหันกลับก็ชะงัก พิไลเห็นสันติกำลังเดินมาหน้าตึก ที่สำคัญข้างหลังเขา พรรณรายหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าวิ่งตามมาเรียกอาร์ตให้รอด้วย สันติหันมองถามว่า “คุณพรรณ...คุณจะไปไหนครับ”

พรรณรายบอกว่าตนจะไปจากบ้านนี้ สันติถามว่าจะไปอยู่ไหน

“ฉัน...เอ้อ...จะขอไปอยู่กับนายก่อน...นะ...ฉันแค่ขอไปอยู่ชั่วคราวน่ะ เพราะตอนนี้มันกะทันหัน ฉันยังคิดไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหน นายให้ฉันอยู่ด้วยนะ ฉันเกลียดนังพิไล ฉันทนอยู่ร่วมบ้านเดียวกับมันไม่ได้

นะ...ให้ฉันอยู่ด้วยคน ขอร้องล่ะ”

สันติบอกว่าตนทำอย่างนั้นไม่ได้ พรรณรายถามว่ารังเกียจตนหรือ“ผมให้เกียรติคุณต่างหาก คุณเป็นผู้หญิงไม่ควรที่จะคิดหนีออกจากบ้าน คุณรู้ไหม ข้างนอกน่ะมันอันตรายแค่ไหน”

พรรณรายตื๊อจะไปอยู่กับสันติให้ได้ สันติเตือนสติเธอว่าจะทำอะไรคิดให้รอบคอบ ไม่คิดถึงตัวเองก็ต้องคิดถึงคุณพ่อบ้าง” พรรณรายโทษว่าเพราะคุณพ่อนั่นแหละทำให้ตนอยู่ไม่ได้ “คุณอาเดชทำอะไรต้องมีเหตุผล

คุณควรเชื่อมั่นในตัวคุณพ่อ ให้เวลาท่านจัดการกับเรื่องนี้เองดีกว่าครับ”

พรรณรายรับไม่ได้ ถามว่าถ้าตนเป็นอัมราเขาคงยินดีรับใช่ไหม สันติบอกว่าตนคงไม่ปฏิเสธ เพราะเชื่อว่า

“น้องอัมไม่มีทางทำอะไรแบบนี้หรอกครับ”

“ใช่ซี้...ยัยอัมทำอะไรก็ดีไปหมด มีแต่ฉันคนเดียวที่มันไม่ดี ไปเลย...นายจะกลับไปวัดของนายก็ไปเลย ฉันไม่ง้อนายก็ได้” พูดแล้ววิ่งกลับเข้าไปในบ้าน สันติได้แต่มองตามอย่างอ่อนใจความเอาแต่ใจของพรรณราย พิไลแอบฟังมาแต่ต้น พึมพำอย่างเข้าใจแล้วว่า...

“พรรณรายชอบสันติเหรอเนี่ย แต่ดูท่าทางนายสันติมันชอบยัยอัมรานี่นา ลูกนะลูก ชอบเขาแล้วเอาแต่ใจแบบนี้ ผู้ชายที่ไหนเขาจะรัก ไม่ฉลาดเหมือนแม่เล้ย...”

พิไลนิ่งไปครู่หนึ่งก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อนึกอะไรได้ บอกกับตัวเองว่า

“ฉันต้องช่วยให้ยัยพรรณแย่งนายสันติมาจากนังอัมราให้ได้ ให้ลูกนังอารีย์มันน้ำตาตกซะบ้าง คงสะใจดีพิลึก”

ooooooo

พรรณรายกลับเข้าห้อง อัมราถามว่าไปไหนมา ถูกพรรณรายแว้ดใส่ว่าเพราะเธอทำให้สันติไม่ยอมให้ตนไปอยู่ด้วย

อัมราตกใจถามว่าพี่พรรณจะไปอยู่กับพี่อาร์ตหรือ พรรณรายบอกว่าตนเบื่อคุณพ่อเบื่อพิไลไม่อยากอยู่ที่นี่ ถามอัมราว่ายอมรับแล้วใช่ไหมว่าตัวเองโกหกว่าไม่มีอะไรกับสันติ

