อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9/4 วันที่ 22 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9/4 วันที่ 22 ต.ค. 58

ลลิตาทำท่ารังเกียจ แต่ดูๆไปแล้วก็มีแววเคลิ้มด้วยแต่บราลีเชิดหน้าขึ้นเหมือนจะบูชาประธานเหมา
“ชนชั้นกรรมาชีพ อุทิศหยาดเหงื่อและมวลกล้ามเนื้อเพื่อประชาชน ยายสาฉันเชียร์นายพล เด็กปั๊มคนนี้”
“ฉันเชียร์ คุณอาร์นี่ กับคุณชายชายรอง”
“ฉันยกให้พวกเธอเลยก็แล้วกัน ชอบอย่างไหนขอให้ได้อย่างนั้น พอ ฉันจะทำงาน”
สาลินปาดลลิตากับบราลีจนเซไป แล้วตรวจดูเอาหนังสือมาซ้อนราวคืบหนึ่ง
“นี่ยังไม่ได้เล่าเลย ทะเลาะอะไรกับคุณชายรถยาว”

สาลินชะงักแล้วว่า
“ฉันเกลียด ได้ยินไหม”
“แล้วเธอเคยได้ยินไหม แบลลี่”


บราลีถาม “ว่า”
“ว่าเกลียดยังไงจะได้ยังงั้น”
สาลินโกรธจึงยกหนังสือทั้งกองกระแทกโครมให้เสมอกัน เสียงดังไปทั่วอาคาร
“ว้าย แม่”
บรรดาผู้มาใช้บริการเหลียวมามองเอาเรื่อง บ้างเอานิ้วชี้จ่อปากทำเสียงชู่ สามสาวบรรณารักษ์ยิ้มแห้งๆ
“ขอโทษแทนเพื่อนด้วยค่ะ”

ชายเล็กนั่งกินน้ำชากับของว่างอยู่ที่ห้องนั่งเล่นหน้าโทรทัศน์ ชายรองเข้ามาแล้วนั่งลงด้วย เจียมเสิร์ฟน้ำแล้วเดินแยกไป
“กลับบ้านแต่วันเชียววันนี้” ชายรองว่า
“ก็เบื่อเที่ยวบ้างซีครับ นี่ เมื่อบ่ายผมเข้าบริษัทที่สีลม เห็นพี่รองแถวสุรวงศ์ด้วย”
“อ้าวหรือ ฉันไปกินข้าวกับนายศุภร”
ชายเล็กทำท่าคิดหนัก
“แต่เอ ผมไม่ยักเห็นพี่ศุภร แต่เห็นพี่รองคุยกับผู้หญิงคนหนึ่ง”
ชายรองวางถ้วยชาลงแล้วพิงเก้าอี้
“จะใครซะอีกล่ะ นี่แหละ แม่สาลิน น้องสาวศรีจิตรา”
“อ๋อ น้องเมียในอนาคตของพี่รองนี่เอง” ชายเล็กว่า
“นายเรียกแบบนี้แล้วฟังพิลึก” ชายรองบอก
“เอ แปลกนะ ท่าทางพี่รองดูจะสนิทกับว่าที่น้องเมียมากกว่าว่าที่ภรรยาซะอีก”
ชายรองมองหน้า
“คุยกันเรื่องอะไรน่ะฮะ”
“ไม่มีอะไรหรอก”
“แต่ผมดูเหมือนจะมีอะไรนะครับ ดูเหมือนมีการต่อปากต่อคำ มีการทะเลาะ และมีการงอนป่องๆใส่กันด้วย”
ชายเล็กล้อ ชายรองขุ่นใจนิดๆ โดยไม่ได้คิดอย่างที่ล้อเลย
“นายเล็ก นายอยากโดนต่อยปากไหม”
ชายเล็กกุมปาก
“อย่านะฮะ ผมยังอยากกินน้ำพริกอยู่”
ชายรองลุกขึ้น
“แต่พี่รองระวังตัวให้ดี ๆนะฮะ”
“ระวังตัวอะไรของนาย”
“เผื่อโจทก์ของพี่รอง จะหานักเลงมาจัดการพี่รองน่ะซี”
ชายรองคิดว่าชายเล็กเพ้อเจ้อเลยไม่พูดด้วย เขาเดินขึ้นไปชั้นบน ชายเล็กอมยิ้ม

