อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9/5 วันที่ 23 ต.ค. 58

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9/5 วันที่ 23 ต.ค. 58

ชายเล็กคอยพูดคอยคุย เสด็จทรงพระสำราญยิ่งกว่าทุกวัน ศรีจิตรามองดูชายรอง ชายรองมองชายเล็กพูดอยู่ ศรีจิตราเบนสายตามาที่ชายเล็กก็เห็นปากชายเล็กพูด ส่วนตามองดูตนเองก็สะดุ้ง สอางค์สะกิด
“ตั้งแต่มาอยู่นี่ คุณศรีได้ออกไปข้างนอกบ้างหรือเปล่าฮะ” ชายเล็กถาม
“เอ้อ”

ศรีจิตราอึกอักแล้วจะรีบตอบว่ายังแต่ก็เหมือนว่าอยากไปเที่ยวหรือว่าวังน่าเบื่อ
“จริงซี มาอยู่นี่จะสองเดือนแล้ว แต่ศรีจิตรายังไม่ได้ออกไปไหนเลย สอางค์” เสด็จบอก
“เพคะ”


“วันหลังเธอก็พาหลานออกไปชมตะวันบ้าง ขืนจับเจ่าอยู่แต่ในวังอย่างนี้ อีกหน่อยมีหวังเฉาตายพอดี”
เสด็จตรัสอย่างปราณี ศรีจิตราซาบซึ้ง สอางค์เหลือบมองชายรองโดยมีแววเจ้าเล่ห์เพทุบายปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง
“ข้างนอกเดี๋ยวนี้ รถรา ผู้คน ตึกราม มันวุ่นวายไปหมด คราวก่อนไปพาหุรัดก็ไปเป็นลมเพคะ”
“ตายจริง แล้วจะให้ใครพาไปดีล่ะ”
ชายเล็กยิ้มในใบหน้า โดยมีดวงตาวางแผนไม่แพ้สอางค์
“ก็พี่รองไงพะยะค่ะ ให้พาคุณศรีไปเที่ยวบ้างก็น่าจะดีพะยะค่ะ”
สอางค์สบตาชายเล็ก ตาทั้งคู่เป็นประกายวูบวาบ เสด็จขมวดพระขนง ศรีจิตราชะงักแล้วเหลือบมองชายเล็กตาวาวนิดหนึ่ง ชายเล็กยักคิ้วมองดูชายรอง ชายรองจากยิ้มนิดๆ กลายเป็นเรียบเฉย แต่ตามองชายเล็กมีแววเอาเรื่อง
“จริงไหม พี่รอง” ชายเล็กถาม
ชายรองขยับกายพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะพูดเรียบด้วยความอ่อนโยน
“ถ้าจะไปซื้อของตามประสาผู้หญิง ให้ผู้หญิงด้วยกันพาไปจะดีกว่า”
สอางค์หุบยิ้ม ชายเล็กชะงัก ศรีจิตรามองชายรองด้วยความรู้สึกที่ยังใจชื้นที่ชายรองไม่ได้ปฏิเสธอย่างกระด้าง
“น้องสาวบรรณารักษ์ของเธอไง”
ศรีจิตรายิ้ม
สอางค์ทำท่าล่อกแล่กเพราะผิดแผน ชายเล็กเองก็รู้สึกว่าเรื่องยุ่งขึ้นชนิดอาจความแตก
“ยายสาน่ะหรือคะ”
“นั่นแหละ ให้สาลินพาไป” ชายรองบอก
ชายรองมีแววหมั่นไส้ขณะพูดชื่อ
“ว่ายังไงสอางค์” เสด็จถาม
สอางค์คิดปราดไป สอางค์เองเกิดลังเล เสด็จ ชายรอง ชายเล็ก และศรีจิตรามอง
“แม่สร้อยชอบมาฟ้องบ่อยๆว่า ยายสาน่ะซุกซนโลดโผนโจนทะยานเกินวิสัยหญิง”
ชายเล็กอมยิ้ม ชายรองสะใจ
“กลัวจะมาทำให้ระคายพระทัยซีเพคะ” สอางค์บอก
ชายเล็กอ้าปากอยากแก้ตัวให้ แต่ไม่ทันชายรอง
“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”
“ซุกซน โลดโผนโจนทะยานเกินผู้หญิงอย่างงั้นหรือ” เสด็จทวนความ พระเนตรมีแววสนใจระคนขบขันอะไรบางอย่าง
“แม่สร้อยบอกว่า ก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวันเพคะ”
“ยายสร้อยว่ายังงั้น ยายสร้อยว่าอย่างนี้ แล้วเธอเองล่ะ คิดว่าหลานเป็นยังไง”
สอางค์ทำตาปริบๆ เอานิ้วมานับ
“เออ หม่อมฉันไม่ได้เจอตัว มาห้าปีแล้วเพคะ”
เสด็จทรงค้อน
“พวกฟังความข้างเดียวมาอีกแล้ว สิ่งที่เห็นและความจริงที่เป็นมันอาจไม่ตรงกันก็ได้นะจ๊ะ เขาถึงพูดว่าอย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก”
เสด็จตรัสคล้ายเนื้อเพลงแรงเงา สอางค์ยิ้มแห้งๆ ศรีจิตราพอใจ ชายเล็กยังคงครุ่นคิด ชายรองนิ่งฟังด้วยความรู้สึกราวเสด็จตรัสกับตนโดยตรง