“พี่พรรณคะ ที่พี่อาร์ตไม่ให้พี่พรรณไปอยู่ด้วย มันไม่เกี่ยวกับอัมหรอกค่ะ แต่พี่อาร์ตเขาไม่อยากให้พี่พรรณเสียชื่อต่างหาก ทีหลังพี่พรรณอย่าคิดทำอะไรแบบนี้อีกเลยนะคะ อัมสงสารคุณพ่อ แค่นี้คุณพ่อก็เสียใจมากพอแล้ว”

“ก็ช่างคุณพ่อสิ ทีคุณพ่อทำให้ฉันเสียใจให้คุณแม่เสียใจจนตายล่ะ ทำไมไม่คิดบ้าง ฉันเกลียดคุณพ่อ เกลียด!”

“อย่าพูดแบบนี้สิคะพี่พรรณ เรายังไม่รู้เลยนะคะว่าเรื่องจริงๆมันเป็นยังไง อาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้ พี่พรรณน่าจะไปดูคุณพ่อหน่อยนะคะ”

“ฉันไม่ไป เธออยากจะดูคุณพ่อก็ดูไป เธอมันลูกรักอยู่แล้วนี่ ใครๆก็รักเธอ ยกย่องชื่นชมเธอ แม้กระทั่งนายอาร์ต เชอะ!” พรรณรายเชอะใช่อัมราแล้วเข้าห้องน้ำไป อัมราได้แต่มองตามพี่สาวไปอย่างอ่อนใจ

แต่ที่หน้าประตูห้อง เดชที่จะมาเคาะประตูห้อง ชะงัก หยุดฟัง เขาหน้าเสียเปลี่ยนใจเดินกลับห้อง มองที่นอนตรงที่อารีย์นอน และยังรักษาสภาพเดิมไว้ พูดกับที่นอนราวกับอารีย์ยังอยู่ตรงนั้นว่า

“อารีย์ สิ่งที่เราสองคนกลัว กำลังจะเกิดขึ้น นับวันพรรณรายยิ่งนิสัยเหมือนพิไลเข้าไปทุกที ถ้าวันนี้เธอยังอยู่ เธอคงมีคำพูดดีๆ ที่จะสอนพรรณรายได้”

ที่แท้วิญญาณอารีย์นั่งอยู่ข้างๆเดชนั่นเอง เธอฟังและมองเดชด้วยความสงสารจับใจ

“ตอนนี้ในสายตาพรรณราย พี่คงเป็นแค่พ่อเลวๆ คนหนึ่ง พี่ไม่มีหน้าที่จะไปสอนอะไรลูกเลย...เพราะความมักง่ายของพี่ทำให้ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด อารีย์เธออยู่ไหนช่วยบอกพี่หน่อยว่าพี่ต้องทำยังไง...”

“พี่เดช...โธ่...พี่เดชคะ ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่ตรงนี้ ฉันไม่ได้ทิ้งพี่ไปไหน พี่ต้องเข้มแข็งนะคะพี่เดช”

พิไลกลับไปที่ห้อง เอาน้ำมันพรายมาดูอย่างหมายมาด

“ถ้าฉันทำให้พี่เดชมารักมาหลงฉันได้ นอกจากฉันจะได้ครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมด พี่เดชก็ต้องยอมบอกความจริงกับพรรณรายว่าฉันเป็นแม่ ทีนี้ฉันสอนฉันพูดอะไรลูกก็จะฟังฉันแน่นอน”

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พิไลใจเต้นระทึกนึกว่าโชคเข้าข้างตนจริงๆ พอคิดถึงเดช เดชก็มาหาถึงที่ เดชบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย พิไลยิ้มกริ่มบอกว่าตนก็มีเรื่องจะคุยด้วยเหมือนกัน ชวนเข้ามาคุยกันในห้องดีไหม

“ไปคุยที่ศาลา”

“หึ...ศาลาก็ศาลา เดี๋ยวเถอะโดนน้ำมันพรายเข้าไปจะรีบพาฉันกลับห้องแทบไม่ทัน”

พิไลมองขวดน้ำมันพรายกระหยิ่มยิ้มย่อง

ooooooo

ไปถึงศาลา เดชยืนเอามือไพล่หลัง ยืนหันหลังให้บอกพิไลด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจให้ไปจากที่นี่เสีย ให้ไปก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ไป