ชายรองยังอยู่ในชุดเดิม เขาพลิกหนังสือที่ยืมจากห้องสมุดมาพลิกดู ก่อนจะหยิบการ์ดที่ประทับตราวันที่คืน ที่เสียบอยู่หน้าสุดท้ายของเล่มมาดูวันที่ก่อนจะยิ้มขำออกมาเล็กน้อย
“ปรับวันละสิบบาท ยายเด็กบ้า”
เสียงเคาะประตูสามครั้งแล้วเปิดเข้ามาเลยอย่างทุกครั้ง ชายเล็กเปลี่ยนเป็นชุดหล่อดูสุภาพพร้อมกับยิ้มร่าเข้ามา
“อ้าว วันนี้เที่ยวไหนล่ะ แต่งตัวเรียบร้อยเชียว”
“เที่ยวตำหนักใหญ่ครับ และจะมาชวนพี่รองไปด้วย ขอข้าวเด็จป้าทานสักมื้อ”
“มาชวนฉันทำไม”
“โธ่ ตั้งแต่คุณหนูศรีมาอยู่วัง พี่รองเจอเธอแค่ครั้งเดียว ใจคอจะไม่ยอมไปพบเธออีกเลยเหรอครับ น่า ไปนะ หนังสือนี่เลิกอ่านได้แล้ว”
ชายเล็กหยิบหนังสือมาและพบว่าประทับตราห้องสมุด
“หนังสือห้องสมุด แน่ะ ไปห้องสมุดคุณสาน้องคุณหนูศรีมาแน่ ๆ เลย”
“ฉันไปส่งเขา” ชายรองบอก
“แล้วก็ยืมหนังสือเขามาเสียด้วย เป็นยังไงครับ บรรยากาศดีน่าไปนั่งอ่านหนังสือไหม”
“ห้องสมุดน่ะดี แต่คนไม่ค่อยดี”
“ยังไงหว่า”
“มีแต่คนเพี้ยน ๆ ยายเด็กนั่นถึงทำงานที่นั่นได้”
ชายเล็กอมยิ้ม
“คนนึงเพี้ยน อีกคนมักมากในกามารมณ์ ขนมพอสมน้ำยาจริง ๆ”
“นายว่าอะไรนะ” ชายรองถาม
“ไม่มีอะไรครับ อาบน้ำแต่งตัวได้แล้วครับ แล้วไปตำหนักใหญ่กับผม”
ชายเล็กดึงร่างชายรองให้ลุกขึ้น
“ก็ได้ ก็ได้”

ชายรองเดินแยกเข้าห้องน้ำไป ชายเล็กหยิบหนังสือมาพลิกดู
เสด็จประทับบนโซฟาทรงพระอักษรอ่านหนังสือเงียบๆ ที่ห้องนั่งเล่นด้านใน