ห้องนั่งเล่นส่วนพระองค์นั้นนานๆจึงจะเปิดใช้ทีโดยเป็นห้องนั่งเล่นแบบหรูหรา วางโซฟาไว้หมู่ใหญ่และมีเก้าอี้รอบๆ มีโต๊ะน้ำชา โต๊ะเล่นไพ่ แกรนด์เปียโน มุมแผ่นเสียงและมุมอ่านหนังสือ ด้านหนึ่งมีพระรูปเสด็จพระองค์ชายหล่อเฟี้ยวในชุดสูทแบลกไทสวมท็อปแฮท อีกรูปคือเสด็จเมื่อมีพระชนม์ราว 20 ทรงชุดราตรีแบบยุค 30 ดูหรูหราสง่างาม เสด็จควงแขนชายรองเดินนำเข้ามา ชายเล็กควงแขนสอางค์เดินตาม ศรีจิตรา ตามมาด้วยมาลา วรรณาที่เชิญกาแฟ ชา ขนม และผลไม้มากินต่อในห้องนี้
ชายรองพาเสด็จมานั่งลงที่โซฟา เสด็จเรียกให้ศรีจิตรามานั่งข้าง สอางค์เดินไปเกาะดูรูปเสด็จพระองค์ชาย ส่วนชายเล็กเผลอไป
“โอ้โฮ เด็จลุง รูปนี้ยังกะเกรเกอรี่ เปก”
“ไม่หรอกค่ะ เหมือนเออรอลล์ ฟลินท์ กะแกรี่ คูเปอร์มากกว่า” สอางค์ว่า
พูดจบสอางค์ก็ยิ้มเศร้า
ศรีจิตรา มาลา และวรรณาสบตากันว่าเดี๋ยวเกิดเรื่องแน่ ศรีจิตรามองชายเล็กบุ้ยใบ้ ชายเล็กงง จึงเอานิ้วชี้ตัวเองถาม เสด็จและชายรองมองมา สอางค์ปากเบะน้ำตาร่วง
“โธ่เอ๋ย ไม่น่าพระชนม์สั้นเลย โธ่ มาด่วนทอดทิ้งหม่อมฉันไป”
ชายเล็กเพิ่งรู้ทำตาปริบๆ ศรีจิตราบุ้ยใบ้ให้ปลอบ ชายเล็กก้าวไปชิดด้านหลัง ยกสองมือจับไหล่สองข้างของสอางค์
“ชุดนี้ยังกะชุดงานบอลล์ เด็จลุงเต้นรำเก่งไหมฮะ”
สอางค์เงยหน้าและยิ้มออก สักพักก็น้ำตาแห้ง
“อุ๊ย เต้นยังกะเฟรด แอสแตร์ ดิฉันก็เลยต้องเป็นจิงเจอร์ โรเจอร์ให้องค์ชายท่าน”
ชายเล็กจับสอางค์เดินกึ่งเต้นรำหมุนตัวมารวมกลุ่ม ศรีจิตราทึ่งชายเล็ก เสด็จจิบพระสุธารสแล้วหันมาถามสอางค์ ชายรองไปนั่งห่างชายเล็ก
“นี่ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าน้องสาวศรีจิตราเลยนะ หน้าตาเป็นยังไง เหมือนศรีจิตราไหม”
สอางค์ทำตาปริบๆ “เอ ง่า เอ้อ คงจะละม้ายๆกันมั้งเพคะ”
ชายเล็กหลุดปาก “สวยฮะ แต่ไม่ละม้ายๆเท่าไร พะยะค่ะ”
เสด็จ ศรีจิตรา และสอางค์มองชายเล็ก
มาลากับวรรณาสบตากันก่อนจะรีบขยับมาวงในจะได้ฟังให้ชัด ชายรองมองชายเล็ก ชายเล็กรู้ตัวว่าหลุดปากแต่ยิ้มมุมปาก
“แกรู้ได้ยังไง แกเคยไปเห็นเขาหรือตาเล็ก”
ชายเล็กตอบ “เห็นซีพะยะค่ะ”
ศรีจิตรามอง สอางค์ตาโตดีใจ เสด็จงง ชายรองเม้มปาก
ชายเล็ก พูด “เห็นเมื่อกลางวันนี้เอง เมื่อกลางวันเกล้าเห็นพี่รองยืนคุยกับสาวคนหนึ่ง ถามดู ได้ความว่าเป็นน้องสาวคุณศรี”
เสด็จ ศรีจิตรา และสอางค์ยิ่งงงงันจึงหันพร้อมกันมามองชายรอง ชายรองทำท่าทีเรียบสนิท
“แล้วเธอไปรู้จักน้องสาวศรีจิตรามาตั้งแต่เมื่อไร”
ศรีจิตรามองชายรองเขม็ง
“หลายวันมาแล้วพะยะค่ะ สาลินมาที่นี่ แล้วเอาผลไม้ไปให้หม่อมแม่ ก็เลยได้พบกับเกล้า”
“อ๋อ วันงานแซยิดคุณหญิงเสนาไงเพคะ เสด็จกับหม่อมฉันไม่อยู่ เผอิญแม่อุ่นเรือนกับยายสาเอาผลไม้จากสวนมาถวาย”
“อ๋อ ดีนะ มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดีจริง”
ชายรองยิ้มนิดๆ ด้วยความสุภาพ
เสียงชายรองดังขึ้น “ฮึ ดีไปหมดล่ะไม่ว่า”
“แล้วเป็นยังไงบ้างตารอง สาลินนี่”
ชายรองเกือบสะดุ้ง
“ก็ ไม่เห็นเป็นยังไง พะยะค่ะ”
ชายเล็กหัวเราะคิกคัก
“หมายความว่ายังไง” เสด็จถาม