ทีแรกพิไลก็ออดอ้อนแต่พอเห็นเดชเอาจริงก็จะเอาน้ำมันพรายแต้ม เดชจับตัวไว้ตวาดถาม“จะใช้น้ำมันพรายกับฉันรึ”

พิไลตกใจแทบช็อก แต่พอเดชหันมาหน้าเดชกลายเป็นหน้าหุ่นท่านเจ้าคุณ ซ้ำยังยกตะพดฟาดไปในอากาศข้างหน้า พิไลสะบัดมือที่ถือขวดน้ำมันพรายร้องอย่างเจ็บปวด หุ่นท่านเจ้าคุณตวาดด่า

“เลวที่สุด ถึงขนาดเล่นมนต์ดำกับผัวตัวเอง ฉันคงปล่อยให้หล่อนไปง่ายๆไม่ได้แล้ว”

“ฉันไม่กลัวแกหรอก แกต่างหากที่ต้องโดนสั่งสอน ฉันมีตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ นี่ไงล่ะ” พิไลคว้าสร้อยออกมาจากเสื้อชูไปตรงหน้า แต่แล้วก็ตกใจเมื่อมีแต่สร้อย ตะกรุดหายไปแล้ว! หุ่นท่านเจ้าคุณหัวเราะน่ากลัว บอกว่าเมื่อไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป จ้องพิไลอย่างดุดัน พิไลร้องกรี๊ดหันหลังวิ่งออกจากศาลาไปสุดชีวิต

แต่พอวิ่งมาถึงในสวน พิไลก็ถูกบรรดาหุ่นในห้องหุ่นกรูกันเข้ามาห้อมล้อม พิไลอ้อนวอนอย่าทำอะไรตนเลย ตนกลัวแล้ว

“หมดเวลาสำหรับคนเลวอย่างเธอแล้วพิไล” หุ่นทับก้มลงหาพิไลที่นั่งยกมือไหว้ปลกๆอยู่ที่พื้น อารีย์เข้ามาในห้องหุ่น ปรากฏว่าบรรดาหุ่นหายไปหมด อารีย์ฉุกคิดอะไรได้มองไปที่สวนอุทาน ตกใจสุดขีด

“พิไล!”

อารีย์รีบไปที่สวนขอร้องบรรดาหุ่นอย่าทำอะไรพิไลเลย หุ่นท่านเจ้าคุณเอ่ยกับอารีย์ว่า

“เธอมีจิตใจเมตตาไม่คิดอาฆาตจองเวร นับเป็นเรื่องดี แต่มันก็ใช้ได้กับคนบางคนเท่านั้น คนอย่างแม่พิไล จิตใจมืดบอด คิดแต่เรื่องชั่วช้า เข้าหาไสยศาสตร์มนต์ดำ ถ้าปล่อยหล่อนไปก็รังแต่จะนำความวิบัติฉิบหายมาสู่บ้านสัตยาภาอย่างแน่นอน”

อารีย์อึ้ง ส่วนหุ่นทั้งหมดหันมองพิไลอย่างน่ากลัว พิไลรีบพนมมือแต้อ้อนวอน

“อย่าฆ่าฉันเลย ฉันผิดไปแล้วจ้ะ ฉันจะไม่ทำเรื่องเลวๆอีกปล่อยฉันเถอะนะ แล้วฉันจะไปให้พ้นจากที่นี่ ฉันจะไปไม่กลับมาอีกเลย ฉันสัญญาจ้ะ” เห็นบรรดาหุ่นยังก้าวเข้าหา พิไลกราบที่พื้น “ฉันกราบล่ะจ้ะ ปล่อยฉันไปเถอะ แล้วฉันจะทำบุญกรวดน้ำให้ ฉันสาบานเลยนะถ้าฉันผิดคำพูดขอให้ตายโหงตายห่าเลยเอ้า”

“ให้โอกาสพิไลอีกสักครั้งเถอะค่ะ” อารีย์ขอ พิไลก้มกราบหุ่นท่านเจ้าคุณอีก ท่านยกตะพดชี้ใส่หน้าพิไลตวาด

“ไปให้พ้น...ไป!”