โดยที่โทรทัศน์เปิดอยู่ มาลา วรรณา และนางข้าหลวง 3 วัยแทบหมดตำหนักนั่งดูทีวีตาไม่กระพริบ ทุกนางหลุดเข้าสู่โลกละคร มีอารมณ์ร่วมสุดชีวิตโดยไม่รู้ความเป็นไปในโลกแห่งความจริง
“อุ๊ย พระเอกออกแล้ว” มาลาว่า
“แต่ฉันว่าพระรองหล่อกว่า” วรรณาบอก
ชายรองและชายเล็กเข้ามากราบเสด็จกับพื้น เสด็จถอดฉลองพระเนตรแล้ววางหนังสือ
“มากันแล้วเหรอ”
ชายรองและชายเล็กมานั่งบนโซฟา บรรดานางข้าหลวงทั้งหลายไม่มีใครรู้แม้แต่คนเดียว
“ยังไงกัน” เสด็จถาม
“วันนี้เกล้าชวนพี่รองมาขอประทานอาหารเย็น เด็จป้าซักมื้อพะยะค่ะ” ชายเล็กบอก
เสด็จพูดเล่น “ได้สิจ๊ะ แต่มื้อนี้คงมีหลายคนมาร่วมโต๊ะนะ ไม่รู้ข้าวจะพอรึเปล่า”
“เกล้ากินไม่เยอะหรอกพะยะค่ะ”
“แต่เกล้ากินเยอะกว่าพี่รองพะยะค่ะ”
“ใช่ แกมันท้องยุ้งพุงกระสอบมาตั้งแต่เล็กแล้ว”
สอางค์กับศรีจิตราเข้ามาแล้วก็ชะงัก สอางค์ยิ้มร่า ศรีจิตราวางหน้าไม่ถูก สอางค์คว้าข้อมือศรีจิตราหมับแล้วพาเข้ามา สอางค์และศรีจิตราไหว้ชายรองและชายเล็ก ชายรองกับชายเล็กรับไหว้ ชายรองวางหน้าเฉยๆ ศรีจิตรายิ้มนิดๆ เบนสายตามาที่ชายเล็ก ชายเล็กยิ้มแป้น ศรีจิตราหุบยิ้ม แต่ดวงตาพราวขึ้น เสด็จทรงผายพระหัตถ์ให้นั่งด้วยกัน ศรีจิตรากับสอางค์นั่งลง
“มากันแล้วเหรอคุณชาย พร้อมหน้าแล้วค่ะ แต่เอ๊ะ นี่มีใครไปบอกพวกห้องเครื่องหรือยังเพคะ”
เสด็จทรงถอนพระทัยก่อนจะกรายพระหัตถ์ไปยังผู้ชมมหรสพเบื้องหน้า
“เธอดูเอาเองก็แล้วกัน”
สอางค์มองดูแล้วอุทานก่อนจะตบอกตัวเอง
“ว้าย มาอยู่นี่กันหมด พวกห้องเครื่องก็ด้วย”
ศรีจิตรากลั้นหัวเราะ ชายเล็กมองแล้วก็เห็นว่างดงามมีชีวิตชีวายิ่ง
ชายรองมองดูก็เห็นว่าศรีจิตราดูงดงามเยือกเย็นผิดกับอีกคนจึงคิดในใจ
“เฮ้อ ไม่มีได้พี่มาบ้างเลย”
สอางค์มองดูชายรองก็เห็นมองศรีจิตราแล้วก็ดีใจจึงกุมมือหลานสาว
“หนูเรียกเองค่ะ คุณป้าใหญ่”
ศรีจิตราลุกไปยังห้องตั้งทีวีแล้วเลื่อนตัวลงไปหามาลา วรรณา
“พี่มาลา พี่วรรณาคะ”
มาลากับวรรณาไม่หันมา ทั้งสองมองโทรทัศน์ตาไม่กระพริบและหอบจนอกกระเพื่อม
“อุ๊ย ปากจ่อกันแล้ว”
วรรณาเชียร์ “จูบเลย”
ทันใดภาพในจอก็ฟรีซจบตอน มาลากับวรรณาตบเข่าฉาด นางข้าหลวงถอนใจกันระงมทั้งตำหนัก
มาลา วรรณาหันมา
“ขา คุณศรีว่าไงคะ” มาลาถาม
วรรณาหันมา “ว้าย คุณแม่บ้าน มาตั้งแต่เมื่อไรคะ”
“อ้าว คุณชายรอง”
“ว้าย คุณชายเล็ก นี่มาตั้งแต่เมื่อไรคะ”
“ก็มาพร้อมพระเอกกับพระรองนั่นแหละจ้ะ”
มาลากับวรรณาอายม้วน นางข้าหลวงคิกคักแล้วก็นึกได้จึงยกมือไหว้ชายรองกับชายเล็กเป็นฝักถั่ว