“ก็อย่างที่เด็จป้าตรัสน่ะพะยะค่ะ ว่าคนเราไม่ควรรีบร้อนตัดสินใคร เกล้าเพิ่งรู้จักสาลิน ก็เลยยังวินิจฉัยอะไรไม่ได้”
ศรีจิตรามองชายรอง เสด็จพยักพระพักตร์ ชายเล็กหัวเราะพรืด

ชายรองถาม “นายหัวเราะอะไร”
“ผมเคยเจอพวกตัดสินหนังสือจากหน้าปกมาเยอะน่ะ พี่รอง”
“จริงไหมสอางค์”
“ฮึ นี่ทรงว่าหม่อมฉันซีเพคะ”
“ก็รู้ตัวอยู่นี่”
“ไม่ใช่แค่คุณสอางค์หรอกพะยะค่ะ เกล้าเองน่ะเจอคนชอบตัดสินใครง่ายๆอยู่เรื่อย แต่ตอนนี้อาจจะเริ่มได้คิดแล้ว” ชายเล็กว่า
ชายรองเย็นชาเชิดใส่ชายเล็ก ศรีจิตราครุ่นคิด
เสียงศรีจิตราดังขึ้น “วันนั้นยายสาพูดอะไรแปลกๆ คงเพราะเจอคุณชายรองนั่นเอง แต่ไม่ยักกะยอมเล่าให้เราฟัง แถมยังไปเจอกันอีกกี่หนก็ไม่รู้
ชายเล็กคิดในใจ “ตายล่ะว่า เด็จป้าอยากเจอตัวคุณสา”
สอางค์คิดในใจ “อุ๊ยตายแล้ว จะได้เป็นสองคู่ชู้ชื่น”
ชายรองคิดในใจ “ถ้าโปรดให้มาเฝ้า เธอจะอาละวาดตำหนักแตกไหมนี่ แม่จอมยุ่ง”
เสด็จทรงจิบพระสุธารส ทอดเนตรดูทุกคนที่นิ่งกันไปอย่างแปลกพระทัย

ชายรองและชายเล็กเดินมาตามทางเดินในสวนลัดเลาะกลับสู่ตำหนักเล็ก ไฟแสงจันทร์ส่องสว่าง ซุ้มดอกไม้ออกดอกพราวยังเห็นได้แม้ยามราตรี กลิ่นดอกไม้ไทยที่หอมตอนกลางคืนตลบ ชายเล็กเดินผิวปากนำ ชายรองหมั่นไส้กระชากไหล่ให้ชายเล็กหันมา ชายเล็กตั้งการ์ด
“ฮื้อ พี่รองจะต่อยปากผมหรือ” ชายเล็กถาม
“มันน่าไหมล่ะ” ชายรองว่า “เรื่องอะไรมาเจ้ากี้เจ้าการให้ฉันพาศรีจิตราไปเที่ยว”
“อ้าว ก็จะหมั้นจะแต่งกันแล้ว ไม่ทำความคุ้นเคยไว้ก่อน แล้วจะไปทำตอนไหน ตอนส่งตัวหรือ”
“ไอ้บ้าเล็ก”
“จะแต่งกันอยู่แล้ว ยังเมียงมองกันไป แอบดูกันมา นี่มันยุคอวกาศแล้วนะครับ ไม่ใช่ยุคสร้างกรุง”
“ฉันรู้ แต่ที่ฉันไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับเขา ก็เพราะฉันไม่คิดว่าฉันต้องแต่งกับเขา”