พิไลวิ่งหนีล้มลุกคลุกคลาน กลับไปที่เรือนหลังเล็กกวาดเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทาง ยัดๆใส่แล้ว

รีบออกจากบ้านเจอเดชตัวจริงเข้าก็ผวานึกว่าผีรีบบอกว่าตนจะไปเดี๋ยวนี้แหละ เดชถามว่าเธอทำผิดอะไรไว้ถึงได้ลนลานอย่างนี้ ฉุกคิดได้ถามว่าหรือเธอไปพูดอะไรกับพรรณรายไว้ คาดคั้นให้บอกมาว่าไปพูดอะไรกับพรรณรายไว้

เดชจับพิไลไว้ให้บอกความจริงมา พิไลสะบัดจนเดชเซไปกระแทกขอบประตูเลือดออกซิบๆ พิไลมองเดชถามว่านี่พี่เดชจริงๆใช่ไหม

“เธอพูดบ้าอะไรของเธอ ก็ได้ เธอจะไม่บอกก็ตามใจ ถ้าสำนึกได้แล้วรีบไปฉันก็จะไม่เอาเรื่อง ที่มานี่ก็ตั้งใจจะมาบอกให้เธอไปจากที่นี่เสีย และนี่เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ฉันจะให้เธอ หวังว่าชาตินี้เราจะไม่ต้องพบกันอีก” เดชโยนซองเงินให้พิไลรีบเก็บซองเงินยัดใส่อกเสื้ออย่างเร็ว ลากกระเป๋าเสื้อผ้าหนีไปอย่างร้อนรน

ooooooo

พิไลไปหาเวทย์ที่บ้าน เจอเทิดอยู่คนเดียวบอกว่าเวทย์ไม่อยู่อีกหลายวัน พิไลร้อนใจบอกว่าตนถูกผีหุ่นที่ห้องหุ่นของเดชหลอกจนอยู่ไม่ได้ต้องเผ่นมาที่นี่

เทิดถามว่าแล้วตะกรุดที่เวทย์ให้ไปล่ะทำไมไม่ใช้ พิไลบอกว่าไม่รู้ตกหายไปไหน ถามว่าตนจะทำอย่างไรดีให้เทิดไปตามเวทย์มาได้ไหม

“จะบ้าเหรอ ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าพี่เวทย์ไปป่าช้าไหนบ้าง เพราะพี่เวทย์ไปหาดินเจ็ดป่าช้าจะเอามาทำพิธีปลุกเสกโหงพราย”

พิไลกลัวผีจนขวัญหนีดีฝ่อ พอเทิดชวนให้ “ทบทวนความหลังกัน” พิไลก็เคลิ้ม ขลังยิ่งกว่าน้ำมันพรายเสียอีก

ooooooo

เมื่อจัดการงานศพของอารีย์เรียบร้อยแล้ว เดชเรียกลูกๆรวมทั้งชิ้นด้วย ไปที่ห้องนั่งเล่น บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ทุกคนมากันครบแล้ว เดชแจ้งด้วยสีหน้าเรียบขรึมว่า

“พิไลออกจากบ้านไปแล้วและจะไม่กลับมาที่นี่อีก” ชิ้นถามว่าทำไมจู่ๆ พิไลถึงได้ไป “ฉันเป็นคนให้เขาไปเอง”

พรรณรายไม่เชื่อระแวงว่าพ่อพาพิไลไปอยู่ที่อื่นแล้วแอบไปหากัน

อ่านละครห้องหุ่น ตอนที่ 9 วันที่ 9 ต.ค. 58

ละครเรื่องห้องหุ่น บทประพันธ์โดย ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น บทโทรทัศน์โดย ณ.ภัทรพร
ละครเรื่องห้องหุ่น กำกับการแสดงโดย บรรจง สินธนมงคลกุล
ละครเรื่องห้องหุ่น ควบคุมการผลิตโดย กัลป์ กัลย์จาฤก
ละครเรื่องห้องหุ่น ผู้จัด ดิษย์ลดา ดิษยนันทน์
ละครเรื่องห้องหุ่น ผลิตโดย บริษัท กันตนา เอฟโวลูชั่น จำกัด
ละครเรื่องห้องหุ่น ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ละครเรื่องห้องหุ่น เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2558
ติดตามชมละครเรื่องห้องหุ่นได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