เสด็จทรงถอนพระทัย
“ดู ดู กำเริบขึ้นทุกที เดี๋ยวนี้จะใช้จะสอยอะไรต้องรอให้ละครจบก่อน หรือไม่ก็ตอนที่โฆษณาประกาศขายสินค้า”
สอางค์ตบมือกับเท้าแขนโซฟา
“นี่คงต้องเอาหวายลงหลังกันบ้างแล้วล่ะเพคะ ดูรึได้เวลาเสวย แต่ไม่มีใครย้ายบั้นท้ายไปจัดการเลยซักคน”
“ย้ายเดี๋ยวนี้ เพคะ”
“ย้ายแล้วเพคะ”
ทุกคนกระวีกระวาดเดินเข่ากันออกไป พริบตาเดียวก็เหลือแต่เจ้านาย สอางค์พูดไล่หลัง
“แกสองคนน่ะต้องโดนก่อน แม่เมียตะเข้”
เสด็จทรงพระสรวล
“ยุคนี้ขืนเอาหวายหวดหลังใคร ฉันคงโดนฟ้องหมดตัวแน่”
“อะไรกัน จริงหรือเพคะ” สอางค์ถาม
“จริงซี โลกมันเปลี่ยนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว สอางค์”
ชายรอง ชายเล็ก และศรีจิตรามองเสด็จอย่างเทิดทูน
“โทรทัศน์นี่ อย่างน้อยๆก็ทำให้เราได้เห็นโลกภายนอก ฉันถึงไม่หวงไม่ห้ามไง”
“เพคะ”
“เด็จป้าพระทัยดีเหลือเกินพะยะค่ะ” ชายเล็กบอก
“ศรีจิตราก็ชอบอ่านหนังสือ คนอ่านหนังสือน่ะ ฉลาด หูตากว้างไกล มีความคิดความอ่าน”
ศรีจิตราก้มหน้า
“จริงพะยะค่ะ วันก่อนเกล้าคุยกับคุณศรีเรื่องนิทานอยู่ตั้งนาน คุณศรีรู้จักนิทานมาก พอๆกับนมย้อยเลยพะยะค่ะ”
ชายรอง เสด็จ และสอางค์มองด้วยอาการแปลกใจ
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเพคะ หม่อมฉันน่ะชอบอ่านแค่พวกนิทาน ต้องยายสา สาลินน้องสาวหม่อมฉันซีเพคะ”
ชายรองกับชายเล็กมอง
“ยายสาอ่านหนังสือทุกเรื่องทุกแนว จนแทบจะหมดห้องสมุดที่ทำงานอยู่แล้วเพคะ”
ชายเล็กยิ้ม ชายรองทำหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งด้วยอาการกึ่งหมั่นไส้ แต่ดวงตาเป็นประกาย สอางค์ยิ้มแป้น
เสียงสอางค์ดังขึ้น “แม่ศรีนี่เขาที เชียร์ยายสาให้คุณชายเล็กด้วย”
เสด็จพยักพระพักตร์
“ชื่อสาลิน เป็นบรรณารักษ์ด้วยหรือ”
ชายรองและชายเล็กเผลอตัวตอบพร้อมกัน
“พะยะค่ะ”

ศรีจิตรากับสอางค์ชะงัก เสด็จทรงทอดเนตรดูพระภาติยะอย่างสงสัย
เสด็จประทับที่หัวโต๊ะ โดยที่สอางค์กับศรีจิตราอยู่ข้างหนึ่ง ชายรองและชายเล็กอยู่ข้างหนึ่ง

ศรีจิตราแม้ระวังตัวแต่ก็ประหม่าน้อยลง มาลา วรรณายืนคอยรับใช้ อาหารบนโต๊ะนั้นไม่มากฟูมฟายแต่ไม่น้อย จัดมาอย่างประณีต
ชายเล็กคอยพูดคอยคุย เสด็จทรงพระสำราญยิ่งกว่าทุกวัน ศรีจิตรามองดูชายรอง ชายรองมองชายเล็กพูดอยู่ ศรีจิตราเบนสายตามาที่ชายเล็กก็เห็นปากชายเล็กพูด ส่วนตามองดูตนเองก็สะดุ้ง สอางค์สะกิด

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9/4 วันที่ 22 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