ชายเล็กอ้าปากค้าง
“พี่รองจะขัดพระทัยเด็จป้าหรือฮะ”
ชายรองนิ่งไป
“ฉันแค่อยากขอเวลาสักหน่อย หาจังหวะที่เหมาะจะกราบทูลเท่านั้น”
ชายเล็กถอนใจ “ผมเห็นว่า คุณศรีเป็นคนน่ารัก คุ้นเคยกันไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย”
“เขาไม่เห็นพูดอะไรกับฉันซักคำ ผิดกับ แม่น้องสาว”
ชายรองมีแววแค้น ชายเล็กอมยิ้ม
“โธ่ ก็ลองคุยกับเขาดูซีฮะ วันก่อนคุณศรีคุยกับผมตั้งหลายเรื่อง เขาถามผมเรื่องเมืองนอก เรื่องงานที่บริษัท เรื่องควอลิตี้คอนโทรลของปั๊ม”
“คิดว่าเขาคุยกับแกแต่เรื่องนิทานซะอีก”
ชายเล็กยิ้มอ่อนโยนโดยมีแววเวทนาแฝงอยู่
“ฟังดูก็รู้ฮะ ว่าคุณสร้อยคงเลี้ยงแบบปิดหูปิดตาไว้อยู่แต่ในบ้าน ผมถึงได้อยากให้เขาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”
“ความจริงคนที่น่าจะอาสาพาเขาเที่ยว ก็คือแก”
ชายเล็กเกาหัว
“ขนาดเสนอว่าให้เป็นพี่รอง เด็จป้ายังทรงลังเลเลย เรื่องผมยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
“งั้นก็ดีแล้วให้แม่น้องสาวเป็นคนพาไป” ชายรองว่า
“ขอถามหน่อยเถอะ ทำไมพี่รองถึงเจาะจงให้คุณสาเป็นคนพาไป”
ชายรองมองหน้าแล้วก็รู้สึกถึงพิรุธบางอย่าง
“ทำไมนายเรียกเขาว่า คุณสาทุกคำ ยังกะสนิทสนมซะเต็มประดา”
“โธ่ ผมเรียกตามคุณศรี คุณศรีเรียกน้องว่ายายสาทุกคำ”
ชายรองยักไหล่
“ฉันก็บอกแล้วว่าไปเที่ยวตามประสาผู้หญิง ก็น่าจะให้ผู้หญิงพาไป”
“แล้วทำไมต้องเป็นคุณสา”
“ก็แม่คนนั้นเก่งกล้าสามารถ คงคุ้มครองพี่สาวได้ ก็แค่นั้นแหละ”
“เฮ้อ ผิดแผนจริงๆ”
“แผนอะไรของนาย”
“แผนว่าจะออกไปเที่ยวต่อน่ะซีฮะ แต่นี่เกิดง่วงขึ้นมาแล้ว ฮ้าว”
ชายรองเดินไป ชายเล็กเดินกินลมชมจันทร์ต่อแล้วหยุดหันไปมองตัวตำหนักใหญ่

เงาศรีจิตราเดินว่อบแว่บอยู่หลังม่านในห้อง ชายเล็กเห็นก็อมยิ้ม
ศรีจิตราเดินไปเดินมาด้วยอาการครุ่นคิด

สอางค์นั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งพลางแตะๆดึงๆหน้าตนเอง มาลา วรรณาไปนั่งที่สตูลยาวท้ายเตียง
“แม่ศรีเห็นไหมลูก คุณชายรองน่ะเวลาเธออารมณ์ดีๆ เธออ่อนหวานกะล่อยกะหลิบน่าดู” สอางค์ว่า
ศรีจิตรา ตอบรับสั้นๆ “ค่ะ”
“แต่หนูน่ะน่าจะคุยอะไรกับคุณชายเธอบ้าง”
“ก็ ก็หนูไม่ทราบจะพูดเรื่องอะไรนี่คะ” ศรีจิตราบอก
“แหม ทีกับคุณชายเล็ก เห็นคุยกันได้เป็นวรรคเป็นเวร”
“ก็คุณชายเล็กเธอมีเรื่องมาชวนคุยได้ตลอดนี่คะ แต่คุณชายรองเธอไม่ค่อยคุยอะไร”
ศรีจิตรายิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินมานั่งลงที่เตียง มาลา วรรณาพยักเพยิดแล้วคว้าหมอนอิงมาแนบอก
“แหม คุณแม่บ้านขา อย่าว่าคุณศรีเลยค่ะ คุณชายเล็กน่ะเป็นคนอื่น มันก็ไม่เขินซีคะ”
“แต่กับคุณชายรองเป็นว่าที่ มันก็ต้องสปัสซั่ม ขวยเขินสะเทิ้นสะท้าน ปั่นป่วนในใจ”
มาลากับวรรณาทำสยิวกายก่อนจะเอาหมอนอิงมาจิกทึ้ง ศรีจิตราทำตาปริบๆ เพราะไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น
“วู้ย รู้กันจริงแม่สองคนนี่ เคยมีว่าที่กันมากี่คนแล้วยะ” สอางค์ว่า
ทั้งสองนางชะงักวางหมอนลง พลางนับนิ้วทบทวน
มาลาตอบ “ไม่มีซักคนค่ะ”
“ที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คือตอนโดนเบียดที่งานภูเขาทองค่ะ” วรรณาบอก

อ่านละคร สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9/5 วันที่ 23 ต.ค. 58

ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทประพันธ์โดยรจนา
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว บทโทรทัศน์โดย วุสิทธิชัย บุณยะกาญจน
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว กำกับการแสดงโดย ชนินทร ประเสริฐประศาสน์
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ผลิตโดย บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว แนวโรแมนติก-คอมเมดี
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.20 น.
ติดตามชมละครเรื่อง สะใภ้จ้าว ได้ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ละครเรื่อง สะใภ้จ้าว นักแสดงนำ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
ที่มา ไทยรัฐ